ฟิลเลอร์แก้มส้ม คืออะไร เลือกยี่ห้อไหนดี ราคาเท่าไหร่ ฉีดที่ไหนดี
ฟิลเลอร์แก้มส้มสามารถแก้ปัญหาใบหน้าโทรม หน้าแก่ ให้กลับมาแลดูอ่อนเยาว์ได้อย่างเห็นผล ตอบโจทย์ปัญหาใบหน้าได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาหน้าแบน ผิวหย่อนคล้อย หน้าไม่มีมิติ เป็นต้น โดยที่ไม่ต้องผ่าตัด ใช้เวลาในการรักษาน้อย เหมาะกับไลฟ์สไตล์ในปัจจุบันที่ต้องเร่งรีบไม่มีเวลาดูแลตัวเองมากเพียงพอ โดยในบทความนี้ Vincent Clinic Aesthetic ได้รวบรวมเอารายละเอียดเกี่ยวกับฉีดแก้มส้มว่าเป็นอย่างไร ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง หัตถการนี้เหมาะกับใคร อันตรายไหม สามารถติดตามอ่านรายละเอียดเพื่อประกอบการตัดสินใจได้เลย
อยากรู้เรื่องอะไร? คลิกที่หัวข้อได้เลย!

แก้มส้ม คือตรงไหน
แก้มส้ม คือบริเวณช่วงกึ่งกลางใบหน้า (Midface) ที่อยู่ระหว่างใต้ตากับหน้าแก้ม และโหนกแก้มกับจมูก เวลายิ้มเนื้อบริเวณนี้จะดันตัวนูนโค้งขึ้นมาคล้ายกับผลส้มขนาดเล็ก ซึ่งลักษณะแก้มส้มที่สวยงามจะต้องมีมิติความโค้งที่เรียกว่า Ogee Curve หรือ S-Curve ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่ดึงดูดสายตา ทำให้ใบหน้าดูมีเสน่ห์ อ่อนเยาว์ และมีสัดส่วนที่สมดุล หากบริเวณหน้าแก้มส่วนนี้มีเนื้อที่ยุบหายไป ผิวหย่อนคล้อย ไม่กระชับ จะส่งผลให้ใต้ตาดูลึกโบ๋ เห็นร่องน้ำตาชัดขึ้น ผิวดูเหี่ยว
ฟิลเลอร์แก้มส้ม คืออะไร?
การฉีดฟิลเลอร์แก้มส้ม คือหัตถการดูแลใบหน้าด้วยการ ฉีดฟิลเลอร์ หรือสารเติมเต็มประเภทกรดไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid) เข้าไปในบริเวณช่วงหน้าแก้ม เพื่อทดแทนโครงสร้างกระดูกและชั้นไขมันที่มีการทรุดตัวหรือยุบตัวลงตามกาลเวลา โดยเมื่อฉีดแก้มส้มไปแล้วฟิลเลอร์จะทำหน้าที่เติมเต็มเนื้อแก้มที่หายไปให้กลับมาอิ่มฟู ผิวมีวอลลุ่ม และช่วยยกกระชับบริเวณหน้าแก้มที่หย่อนคล้อยให้ยกขึ้นและเต่งตึง ส่งผลให้ใบหน้าที่ดูแบนกลับมามีมิติและดูเด็กลงได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ฟิลเลอร์แก้มส้ม ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง?
การฉีดฟิลเลอร์แก้มส้มไม่ได้มีดีแค่การเติมผิวให้อิ่มฟู แต่ยังช่วยปรับสัดส่วนใบหน้าโดยรวมให้ดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดโดยไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งข้อดีของการฉีดหน้าแก้มจะครอบคลุมในหลายด้าน ดังนี้
- แก้ปัญหาหน้าแบนและเพิ่มมิติ ช่วยเติมวอลลุ่มให้ผิวที่ดูแบนเรียบกลับมาอิ่มฟู ใบหน้าดูพุ่งสวยและมีมิติมากขึ้น
- ยกกระชับผิวหน้าจากความหย่อนคล้อย ฟิลเลอร์จะทำหน้าที่พยุงผิวบริเวณหน้าแก้มให้ยกกระชับขึ้น ช่วยให้ ร่องแก้ม ดูตื้นลงและผิวกลับมาเต่งตึง
- พรางโหนกแก้มให้ดูละมุน ช่วยแก้ปัญหาคนที่มีโหนกแก้มสูงให้ใบหน้าดูซอฟต์ลง และจะได้สัดส่วนที่สวยงามยิ่งขึ้นหากประเมินรักษาร่วมกับการฉีดฟิลเลอร์แก้มตอบ
- ลดความโทรมบริเวณใต้ตา เมื่อหน้าแก้มได้รับการเติมเต็ม จะช่วยพยุงบริเวณใต้ตาที่ลึกโบ๋หรือมีร่องน้ำตาให้ดูสดใสขึ้น ใบหน้าโดยรวมจึงดูเด็กลงและไม่โทรม

ฟิลเลอร์แก้มส้ม ฉีดจุดไหนได้บ้าง
ฉีดฟิลเลอร์แก้มส้ม สามารถฉีดได้ 8 จุดหลักเป็นหนึ่งในตำแหน่งของ ฟิลเลอร์ยกหน้า ช่วยยกกระชับใบหน้าและเติมเต็มบริเวณหน้าแก้มให้ดูมีมิติซึ่งเป็นเทคนิคของทางทีมแพทย์ใช้ในการปรับรูปหน้าให้ดูสดใสขึ้น เราจะมาดูกันว่ามีจุดไหนบ้างและแต่ละจุดมีผลอย่างไร
- จุดใต้ตา (Tear Trough) ช่วยเติมเต็มร่องลึกใต้ตา ทำให้หน้าดูสดใส ลดความหมองคล้ำและอาการตาลึก
- จุดหน้าแก้ม (Medial Cheek) จุดนี้จะเติมเต็มช่วงกลางของหน้าแก้ม ช่วยให้แก้มดูยกขึ้นและมีความละมุนมากขึ้น
- จุดแก้มส้มด้านบน (Superior Cheek) จะฉีดบริเวณเหนือโหนกแก้มเพื่อให้แก้มดูมีมิติและช่วยพยุงเนื้อแก้ม
- จุดร่องแก้ม (Nasolabial Fold) จะช่วยเติมเต็มร่องแก้มลึกให้ดูตื้นขึ้น ลดรอยพับข้างจมูกที่ทำให้ใบหน้าดูแก่
- จุดใต้โหนกแก้ม (Submalar Hollow) ในจุดนี้ช่วยให้ใบหน้าดูสมดุลขึ้น เหมาะสำหรับคนที่มีแก้มตอบมาก
- จุดกลางแก้ม (Midface Cheek) ช่วยเติมเต็มแก้มส่วนกลางให้ดูมีน้ำมีนวล ไม่โทรม และดูอ่อนเยาว์ขึ้น
- จุดข้างจมูก (Paranasal Area) ในจุดนี้จะช่วยเสริมเนื้อเยื่อบริเวณข้างจมูก ทำให้ใบหน้าดูสมดุลขึ้น
- จุดข้างแก้ม (Lateral Cheek) จะช่วยเติมเต็มในช่วงข้างของหน้าแก้มเพื่อช่วยให้ใบหน้าดูยกกระชับและมีมิติขึ้น
การฉีดแก้มส้มทั้ง 8 จุดจะช่วยยกกระชับใบหน้าให้ดูมีมิติ แก้ หน้าหย่อนคล้อย ลดปัญหาแก้มตอบ ให้ใบหน้าดูสดใสขึ้น อีกทั้งยังเติมเต็มร่องแก้มและใต้ตาให้ดูอิ่มเอิบช่วยให้ใบหน้าดูสมดุลและอ่อนกว่าวัย ทั้งนี้ควรเข้าปรึกษาแพทย์ก่อนฉีดเนื่องจากความแตกต่างของโครงหน้าแต่ละคนแพทย์จึงต้องวิเคราะห์เพื่อให้เหมาะสมกับแต่ละคน
ฟิลเลอร์แก้มส้ม เหมาะกับใครบ้าง?
ฟิลเลอร์แก้มส้ม เป็นหัตถการที่ช่วยให้ใบหน้าดูเด็กลงได้ ช่วยเติมเต็มผิวบริเวณหน้าแก้มให้อิ่มฟูเต็มขึ้น ยกกระชับช่วงหน้าแก้มจากความหย่อนคล้อย ผิวเต่งตึงมากขึ้น จึงเหมาะกับคนที่มีปัญหาต่อไปนี้
- ผู้ที่มีปัญหาหน้าแบน ดูไม่มีมิติ และต้องการปรับสัดส่วนใบหน้าให้พุ่งสวยรับกับมุมกล้องมากขึ้น
- ผู้ที่เนื้อหน้าแก้มยุบตัว ขาดวอลลุ่ม และอยากเติมแก้มส้มเพื่อคืนความสดใสโดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด
- ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยตามวัย ไม่กระชับ ทำให้ใบหน้าดูมีอายุหรือดูเหนื่อยล้าตลอดเวลา
- ผู้ที่มีปัญหาร่องแก้มลึก ร่องน้ำตาชัด หรือมีเบ้าตาลึกจากการยุบตัวของกระดูกใต้ตา
ข้อดีและข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์แก้มส้ม
แม้ว่าฟิลเลอร์แก้มส้มจะเป็นตัวช่วยปรับรูปหน้าที่เห็นผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็มีข้อควรระวังที่ต้องพิจารณาควบคู่กันไป โดยมีข้อดีและข้อเสียของฟิลเลอร์ร่องแก้มดังนี้
ข้อดีของการฉีดแก้มส้ม
- เห็นผลลัพธ์ทันทีและไม่ต้องพักฟื้น ใบหน้าดูมีมิติและอิ่มฟูขึ้นอย่างชัดเจนหลังทำเสร็จทันที โดยไม่ต้องผ่านการผ่าตัด สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
- เติมวอลลุ่มและยกกระชับในคราวเดียว ช่วยแก้ปัญหาหน้าแบน หน้าโทรม ให้กลับมามีเนื้อแก้มที่เต็มขึ้น พร้อมทั้งช่วยดึงยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยให้เต่งตึง
- ชะลอริ้วรอยและร่องลึก ช่วยพยุงโครงสร้างผิวเพื่อลดโอกาสการเกิดปัญหาร่องน้ำตา ริ้วรอย และร่องแก้มลึกในอนาคต
- แก้ปัญหาโครงหน้าได้ครอบคลุม ช่วยพรางโหนกแก้มสูงให้ดูดรอปลง หากฉีดคู่กับฟิลเลอร์แก้มตอบและช่วยลดปัญหาเบ้าตาลึกโบ๋ หากทำคู่กับฟิลเลอร์ใต้ตา
ข้อเสียของการฉีดแก้มส้ม
- ผลลัพธ์ไม่ถาวร เนื่องจากฟิลเลอร์สามารถสลายไปได้เองตามธรรมชาติ หากต้องการให้ผลลัพธ์ความอิ่มฟูคงอยู่นานขึ้น สามารถเข้ามาฉีดเพิ่มเติมได้ตามระยะเวลาและคำแนะนำของแพทย์
- อาจมีอาการบวมช้ำ ในช่วง 2 – 3 วันแรกอาจพบรอยแดง อาการบวม หรือรอยช้ำเล็กน้อยบริเวณจุดที่ลงเข็ม ซึ่งถือเป็นอาการปกติและจะค่อยๆ หายไปได้เอง
- ต้องทำกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ บริเวณหน้าแก้มเป็นจุดที่มีเส้นเลือดและเส้นประสาทสำคัญจำนวนมาก หากแพทย์ประเมินชั้นผิวผิดหรือใช้เทคนิคไม่ถูกต้อง อาจทำให้ฟิลเลอร์เป็นก้อน ดูแข็งไม่เป็นธรรมชาติ หรือเสี่ยงต่อการอุดตันในเส้นเลือดได้
ฟิลเลอร์แก้มส้ม ฟิลเลอร์หน้าแก้ม ฟิลเลอร์แก้มตอบ ต่างกันอย่างไร?
การฉีดฟิลเลอร์บริเวณแก้มจะมีอยู่ 3 แบบ คือ ฟิลเลอร์แก้มส้ม ฟิลเลอร์หน้าแก้ม และฟิลเลอร์แก้มตอบ ซึ่งจะมีความแตกต่างกัน และจุดที่ฉีดดังนี้
- ฟิลเลอร์แก้มส้ม เน้นฉีดบริเวณพื้นที่ระหว่างใต้ตากับหน้าแก้ม เพื่อสร้างความโค้งมนให้ใบหน้าดูอิ่มฟู มีมิติ และดูเด็กลง
- ฟิลเลอร์หน้าแก้ม เป็นการฉีดในพื้นที่บริเวณกว้างช่วงพวงแก้ม เพื่อแก้ปัญหาเนื้อแก้มยุบตัวและยกกระชับความหย่อนคล้อย ซึ่งแพทย์มักแนะนำให้ทำควบคู่กับแก้มส้มเพื่อให้ผลลัพธ์ดูสมส่วนยิ่งขึ้น
- ฟิลเลอร์แก้มตอบ เน้นเติมเต็มบริเวณช่วงข้างแก้มที่บุ๋มลึกลงไป เพื่อแก้ปัญหาหน้าซูบ แก้มตอบ หรือช่วยพรางกระดูกโหนกแก้มที่สูงให้ดูเรียบเนียนกลืนไปกับใบหน้า ช่วยให้ใบหน้าดูอิ่มเอิบและไม่โทรม

ฟิลเลอร์แก้มส้ม กับ ฉีดไขมัน แบบไหนดีกว่ากัน?
ฟิลเลอร์แก้มส้มกับการฉีดไขมันทั้งคู่เป็นวิธีการเติมเต็มผิวให้อิ่มฟูเต่งตึง สามารถช่วยปรับใบหน้าให้ได้สัดส่วนมากขึ้น โดยมีความแตกต่างกัน ดังนี้
- ฟิลเลอร์แก้มส้ม เป็นการใช้ฟิลเลอร์ฉีดเข้าไปเพื่อเติมเต็มชั้นผิวที่ยุบหรือชั้นกระดูกที่ทรุดตัว สามารถเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นได้ทันทีหลังทำ (ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละรายบุคคล) โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น
- ฉีดไขมัน เป็นการดูดเอาไขมันตามร่างกายมาผ่านกระบวนการทางการแพทย์เพื่อคัดเอาไขมันที่มีคุณภาพฉีดกลับไปเข้าไปตามตำแหน่งที่ต้องการเติมเต็ม อาจจะต้องทำหลายครั้ง เพราะไขมันที่มีโอกาสที่จะสลายได้ จึงต้องฉีดในปริมาณที่มากเผื่อเอาไว้ก่อน ส่งผลให้ใบหน้าอาจไม่เท่ากัน เกิดอาการบวม เสี่ยงต่อการติดเชื้อ มีอาการเจ็บบริเวณที่ดูดไขมัน เป็นวิธีที่ไม่เหมาะกับคนที่มีไขมันน้อยมาก ๆ
เลือกฉีดฟิลเลอร์แก้มส้มเลือกยี่ห้อไหนดี
การเลือกว่าควรฉีดฟิลเลอร์แก้มส้มยี่ห้อไหนดี นั้นควรเลือกเนื้อฟิลเลอร์ที่เนื้อแข็งปานกลาง ที่สามารถขึ้นทรงได้ดี แต่ไม่ควรจะมีเนื้อแข็งมากเกินไป เพราะอาจทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติได้ โดยยี่ห้อและรุ่นฟิลเลอร์ที่เหมาะกับการนำมาฉีดแก้มส้มมีดังนี้
- Juvederm Voluma เนื้อฟิลเลอร์มีความแข็งแต่สามารถผสานเข้ากับเนื้อเยื่อได้ดี ช่วยยกกระชับหน้าแก้มที่หย่อนคล้อยให้กลับมาดูอิ่มฟูและมีวอลลุ่มอย่างเป็นธรรมชาติ ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 12 – 18 เดือน
- Restylane Lyft เนื้อที่ค่อนข้างแข็งจึงขึ้นรูปทรงได้ง่าย ปรับให้แก้มส้มดูพุ่งและมีมิติชัดเจน พร้อมทั้งมีแรงพยุงช่วยดึงผิวที่ตกให้ตึงกระชับขึ้น ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 12 – 18 เดือน
- Restylane Defyne เนื้อเจลมีความแข็งระดับกลาง เนื้อฟิลเลอร์กลืนไปกับผิวได้ดี ไม่จับเป็นก้อน เหมาะกับคนที่มีผิวบางแต่อยากยกกระชับแก้ม ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 12 – 18 เดือน
- Restylane Volyme เนื้อแข็งปานกลาง เด่นด้านความอิ่มฟูโดยเฉพาะ เหมาะสำหรับเคสที่มีปัญหาแก้มส้มแบนเรียบและต้องการเติมเต็มให้ดูอวบอิ่มแบบเนียนตา ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 18 เดือน
- Neuramis Deep เนื้อเจลแข็งปานกลาง มีความอิ่มฟูมาก เหมาะสำหรับการฉีดเติมเต็มหน้าแก้มที่ยุบตัวให้ดูมีน้ำมีนวลขึ้น ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 6 – 8 เดือน
- Neuramis Volume เนื้อเจลแข็ง แต่มีความยืดหยุ่น ขึ้นทรงสวย และกลืนกับผิวได้ดีทำให้ฉีดแล้วไม่เป็นก้อน ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 12 – 24 เดือน
- Biohyalux Derm Lines เนื้อเจลแข็ง ช่วยปรับสภาพผิวบริเวณช่วงแก้มที่ดูมีริ้วรอยหรือร่องพับลึกให้กลับมาเรียบเนียน ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 9 – 12 เดือน
- Biohyalux Deep Dermis เนื้อเจลแข็ง เน้นการเพิ่มวอลลุ่มและการดึงยกกระชับเนื้อแก้มที่ฝ่อตัวให้กลับมาเต่งตึงและมีมิติ ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 9 – 12 เดือน
สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่: ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี
ฟิลเลอร์แก้มส้ม ฉีดกี่ CC
การประเมินว่าควรฉีดแก้มส้มกี่ cc จะขึ้นอยู่กับระดับการยุบตัวของกระดูกและสภาพผิวเดิมของแต่ละคน โดยปกติแล้วฟิลเลอร์แก้มส้มจะฉีดประมาณ 1 – 2 cc ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและออกแบบการรักษาให้เหมาะสมกับปัญหา เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาสวยงาม มีวอลลุ่มพอดี และไม่ดูฝืนจนเกินไป
ฟิลเลอร์แก้มส้ม ผลลัพธ์อยู่ได้นานกี่เดือน?
ระยะเวลาการคงอยู่ของฟิลเลอร์แก้มส้มจะขึ้นอยู่กับรุ่นฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ โดยฟิลเลอร์แก้มส้มสามารถอยู่ได้นานประมาณ 6 – 24 เดือน แต่ถ้าดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์แก้มส้มดีผลลัพธ์หลังฉีดอยู่ได้นานมากขึ้น แต่ถ้าโดนความร้อนบ่อย ๆ หรือสูบบุหรี่ผลลัพธ์อาจอยู่ได้ไม่นาน

ฟิลเลอร์แก้มส้ม หลังทำควรดูแลตัวเองอย่างไรบ้าง?
เพื่อให้ผลลัพธ์ของการฉีดฟิลเลอร์แก้มส้มอยู่ได้ยาวนานและเข้าที่ การดูแลตัวเองหลังทำอย่างถูกวิธีคือขั้นตอนที่สำคัญมาก โดยมีวิธีดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์แก้มส้มดังนี้
- ไม่ควรกด นวด หรือสัมผัสแรง ๆ บริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์มา เพื่อป้องกันฟิลเลอร์ที่ยังไม่เซ็ตตัวเสียรูปทรง เคลื่อนตำแหน่งไปในจุดที่ไม่ต้องการ รวมถึงแกะหรือเกาบริเวณรอยเข็มเพื่อป้องกันการอักเสบติดเชื้อหรือแผลสมานช้า
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ ในช่วง 3 – 5 วันแรกหลังทำ
- งดออกกำลังกายหนัก ๆ งดกินวิตามินหรืออาหารเสริมที่มีผลกับการไหลเวียนของเลือด อาจทำให้มีอาการบวมช้ำที่มากและคงระยะอยู่นานกว่าปกติ
- อาจเกิดอาการบวมช้ำขึ้นได้บ้างเล็กน้อย แต่จะหายไปได้เองในไม่กี่วัน
- หลีกเลี่ยงความร้อนสูง เช่น เข้าซาวน่า อบไอน้ำ หัตถการเลเซอร์ เป็นต้น ในช่วง 2 สัปดาห์หลังทำ เพื่อป้องกันการสลายตัวของฟิลเลอร์ที่เร็วกว่าปกติ
- ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอต่อวัน เพื่อให้ฟิลเลอร์ดูดซับน้ำได้เต็มที่ เซ็ตตัวได้ดี ผลลัพธ์ออกมาอิ่มฟูสวย เป็นธรรมชาติ
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่: วิธีดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์
ฟิลเลอร์แก้มส้ม ราคาเท่าไหร่?
สำหรับฉีดฟิลเลอร์แก้มส้มราคาจะแตกต่างกันไปโดยขึ้นอยู่กับปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ ยี่ห้อฟิลเลอร์ รุ่นฟิลเลอร์ ประสบการณ์ของแพทย์ที่ฉีดให้ และโปรโมชั่นของแต่ละคลินิกในตอนนั้น โดยฟิลเลอร์แก้มส้มราคาประมาณ 3,000 – 15,000 บาท/cc สำหรับที่ Vincent Clinic มีราคาฟิลเลอร์เริ่มต้นที่ 3,999 บาท/cc
ฉีดฟิลเลอร์แก้มส้ม ที่ไหนดี
การตัดสินใจว่าจะฉีดฟิลเลอร์แก้มส้มที่ไหนดีเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่สวยงามตรงใจ แนะนำให้ใช้เกณฑ์เหล่านี้เป็นตัวช่วยในการเลือกคลินิกก่อนตัดสินใจครับ
- คลินิกได้มาตรฐานและมีใบอนุญาตถูกต้อง สถานพยาบาลต้องเปิดให้บริการอย่างถูกกฎหมาย มีป้ายแสดงเลขที่ใบอนุญาต 11 หลักให้เห็นชัดเจนบริเวณหน้าคลินิก พื้นที่ทำหัตถการมีความสะอาด แบ่งเป็นสัดส่วน และมีระบบปลอดเชื้อตามมาตรฐานสากล
- ดูแลโดยแพทย์จริงที่มีใบประกอบวิชาชีพ แพทย์ผู้ทำหัตถการต้องตรวจสอบชื่อและเลขที่ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมได้จริง มีประสบการณ์สูง เข้าใจกายวิภาคบนใบหน้า และมีเทคนิคการประเมินรูปหน้าเพื่อจัดวางฟิลเลอร์ได้อย่างแม่นยำ
- ใช้ฟิลเลอร์แท้ที่ผ่าน อย. ไทย ตัวยาต้องสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาและสแกนเช็กได้ กล่องบรรจุภัณฑ์ต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์และถูกแกะกล่องใหม่ต่อหน้าคนไข้ทุกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าได้รับตัวยาที่ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์
- มีรีวิวจากเคสคนไข้จริง ควรมีภาพความเปลี่ยนแปลงทั้งก่อนและหลังทำที่ชัดเจนโดยไม่ผ่านการตกแต่งจนเกินจริง และสามารถเช็กเสียงตอบรับหรือประสบการณ์ตรงจากผู้ใช้บริการจริงผ่านช่องทางต่างๆ เช่น เฟซบุ๊ก หรือกูเกิล ได้
- มีการติดตามผลและดูแลอย่างใกล้ชิด คลินิกที่ดีต้องมีการให้คำแนะนำที่ชัดเจนทั้งก่อนและหลังทำ รวมถึงมีการนัดหมายติดตามอาการหลังฉีดเป็นระยะ เพื่อดูแลผลลัพธ์และช่วยคลายความกังวลใจให้กับคนไข้
ที่ Vincent Clinic Aesthetic เราพร้อมให้บริการดูแลและปรับรูปหน้าโดยทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์ที่ประเมินปัญหาแบบเคสต่อเคส เราเลือกใช้เฉพาะฟิลเลอร์แท้ที่แกะกล่องใหม่ให้ดูทุกครั้ง ภายใต้ห้องทำหัตถการที่สะอาดและได้มาตรฐาน พร้อมคอยดูแลติดตามผลอย่างใกล้ชิด
อ่านวิธีเลือกฉีดให้ปลอดภัยได้ที่: ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี
สรุป
ฟิลเลอร์แก้มส้ม ช่วยให้หน้าละมุนสวย หน้าดูเด็ก ยกกระชับหน้าแก้มไ โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น เห็นผลลัพธ์หลังทำทันที สำหรับใครที่อยากฉีดฟิลเลอร์แต่ยังไม่กล้าหรือมีข้อกังวลต่าง ๆ สามารถเข้ามาขอคำปรึกษาได้ที่ Vincent Clinic Aesthetic กับทีมแพทย์มากประสบการณ์ ให้บริการด้วยผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์แท้ จึงมั่นใจได้ว่าทุกครั้งที่เข้ามารับบริการจะได้รับผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัยกลับไปเสมอ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ฟิลเลอร์แก้มส้ม (FAQ)
- ฉีดแก้มส้มแล้วหน้าจะบานขึ้นหรือไม่
การฉีดด้วยเทคนิคที่ถูกต้องโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเน้นการเติมวอลลุ่มให้พุ่งไปทางด้านหน้า ไม่ได้เป็นการเติมเนื้อออกด้านข้าง จึงไม่ทำให้หน้าดูบานหรือขยายใหญ่ขึ้น ในทางกลับกันมิติของแสงและเงาบนใบหน้าที่เพิ่มขึ้นจะช่วยหลอกตาให้ใบหน้าดูเรียวเล็กลงและมีสัดส่วนที่ละมุนขึ้นได้อย่างชัดเจน
- ฉีดฟิลเลอร์แก้มส้มเจ็บไหม
ก่อนทำหัตถการคลินิกจะมีการแปะยาชาบริเวณหน้าแก้มให้ก่อนเสมอ และในตัวเนื้อเจลฟิลเลอร์รุ่นใหม่ๆ มักจะมีส่วนผสมของยาชาอยู่ด้วย จึงช่วยลดความรู้สึกเจ็บระหว่างเดินเข็มได้เป็นอย่างดี คนไข้จะรู้สึกแค่ตึงๆ หรือหน่วงๆ บริเวณหน้าแก้มเล็กน้อยเท่านั้น ถือเป็นหัตถการที่เจ็บน้อยและทำได้อย่างสบายใจ
- หลังฉีดฟิลเลอร์แก้มส้มจะมีอาการบวมกี่วัน
หลังทำอาจเกิดอาการบวมช้ำหรือมีรอยแดงเล็กน้อยบริเวณจุดที่ลงเข็มซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ แต่อาการเหล่านี้จะค่อยๆ ดีขึ้นและยุบหายไปได้เองภายในเวลา 3 – 7 วัน และเนื้อฟิลเลอร์จะเริ่มเซ็ตตัวผสานเข้ากับชั้นผิวจนสวยงามดูเป็นธรรมชาติที่สุดในช่วงประมาณ 14 วัน
- หากฉีดฟิลเลอร์แก้มส้มมาแล้วรู้สึกไม่ถูกใจ สามารถแก้ไขได้ไหม
สามารถแก้ไขได้อย่างปลอดภัยครับ หากสารที่ฉีดเข้าไปเป็นฟิลเลอร์แท้กลุ่มไฮยาลูรอนิกแอซิด แพทย์สามารถใช้เอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดสฉีดเพื่อสลายฟิลเลอร์จุดนั้นออกได้ โดยเนื้อเจลจะละลายเป็นน้ำและถูกขับออกจากร่างกายตามธรรมชาติ ช่วยให้รูปหน้ากลับคืนสู่สภาพเดิมโดยไม่ทิ้งสารตกค้าง
- สามารถฉีดฟิลเลอร์แก้มส้มร่วมกับหัตถการอื่นในวันเดียวกันได้หรือไม่
สามารถทำร่วมกับหัตถการคลินิกอื่นๆ ในวันเดียวกันได้อย่างปลอดภัย เช่น การฉีดโบท็อกซ์ลดริ้วรอย หรือเมโสหน้าใส แต่หากเป็นหัตถการกลุ่มเครื่องมือยกกระชับที่ปล่อยพลังงานความร้อนสูงลงสู่ชั้นผิว แพทย์มักแนะนำให้ทำเครื่องยกกระชับให้เสร็จเรียบร้อยก่อน แล้วจึงค่อยประเมินเพื่อฉีดฟิลเลอร์แก้มส้มตามลงไป เพื่อป้องกันไม่ให้ความร้อนทำลายเนื้อฟิลเลอร์นั่นเอง















