ร้อยไหม ดึงหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด อันตรายไหม ใช้กี่เส้นถึงเห็นผล?
ร้อยไหม หัตถการที่ตอบโจทย์คนอยากหน้าเรียว หน้าหย่อนคล้อย มีแก้มห้อย ให้กลับมายกกระชับ ใบหน้าวีเชพได้รูป เห็นผลไวไม่ต้องรอนาน เป็นการดึงหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด สามารถเห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงได้ทันทีหลังทำ (ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละรายบุคคล) ซึ่งเป็นการใช้เส้นไหมร้อยเข้าไปใต้ชั้นผิว เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนและอิลาสตินให้เพิ่มขึ้น โดยหากใครที่ยังมีความกังวลว่าอันตรายไหม ผลลัพธ์อยู่ได้กี่เดือน ทำแล้วหน้าบวมนานไหม ราคาเท่าไหร่บ้าง สามารถติดตามอ่านรายละเอียดได้จากบทความนี้
อยากรู้เรื่องอะไร? คลิกที่หัวข้อได้เลย!

ร้อยไหม คืออะไร?
ร้อยไหม คือหัตถการที่ช่วยยกกระชับใบหน้าด้วยการใช้ไหมละลายที่ถูกออกแบบมาให้มีเงี่ยงอยู่รอบเส้นไหม สอดเข้าไปใต้ชั้นผิวหนังแล้วเกี่ยวดึงผิวยกขึ้นมา ช่วยแก้ปัญหาความหย่อนคล้อย ยกกระชับ ปรับรูปหน้า ดึงหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยเส้นไหมที่ใช้นั้นสามารถสลายไปได้เอง
ร้อยไหม ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง?
- ปรับรูปหน้าเรียว ยกกระชับ หน้าวีเชพ
- แก้ปัญหาความหย่อนคล้อย แก้มห้อย
- ช่วยแก้ปัญหาหนังตาตก ช่วยให้ตาดูเฉี่ยวขึ้น
- ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใต้ชั้นผิวให้เพิ่มขึ้น

ร้อยไหม เหมาะกับใครบ้าง?
ร้อยไหม เป็นหัตถการที่เหมาะกับคนที่ต้องการยกกระชับใบหน้า แก้ปัญหารูปหน้าได้อย่างเห็นผล เห็นผลเร็ว ซึ่งเหมาะกับคนที่มีปัญหาต่อไปนี้
- เหมาะกับคนที่กรอบหน้าไม่ชัด หน้าไม่เรียว อยากปรับรูปหน้าให้มีมิติมากขึ้น
- เหมาะกับคนที่ผิวหย่อนคล้อย แก้มห้อย ใบหน้าดูแก่กว่าวัย
- เหมาะกับคนที่อยากดึงหน้า ต้องการเห็นผลไว โดยไม่ต้องผ่าตัด เพราะหลังร้อยไหมสามารถเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นได้ทันที มีแผลเล็ก ๆ เพียงรูเข็มเท่านั้น
- เหมาะกับคนที่มีปัญหา เช่น หางตาตก คิ้วตก หนังตาตก หรือบริเวณมุมปากตก เป็นต้น
ร้อยไหม ไม่เหมาะกับใครบ้าง?
- ไม่เหมาะกับคนที่มีปัญหาในเรื่องของผิวอักเสบติดเชื้อ
- ไม่เหมาะกับคนที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของเส้นไหม จริงต้องให้แพทย์เป็นผู้วินิจให้อีกครั้ง
- ไม่เหมาะกับคนที่เคยมีประวัติแพ้ยาชา
- ไม่เหมาะกับคนที่มีภาวะของเลือดไหลไม่หยุด ต้องให้แพทย์เป็นผู้ประเมินความเสี่ยงก่อนทำ
- ไม่เหมาะกับผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร
- ไม่เหมาะกับคนที่โหนกแก้มมีลักษณะใหญ่หรือสูงกว่าปกติ เพราะหลังทำแล้วจะส่งผลให้ใบหน้าดูตอบมากขึ้น
ร้อยไหม ใช้วัสดุแบบไหน?
- ไหม PDO (Polydioxanone) เป็นวัสดุที่ใช้ในการผลิตไหมละลายซึ่งเป็นชนิดเดียวกับไหมที่ใช้ในการป่าตัดเย็บหลอดเลือดหัวใจ มีความยืดหยุ่นและแข็งแรงสูง ไม่ทำให้เกิดอาการแพ้ จึงได้รับความนิยมใช้กันมาก
- ไหม PLLA (Polylactic Acid) เป็นไหมที่มีความแข็งแรงและทนทานสูง สามารถอยู่ได้นาน แต่เปราะ แตกหักง่าย เส้นไหมไม่มีความยืดหยุ่น
- ไหม PCL (Polycaprolactone) เป็นไหมที่มีความเหนียว ยืดหยุ่นสูง สีของเส้นไหมเป็นสีใส เส้นไหมสามารถขยับได้ตามใบหน้า ช่วยลดโอกาสที่เส้นไหมจะขาดให้น้อยลง
ร้อยไหม มีเส้นไหมแบบไหนบ้าง?
- ไหมเรียบตรง เป็นเส้นไหมที่ช่วยเรื่องของการกระตุ้นคอลลาเจน ช่วยเรื่องหลุมสิวให้ดูตื้นขึ้น กระชับรูขุมขน ผิวแน่นขึ้น แต่ไม่สามารถยกกระชับได้เพราะเป็นไหมแบบเรียบไม่มีเงี่ยงที่ช่วยยกกระชับ
- ไหมแบบเกลียว เป็นเส้นไหมที่มีลักษณะแบบพันเป็นเกลียว เมื่อร้อยเข้าไหใต้ชั้นผิวจึงช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ผิวอิ่มฟูเต็มขึ้น ผิวมีวอลลุ่ม
- ไหมเงี่ยงแบบบาก เป็นเส้นไหมที่ใช้เลเซอร์บากผิวเส้นไหมให้เป็นเงี่ยงออกมา ถึงแม้จะช่วยยกกระชับได้แต่ก็มีโอกาสที่ไหมจะขาดได้ง่ายเช่นกัน เพราะเส้นไหมไม่แข็งแรงเนื้อจากถูกบากออกจนเนื้อไหมบาง
- ไหมเงี่ยงแบบหล่อ เส้นไหมชนิดนี้ถูกผลิตขึ้นด้วยการหล่อแม่พิมพ์ขึ้นมา เนื้อเส้นไหมจึงมีความแข็งแรง ออกแบบเงี่ยงแบบรอบทิศทาง เกาะผิวได้แน่น แรงในการยกกระชับผิวจึงมีมากกว่า
- ไหมแบบกรวย เป็นลักษณะของเส้นไหมที่มีกรวย 3 มิติ ขนาดกว้างกว่าแบบเงี่ยงอยู่รอบเส้นไหม ไม่บาดผิว ลดอาการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ สามารถเกาะผิวได้ดี เนื่องจากเป็นไหมที่มีขนาดใหญ่จึงมีความซับซ้อนในการร้อยไหมที่เยอะกว่า หากแพทย์ไม่เชี่ยวชาญเทคนิคการร้อยไหมจะทำให้เกิดอาการปูดเป็นปมขึ้นมา ผิวไม่เรียบเนียน
- ไหมโครงตาข่าย เส้นไหมนี้จะมีลักษณะที่แบ่งเป็น 2 ชั้น คือ ด้านในจะหล่อยเป็นแบบเงี่ยง 3 มิติรอบตัวไหม ส่วนด้านนอกจะเป็นเส้นใยโครงตาข่ายอยู่รอบตัวไหมแบบ 360 องศา ไหมชนิดนี้จึงมีความแข็งแรง ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและยกกระชับผิวได้ดี ผิวเต่งตึง ผิ่มฟูมากขึ้น
ร้อยไหม ใช้เข็มแบบไหนบ้าง?
- เข็มแหลม เป็นเข็มที่มีโอกาสตัดผ่านเส้นเลือดเล็ก ๆ ทำให้เกิดอาการบวมเลือดได้ แต่สามารถสมานได้ไวกว่าการใช้เข็มทู่ และต้องใช้ความชำนาญของแพทย์เป็นอย่างมากเพื่อไม่ให้เข็มไปตัดโดยเส้นเลือดใหญ่
- เข็มทู่ เป็นเข็มที่มีขนาดใหญ่กว่าเข็มทู่ที่ใช้ฉีดฟิลเลอร์ถึงแม้จะไม่ทำให้เส้นเลือดขาดได้ง่ายเท่าเข็มแหลม แต่อาจทำให้เกิดอาการบวมช้ำและบวมน้ำได้มากกว่า
- เข็มตัด เป็นเข็มที่มีลักษณะกึ่งแหลมกึ่งทู่ ยังคงมีความคมอยู่บ้างแต่อาจจะไม่เท่ากับเข็มแหลม
- เข็ม L ถูกพัฒนาขึ้นมาจากเข็มตัดสามารถช่วยลดโอกาสการเกิดอาการบวมน้ำหลังทำน้อยลง ทั้งยังช่วยให้เส้นเลือดสมานตัวได้ดีกว่าอีกด้วย

ร้อยไหม ที่ Vincent Clinic เลือกใช้เส้นไหมแบบไหน?
- Mint Fine ไหมรุ่นนี้เหมาะกับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยไม่มากถึงระดับปานกลาง สามารถยกกระชับใบหน้า ลำคอ และช่วยยกคิ้วได้ดี
- Mint Easy เหมาะกับคนที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยระดับกลางถึงมาก ช่วยยกกระชับใบหน้า แก้ปัญหาคางสองชั้น
- Mint Mono ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ผิวอิ่มฟูเต็มขึ้น หน้าดูเด็กลง

ร้อยไหม มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง?
- หลัง ร้อยไหม อาจเกิดผลข้างเคียงขึ้นได้ เพราะเป็นการใช้เข็มนำไหมเข้าไปใต้ชั้นผิว จึงทำให้เกิดผลข้างเคียงตามมาได้ดังนี้
- อาจเกิดอาการบวมหรือเขียวช้ำขึ้นได้ แต่สามารถหายไปได้เองใน 1 – 2 สัปดาห์
- ระหว่างทำอาจรู้สึกว่ามีเส้นไหมกำลังถูกร้อยเข้าไปใต้ชั้นผิวได้
- ตามรอยเข็มอาจเกิดเลือดซึมออกมาได้บ้าง
- หากทำกับหมอเถื่อน แพทย์ไม่มีประสบการณ์ไม่เชี่ยวชาญเทคนิคการร้อยไหม หรือใช้เส้นไหมที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจทำให้เกิดอาการไหมทะลุ ไหมขาด เกิดการอักเสบติดเชื้อขึ้นได้
ร้อยไหม ทำไมทำให้เกิดอาการหน้าบวม?
หลัง ร้อยไหม มีโอกาสเกิดอาการหน้าบวมได้ โดยมีสาเหตุหลัก ๆ ด้วยกันอยู่ 4 ปัจจัย ดังนี้
ปัจจัยจากเนื้อแก้มเยอะหรือดึงหน้าเยอะเกินไป
สำหรับคนที่มีเนื้อแก้มเยอะจะทำให้ดึงผิวได้น้อย หรือหากดึงเยอะอาจทำให้เนื้อแก้มขึ้นไปกองด้านบนเยอะ ส่งผลให้หน้าดูบวมได้ ต้องรอให้ไหมคลายตัวลง และอาจเกิดอาการหน้าบวมได้นานขึ้นกว่าปกติ อาจจะเลือกทำหัตถการอื่นที่ช่วยลดไขมัน ลดแก้มให้น้อยลงก่อนที่จะเข้ามาทำร้อยไหมหน้าเรียว
ปัจจัยจากการดึงไหมผิดแนว
สำหรับการร้อยไหมนั้นจะเน้นไปที่การช่วยแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยของแก้มที่ใกล้กับบริเวณมุมปาก หรือกรอบหน้า ซึ่งหากไปดึงบริเวณร่องแก้มจะทำให้เนื้อที่ดึงขึ้นไปกองอยู่ที่โหนกแก้มดูใหญ่ขึ้น หน้าจึงดูบวม
ปัจจัยจากการอักเสบติดเชื้อ
ในช่วง 3 – 4 วันแรกหลังร้อยไหมอาจเกิดอาการบวมขึ้นได้ และจะเริ่มยุบลงไปได้เอง แต่หากในช่วงเวลานั้นมีอาการบวมแดงมากขึ้นเรื่อย ๆ แนะนำให้รีบเข้าไปพบแพทย์โดยด่วนเพื่อรีบทำการรักษา
ปัจจัยจากการบวมเลือดหรือบวมน้ำ
อาการบวมเลือด คือ อาการที่เลือดออกในชั้นผิว (Hematoma)อาการบวมน้ำ คือ อาการที่มีน้ำไปคั่งอยู่ในชั้นผิวจากการอักเสบ (Edema)ซึ่งอาการทั้ง 2 นี้จะสามารถยุบหายไปได้เองใน 2 – 3 สัปดาห์ โดยไม่เกิดอันตรายใด ๆ
ร้อยไหม เจ็บไหม?
ระหว่าง ร้อยไหม อาจรู้สึกเจ็บหรือรู้สึกว่ามีเส้นไหมถูกร้อยเข้าไปใต้ชั้นผิวได้บ้างขึ้นอยู่กับความไวต่อความรู้สึกของแต่ละคน ซึ่งจะมีการใช้ยาชารวมด้วยเพื่อช่วยบรรเทาความเจ็บให้ลดลงได้
ร้อยไหม กี่วันเห็นผล สามารถอยู่ได้นานกี่เดือน?
หลัง ร้อยไหม สามารถเห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นได้ทันทีหลังทำ (ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละรายบุคคล) และผลลัพธ์จะดีขึ้นเรื่อย ๆ จนเห็นผลเต็มที่ใน 1 เดือน ผลลัพธ์หลังทำสามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 6 – 8 เดือน โดยไหมจะเข้าไปกระตุ้นคอลลาเจนและอิลาสตินใต้ชั้นผิวช่วยประคองให้ผิวยกกระชับ ทำให้หลังจากที่เส้นไหมละลายไปแล้วผลลัพธ์จะยังคงอยู่ต่อได้อีก 12 – 18 เดือน
ร้อยไหม/ฟิลเลอร์/โบท็อกซ์/Ulthera ต่างกันอย่างไร?
- ฉีดฟิลเลอร์ เป็นหัตถการที่เหมาะกับคนที่ต้องการเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไป เช่น เติมเต็มร่องแก้ม แก้ปัญหาใต้ตาลึกโบ๋ เติมแก้มตอบให้ผิวอิ่มฟูเต็มขึ้น และช่วยปรับรูปหน้า
- ฉีดโบท็อก เป็นหัตถการที่ช่วยแก้ปัญหาคนที่มีกล้ามเนื้อเยอะ มีปัญหากรามใหญ่ รวมถึงช่วยลดเลือนริ้วรอยได้ทั้งรอบดวงตาและรอยพับบริเวณหน้าผากให้เรียบเนียนขึ้น
- Ulthera เครื่องยกกระชับที่เหมาะกับคนที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยไม่มาก และมีความกลัวเข็ม
ร้อยไหมหน้าเรียว ใช้กี่เส้น?
ร้อยไหม ในแต่ละรายบุคคลใช้จำนวนเส้นไหมไม่เท่าไหร่ ซึ่งแต่ละเคสใช้ไม่เท่ากัน โดยปกติจะใช้ไหมข้างละประมาณ 3 – 10 เส้น โดยต้องให้แพทย์เป็นผู้วินิจฉัยจากขนาดเนื้อแก้ม ความหนาแน่นของผิว รวมถึงตำแหน่งที่ต้องทำ แนะนำให้เข้าไปพบแพทย์โดยตรงเพื่อให้แพทย์ได้ประเมินจากใบหน้าจริงจะได้วางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม

หลังร้อยไหม ต้องดูแลตัวเองอย่างไร?
- หลังร้อยไหม อาจเกิดอาการบวมแดงหรือช้ำขึ้นได้ ซึ่งสามารถหายไปได้เองใน 2 – 3 วัน
- งดนวด แกะ เกา หรือสัมผัสแรง ๆ บริเวณที่ร้อยไหมในช่วงแรก เพื่อให้ไหมเข้าที่
- งดการขยับหน้า งดการแสดงสีหน้าอารมณ์เยอะ ๆ เพราะอาจทำให้ไหมหลุดหรือเกิดการเคลื่อนผิดตำแหน่ง
- งดทำเลเซอร์หรือเครื่องยกกระชับ ที่ทำให้เกิดความร้อน ในช่วง 1 – 2 เดือนหลังทำ หากต้องการทำสามารถปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลเคสเพื่อให้แพทย์ช่วยวางแผนการรักษาที่เหมาะสมมากที่สุด
สรุป
ร้อยไหม เป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อการดูแลรูปหน้าให้เรียวสวย ใบหน้าได้รูป ยกกระชับใบหน้า เหมาะกับคนที่มีปัญหาใบหน้าที่หย่อนคล้อยมาก แก้มห้อยเยอะ อยากดึงหน้าแต่ไม่อยากผ่าตัด สามารถช่วยกระตุ้นกระบวนการสร้างเส้นใยคอลลาเจนและอิลาสตินใต้ชั้นผิวให้แน่นขึ้น หลังเส้นไหมละลายไปแล้วจึงสามารถประคองให้ผลลัพธ์ใบหน้ากระชับยังคงอยู่ต่อได้ สำหรับใครที่อยากมีหน้าเรียว อยากยกกระชับใบหน้าจากความหย่อนคล้อย สามารถเข้ามาปรึกษาทีมแพทย์มากประสบการณ์ผู้เชี่ยวชาญเทคนิคการร้อยไหมของ Vincent Clinic ได้เลยค่ะ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ร้อยไหม
- หลังร้อยไหมจะมีอาการบวมช้ำไหม?
อาจมีอาการบวม ช้ำ หรือแดงเล็กน้อยบริเวณที่ร้อยไหม ซึ่งมักหายได้เองใน 3-7 วัน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลหลังการรักษา
- ร้อยไหมสามารถทำพร้อมกับหัตถการอื่นได้ไหม?
สามารถทำร่วมกับการฉีดโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ หรือเลเซอร์ได้ แต่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
- ร้อยไหมแตกต่างจากการผ่าตัดดึงหน้าอย่างไร?
การร้อยไหมไม่ต้องผ่าตัด ใช้เวลาไม่นาน และไม่ต้องพักฟื้นนานเท่าการผ่าตัดดึงหน้า แต่ผลลัพธ์อาจไม่ถาวรและเหมาะสำหรับการแก้ปัญหาเบื้องต้นเท่านั้น
- ร้อยไหมสามารถทำได้บ่อยแค่ไหน?
โดยปกติการร้อยไหมควรเว้นระยะห่างอย่างน้อย 6-12 เดือน หรือตามคำแนะนำของแพทย์
- ร้อยไหมสามารถลดไขมันบนใบหน้าได้ไหม?
การร้อยไหมช่วยยกกระชับผิวและปรับรูปหน้า แต่ไม่ได้ลดไขมันโดยตรง หากต้องการลดไขมันบางส่วน เช่น บริเวณแก้ม คางสองชั้น อาจต้องใช้วิธีอื่นร่วม เช่น เมโสแฟต
- สามารถร้อยไหมในช่วงมีประจำเดือนได้หรือไม่?
สามารถทำได้ แต่ควรระวังเพราะช่วงมีประจำเดือนบางคนอาจไวต่อความเจ็บปวดและมีโอกาสบวมช้ำมากกว่าปกติ
- ไหมจะละลายหมดหรือไม่?
เส้นไหมที่ใช้ในการร้อยไหมจะค่อย ๆ ละลายเองตามธรรมชาติ โดยไหม PDO จะละลายหมดในประมาณ 6 เดือน ส่วนไหม PLLA หรือ PCL จะใช้เวลาในการละลายนานกว่า (12-24 เดือน)
- หลังไหมละลาย ผิวหน้าจะกลับมาหย่อนคล้อยไหม?
หลังเส้นไหมละลาย ผิวอาจเริ่มหย่อนคล้อยลงเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับอายุและสภาพผิวของแต่ละคน การร้อยไหมซ้ำหรือดูแลผิวเพิ่มเติม เช่น การทำ HIFU หรือเลเซอร์ จะช่วยรักษาความกระชับได้
- ร้อยไหมทำให้หน้าผอมลงจริงหรือไม่?
ร้อยไหมช่วยกระชับผิวและปรับกรอบหน้าให้ชัดเจน จึงทำให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น แต่ไม่ได้ช่วยลดขนาดของกระดูกหรือไขมันใต้ผิวหนังโดยตรง
- ทำไมหลังร้อยไหมบางครั้งรู้สึกตึงหรือเจ็บ?
ความตึงหรือเจ็บหลังร้อยไหมเกิดจากแรงดึงของเส้นไหมที่กระชับผิว ซึ่งเป็นเรื่องปกติและอาการมักดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์
- การร้อยไหมสามารถทำให้เกิดพังผืดใต้ผิวหนังได้หรือไม่?
การร้อยไหมอาจกระตุ้นให้เกิดพังผืดเล็กน้อยบริเวณที่ไหมละลาย ซึ่งช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและยกกระชับผิว อย่างไรก็ตาม หากทำบ่อยเกินไปหรือใช้เทคนิคที่ไม่ถูกต้อง อาจทำให้เกิดพังผืดหนาแน่นผิดปกติได้ด้วยเช่นกัน
- มีโอกาสที่ไหมจะหลุดหรือไม่?
ไหมอาจหลุดได้หากได้รับแรงกระแทก หรือหากมีการดึงผิวหนังแรง ๆ ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังการร้อยไหม ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือถูหน้าแรง ๆ เพื่อป้องกันปัญหานี้
- การร้อยไหมจะทิ้งรอยแผลเป็นหรือไม่?
การร้อยไหมโดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญมักทิ้งรอยแผลเล็ก ๆ ซึ่งหายได้เองใน 3-7 วัน หากดูแลอย่างเหมาะสม โอกาสเกิดแผลเป็นถาวรจะน้อยมาก
- ร้อยไหมอันตรายไหม
การร้อยไหมไม่อันตราย หากทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและใช้ไหมที่ได้มาตรฐาน เช่น PDO, PLLA หรือ PCL ซึ่งสลายได้เองในร่างกาย แต่ยังมีความเสี่ยง เช่น รอยช้ำ บวม การติดเชื้อ หรือไหมเคลื่อน ซึ่งสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการเลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือ ดูแลความสะอาด และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ดังนั้น การร้อยไหมถือว่าปลอดภัยและได้ผลดีหากทำในสถานที่ที่เหมาะสมค่ะ















