นโยบายบริษัท เรื่องนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล​

นโยบายบริษัท เรื่องนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
คำนำ
บริษัท วินเซนต์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (“บริษัท”) ตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล  จึงได้จัดทำนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลขึ้น เพื่อให้พนักงานภายในองค์กรรับทราบและปฏิบัติตามเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยนโยบายนี้ได้อธิบายถึงวิธีการที่บริษัทปฏิบัติต่อข้อมูลส่วนบุคคล เช่น การเก็บรวบรวม การจัดเก็บรักษา การใช้ การเปิดเผย รวมถึงสิทธิต่างๆ ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น รวมถึงเพื่อแจ้งให้เจ้าของข้อมูลได้รับทราบถึงนโยบายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท บริษัทจึงประกาศนโยบายฯ ดังต่อไปนี้

1. ข้อมูลส่วนบุคคล
1.1 คำนิยาม
 บริษัท หมายถึง บริษัท วินเซนต์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
 ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ข้อมูลใดๆ ที่เกี่ยวกับบุคคลธรรมดาที่ทำให้สามารถระบุถึงตัวบุคคลธรรมดานั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม โดยไม่รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ถึงแก่กรรม
 ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ                 ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม  ข้อมูลชีวภาพ (เช่น การสแกนลายนิ้วมือ การสแกนใบหน้า เป็นต้น) หรือข้อมูลอื่นใดซึ่ง               กระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด
 การประมวลผล หมายถึง การกระทำหรือดำเนินการใดๆ กับข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งครอบคลุมถึงการเก็บรวบรวม การใช้ หรือการเปิดเผยด้วยการส่ง หรือกระจายข้อมูลด้วยวิธีการต่างๆ
 เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง บุคคลธรรมดาซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัท เก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผย ซึ่งประกอบด้วย
 (1) ลูกค้าบุคคลธรรมดา
 (2) คู่ค้าบุคคลธรรมดา
 (3) กรรมการ ผู้บริหาร ที่ปรึกษา หุ้นส่วน ผู้ถือหุ้น ผู้รับมอบอำนาจ ตัวแทน ผู้แทน
 (4) พนักงาน ผู้ปฏิบัติงาน ลูกจ้าง
 (5) ผู้เข้าชมเว็บไซต์ แพลตฟอร์มออนไลน์ หรือช่องทางการสื่อสารอื่นๆ ซึ่งควบคุมโดยบริษัท
 (6) บุคคลอื่นๆ ที่บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ผู้สมัครงาน ครอบครัวของพนักงาน ผู้รับผลประโยชน์ในกรมธรรม์ประกันภัย ผู้ค้ำประกันการทำงาน เป็นต้น
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลที่มีอำนาจในการตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม การใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม การใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการดังกล่าวไม่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

1.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการเก็บรวบรวม บริษัท อาจมีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ดังต่อไปนี้
 ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป
1) ข้อมูลส่วนตัว ได้แก่ ชื่อและนามสกุล วันเดือนปี สถานที่เกิด สถานภาพ ข้อมูลตามที่ระบุในบัตรประจำตัวประชาชนและหนังสือเดินทาง สำเนาบัตรประชาชน หรือหมายเลขบัตรประชาชน
2) ข้อมูลติดต่อ ได้แก่ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ Line ID ช่องทางติดต่อในสื่อสังคมออนไลน์ สถานที่ทำงานตำแหน่งงาน หน่วยงานหรือองค์กร
3) ข้อมูลการชำระเงิน เช่น บัญชีธนาคาร รายละเอียดของบัตรเครดิต/เดบิต หรือธนาคารออนไลน์
4) ข้อมูลการเข้ารับบริการ เช่น ข้อมูลหัตถการ ข้อมูลการนัดหมายแพทย์ ภาพจากกล้องวงจรปิด CCTV
5) ข้อมูลสถิติ เช่น จำนวนการเข้าชมเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของบริษัท
6) ข้อมูลด้านสุขภาพ ข้อมูลชีวภาพ (เช่น ข้อมูลภาพจำลองใบหน้า เป็นต้น) ข้อมูลพันธุกรรม รายงานที่เกี่ยวกับสุขภาพ การใช้ยา แพ้ยา แพ้อาหาร และการวินิจฉัย
7) ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานระบบอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ email หมายเลขไอพี (IP Address) ประเภทของโปรแกรมบราวเซอร์ (Browser) และคุกกี้ (Cookies) ประวัติการสนทนาในแอปพลิเคชันต่าง ๆ
8) ข้อมูลที่ท่านได้ให้ไว้เมื่อท่านติดต่อ หรือร่วมกิจกรรมใด ๆ กับบริษัท เป็นต้น
 ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว
บริษัท ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ได้แก่ ภาพสแกนใบหน้า หมู่โลหิต ศาสนา เพื่อการให้บริการของบริษัท ซึ่งบริษัทจะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่านโดยตรง ทั้งนี้ เว้นแต่กฎหมายจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

2. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม หรือใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัท เก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
1) เพื่อประโยชน์ในการให้หรือรับบริการทางการแพทย์ รวมถึงการติดตามผลการให้บริการ และบริการภายหลังการขาย
2) เพื่อการทำธุรกรรมทางการเงิน ทางบัญชี และภาษี
3) การค้นคว้า หรือการวิจัย
4) เพื่อประโยชน์ในการจัดทำฐานข้อมูลสำหรับการวิเคราะห์และนำเสนอบริการหรือผลิตภัณฑ์ใดๆ ของบริษัทและบริษัทในกลุ่ม หรือบุคคลที่เป็นผู้จำหน่าย เป็นตัวแทน หรือมีความเกี่ยวข้องกับบริษัท
5) เพื่อประโยชน์ในการปรับปรุงคุณภาพในการดำเนินงาน การให้บริการ และการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท
6) เพื่อการวิเคราะห์และติดตามการใช้บริการทางเว็บไซต์ และวัตถุประสงค์ในการตรวจสอบย้อนหลังในกรณีที่เกิดปัญหาการใช้งาน
7) เพื่อการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ของบริษัท
8) เพื่อวัตถุประสงค์ในการควบคุมการเข้าถึง การป้องกันและระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของท่านหรือบุคคลอื่น การควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ และเพื่อประโยชน์  ในการดูแลรักษาความปลอดภัย ของบริเวณอาคาร ภายในอาคาร และพื้นที่ของบริษัท
9) เพื่อการตลาดและการโฆษณาบริการ/ผลิตภัณฑ์ โดยบริษัทจะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่านก่อน
 10) เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือกฎระเบียบที่ใช้บังคับกับบริษัท ทั้งในปัจจุบันและ ในอนาคต
ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัท ดำเนินการเก็บรวบรวมเพื่อวัตถุประสงค์ข้างต้นเป็นข้อมูลที่จำเป็นในการปฏิบัติตามสัญญาหรือการปฏิบัติตามกฎหมายต่างๆ ที่ใช้บังคับ หากท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นดังกล่าว อาจเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย หรือบริษัท อาจไม่สามารถบริหารหรือจัดการสัญญา หรืออำนวยความสะดวกในการดำเนินการต่างๆ ให้กับท่านได้ ทั้งนี้หากภายหลังมีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล บริษัท จะแจ้งให้ท่านทราบ และดำเนินการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงจัดให้มีบันทึกการแก้ไขเพิ่มเติมไว้เป็นหลักฐาน

3. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากเจ้าของข้อมูลโดยตรง และการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล บริษัท จะขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลก่อนหรือขณะทำการเก็บรวบรวม หากกฎหมายกำหนดให้ต้องขอความยินยอม และจะดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ที่บริษัท ระบุไว้โดยแจ้งชัด
ทั้งนี้ บริษัท อาจรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับมาจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่จากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรงเช่น จากสื่อสาธารณะต่างๆ เฉพาะในกรณีที่มีความจำเป็นด้วยวิธีการตามที่กฎหมายกำหนด

4. แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล
1) ข้อมูลส่วนบุคคลจากผู้สมัครงาน พนักงาน โดยตรงที่ได้รับการจ้างงาน เช่น ใบสมัคร ประวัติส่วนตัว
2) ข้อมูลส่วนบุคคลจากคู่ค้า ลูกค้า ผู้รับจ้าง หรือผู้มาติดต่องาน เช่น ใบเสนอราคา ชื่อ เบอร์โทร อีเมล
3) ข้อมูลส่วนบุคคลจากหน่วยงานภายนอก เช่น หน่วยงานของรัฐ โรงพยาบาล สถาบันการเงิน ตัวแทน นายหน้า และคนกลางอื่นๆ

5. ระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัท จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นระยะเวลาเท่าที่จำเป็นเพื่อวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งได้ระบุไว้ในคำประกาศฉบับนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ใช้กำหนดระยะเวลาเก็บ ได้แก่ ระยะเวลาที่บริษัท ยังมีความสัมพันธ์กับท่านในฐานะลูกค้าของบริษัท และอาจเก็บต่อไปตามระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายหรือตามอายุความทางกฎหมาย เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามกฎหมายหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อเหตุอื่นตามนโยบายและข้อกำหนดภายในของบริษัท
ในกรณีที่ไม่สามารถระบุระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลได้ชัดเจน บริษัท จะเก็บรักษาข้อมูลไว้ตามระยะเวลาที่อาจคาดหมายได้ตามมาตรฐานของการเก็บรวบรวม (เช่น อายุความตามกฎหมายทั่วไปสูงสุด 10 ปี)

6. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไปยังหน่วยงานภายนอกและต่างประเทศ
บริษัทจะไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลไปให้บุคคลใดโดยปราศจากความยินยอมและจะเปิดเผยตามวัตถุประสงค์ที่ได้มีการแจ้งไว้ อย่างไรก็ดีเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของบริษัทและการให้บริการแก่เจ้าของข้อมูล บริษัทอาจมีความจำเป็นในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล ให้แก่บริษัทในเครือ หรือบุคคลอื่นทั้งในและต่างประเทศ เช่น ผู้ให้บริการต่างๆ ที่ต้องดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล โดยในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลดังกล่าว บริษัทจะดำเนินการให้บุคคลเหล่านั้นเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลไว้เป็นความลับ และไม่นำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากขอบเขตที่บริษัทได้กำหนดไว้
 บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับบุคคลต่อไปนี้
1) พันธมิตรทางธุรกิจ
2) ตัวแทน ผู้ให้บริการ หรือคู่ค้าที่ให้บริการแก่เรา หรือดำเนินการใดๆ ในฐานะตัวแทนของเรา เช่น ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น ทั้งในและต่างประเทศ
3) หน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย
 บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล ภายใต้หลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด เช่น การเปิดเผยข้อมูลต่อหน่วยงานราชการ หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานกำกับดูแล รวมถึงในกรณีที่มีการร้องขอให้เปิดเผยข้อมูลโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย เช่น การร้องขอข้อมูลเพื่อการฟ้องร้องหรือดำเนินคดีตามกฎหมาย หรือการร้องขอจากหน่วยงานเอกชน หรือบุคคลภายนอกอื่นๆที่มีความเกี่ยวข้องกับกระบวนการทางกฎหมาย
 การเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์/แอปพลิเคชันของบุคคลที่สาม
ในกรณีที่เว็บไซต์และแอปพลิเคชันของเราสามารถเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของบุคคลที่สามได้ เราขอแจ้งให้ท่านทราบว่า นโยบายนี้จะไม่ครอบคลุมไปถึงเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของของบุคคลที่สามดังกล่าว ดังนั้น การที่บุคคลที่สามเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยประการใดๆ จึงอยู่นอกเหนือการรับรู้และการควบคุมของเรา และเราไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและความรับผิดใดๆ จากการกระทำของบุคคลที่สามดังกล่าวนั้น
อนึ่ง ท่านควรตรวจสอบนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันนั้นก่อนการเข้าชมหรือใช้บริการใดๆ

7. มาตรการในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทฯ จะกำหนดมาตรการต่าง ๆ รวมถึงมาตรการด้านการรรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลให้สอดคล้องกับกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ ข้อบับคับ และแนวทางปฏิบัติด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่ลูกค้า ผู้ใช้บริการ พนักงาน บุคลากร และบุคคลอื่นที่มีนิติสัมพันธ์กับบริษัท ฯ  รวมถึงสนับสนุนและส่งเสริมให้พนักงานมีความรู้ ความเข้าใจ ตระหนักถึงหน้าที่และความรับผิดชอบต่อข้อมูลส่วนบุคคลที่ใช้ในการทำงานหรือสนับสนุนงานส่วนงานอื่น ๆ ในองค์กร การเก็บ รวบรวม ใช้ ประมวลผล เปิดเผย ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลต้องปฏิบัติตามนโยบาย ข้อบังคับ และแนวทางปฏิบัติด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่บริษัทกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด เพื่อให้บริษัท ฯ สามารถปฏิบัติตามนโยบายและพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ฯ ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

8. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
8.1 สิทธิในการเพิกถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้ให้ความยินยอมไว้ ทั้งนี้ การเพิกถอนความยินยอมย่อมไม่ส่งผลกระทบต่อการเก็บรวบรวม ใช้ หรือ            เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้ให้ความยินยอมไว้แล้ว
8.2 สิทธิในการเข้าถึงและขอทำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการขอให้เปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ได้ให้ความยินยอม
8.3 สิทธิในการขอรับข้อมูลส่วนบุคคล กรณีได้ทำให้อยู่ในรูปแบบที่ใช้งานโดยทั่วไปด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ
8.4 สิทธิในการขอคัดค้านการเก็บรวมรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่กรณีที่บริษัทมีเหตุในการปฏิเสธคำขอโดยชอบด้วยกฎหมาย
8.5 สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล โดยสามารถขอให้บริษัทแก้ไขข้อมูลเพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวให้ถูกต้อง ครบถ้วน และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
8.6 สิทธิในการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ตามที่กฎหมายกำหนด
8.7 สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กฎหมายกำหนด
8.8 สิทธิในการร้องเรียนการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
เจ้าของข้อมูลสามารถขอใช้สิทธิดังกล่าวข้างต้นได้ โดยยื่นคำร้องขอใช้สิทธิต่อบริษัทเป็นลายลักษณ์อักษรหรือผ่านทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ตามแบบฟอร์มที่บริษัทกำหนด ผ่าน “ช่องทางการติดต่อของบริษัท” ด้านล่าง โดยบริษัทจะพิจารณาและแจ้งผลการพิจารณาตามคำร้องฯ ของเจ้าของข้อมูล ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำร้องฯ ดังกล่าว ทั้งนี้ บริษัทอาจปฏิเสธสิทธิของเจ้าของข้อมูลได้ในกรณีที่มีกฎหมายกำหนดไว้

9. การทบทวนและเปลี่ยนแปลงนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทอาจทำการปรับปรุงหรือแก้ไขนโยบายนี้เป็นครั้งคราวเพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดตามกฎหมาย การเปลี่ยนแปลงการดำเนินงานของบริษัท รวมถึงข้อเสนอแนะและความคิดเห็นจากหน่วยงานต่างๆ โดยบริษัทจะประกาศแจ้งการเปลี่ยนแปลงให้ทราบอย่างชัดเจน

10. ช่องทางการติดต่อบริษัท
10.1 ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล บริษัท วินเซนต์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด อาคาร Exchange Tower ( เอ็กซ์เชนจ์ทาวเวอร์ ) ยูนิต 3W/F ชั้น 3 เลขที่ 388 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
โทรศัพท์: 081 208 5552
อีเมล : dpo@vincent.clinic
เว็บไซต์บริษัท https://vincent.clinic , https://vincentsurgery.com , https://myvincentapp.com , https://vincentskin.com
10.2 เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล นายสันติภาพ หอมอบ IA Manager บริษัท วินเซนต์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด อาคาร Exchange Tower    ( เอ็กซ์เชนจ์ทาวเวอร์ )  ยูนิต 3W/F ชั้น 3 เลขที่ 388 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
โทรศัพท์: 081 208 5552
อีเมล : dpo@vincent.clinic
เว็บไซต์บริษัท https://vincent.clinic , https://vincentsurgery.com , https://myvincentapp.com , https://vincentskin.com

Scroll to Top