Revitalise คืออะไร ช่วยเรื่องอะไร ต่างจากร้อยไหมยกกระชับอย่างไร

ทีมแพทย์ Vincent Clinic
แชร์ :
Revitalise คืออะไร

Key Takeaways

  • Revitalise คือ สารกระตุ้นคอลลาเจนแบบแข็ง (Solid Biostimulator) ในรูปแบบเส้นไหม P(LA-CL) ที่สามารถสลายได้ตามธรรมชาติ
  • หลังทำ Revitalise จะสามารถช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ 2 ชนิด ได้แก่ Collagen Type I และ Type III 
  • Definisse Revitalise ผลิตโดยบริษัท Relife ประเทศอิตาลี นำเข้าและจัดจำหน่ายโดยบริษัท A.Menarini (Thailand)
  • ไหม Revitalise เน้นกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เพื่อช่วยให้ผิวที่เริ่มหลวม ขาดความยืดหยุ่น หรือมีริ้วรอยเล็ก ๆ ค่อย ๆ ดูแน่นและกระชับขึ้น 
  • Revitalise แตกต่างจากไหมยกกระชับทั่วไป เพราะเน้นฟื้นฟูคุณภาพผิวผ่านการสร้างคอลลาเจน ไม่สามารถดึงยกกระชับให้เห็นผลชัดทันทีเหมือนไหมยกกระชับ
  • ผลลัพธ์จากการกระตุ้นคอลลาเจนของ Revitalise ต้องใช้เวลาประมาณ 1 – 3 เดือนหลังทำ และผลลัพธ์อาจอยู่ได้นานถึงประมาณ 18 เดือน ขึ้นอยู่กับแต่ละคน

Revitalise เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูดูแลผิว สำหรับใครที่ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับหัตถการนี้ Vincent Clinic Aesthetic ได้รวบรวมรายละเอียดสำคัญที่ควรรู้ ไม่ว่าจะเป็น Revitalise คืออะไร ช่วยเรื่องอะไรบ้าง เหมาะกับใคร มีกระบวนการทำงานอย่างไร กี่วันเห็นผล ต่างจากร้อยไหมทั่วไปอย่างไร ราคาเท่าไหร่ หาคำตอบได้ในบทความนี้

Revitalise คืออะไร

Revitalise คือ สารกระตุ้นคอลลาเจน แบบแข็ง (Solid Biostimulator) ที่มาในรูปแบบของเส้นใย P(LA-CL) สามารถสลายได้เมื่อเข้าสู่ร่างกาย มีจุดเด่นที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนแบบ High-Precision Biostimulator ซึ่งจะกระตุ้นคอลลาเจนได้อย่างแม่นยำ โดยแพทย์สามารถกำหนดแนวและตำแหน่งการวางเส้นไหมใต้ผิวให้ตรงกับบริเวณที่ต้องการฟื้นฟู เมื่อวางเส้นไหมแล้วเนื้อเยื่อบริเวณรอบเส้นไหมจะค่อย ๆ ตอบสนองและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวดูแน่น เรียบเนียน และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดย Revitalise ผลิตโดยบริษัท Relife ประเทศอิตาลี นำเข้าและจัดจำหน่ายในประเทศไทยโดยบริษัท A.Menarini (Thailand) 

Definisse Revitalise ทำงานอย่างไร

Revitalise เป็นเส้นใยสังเคราะห์ที่มีขนาด 5 เซนติเมตร มาพร้อมกับเข็มปลายทู่ (Cannula) ที่มีขนาด 40 mm 29G เมื่อแพทย์วางเส้นไหม Revitalise ลงในชั้นผิวจากนั้น P(LA-CL) จะกระตุ้นการตอบสนองของเนื้อเยื่อและการทำงานของ Fibroblast ซึ่งเป็นเซลล์ที่มีหน้าที่สร้างคอลลาเจน ทำให้ร่างกายค่อย ๆ สร้าง Collagen Type I และ Type III เพิ่มขึ้น โดย Type I จะเกี่ยวข้องกับความแข็งแรงของโครงสร้างผิว ส่วน Type III มีบทบาทต่อความยืดหยุ่นและการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ เมื่อคอลลาเจนเพิ่มขึ้นตามเวลา ผิวบริเวณที่ทำจึงดูแน่นและกระชับขึ้น

Revitalise ช่วยอะไรบ้าง

Revitalise ช่วยอะไรบ้าง

ไหม Revitalise มีคุณสมบัติเด่นในเรื่องของการกระตุ้นคอลลาเจนได้อย่างแม่นยำ และกระตุ้นได้มากถึง 2 ชนิด จึงช่วยฟื้นฟูผิวจากภายในและแก้ปัญหาได้หลากหลาย ดังนี้

ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิว กระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวที่เริ่มบางหรือหลวมค่อย ๆ ดูแน่นขึ้น

  • ช่วยกระตุ้น Collagen Type I และ III ส่งเสริมความแข็งแรง ความยืดหยุ่น และการฟื้นฟูคุณภาพผิว
  • ช่วยดูแลปัญหาผิวหลวม เหมาะกับผู้ที่ผิวเริ่มขาดความแน่นจากคอลลาเจนที่ลดลง
  • ช่วยให้ผิวดูกระชับขึ้นเล็กน้อย เมื่อคอลลาเจนเพิ่มขึ้น ผิวที่หย่อนคล้อยไม่มากอาจดูแน่นขึ้น 
  • ช่วยให้ริ้วรอยเล็ก ๆ ดูจางลง จากการฟื้นฟูคุณภาพผิวและความยืดหยุ่นอย่างค่อยเป็นค่อยไป

Revitalise เหมาะกับใครและไม่เหมาะกับใคร

แม้ว่า Definisse Revitalise จะช่วยแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยและฟื้นฟูผิวจากภายในด้วยการกระตุ้นคอลลาเจนได้ แต่ก็มีทั้งกลุ่มคนที่ทำได้และกลุ่มคนที่ไม่ควรทำ ดังนี้

ใครเหมาะกับ Revitalise

  • คนที่อายุน้อยหรือเริ่มมีปัญหาผิวไม่แน่น ผิวหย่อนคล้อย ขาดความยืดหยุ่น ในระยะแรกที่ปัญหายังไม่มาก
  • คนที่อายุเพิ่มขึ้นและเริ่มมีปัญหาผิวหลวม ไม่แน่น ขาดความยืดหยุ่น หรือมีริ้วรอยจากคอลลาเจนในผิวที่ลดลง
  • คนที่ลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วจนผิวเริ่มหลวม ขาดความกระชับ และต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวด้วยการกระตุ้นคอลลาเจน
  • คนที่ต้องการพยุงโครงสร้างผิว ปรับคุณภาพผิวให้ดีขึ้น และเสริมให้สุขภาพผิวแข็งแรง
  • คนที่มีปัญหาผิวเหี่ยว มีริ้วรอย ต้องการปรับให้ผิวเรียบเนียนและเต่งตึงมากขึ้น
  • คนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อย ต้องการให้ผิวดูแน่นขึ้นโดยไม่เน้นการดึงยกหรือเปลี่ยนรูปหน้า

ใครไม่เหมาะกับ Revitalise

  • คนที่ต้องการดึงยกแก้มหย่อนคล้อยมาก ยกกรอบหน้า หรือปรับรูปหน้าให้เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนทันที
  • คนที่เป็นโรคผิวหนัง มีแผลเปิด ผิวติดเชื้อ อักเสบ เป็นหนอง หรือผิวระคายเคืองรุนแรง ควรรักษาให้หายก่อนทำหัตถการ
  • คนที่เป็นโรคเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด ภาวะเลือดออกง่าย หรือต้องกินยาละลายลิ่มเลือด ควรแจ้งแพทย์ทุกครั้ง
  • คนที่มีประวัติแพ้วัสดุที่ใช้ผลิตเส้นไหมหรือวัสดุที่ใช้กระตุ้นคอลลาเจน ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนทำทุกครั้ง
  • ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบก่อนทำ
  • คนที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือมีโรคประจำตัวบางอย่างที่ยังควบคุมอาการไม่ได้
  • คนที่ต้องการผลลัพธ์คงอยู่ถาวรหรือต้องการเห็นผลลัพธ์หลังทำทันที

Revitalise ทำบริเวณไหนได้บ้าง ใช้กี่ Line

สำหรับการทำ Definisse Revitalise สามารถทำได้หลายตำแหน่ง ขึ้นอยู่กับแพทย์เป็นผู้ประเมินปัญหาและวางแผนการรักษาให้เหมาะสม โดยมีจุดที่ทำได้และจำนวนไลน์ที่ใช้ต่างกัน ดังนี้

  • หน้าผาก ลดเลือนริ้วรอยและรอยพับ ใช้เส้นไหมประมาณ 3 – 5 ไลน์
  • ขมับ ฟื้นฟูความแน่น เพิ่มคอลลาเจนของผิวบริเวณขมับ ใช้เส้นไหมประมาณ 6 – 10 ไลน์
  • แก้มด้านข้าง ช่วยดูแลผิวที่เริ่มหลวม ขาดความยืดหยุ่น ให้ค่อย ๆ ดูแน่นและกระชับขึ้น ใช้เส้นไหมประมาณ 6 – 10 ไลน์
  • หน้าแก้ม ช่วยให้วอลลุ่มผิวหน้าแก้มเต็มขึ้น ร่องแก้มตื้นขึ้น ใช้เส้นไหมประมาณ 6 – 10 ไลน์
  • กรอบหน้า ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนบริเวณแนวกรอบหน้า ให้ผิวที่เริ่มหลวมดูแน่นขึ้น ใช้เส้นไหมประมาณ 6 – 10 ไลน์ 
  • รอบริมฝีปาก ช่วยลดร่องน้ำหมาก ริ้วรอยเล็ก ๆ ใช้เส้นไหมประมาณ 4 – 8 ไลน์
  • เหนียงหรือใต้คาง ช่วยฟื้นฟูความแน่นของผิวใต้คางที่เริ่มหย่อนคล้อย ใช้เส้นไหมประมาณ 6 – 10 ไลน์
  • ลำคอ ลดริ้วรอย ความเหี่ยวย่น ลดรอยพับ ทำให้ผิวคอกระชับ ใช้เส้นไหมประมาณ 6 – 10 ไลน์

Definisse Revitalise กี่วันเห็นผล อยู่ได้นานแค่ไหน

หลังร้อยไหม Revitalise หลังทำร่างกายจะค่อย ๆ กระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวเริ่มดูแน่น เรียบเนียน และมีความยืดหยุ่นมากขึ้นในช่วงประมาณ 1 – 3 เดือน และผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 18 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ จำนวนเส้นไหม และการตอบสนองของแต่ละคน

Revitalise ต่างจากการร้อยไหมยกกระชับอย่างไร

Revitalise ต่างจากการร้อยไหมยกกระชับอย่างไร

สำหรับ Revitalise เป็น Solid Biostimulator ใช้เทคนิคการวางเส้นไหมลงไปในชั้นผิวคล้ายกับการร้อยไหมคอลลาเจน เน้นฟื้นฟูคุณภาพผิว พยุงโครงสร้างผิวให้แข็งแรง กระตุ้นคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้ผิวดูแน่น เฟิร์ม กระชับ และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ซึ่งแตกต่างกับการร้อยไหมยกกระชับหน้า ตรงที่เน้นดึงชั้นผิวที่หย่อนคล้อยให้ยกขึ้นมาในตำแหน่งที่เหมาะสม เห็นผลลัพธ์จากการยกกระชับและปรับรูปหน้าได้ชัดเจนกว่า 

Revitalise ต่างจาก Biostimulator แบบฉีดอย่างไร

ความแตกต่างระหว่าง Revitalise Definisse กับ Biostimulator แบบฉีด มีด้วยกันหลายจุด ซึ่งต่างก็เป็นทั้งข้อดีและข้อจำกัดของทั้งสองหัตถการ โดยที่ Revitalise เป็น Solid Biostimulator ที่ผลิตจากวัสดุ P(LA-CL) เป็นแบบเดียวกับ ไหมคอลลาเจน เมื่อร้อยเส้นไหมเข้าไปใต้ชั้นผิวจะค่อย ๆ กระตุ้นคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง และเจ็บน้อย

ในส่วนของ Biostimulator แบบฉีด เช่น Sculptra, Radiesse, Juvelook และ ELLANSÉ จะเป็นการใช้สารน้ำที่มีส่วนผสมของสารกระตุ้นคอลลาเจน ซึ่งแตกต่างกันออกไปตามสูตรเฉพาะของแต่ละยี่ห้อ ไม่สามารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันทีหลังทำ ต้องรอจนกว่าตัวยาจะค่อย ๆ ออกฤทธิ์กระตุ้นคอลลาเจนอย่างต่อเนื่องในระยะยาว และจะค่อนข้างเจ็บเนื่องจากต้องฉีดยาชาแล้วฉีดสารกระตุ้นคอลลาเจนลงในในชั้นผิว

Revitalise ราคาเท่าไหร่

สำหรับ Revitalise ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 2,000 บาทต่อ 1 เส้น ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ทำ ระดับความหย่อนคล้อย ปัญหาที่ต้องการแก้ไข เทคนิคที่ใช้ ประสบการณ์ของแพทย์ และโปรโมชั่นของแต่ละคลินิกที่แตกต่างกัน แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนมากที่สุด

หลังทำ Revitalise มีผลข้างเคียงไหม ดูแลอย่างไร

ผลข้างเคียงหลังทำ Definisse Revitalise ที่สามารถพบได้เป็นปกติ เช่น บวมแดง รอยเขียวช้ำ ปวดตึง เจ็บเล็กน้อย ซึ่งจะค่อย ๆ หายไปได้เองตามความเร็วในการฟื้นตัวของแต่ละคนที่ไม่เท่ากัน โดยสามารถดูแลตัวเองหลังทำได้ดังนี้

  • แนะนำให้ประคบเย็นอย่างเบามือเพื่อลดอาการบวมแดงให้ยุบไวขึ้น
  • หากมีอาการปวดตึงหรือเจ็บบริเวณที่ทำ สามารถกินยาแก้ปวดได้ตามที่แพทย์สั่ง
  • หลีกเลี่ยงการถู ขัด คลึง หรือกดแรง ๆ บริเวณที่ทำประมาณ 5 – 7 วันหลังทำ
  • งดการแสดงสีหน้าเยอะ ๆ หรือขยับหน้ามากเกินไป ประมาณ 1 สัปดาห์
  • หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่ต้องเผชิญกับความร้อนสูง เช่น เข้าซาวน่า อบไอน้ำ และแช่น้ำร้อน ในช่วงประมาณ 1 – 2 สัปดาห์แรก
  • ในช่วง 24 ชั่วโมง แนะนำให้งดแต่งหน้าเพื่อลดความเสี่ยงของการติดเชื้อจากรูเข็มที่ยังปิดไม่สนิท
  • งดนวดและทำทรีตเมนต์หน้า ประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ เพื่อหลีกเลี่ยงการกดทับเส้นไหมจนทำให้เกิดการเคลื่อนตำแหน่ง
  • หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่ต้องออกแรงเยอะหรือออกกำลังกายหนักในช่วงแรกที่ผลลัพธ์ยังไม่เข้าที่ หรือตามระยะเวลาที่แพทย์แนะนำ 
  • หากมีอาการปวดรุนแรง บวมแดงผิดปกติ หรือมีหนองออกมาจากรูเข็มร้อยไหม ควรรีบพบแพทย์ทันที

วิธีเช็ก Revitalise ของแท้

ก่อนทำ Definisse Revitalise ควรตรวจสอบรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ให้มั่นใจว่าเป็นของแท้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลข้างเคียงร้ายแรงหรือปัญหาตามมาในระยะยาว โดยสามารถตรวจสอบได้ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้

  • ตรวจสอบบรรจุภัณฑ์จะต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ พร้อมใช้งาน ไม่มีร่องรอยการเปิดหรือชำรุด
  • แพทย์จะต้องแกะกล่องและเตรียมไหม Revitalise ต่อหน้าคนไข้เท่านั้น
  • เช็กเลข Lot วันหมดอายุ และเลขใบอนุญาต อย. จะต้องมีรายละเอียดเหล่านี้อย่างครบถ้วน 
  • สามารถตรวจสอบรายละเอียดผลิตภัณฑ์และคลินิกที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของแท้ กับทางบริษัท เอ. เมนารินี (ประเทศไทย) โทร. 02-696-8500

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Revitalise (FAQ)

เนื่องจาก Revitalise เป็น Solid Biostimulator อาจทำให้หลายคนเกิดความสับสนหรือไม่เข้าใจในบางประเด็น ในหัวข้อนี้จึงได้รวบรวมรายละเอียดสำคัญและคำถามที่พบบ่อยมาไว้ให้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจก่อนทำ ดังนี้

Q: Revitalise มาจากประเทศอะไร
A: สำหรับ Revitalise Definisse เป็นสารกระตุ้นคอลลาเจนรูปแบบของแข็งหรือเส้นไหม ผลิตโดยบริษัท Relife ประเทศอิตาลี บริษัทเวชสำอางและนวัตกรรมด้านผิวหนัง (Dermatology and Aesthetic Medicine) ในเครือของบริษัท A.Menarini Group 

Q: หลังทำ Revitalise ต้องนวดหรือไม่
A: หลังทำ Revitalise ไม่แนะนำให้นวดหรือกดคลึงบริเวณที่วางเส้นไหมด้วยตัวเองในช่วงแรก เพราะอาจกระทบตำแหน่งของเส้นไหม

Q: ตอนทำ Definisse Revitalise เจ็บไหม
A: ระหว่างทำ Revitalise อาจรู้สึกเจ็บได้บ้างเล็กน้อย หรือบางรายอาจจะไม่เจ็บเลย เพราะก่อนทำจะมีการทายาชาทิ้งไว้เพื่อระงับความเจ็บให้น้อยลง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละคนที่ตอบสนองต่อความเจ็บแตกต่างกัน

Q: Revitalise กับ Sculptra ต่างกันอย่างไร
A: Revitalise และ Sculptra เป็นผลิตภัณฑ์ที่เน้นกระตุ้นคอลลาเจนเหมือนกัน แต่ต่างกันที่รูปแบบ โดย Revitalise เป็นไหม P(LA-CL) ที่วางในชั้นผิวเพื่อกระตุ้นคอลลาเจนเฉพาะตำแหน่ง ส่วน Sculptra เป็นสารฉีดกลุ่ม PLLA ที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนในบริเวณที่รักษา ทั้งสองวิธีต้องใช้เวลาในการเห็นผลด้านคอลลาเจนอย่างค่อยเป็นค่อยไป

Q: ทำ Definisse Revitalise ถือเป็นการร้อยไหม
A: หัตถการ Revitalise นับเป็นการร้อยไหมประเภทหนึ่ง แต่ไม่ได้เน้นที่การยกกระชับหรือปรับรูปหน้าแบบไหมยกกระชับโดยเฉพาะ แต่จะเน้นที่การกระตุ้นคอลลาเจน ปรับคุณภาพผิว เพิ่มความยืดหยุ่น และทำให้ผิวเฟิร์มกระชับ

สรุป

Revitalise เป็นไหมกระตุ้นคอลลาเจนชนิด Solid Biostimulator ผลิตจากวัสดุ P(LA-CL) สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ มีคุณสมบัติในการช่วยพยุงโครงสร้างผิวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง ปรับผิวเรียบเนียน เฟิร์มกระชับ มีความยืดหยุ่น และทำให้คุณภาพผิวดีขึ้นตามไปด้วย สำหรับใครที่อยากดูแลผิวให้กลับเรียบเนียนเต่งตึง แก้ปัญหาความหย่อนคล้อย ทำให้ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์ แนะนำให้เข้ามาปรึกษากับทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์ของ Vincent Clinic Aesthetic เพื่อรับการประเมินปัญหา วิเคราะห์สภาพผิว เลือกวิธีดูแลผิวที่เหมาะสม และออกแบบการรักษาเฉพาะรายบุคคล