วิตามินบี 1 คืออะไร ช่วยอะไรได้บ้าง และวิตามินบี 1 ควรกินตอนไหน

ทีมแพทย์ Vincent Clinic
แชร์ :
วิตามินบี 1

Key Takeaways

  • วิตามินบี 1 หรือไทอามีน เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำและอยู่ในกลุ่มวิตามินบีรวม
  • วิตามินบี 1 มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตและสารอาหารให้เป็นพลังงาน
  • มีส่วนช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบประสาท สมอง กล้ามเนื้อ และหัวใจ
  • ร่างกายเก็บสะสมวิตามินบี 1 ได้ในปริมาณจำกัด จึงควรได้รับจากอาหารอย่างสม่ำเสมอ
  • แหล่งวิตามินบี 1 ได้แก่ เนื้อหมู ปลา ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่ว เมล็ดพืช ไข่ และผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง
  • วิตามินบี 1 มีทั้งในรูปแบบอาหารเสริมชนิดเดี่ยวและวิตามินบีรวม
  • ผู้ที่ขาดวิตามินบี 1 อาจมีอาการอ่อนเพลีย ชาปลายมือปลายเท้า กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือเดินเซหรือทรงตัวลำบาก
  • การขาดวิตามินบี 1 รุนแรงอาจทำให้เกิดโรคเหน็บชาและส่งผลต่อระบบประสาทหรือหัวใจได้
  • ผู้ใหญ่ควรได้รับวิตามินบี 1 ประมาณ 1.1 – 1.2 มิลลิกรัมต่อวัน
  • ผู้ที่ขาดวิตามินบี 1 หรือมีปัญหาการดูดซึม อาจได้รับวิตามินเพิ่มเติมด้วยยา การฉีด หรือการดริปวิตามินตามการประเมินของแพทย์

วิตามินบี 1 เป็นวิตามินที่มีส่วนสำคัญต่อการเปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงาน รวมถึงช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ หากร่างกายได้รับไม่เพียงพออาจทำให้เกิดอาการผิดปกติได้ Vincent Clinic Aesthetic จะพาไปทำความรู้จักว่าวิตามินบี 1 คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร พบได้จากอาหารอะไรบ้าง และควรกินอย่างไรให้เหมาะสม

วิตามินบี 1 คืออะไร

วิตามินบี 1 (Vitamin B1) หรือไทอามีน (Thiamine) เป็นหนึ่งในกลุ่ม วิตามินบี ซึ่งสามารถละลายในน้ำ มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตเป็นพลังงาน และช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบประสาท สมอง กล้ามเนื้อ และหัวใจ เนื่องจากร่างกายสามารถเก็บสะสมวิตามินบี 1 ไว้ได้ในปริมาณจำกัด จึงควรได้รับจากอาหารอย่างสม่ำเสมอ 

วิตามินบี 1 ช่วยอะไรบ้าง

วิตามินบี 1 ช่วยอะไรบ้าง

วิตามินบี 1 เป็นวิตามินที่มีส่วนสำคัญต่อการทำงานของร่างกาย โดยเฉพาะกระบวนการสร้างพลังงานและการทำงานของระบบประสาท หากได้รับในปริมาณที่เพียงพอจะช่วยให้ร่างกายทำงานได้ตามปกติ ซึ่งสรรพคุณและประโยชน์ของวิตามินบี 1 มีดังนี้ 

  • ช่วยเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตและสารอาหารให้เป็นพลังงานที่ร่างกายนำไปใช้
  • ช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบประสาทและการส่งสัญญาณระหว่างสมองกับส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
  • ช่วยสนับสนุนการทำงานของกล้ามเนื้อและหัวใจให้เป็นปกติ
  • ช่วยป้องกันภาวะขาดวิตามินบี 1 ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการเหน็บชา ชาปลายมือปลายเท้า กล้ามเนื้ออ่อนแรง และอ่อนเพลีย
  • มีส่วนสำคัญในการเปลี่ยนสารอาหารให้เป็นพลังงาน เพื่อให้เซลล์นำไปสร้างพลังงานในรูป ATP (อะดีโนซีนไตรฟอสเฟต) ซึ่งใช้ในการทำงานของระบบประสาท กล้ามเนื้อ และอวัยวะต่าง ๆ 

วิตามินบี 1 ได้มาจากอะไรบ้าง

วิตามินบี 1 สามารถได้รับจากอาหาร อาหารเสริม และการเสริมวิตามินทางการแพทย์ โดยวิธีที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับปริมาณที่ร่างกายต้องการและภาวะสุขภาพของแต่ละคน

อาหารที่มีวิตามินบี 1

อาหารหลายชนิดเป็นแหล่งของวิตามินบี 1 โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ ธัญพืช ถั่ว และเมล็ดพืช การเลือกรับประทานอาหารให้หลากหลายจึงช่วยให้ร่างกายได้รับวิตามินบี 1 อย่างเพียงพอ โดยอาหารที่มีวิตามินบี 1 มีดังนี้

  • เนื้อหมู โดยเฉพาะส่วนที่ไม่ติดมัน
  • ปลา เช่น ปลาแซลมอน และปลาเทราต์
  • ข้าวและธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ข้าวโอ๊ต และขนมปังโฮลวีต
  • ถั่วชนิดต่าง ๆ เช่น ถั่วดำ ถั่วแดง และถั่วลันเตา
  • เมล็ดพืช เช่น เมล็ดงา และเมล็ดทานตะวัน
  • ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง
  • ไข่และตับ
  • ยีสต์

วิตามินบี 1 จากอาหารเสริม

วิตามินบี 1 มีทั้งแบบชนิดเดี่ยวและแบบวิตามินบีรวม มักอยู่ในรูปแบบเม็ดหรือแคปซูล เหมาะสำหรับผู้ที่ได้รับวิตามินบี 1 จากอาหารไม่เพียงพอ ทั้งนี้ควรเลือกปริมาณให้เหมาะสมและรับประทานตามคำแนะนำบนฉลาก 

การเสริมวิตามินบี 1 ด้วยทางการแพทย์

การเสริมวิตามินบี 1 ทางการแพทย์สามารถทำได้หลายวิธี โดยหนึ่งในทางเลือกคือการดริปวิตามิน ผ่านทางหลอดเลือดดำ เหมาะกับผู้ที่ต้องการเสริมวิตามินบี 1 เร่งด่วน โดยในสูตรดริปวิตามินอาจมีวิตามินบี 1 ร่วมกับวิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารอื่น ๆ เพื่อช่วยสนับสนุนการสร้างพลังงาน การทำงานของระบบประสาท และการดูแลสุขภาพโดยรวม ทั้งนี้แพทย์จะเป็นผู้ประเมินความเหมาะสมของสูตร ปริมาณ และความจำเป็นในการเสริมวิตามินตามภาวะสุขภาพของแต่ละคน 

วิตามินบี 1 มีอาการอย่างไร

ขาดวิตามินบี 1 มีอาการอย่างไร

เมื่อร่างกายได้รับวิตามินบี 1 ไม่เพียงพอ อาจส่งผลต่อการทำงานของระบบประสาท กล้ามเนื้อ และระบบต่าง ๆ ในร่างกาย โดยอาการที่เกิดขึ้นอาจแตกต่างกันตามระดับการขาดวิตามิน ซึ่งอาการที่พบได้มีดังนี้ 

  • อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย หรือไม่มีแรง เนื่องจากร่างกายนำสารอาหารไปสร้างพลังงานได้ไม่เต็มที่
  • เบื่ออาหารหรือน้ำหนักลดลง อาจพบร่วมกับอาการอ่อนแรงหรือรู้สึกไม่อยากรับประทานอาหาร
  • ชาปลายมือ ปลายเท้า หรือรู้สึกเหมือนเข็มทิ่ม เป็นอาการที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบประสาท
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง โดยเฉพาะบริเวณขา อาจทำให้เดินหรือเคลื่อนไหวได้ไม่สะดวก
  • เดินเซหรือทรงตัวลำบาก อาจเกิดจากความผิดปกติของระบบประสาทและการควบคุมกล้ามเนื้อ
  • ใจสั่นหรือหัวใจเต้นเร็ว มักพบในผู้ที่ขาดวิตามินบี 1 มากขึ้นและส่งผลต่อการทำงานของหัวใจ
  • ขาหรือเท้าบวม สามารถพบได้ในกรณีที่ขาดรุนแรงและมีผลต่อระบบหัวใจและการไหลเวียนเลือด
  • สับสนหรือความจำลดลง อาจเกิดขึ้นได้เมื่อขาดวิตามินบี 1 อย่างรุนแรงและส่งผลต่อสมอง

Vitamin B1 ควรกินตอนไหน

Vitamin B1 สามารถรับประทานเวลาใดก็ได้ ทั้งก่อนหรือหลังอาหาร แต่หากรับประทานตอนท้องว่างแล้วรู้สึกคลื่นไส้หรือระคายเคืองกระเพาะอาหาร แนะนำให้รับประทานพร้อมมื้ออาหารหรือหลังอาหารทันที 

สำหรับผู้ใหญ่ปริมาณวิตามินบี 1 ที่แนะนำต่อวันอยู่ที่ประมาณ 1.2 มิลลิกรัมสำหรับผู้ชาย และ 1.1 มิลลิกรัมสำหรับผู้หญิง 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ วิตามินบี 1 (FAQ)

Q: ขาดวิตามินบี 1 เป็นโรคอะไร
A: การขาดวิตามินบี 1 อาจทำให้เกิดโรคเหน็บชา ส่งผลต่อระบบประสาท กล้ามเนื้อ และหัวใจ โดยหากขาดรุนแรงอาจกระทบต่อสมองได้ 

Q: ขาดวิตามินบี 1 ต้องกินอะไร
A: ควรเลือกอาหารที่มีวิตามินบี 1 เช่น เนื้อหมู ข้าวกล้อง ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่ว เมล็ดพืช และปลา หากขาดมากอาจต้องเสริมวิตามินตามคำแนะนำของแพทย์ 

Q: วิตามินบี 1 กินทุกวันได้ไหม
A: วิตามินบี 1 สามารถรับประทานได้ทุกวัน หากได้รับในปริมาณที่เหมาะสมตามความต้องการของร่างกายหรือคำแนะนำบนฉลาก แต่หากต้องใช้ในขนาดสูงต่อเนื่อง ควรปรึกษาแพทย์ก่อน 

Q: วิตามินบี 1 มีผลข้างเคียงไหม
A: วิตามินบี 1 ค่อนข้างปลอดภัยเมื่อได้รับในปริมาณที่เหมาะสม แต่บางคนอาจมีอาการคลื่นไส้ ปวดท้อง หรือแพ้ได้ โดยเฉพาะการฉีดวิตามิน ควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์ 

Q: วิตามินบี 1 กับวิตามินบีรวมต่างกันอย่างไร
A: วิตามินบี 1 เป็นวิตามินบีเพียงชนิดเดียว ส่วนวิตามินบีรวมประกอบด้วยวิตามินบีหลายชนิด เช่น B1, B2, B3, B6 และ B12 ซึ่งแต่ละชนิดมีหน้าที่แตกต่างกันในร่างกาย 

Q: วิตามินบี 1 บี 6 บี 12 ต่างกันอย่างไร
A: วิตามินบี 1 ช่วยเรื่องการสร้างพลังงานและระบบประสาท วิตามินบี 6 มีส่วนช่วยในการเผาผลาญโปรตีนและการสร้างสารสื่อประสาท ส่วนวิตามินบี 12 สำคัญต่อการสร้างเม็ดเลือดแดงและการทำงานของระบบประสาท 

สรุป 

วิตามินบี 1 หรือไทอามีน เป็นวิตามินที่ช่วยเปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงาน และสนับสนุนการทำงานของระบบประสาท กล้ามเนื้อ และหัวใจ โดยควรได้รับจากอาหารอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันภาวะขาดวิตามินบี 1 สำหรับผู้ที่ต้องการเสริมวิตามินหรือดูแลสุขภาพเพิ่มเติม สามารถเข้ารับคำปรึกษาและประเมินความเหมาะสมก่อนดริปวิตามินได้ที่ Vincent Clinic Aesthetic เพื่อเลือกสูตรและปริมาณให้เหมาะกับแต่ละคน