ดริปวิตามินอันตรายไหม มีผลข้างเคียงอย่างไร รวมข้อควรระวังก่อนทำ

ทีมแพทย์ Vincent Clinic
แชร์ :
ดริปวิตามินอันตรายไหม

Key takeaways

  • ดริปวิตามินผิวเป็นการให้วิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารเข้าสู่เส้นเลือดโดยตรง จึงควรอยู่ภายใต้การดูแลของบุคลากรทางการแพทย์
  • เพื่อป้องกันผลข้างเคียงหลังทำดริปวิตามินผิวให้น้อยลง ควรเลือกสูตร ปริมาณ และความถี่ในการทำให้เหมาะสม และจะต้องใช้ตัวยาที่ได้มาตรฐานสามารถตรวจสอบได้
  • ผลข้างเคียงที่พบได้หลังดริปวิตามินผิว เช่น รอยช้ำ รอยแดง วิงเวียน คลื่นไส้ หรือรู้สึกไม่สบายตัวระหว่างทำ
  • หากดริปวิตามินแล้วเกิดอาการหายใจลำบาก มีผื่นขึ้น หรือมีอาการแพ้รุนแรง ถือเป็นความผิดปกติที่ควรรีบพบแพทย์
  • การทำดริปวิตามินผิวไม่เหมาะกับคนที่เป็นโรคไต มีประวัติเป็นนิ่ว ภาวะขาดเอนไซม์ ภาวะธาตุเหล็กเกิน หรือเป็นโรคหัวใจ ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำทุกครั้ง

ดริปวิตามินอันตรายไหม อีกหนึ่งคำถามที่หลายคนกังวลเพราะหัตถการเป็นการเติมวิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารเข้าสู่เส้นเลือดโดยตรง เพื่อช่วยให้เข้าใจหัตถการนี้มากขึ้น และสามารถเลือกทำได้อย่างปลอดภัย Vincent Clinic Aesthetic จึงได้รวบรวมรายละเอียดและข้อมูลสำคัญต่าง ๆ ที่ควรทราบไม่ว่าจะเป็น ข้อดีและข้อเสีย ข้อควรระวังก่อนทำ ใครที่ไม่ควรดริปวิตามิน เลือกอย่างไรให้ปลอดภัย ในบทความนี้มีคำตอบ

ดริปวิตามินผิวอันตรายไหม

สำหรับการฉีดวิตามินผิวหรือ ดริปวิตามินผิว นั้นไม่อันตรายหากทำในคลินิกที่ได้มาตรฐาน ใช้วิตามินที่ตรวจสอบแหล่งที่มาได้ เลือกสูตรและปริมาณให้เหมาะกับร่างกาย และอยู่ภายใต้การดูแลของบุคลากรทางการแพทย์ แต่ที่หลายคนกังวลว่าฉีดวิตามินผิวอันตรายไหม อาจเป็นเพราะหัตถการนี้มีการให้วิตามินและสารอาหารผ่านทางหลอดเลือดดำ จึงควรให้ความสำคัญกับความสะอาดของอุปกรณ์ เทคนิคการให้วิตามิน และการประเมินสุขภาพก่อนทำทุกครั้ง

ผลข้างเคียงหลังทำดริปวิตามิน

ฉีดวิตามินมีข้อเสียและผลข้างเคียงอะไรบ้าง

ถึงแม้ดริปวิตามินผิวไม่อันตราย แต่มีข้อควรระวังในบางเรื่องที่ควรทราบก่อนทำ เพื่อให้สามารถหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้เกิดผลข้างเคียง เข้าใจอาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นหลังทำ โดยมีผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ ดังนี้

ผลข้างเคียงที่พบได้หลังฉีดวิตามิน

  • อาจมีรอยช้ำในบริเวณผิวหนังที่เข็มแทงผ่านเข้าไป ซึ่งจะหายไปได้เองประมาณ 1 – 2 สัปดาห์
  • อาจเกิดรอยเข็มเป็นจุดแดงขนาดเล็ก ซึ่งรูเข็มจะปิดไปเองในระยะเวลาประมาณ 4 – 6 ชั่วโมง
  • ระหว่างทำอาจรู้สึกวิงเวียน ปวดท้อง หรือคลื่นไส้ได้บ้างเล็กน้อย
  • หลังดริปวิตามินอาจทำให้ปัสสาวะมีกลิ่นวิตามิน ซึ่งเป็นเรื่องที่พบได้เป็นปกติ

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเป็นอันตรายหลังดริปวิตามิน

  • อาจเกิดอาการเวียนหัว คลื่นไส้ หายใจลำบาก หรือมีผื่นขึ้น ในกรณีนี้ควรพบแพทย์ทันทีเพื่อทำการวินิจฉัยอย่างละเอียดและทำการรักษาอย่างเหมาะสม
  • ในบางกรณีอาจเกิดอาการแพ้รุนแรงจนทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะจากการดริปวิตามินที่เร็วเกินไป ซึ่งพบได้น้อยมากแต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษาทันที

อันตรายจากการฉีดวิตามินเกิดจากอะไร

สิ่งที่ทำให้การฉีดวิตามินผิวอันตรายมาจากหลายปัจจัยประกอบกัน ทั้งเรื่องของร่างกายคนไข้ คุณภาพของตัวยา ความสะอาด และมาตรฐานทางการแพทย์ของสถานพยาบาล โดยมีรายละเอียดของปัจจัยที่ทำให้เกิดอันตรายดังนี้

  • สูตรวิตามินไม่เหมาะกับร่างกาย ดริปวิตามินแต่ละสูตรมีส่วนประกอบและความเข้มข้นแตกต่างกัน จึงไม่ได้เหมาะกับทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือภาวะบางอย่าง  
  • ปริมาณวิตามินหรือสารบางชนิดสูงเกินไป การได้รับวิตามินทางหลอดเลือดทำให้สารเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรง หากทำ IV Drip ที่ไม่ได้มาตรฐานอาจมีปริมาณของวิตามินหรือแร่ธาตุบางอย่างสูงเกินไป
  • ดริปวิตามินเร็วเกินไป ความเร็วและปริมาณของสารน้ำที่ให้ต้องเหมาะกับแต่ละบุคคล หากให้สารน้ำเร็วเกินไป หรือเป็นสูตรที่ไม่เหมาะกับร่างกายอาจทำให้รู้สึกไม่สบายตัว เกิดอาการคลื่นไส้ เวียนหัว
  • แพ้วิตามินหรือสารประกอบบางชนิด เนื่องจากเป็นการให้วิตามินเข้าสู่เส้นเลือด อาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้เร็วกว่าปกติ ซึ่งความรุนแรงขึ้นอยู่กับรายบุคคล ดังนั้นหากมีประวัติแพ้ยา แพ้อาหาร แพ้วิตามิน หรือแพ้สารประกอบบางอย่าง ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนรับบริการ
  • อุปกรณ์ไม่สะอาด ในกรณีของคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐานอาจมีอุปกรณ์ ขั้นตอน หรือห้องทำหัตถการที่ไม่สะอาด ไม่ปลอดเชื้อ เสี่ยงมีการปนเปื้อนของสิ่งแปลกปลอมหรือเกิดการติดเชื้อได้
  • ตัวยาไม่ได้มาตรฐาน อาจมีการจัดเก็บที่ไม่เหมาะสม ตัวยาหมดอายุ ไม่ทราบแหล่งที่มา ความเข้มข้นมากเกินไป หรือมีส่วนผสมที่ไม่ได้มาตรฐาน เพิ่มความเสี่ยงทำให้เกิดอาการผิดปกติกับร่างกาย
  • ไม่มีการประเมินสุขภาพและโรคประจำตัวก่อนทำ หากร่างกายมีภาวะผิดปกติหรือเป็นโรคบางชนิด อาจทำให้เกิดความเสี่ยงหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนบางอย่างขึ้นได้ เช่น โรคไต นิ่ว หรือมีภาวะเหล็กเกิน

ใครบ้างที่ควรระวังก่อนดริปวิตามิน

ใครบ้างที่ควรระวังก่อนดริปวิตามิน

สำหรับคนที่ฉีดวิตามินผิวแล้วอันตรายมักเกิดกับคนที่มีปัญหาสุขภาพ มีโรคประจำตัว หรือต้องกินยาบางชนิดเป็นประจำ ดังนั้นจึงต้องแจ้งคลินิกให้ทราบเพื่อประเมินเลือกสูตรวิตามินที่เหมาะสมกับร่างกาย โดยคนที่ควรระวังมีดังนี้

  • ผู้ที่มีโรคไตหรือมีประวัติเป็นนิ่วในไต โดยเฉพาะสูตรที่มีวิตามินซีในปริมาณสูง อาจทำให้ไตรับภาระหนักมากขึ้น
  • ผู้ที่มีภาวะขาดเอนไซม์ G6PD เนื่องจากคนที่มีภาวะนี้ในร่างกาย เมื่อได้รับวิตามินซีทางเส้นเลือดมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดภาวะเม็ดเลือดแดงแตกได้
  • ผู้ที่มีภาวะธาตุเหล็กเกิน เช่น Hemochromatosis เพราะวิตามินซีอาจทำให้ร่างกายดูดซึมและนำธาตุเหล็กไปใช้มากเกินไป
  • ผู้ที่มีโรคหัวใจหรือมีความเสี่ยงต่อภาวะน้ำเกิน เพราะอาจมีความเสี่ยงทำให้อาการกำเริบหรือเป็นหนักมากขึ้น หากได้รับในปริมาณที่ไม่เหมาะสม
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือมียาที่ต้องกินเป็นประจำ เพราะวิตามินหรือแร่ธาตุบางชนิด อาจเกิดปฏิกิริยากับยาและโรคบางอย่างได้ จึงต้องแจ้งข้อมูลให้ทางคลินิกทราบก่อนทำทุกครั้ง
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้ยา วิตามิน หรือสารบางชนิด ควรแจ้งให้ทางคลินิกทราบทุกครั้งก่อนทำ เพื่อเลือกสูตรวิตามินที่เหมาะสมกับร่างกาย ลดความเสี่ยงที่จะกระตุ้นให้เกิดภาวะแทรกซ้อน

ฉีดวิตามินบ่อยอันตรายไหม

หากใครกังวลว่าดริปวิตามินผิวอันตรายไหม หากทำกับคลินิกที่เปิดอย่างถูกต้อง มีบุคลากรทางการแพทย์เป็นผู้ดูแล และใช้สูตรวิตามินที่ได้มาตรฐาน ถือว่ามีความปลอดภัย โดยความถี่ที่เหมาะสมจะอยู่ที่ประมาณสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ในช่วงแรก หลังจากนั้นสามารถเว้นระยะเป็น 2 – 3 สัปดาห์ต่อครั้ง หรือเดือนละครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ในการวางแผนการรักษาที่เหมาะสม

ฉีดวิตามินอย่างไรให้ปลอดภัย

เพื่อให้การดริปวิตามินปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ดี ก่อนทำควรศึกษารายละเอียดให้ครบถ้วนทั้งเรื่องของคลินิก บุคลากรทางการแพทย์ที่ดูแล และสูตรวิตามินซึ่งแตกต่างกันออกไปในแต่ละคลินิก โดยสามารถพิจารณาได้จากหัวข้อต่อไปนี้

ประเมินสุขภาพก่อนดริปวิตามิน

ควรพบแพทย์เพื่อรับการประเมินสุขภาพเบื้องต้น โดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัว มีประวัติแพ้ยา แพ้อาหาร แพ้วิตามิน หรือมียาที่ต้องกินเป็นประจำ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน 

เลือกสูตรและปริมาณก่อนฉีดให้เหมาะกับแต่ละคน

เนื่องจากร่างกายของแต่ละคนมีความต้องการสารอาหารและวิตามินที่ไม่เท่ากัน นอกจากนั้นการดริปวิตามินแต่ละสูตรก็ให้ผลลัพธ์ที่ต่างกัน เช่น สูตรบำรุงผิวเปล่งปลั่ง สูตรกระตุ้นภูมิคุ้มกัน หรือแก้แฮงค์เพิ่มความสดชื่น จึงต้องเลือกสูตรและปริมาณที่เหมาะสมกับรายบุคคลมากที่สุด

ตรวจสอบตัวยาและแหล่งที่มาก่อนดริป

เนื่องจากดริปวิตามินผิวในแต่ละคลินิกมีสูตรเฉพาะที่แตกต่างกัน จึงต้องตรวจสอบทั้งแหล่งที่มา มาตรฐานของวิตามินที่ใช้เป็นส่วนผสม เพื่อให้มั่นใจได้ว่าได้รับของที่ดีมีคุณภาพ ไม่มีสารปนเปื้อน

ใช้อุปกรณ์ปลอดเชื้อและเปิดยาใหม่ก่อนฉีด

อุปกรณ์ที่ใช้ต้องสะอาด ปลอดเชื้อ ผ่านการฆ่าเชื้อตามหลักทางการแพทย์ นอกจากนั้นทั้งตัวยา เข็ม สายน้ำเกลือจะต้องแกะใหม่ต่อหน้า มีบรรจุภัณฑ์หรือซีลห่อหุ้มอุปกรณ์ที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ไม่ชำรุด 

มีบุคลากรทางการแพทย์ดูแลระหว่างดริปวิตามิน

การทำดริปวิตามินผิวจะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของ แพทย์ พยาบาล หรือบุคลากรทางการแพทย์ที่ผ่านการอบรมอย่างถูกต้อง จะช่วยให้การทำหัตถการปลอดภัยและไม่เกิดผลข้างเคียงกับร่างกาย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ดริปวิตามินอันตรายไหม

หากใครที่ยังกังวลว่าดริปวิตามินผิวอันตรายไหม หัวข้อนี้จึงได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยและคำตอบที่จะช่วยไขข้อสงสัยและทำให้สามารถเลือกทำ IV Drip ได้อย่างปลอดภัย โดยมีรายละเอียดดังนี้

Q: ดริปวิตามินแล้วปวดเส้นอันตรายไหม
A: อาการปวดหรือแสบเส้น อาจเกิดขึ้นได้ในรายที่ดริปวิตามินเร็วเกินไป สารน้ำมีความเข้มข้นสูง ค่า pH ที่ต่างกันระหว่างสารน้ำกับเลือด หากรู้สึกปวดหรือแสบบริเวณที่ดริปวิตามิน ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อทำการประเมินตำแหน่งใหม่ ประเมินความเข้มข้นของวิตามิน หรือปรับลดความเร็วในการให้วิตามิน

Q: ดริปวิตามินมีผลต่อตับไหม
A: สำหรับการดริปวิตามินผิวไม่อันตรายต่อตับ หากอยู่ภายใต้การควบคุมของแพทย์ ใช้วิตามินที่ได้มาตรฐาน และให้ในปริมาณที่เหมาะสม แต่ถ้าวิตามินไม่ได้มาตรฐาน มีสารปนเปื้อน หรือดริปในปริมาณที่มากเกินไป อาจทำให้ตับอักเสบหรือเกิดภาวะผิดปกติได้

Q: โรคอะไรห้ามดริปวิตามิน
A: โดยทั่วไปฉีดวิตามินผิวสามารถทำได้กับทุกคน แต่มีข้อยกเว้นในคนที่เป็นโรคหรือมีภาวะผิดปกติบางอย่าง เช่น โรคตับ โรคไต ภาวะพร่องเอนไซม์ (G6PD Deficiency) และภาวะธาตุเหล็กเกิน จะยิ่งส่งผลทำให้อาการรุนแรงมากขึ้นได้

Q: ก่อนฉีดวิตามินต้องตรวจเลือดไหม
A: ในกรณีของคนทั่วไปที่ร่างกายเป็นปกติไม่จำเป็นต้องตรวจเลือดก่อนดริปวิตามินผิว แต่ในคนที่มีโรคประจำตัว ร่างกายอ่อนแอ สุขภาพไม่แข็งแรง หรือมีความสงสัยว่าจะมีปัญหาสุขภาพ ควรตรวจเลือดเพื่อหาสาเหตุที่ทำให้เกิดความผิดปกติ ลดความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังทำ IV Drip

Q: ดริปวิตามินตอนตั้งครรภ์อันตรายไหม
A: สำหรับผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ไม่แนะนำให้ฉีดวิตามินผิว เนื่องจากยังไม่มีงานวิจัยรองรับว่าการฉีดวิตามินเข้าเส้นเลือดโดยตรงปลอดภัยหรือมีผลกระทบอะไรบ้างกับทารกในครรภ์ แนะนำให้หลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อนทำทุกครั้ง 

สรุป

สำหรับคำถามที่ว่า ดริปวิตามินผิวอันตรายไหม บอกได้เลยว่าไม่อันตราย หากอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ที่ผ่านการอบรมวิธีทำหัตถการ IV Drip รวมไปถึงต้องทำกับคลินิกที่เปิดอย่างถูกต้อง ได้มาตรฐาน สูตรวิตามินมีคุณภาพสามารถตรวจสอบได้ มีแหล่งที่มาชัดเจน ในกรณีของคนที่มีโรคประจำตัวหรือมีภาวะผิดปกติบางอย่างควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำทุกครั้ง สำหรับใครที่อยากดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ฟื้นฟูหรือซ่อมแซมผิวจากภายในให้กลับมาสดใส เปล่งปลั่ง มีออร่า แลดูอ่อนเยาว์ แนะนำให้เข้ามาปรึกษาได้ที่ Vincent Clinic Aesthetic เพื่อรับการประเมินปัญหาผิวและออกแบบการรักษาเฉพาะรายบุคคล โดยทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์