Vitamin B6 คืออะไร ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ขาดวิตามินบี 6 เป็นอะไรไหม

ทีมแพทย์ Vincent Clinic
แชร์ :
วิตามินบี 6

Key Takeaways

  • Vitamin B6 เป็นวิตามินบีที่ละลายในน้ำ และมีบทบาทต่อการทำงานของเอนไซม์หลายชนิดในร่างกาย
  • วิตามินบี 6 มีหลายรูปแบบ เช่น Pyridoxine, Pyridoxal, Pyridoxamine และ Pyridoxal 5′-Phosphate หรือ PLP
  • มีส่วนช่วยในการเผาผลาญโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน เพื่อนำไปใช้ในกระบวนการต่าง ๆ ของร่างกาย
  • มีความสำคัญต่อการทำงานของระบบประสาท การสร้างสารสื่อประสาท และการสร้างฮีโมโกลบิน
  • วิตามินบี 6 มีส่วนสนับสนุนระบบภูมิคุ้มกัน และมีความสำคัญต่อพัฒนาการของทารกในช่วงตั้งครรภ์
  • แหล่งวิตามินบี 6 พบได้ในเนื้อสัตว์ ปลา ตับ มันฝรั่ง กล้วย ถั่ว เมล็ดพืช และธัญพืชเสริมวิตามิน
  • Vitamin B6 ยังพบได้ในอาหารเสริมทั้งแบบวิตามินบี 6 เดี่ยว วิตามินบีรวม และวิตามินรวม
  • ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ควรได้รับวิตามินบี 6 ประมาณ 1.3 – 1.7 มิลลิกรัมต่อวัน ขึ้นอยู่กับอายุและเพศ
  • การขาดวิตามินบี 6 อาจเกี่ยวข้องกับอาการอ่อนเพลีย โลหิตจาง มุมปากอักเสบ ลิ้นอักเสบ และภูมิคุ้มกันทำงานลดลง
  • การได้รับ Vitamin B6 จากอาหารเสริมในปริมาณสูงต่อเนื่องอาจทำให้เกิดความผิดปกติของเส้นประสาทส่วนปลาย เช่น ชา เสียวแปลบ หรือแสบร้อนบริเวณมือและเท้า

Vitamin B6 เป็นวิตามินที่ร่างกายต้องใช้ในหลายกระบวนการสำคัญ ทั้งการเปลี่ยนสารอาหารให้เป็นพลังงาน การทำงานของระบบประสาท และการสร้างเม็ดเลือดแดง หากร่างกายได้รับไม่เพียงพออาจส่งผลต่อสุขภาพได้ Vincent Clinic Aesthetic จะพาไปรู้จักว่า Vitamin B6 คืออะไร วิตามินบี6 ช่วยอะไรบ้าง และหากขาดวิตามินบี 6 จะส่งผลอย่างไร

Vitamin B6 คืออะไร

Vitamin B6 คือ วิตามินบี ที่ละลายในน้ำ โดยมีหลายรูปแบบ เช่น Pyridoxine, Pyridoxal และ Pyridoxamine มีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของเอนไซม์ การเผาผลาญสารอาหาร การนำสารอาหารไปใช้เป็นพลังงาน และการสร้างสารสำคัญที่จำเป็นต่อการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย 

Vitamin B6 มีอะไรบ้าง

Vitamin B6 มีอยู่หลายรูปแบบที่สามารถเปลี่ยนไปมาภายในร่างกาย รูปแบบสำคัญมีดังนี้ 

  • Pyridoxine เป็นรูปแบบที่พบได้บ่อยในอาหารจากพืชและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
  • Pyridoxal เป็นหนึ่งในรูปแบบธรรมชาติของวิตามินบี 6 ที่ร่างกายสามารถนำไปเปลี่ยนเป็นรูปแบบที่ออกฤทธิ์ได้
  • Pyridoxamine เป็นรูปแบบของวิตามินบี 6 ที่พบได้ในอาหารบางชนิด โดยเฉพาะอาหารจากสัตว์
  • Pyridoxal Phosphate หรือ PLP (Pyridoxal 5′-Phosphate) เป็นหนึ่งในรูปแบบโคเอนไซม์ที่ออกฤทธิ์ของวิตามินบี 6 มีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของเอนไซม์และกระบวนการเผาผลาญสารอาหารในร่างกาย 

วิตามินบี 6 ช่วยอะไรบ้าง

วิตามินบี 6 ช่วยอะไร

วิตามิน B6 มีบทบาทต่อกระบวนการทำงานหลายด้านของร่างกาย โดยเฉพาะการเผาผลาญสารอาหาร ระบบประสาท และการสร้างเซลล์เม็ดเลือด โดยมีประโยชน์สำคัญ ดังนี้

  • ช่วยในการเผาผลาญสารอาหาร มีส่วนช่วยให้ร่างกายนำโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมันไปใช้ในกระบวนการต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม
  • ช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบประสาทและสมอง มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างสารสื่อประสาทที่จำเป็นต่อการทำงานของสมองและระบบประสาท
  • ช่วยในการสร้างฮีโมโกลบิน ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของเม็ดเลือดแดงที่ทำหน้าที่นำออกซิเจนไปยังเนื้อเยื่อต่าง ๆ
  • ช่วยสนับสนุนระบบภูมิคุ้มกัน โดยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำงานของเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกัน
  • มีส่วนช่วยควบคุมระดับโฮโมซิสเทอีน ผ่านกระบวนการเผาผลาญกรดอะมิโนภายในร่างกาย
  • มีความสำคัญในช่วงตั้งครรภ์ เนื่องจากวิตามินบี 6 มีส่วนเกี่ยวข้องกับพัฒนาการของสมองและระบบประสาทของทารก
  • อาจช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้และอาเจียนในหญิงตั้งครรภ์ โดยวิตามินบี 6 เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ใช้สำหรับอาการแพ้ท้อง แต่การรับประทานในรูปแบบอาหารเสริมควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์

วิตามินบี 6 ได้จากอะไรบ้าง

ร่างกายสามารถได้รับวิตามินb 6 จากอาหารในชีวิตประจำวัน รวมถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและการให้วิตามินทางหลอดเลือดดำในบางกรณี โดยแต่ละวิธีเหมาะกับความต้องการที่แตกต่างกัน ดังนี้ 

อาหารที่มีวิตามินบี 6

วิตามินบี 6 เป็น วิตามิน ที่พบได้ทั้งในอาหารจากสัตว์และพืช จึงสามารถได้รับจากการรับประทานอาหารในชีวิตประจำวัน หากเลือกรับประทานอาหารให้หลากหลายและครบถ้วน ก็สามารถช่วยให้ร่างกายได้รับวิตามินบี 6 ในปริมาณที่เพียงพอ โดยแหล่งอาหารที่พบวิตามินบี 6 ได้บ่อยมีดังนี้ 

  • เนื้อไก่และเนื้อสัตว์ เป็นแหล่งวิตามินบี 6 ที่ร่างกายสามารถได้รับจากมื้ออาหารทั่วไป
  • ปลา เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า และปลาบางชนิด
  • ตับและเครื่องในสัตว์ มีวิตามินบี 6 รวมถึงวิตามินและแร่ธาตุชนิดอื่น
  • มันฝรั่งและผักที่มีแป้ง เป็นหนึ่งในแหล่งวิตามินบี 6 จากพืช
  • กล้วย เป็นผลไม้ที่มีวิตามินบี 6 และรับประทานได้ง่าย
  • ถั่วและเมล็ดพืช เช่น ถั่วลูกไก่ ถั่วบางชนิด และเมล็ดธัญพืช
  • ธัญพืชเสริมวิตามิน อาจมีการเติมวิตามินบี 6 และวิตามินบีชนิดอื่นเพิ่มเติม

อาหารเสริม Vitamin B6

Vitamin B6 สามารถพบได้ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหลายรูปแบบ ทั้งแบบวิตามินบี 6 เดี่ยว วิตามินบีรวม หรือ Vitamin B Complex รวมถึงวิตามินรวมที่มีวิตามินบี 6 เป็นหนึ่งในส่วนประกอบ ปริมาณของวิตามินบี 6 ในแต่ละผลิตภัณฑ์อาจแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากและเลือกปริมาณให้เหมาะสม โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการรับประทานต่อเนื่องหรือรับประทานร่วมกับอาหารเสริมชนิดอื่น

ดริปวิตามินที่มี Vitamin B6

Vitamin B6 อาจเป็นหนึ่งในส่วนประกอบของสูตรดริปวิตามินหรือ IV Drip ร่วมกับวิตามินและสารอาหารชนิดอื่น โดยเป็นการให้สารอาหารเข้าสู่ร่างกายผ่านทางหลอดเลือดดำโดยตรง สูตรและปริมาณที่ใช้จะแตกต่างกันตามวัตถุประสงค์และภาวะสุขภาพของแต่ละคน จึงควรได้รับการประเมินและดูแลโดยแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ก่อนรับบริการ

ขาดวิตามินบี 6 เป็นอะไรไหม

หากร่างกายได้รับวิตามินบี 6 ไม่เพียงพอ อาจส่งผลต่อการสร้างเม็ดเลือด ระบบประสาท และภูมิคุ้มกัน โดยอาการที่อาจเกิดขึ้นได้หากขาดวิตามินบี 6 มีดังนี้

  • อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย จากความผิดปกติของการสร้างเม็ดเลือดแดง
  • โลหิตจาง เนื่องจากวิตามินบี 6 มีส่วนช่วยในการสร้างฮีโมโกลบิน
  • ริมฝีปากแห้ง แตก หรือมุมปากอักเสบ
  • ลิ้นบวม แดง หรือเจ็บลิ้น
  • ผิวหนังอักเสบหรือมีผื่น โดยเฉพาะบริเวณใบหน้าและหนังศีรษะ
  • ชาปลายมือปลายเท้า หรือรู้สึกเสียวซ่า จากผลกระทบต่อการทำงานของระบบประสาท
  • อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิด หรือสับสน ในกรณีที่ขาดวิตามินบี 6 มาก
  • ภูมิคุ้มกันทำงานลดลง ทำให้ร่างกายตอบสนองต่อการติดเชื้อได้ไม่ดีเท่าที่ควร

วิตามินบี 6 ควรได้รับวันละเท่าไหร่

ควรได้รับ Vitamin B6 วันละเท่าไหร่

ปริมาณ Vitamin B6 ที่ควรได้รับในแต่ละวันจะแตกต่างกันตามอายุ เพศ และช่วงวัย โดยปริมาณที่แนะนำสำหรับผู้ใหญ่และกลุ่มที่มีความต้องการเพิ่มขึ้น มีดังนี้

  • ผู้ใหญ่อายุ 19 – 50 ปี 1.3 มิลลิกรัมต่อวัน
  • ผู้ชายอายุ 51 ปีขึ้นไป 1.7 มิลลิกรัมต่อวัน
  • ผู้หญิงอายุ 51 ปีขึ้นไป 1.5 มิลลิกรัมต่อวัน
  • หญิงตั้งครรภ์ 1.9 มิลลิกรัมต่อวัน
  • หญิงให้นมบุตร 2.0 มิลลิกรัมต่อวัน

กิน Vitamin B6 มากเกินไปมีผลข้างเคียงไหม

การได้รับ Vitamin B6 จากอาหารในปริมาณปกติมักไม่ก่อให้เกิดปัญหาต่อร่างกาย แต่การรับประทานอาหารเสริม Vitamin B6 ในปริมาณสูงและต่อเนื่องเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดอาการต่าง ๆ ได้ ดังนี้

  • เสียวแปลบหรือเหมือนเข็มทิ่ม อาจรู้สึกเหมือนมีเข็มจิ้ม ไฟช็อต หรือยิบ ๆ บริเวณปลายมือปลายเท้า ซึ่งเป็นอาการที่สัมพันธ์กับการระคายเคืองหรือความผิดปกติของเส้นประสาทส่วนปลาย
  • แสบร้อนบริเวณมือและเท้า อาจมีความรู้สึกร้อนหรือแสบร้อนทั้งที่ผิวหนังไม่ได้สัมผัสสิ่งที่มีความร้อน และบางรายอาจรู้สึกไม่สบายจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน
  • มีอาการชาหรือความรู้สึกลดลง อาจรู้สึกว่ามือหรือเท้าชา รับสัมผัสได้ลดลง หรือรู้สึกไม่เหมือนเดิม ซึ่งอาจเกิดขึ้นต่อเนื่องหากยังได้รับวิตามินบี 6 มากเกินไป
  • มีปัญหาจากความผิดปกติของเส้นประสาทบริเวณอื่น ในบางกรณีอาจกระทบเส้นประสาทที่ควบคุมอวัยวะภายใน เช่น กระเพาะปัสสาวะ ทำให้เกิดความผิดปกติในการขับถ่ายได้
  • เส้นประสาทส่วนปลายเสียหายมากขึ้น หากได้รับวิตามินบี 6 ในปริมาณสูงต่อเนื่องเป็นเวลานานและไม่ได้รับการประเมิน อาการอาจรุนแรงขึ้นหรือใช้เวลานานในการฟื้นตัว

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Vitamin B6 (FAQ)

Q: วิตามินบี 6 กินตอนไหน
A: วิตามินบี 6 สามารถรับประทานได้ทั้งตอนเช้าหรือระหว่างวัน โดยกินพร้อมอาหารหรือหลังอาหารก็ได้ หากรับประทานแล้วรู้สึกคลื่นไส้หรือระคายเคืองกระเพาะ ควรกินพร้อมมื้ออาหารเพื่อช่วยลดอาการไม่สบายท้อง 

Q: วิตามินบี 6 กินทุกวันได้ไหม
A: วิตามินบี 6 สามารถกินได้ทุกวัน หากได้รับในปริมาณที่เหมาะสม แต่ไม่ควรรับประทานอาหารเสริมขนาดสูงต่อเนื่อง เพราะอาจส่งผลต่อระบบประสาทได้ 

Q: ยาวิตามินบี 6 มีไว้ทำอะไร
A: ยาวิตามินบี 6 ใช้ป้องกันหรือรักษาภาวะขาดวิตามินบี 6 และอาจใช้ในบางกรณีตามคำแนะนำของแพทย์ 

Q: Vitamin B6 กับ B1 และ B12 ต่างกันอย่างไร
A: Vitamin B1 ช่วยเปลี่ยนอาหารเป็นพลังงานและดูแลระบบประสาท ส่วน B6 ช่วยการเผาผลาญและสร้างสารสื่อประสาท ขณะที่ B12 ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดงและ DNA 

สรุป 

Vitamin B6 เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ มีบทบาทต่อการเผาผลาญสารอาหาร การทำงานของระบบประสาท การสร้างเม็ดเลือดแดง และระบบภูมิคุ้มกัน สามารถได้รับจากอาหาร อาหารเสริม และการดริปวิตามินในบางกรณี สำหรับผู้ที่สนใจดูแลร่างกายด้วยวิตามิน สามารถเข้ามาปรึกษาที่ Vincent Clinic Aesthetic เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ประเมินและแนะนำสูตรดริปวิตามินที่เหมาะกับแต่ละบุคคล