Mounjaro หนึ่งในแบรนด์ปากกาควบคุมน้ำหนักที่ได้รับความนิยม เนื่องจากมีส่วนประกอบของฮอร์โมนถึง 2 ชนิด ทำให้สามารถลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ เห็นผลลัพธ์ของรูปร่างที่ดีขึ้นชัดเจน ในเนื้อหาต่อไปนี้ Vincent Clinic Aesthetic จะพาไปทำความเข้าใจรายละเอียดต่าง ๆ ทั้งเรื่องของการออกฤทธิ์ มีข้อดีอย่างไร ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ต่างจากปากกาลดน้ำหนักยี่ห้ออื่นอย่างไร มีผลข้างเคียงไหม สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากบทความนี้

Mounjaro ปากกาควบคุมน้ำหนัก อันตรายไหม ต่างจากยี่ห้ออื่นอย่างไร

อยากอ่านอะไร จิ้มที่หัวข้อได้เลย!
Mounjaro ปากกาควบคุมน้ำหนัก อันตรายไหม ต่างจากยี่ห้ออื่นอย่างไร

Mounjaro คืออะไร?

Mounjaro (มอนจาโร) คือ กลุ่มยา Tirzepatide หรือเปปไทด์ที่ช่วยควบคุมน้ำหนักซึ่งอยู่ในรูปแบบปากกา ผลิตโดยบริษัท Eli Lilly & Co. จากประเทศสหรัฐอเมริกา ผ่านการรับรองมาตรฐานจาก US FDA และ อย. ไทย เป็นยาควบคุมใช้สำหรับรักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และช่วยควบคุมน้ำหนัก

Mounjaro มีกลไกการทำงานอย่างไร

Mounjaro เป็น ปากกาลดน้ำหนัก ที่มียาเป็นส่วนผสม Tirzepatide ซึ่งยาตัวนี้อยู่ในกลุ่มของ Dual Agonist จะทำงานควบคู่กันโดยส่วนหนึ่งจะส่งไปยังสมองและอีกส่วนหนึ่งจะชะลอการทำงานของระบบย่อยอาหาร โดยสามารถออกฤทธิ์เพื่อกระตุ้นฮอร์โมนได้ 2 ชนิด ดังนี้

  • GLP-1 (Glucagon-like Peptide-1) ช่วยให้กระเพาะย่อยอาหารช้าลง อิ่มนาน อิ่มเร็ว ลดความอยากอาหาร ทั้งยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้สมดุล
  • GIP (Glucose-dependent Insulinotropic Polypeptide) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเผาผลาญไขมัน กระตุ้นการหลั่งอินซูลินเมื่อระดับน้ำตาลขึ้นสูง และช่วยป้องกันภาวะน้ำตาลต่ำได้อีกด้วย

ฉีด Mounjaro ช่วยอะไรบ้าง

ฉีด Mounjaro ช่วยอะไรบ้าง

เนื่องจากปากกาลดน้ำหนัก Mounjaro มียา Tirzepatide ที่อยู่ในกลุ่มของ Dual Agonist สามารถกระตุ้นได้ทั้ง GLP-1 และ GIP จึงทำให้การควบคุมน้ำหนักและดูแลรูปร่างสามารถเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน ดังนี้

  • ช่วยควบคุมน้ำหนักและดูแลรูปร่างให้ได้สัดส่วนที่ดีขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ช่วยชะลอการย่อยทำให้อิ่มนาน อิ่มไว ลดการกินจุกจิกให้น้อยลง 
  • ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้สมดุล โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2
  • ช่วยลดไขมันส่วนเกินที่สะสมในร่างกาย ทำให้ความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดลดลง
พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและความงาม

ใครเหมาะกับการฉีด Mounjaro

สำหรับปากกาลดน้ำหนัก Mounjaro สามารถนำไปใช้ได้กับกลุ่มคนที่มีปัญหาสุขภาพ ต้องการดูแลรูปร่าง ลดสัดส่วน และควบคุมน้ำหนัก โดยเฉพาะกลุ่มคนดังต่อไปนี้

  • คนที่เป็นอ้วนหรือมี BMI เกินมาตรฐานซึ่งเข้าข่ายจะเป็นโรคอ้วน จึงต้องลดน้ำหนักเพื่อป้องกันโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ
  • คนที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และมีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน เสี่ยงที่จะทำให้สุขภาพแย่ลงได้มากกว่าคนทั่วไป
  • คนที่ออกกำลังกายและควบคุมอาหารแต่น้ำหนักไม่ลดลงหรือผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่ต้องการ
  • คนที่ต้องการดูแลรูปร่าง ลดไขมันสะสมเพื่อให้สัดส่วนของร่างกายเล็กลง
  • คนที่ต้องการควบคุมน้ำหนักและปรับพฤติกรรมการกินอาหารในระยะยาว
  • คนที่ต้องการปรับพฤติกรรมการกินจุกจิกหรือกินเยอะเกินความจำเป็นของร่างกาย

Mounjaro อันตรายไหม มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง

โดยทั่วไปหลังใช้มอนจาโรในช่วงแรกอาจพบอาการบางอย่างได้บ้าง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เวียนหัว ท้องผูก หรือจุกแน่นท้อง ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของร่างกายแต่ละคนที่แตกต่างกัน โดยอาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นในช่วงแรกเท่านั้นและจะค่อย ๆ ดีขึ้นเองเมื่อร่างกายปรับเข้ากับตัวยาได้แล้ว แต่ในบางกรณีที่มีอาการอาเจียนไม่หยุด ปวดท้องอย่างรุนแรง ควรหยุดใช้และพบแพทย์ทันที

Mounjaro ต่างกับปากกาลดน้ำหนักตัวอื่นอย่างไร

สำหรับเปปไทด์ลดน้ำหนัก Mounjaro กับปากกาลดน้ำหนักชนิดอื่น ๆ มีความแตกต่างกันในหลายด้าน ทั้งส่วนประกอบ การออกฤทธิ์ หรือผลลัพธ์ที่ได้หลังใช้ โดยมีรายละเอียดความแตกต่างของแต่ละยี่ห้อ ดังนี้

Mounjaro VS Wegovy

Wegovy เป็นปากกาควบคุมน้ำหนักที่ใช้ตัวยาประเภท Semaglutide ออกฤทธิ์กระตุ้น GLP-1 ต่างจากมอนจาโรที่เป็น Dual Agonist สามารถกระตุ้นได้ทั้ง GLP-1 และ GIP จึงให้ผลลัพธ์การควบคุมน้ำหนัก ลดความอยากอาหารได้ดี และลดอาการข้างเคียงให้น้อยลง

Mounjaro VS Ozempic

Ozempic ใช้ตัวยาในกลุ่มของ Semaglutide จึงสามารถออกฤทธิ์กระตุ้น GLP-1 ได้เพียงอย่างเดียว ในส่วนของมอนจาโรใช้ตัวยา Tirzepatide จึงสามารถออกฤทธิ์ได้กับทั้ง GLP-1 และ GIP ซึ่งช่วยลดการสะสมของไขมันได้ดี ทำให้ร่างกายสูญเสียกล้ามเนื้อน้อยลง

Mounjaro VS Saxenda

Saxenda ใช้ตัวยา Liraglutide ซึ่งสามารถกระตุ้น GLP-1 ที่ช่วยลดความอยากอาหารและทำให้อิ่มเร็วขึ้น แต่ต้องฉีดทุกวัน ต่างจากปากกาลดน้ำหนัก Mounjaro ที่ฉีดเพียงสัปดาห์ละครั้ง สามารถกระตุ้นได้ทั้ง GLP-1 และ GIP ทำให้การลดน้ำหนักเห็นผลลัพธ์ที่ดีกว่า

ปากกาลดน้ำหนัก Mounjaro มีกี่ขนาด?

ปริมาณยาของ Mounjaro มีให้เลือกหลายขนาด มีทั้งขนาดเริ่มต้นและขนาดที่ใช้เพื่อการรักษาในระยะยาว ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินให้เหมาะสมกับร่างกายของแต่ละรายบุคคลที่ไม่เหมือนกัน โดยแบ่งออกเป็นขนาดต่าง ๆ ดังนี้

  • Mounjaro 2.5 mg เป็นขนาดยาเริ่มต้นที่แพทย์แนะนำ เพื่อช่วยให้ร่างกายปรับตัวกับยา ลดการเกิดผลข้างเคียง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน หรือเวียนหัวให้น้อยลง โดยแพทย์จะให้คนไข้ใช้ประมาณ 4 สัปดาห์แล้วจึงปรับเพิ่มขนาดยาในขั้นตอนต่อไป
  • Mounjaro 5 mg เป็นขนาดยาที่ปรับเพิ่มขึ้นจากโดสเริ่มต้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการลดน้ำหนักและดูแลรูปร่างให้ดียิ่งขึ้น
  • Mounjaro 7.5, 10, 12.5 และ 15 mg เป็นขนาดยาที่มักใช้กับคนไข้ที่มีน้ำหนักตัวเยอะ ไขมันสะสมค่อนข้างมาก รวมไปถึงคนที่ใช้ยาในปริมาณเดิมแล้วน้ำหนักไม่ลดลง แพทย์จะประเมินปรับเพิ่มขนาดยาตามลำดับให้สอดคล้องกับร่างกายของแต่ละคน เพื่อให้การรักษาต่อเนื่องในระยะยาวได้ผลลัพธ์ที่ออกมาดีและปลอดภัย

เปปไทด์ลดน้ำหนัก Mounjaro ฉีดตรงไหนได้บ้าง

สำหรับตำแหน่งในการฉีดปากกา Mounjaro สามารถฉีดได้หลายตำแหน่ง โดยตำแหน่งที่แนะนำคือ บริเวณหน้าท้องห่างจากสะดือ 5 ซม. บริเวณต้นขา และบริเวณต้นแขนด้านหลัง และควรสลับตำแหน่งการฉีดทุกครั้งไม่ควรฉีดในที่เดิมเพราะเนื้อเยื่อบริเวณนั้นเมื่อฉีดซ้ำ ๆ อาจสร้างพังผืดจนทำให้ผิวบริเวณนั้นนูนและแข็งได้ จึงควรเปลี่ยนตำแหน่งฉีด หรือขยับจากจุดเดิมไปเล็กน้อย

วิธีเตรียมตัวก่อนฉีด Mounjaro

สำหรับวิธีการเตรียมตัวก่อนฉีดปากกาลดน้ำหนัก Mounjaro สามารถทำได้ง่าย ๆ ตั้งแต่การเตรียมปากกา เตรียมร่างกาย และเตรียมสถานที่ฉีด ดังนี้

  • นำปากกาออกมาจากตู้เย็นและวางไว้ในอุณหภูมิห้องก่อนฉีดประมาณ 30 นาที
  • ล้างมือให้สะอาดและเตรียมอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น สำลี ผ้าก๊อซ เพื่อใช้ซับเลือดในกรณีที่ดึงปากกาออกจากผิวแล้วมีเลือดซึม
  • นั่งบนเก้าอี้หรือโซฟาที่ทำให้รู้สึกสบายและสามารถฉีดปากกา Mounjaro ได้ถนัด
  • หลังจากนั้นทำตามขั้นตอนการเตรียมปากกาและขั้นตอนการฉีด

Mounjaro ฉีดอย่างไรมีขั้นตอนการฉีดอะไรบ้าง

สำหรับวิธีการเตรียมตัวก่อนฉีดปากกาลดน้ำหนัก Mounjaro สามารถทำได้ง่าย ๆ ตั้งแต่การเตรียมปากกา เตรียมร่างกาย และเตรียมสถานที่ฉีด ดังนี้

  • นำปากกาออกมาจากตู้เย็นและวางไว้ในอุณหภูมิห้องก่อนฉีดประมาณ 30 นาที
  • ล้างมือให้สะอาดและเตรียมอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น สำลี ผ้าก๊อซ เพื่อใช้ซับเลือดในกรณีที่ดึงปากกาออกจากผิวแล้วมีเลือดซึม
  • นั่งบนเก้าอี้หรือโซฟาที่ทำให้รู้สึกสบายและสามารถฉีดปากกา Mounjaro ได้ถนัด
  • หลังจากนั้นทำตามขั้นตอนการเตรียมปากกาและขั้นตอนการฉีด

ขั้นตอนการเตรียมยา Mounjaro ก่อนฉีด

  • ดึงปลอกปากกาออกและตรวจสอบสภาพของปากกา รวมไปถึงสีของตัวยาจะต้องใส ไม่มีสีขุ่นหรือเหลือง
  • เช็ดซีลสีแดงด้านในด้วยสำลีสะอาดและแกะปลอกเข็มใหม่หมุนต่อเข้ากับปลายปากกาให้แน่น
  • ดึงปลอกเข็มออก หมุนปุ่มฉีดยาไปที่จุดเริ่มต้นของตำแหน่งแสดงขนาดยาโดยจะได้ยินเสียงหมุน 2 คลิก
  • ถือปากกาตั้งขึ้นและเคาะที่หลอดยาเบา ๆ เพื่อให้ฟองอากาศไหลขึ้นไปอยู่ที่ด้านบนแล้วจึงกดปุ่มฉีดยาค้างไว้ประมาณ 5 วินาที เพื่อทดสอบว่าปากกาและเข็มฉีดยาทำงานปกติ หากมีตัวยาไหลออกมาเล็กน้อยจากปลายปากกา แสดงว่าพร้อมใช้งาน

ขั้นตอนการฉีดปากกาลดน้ำหนัก Mounjaro

  • เช็ดทำความสะอาดผิวบริเวณที่จะฉีดด้วยแอลกอฮอล์ ใช้มือดึงเอาผิวหนังและไขมันขึ้นมาบางส่วน กดปากกาลงไปในแนวตรง กดปุ่มฉีดยาค้างไว้ประมาณ 5 – 10 วินาที 
  • หลังจากกดปากกาค้างไว้ครบตามเวลาแล้ว ดึงปากกาออกช้า ๆ สวมปลอกเข็มด้านนอกกลับเข้าไปเพื่อหมุนเข็มที่ใช้แล้วออกมา เพื่อทิ้งอย่างถูกต้องตามขั้นตอนการกำจัดเข็ม หลังจากนั้นสวมปลอกปากกากลับเข้าไปเพื่อป้องกันสิ่งสกปรก
  • ฉีดยาต่อเนื่องด้วยขนาดเริ่มต้น 2.5 mg สัปดาห์ละครั้ง โดยฉีดในวันเดียวกันของทุกสัปดาห์
  • ในกรณีของคนที่ลืมฉีดยาภายใน 4 วัน แนะนำให้ฉีดทันที หากลืมฉีดยาเกิน 4 วัน แนะนำให้ข้ามเข็มที่ลืมและรอฉีดตามกำหนดในรอบต่อไปได้เลย

หลังฉีด Mounjaro ดูแลอย่างไร

หลังฉีด Mounjaro ควรดูแลตัวเองอย่างไร
  • เพื่อให้หลังฉีดปากกาลดน้ำหนัก Mounjaro มีความปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ดี แนะนำให้ดูแลตัวเองตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ดังนี้

    • ควรแบ่งอาหารออกเป็นมื้อเล็ก ๆ กินหลายมื้อ เพื่อไม่ให้กระเพาะทำงานหนักและลดอาการคลื่นไส้ให้น้อยลง
    • หากกินอาหารแล้วรู้สึกอิ่ม ไม่ควรฝืนกินต่อ เพราะจะทำให้เกิดอาการแน่นท้องหรือท้องอืดได้
    • หลีกเลี่ยงอาหารมัน อาหารทอด และอาหารมื้อหนัก ๆ ลดอาการคลื่นไส้หรืออยากอาเจียนให้น้อยลง
    • เน้นรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์ ผัก และผลไม้ที่มีกากใยสูง เพื่อลดอาการท้องผูกให้น้อยลง
    • ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอในแต่ละวันอย่างน้อย 1.5 – 2 ลิตร ช่วยลดอาการข้างเคียงให้น้อยลงและช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น
    • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียนได้มากกว่าปกติ ทั้งยังอาจไปขัดขวางประสิทธิภาพของตัวยาได้อีกด้วย
    • แนะนำให้พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายและควบคุมอาหารร่วมด้วย จะทำให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้ดีขึ้น

Mounjaro ราคาเท่าไหร่?

  • ปากกาลดน้ำหนัก Mounjaro ราคาทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 12,000 – 20,000 บาท ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ใช้ จำนวนครั้งที่ฉีด โปรโมชั่นของแต่ละคลินิกที่แตกต่างกัน แนะนำให้ศึกษารายละเอียดและเข้ารับการประเมินจากแพทย์โดยตรงเพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะกับแต่ละรายบุคคล สำหรับที่ Vincent Clinic มีราคาของมอนจาโรอยู่ที่สองขนาด ดังนี้

    • Mounjaro 2.5 mg ราคาประมาณ 9,999 บาทต่อด้าม
    • Mounjaro 5 mg ราคาประมาณ 11,999 บาทต่อด้าม

Mounjaro เลือกฉีดที่ไหน

    • ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการถูกต้อง Vincent Clinic ดำเนินกิจการภายใต้ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล จากกระทรวงสาธารณสุขอย่างถูกต้อง คนไข้จึงมั่นใจได้ในมาตรฐานความสะอาด สถานที่ที่ได้มาตรฐานทางการแพทย์ และความรับผิดชอบในทุกเคสที่เข้ารับการรักษา
    • ดูแลโดยแพทย์ในทุกขั้นตอนการรักษา แพทย์เป็นผู้ดูแลคนไข้อย่างใกล้ชิดในทุกกระบวนการ ตั้งแต่การประเมินสภาพร่างกายก่อนเริ่มยา การวิเคราะห์ผลลัพธ์ ฉีดปากกา ไปจนถึงการติดตามอาการและเฝ้าระวังผลข้างเคียงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การลดน้ำหนักเป็นไปอย่างถูกวิธีและเห็นผลเป็นรูปธรรม
    • ใช้ Mounjaro แท้ที่ได้รับรองมาตรฐาน อย. ไทย Mounjaro ที่ใช้เป็นยาแท้ 100% ที่มีสติกเกอร์การรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ไทย และสั่งซื้อโดยตรงจากบริษัทผู้จัดจำหน่ายที่ได้รับรองมาตรฐานระดับสากล พร้อมระบบการเก็บรักษายาที่ควบคุมอุณหภูมิอย่างเข้มงวดเพื่อคงคุณภาพของตัวยา

      สำหรับใครที่ต้องการฉีดเปปไทด์ลดน้ำหนัก Mounjaro แนะนำให้ฉีดกับคลินิกหรือโรงพยาบาลที่เปิดให้บริการอย่างถูกต้องสามารถตรวจสอบได้เท่านั้น เพราะ Tirzepatide เป็นตัวยาควบคุมซึ่งต้องอยู่ภายใต้การควบคุมและดูแลการรักษาโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์อย่างใกล้ชิด ไม่ควรหาซื้อมาใช้เองจากร้านค้าออนไลน์เพราะตัวยาที่ได้อาจเป็นของปลอมทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายและผลข้างเคียงรุนแรงตามมาได้ ซึ่งที่ Vincent Clinic  ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของคนไข้ ดังนี้

    • ควบคุมความปลอดภัยภายใต้มาตรฐานสากล AACI Vincent Clinic ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในทุกมิติ โดยเราได้รับการรับรองจากมาตรฐานสากล AACI จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าทุกกระบวนการรักษาและการดูแลคนไข้ที่นี่เป็นไปตามมาตรฐานสูงสุดในระดับสากล

สรุป

Mounjaro เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของคนที่ต้องการดูแลรูปร่างและลดน้ำหนักอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยตัวยา Tirzepatide ที่อยู่ในกลุ่มของ Dual Agonist ซึ่งออกฤทธิ์กระตุ้นได้ทั้ง GLP-1 และ GIP ช่วยลดความอยากอาหาร ชะลอการย่อยอาหาร ทำให้อิ่มไว ลดไขมันส่วนเกินที่สะสมตามร่างกายได้ดี สำหรับใครที่ต้องการลดน้ำหนัก ดูแลรูปร่าง หรือออกกำลังกายแล้วน้ำหนักไม่ลดลงตามต้องการ แนะนำให้เข้ามาปรึกษากับทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์ของ Vincent Clinic Aesthetic เพื่อรับการประเมินปัญหาและออกแบบการรักษาเฉพาะรายบุคคล

พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและความงาม
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Mounjaro (FAQ)

เนื่องจาก Mounjaro เป็นตัวยาที่ถูกนำมาใช้ในการลดน้ำหนักและยังเป็นตัวยาที่ใช้รักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 อาจทำให้หลายคนเกิดความสับสนในหลาย ๆ ประเด็น หัวข้อนี้จึงรวบรวมคำถามที่พบบ่อยมาไว้ให้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ดังนี้

ปากกา Mounjaro 1 ด้าม ใช้ได้กี่ครั้ง?

สำหรับจำนวนครั้งในการใช้มอนจาโร 1 ด้าม สามารถฉีดได้ 4 ครั้ง โดยฉีดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ซึ่งเป็นจำนวนครั้งพื้นฐานที่ใช้ได้กับทุกขนาด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการประเมินและวางแผนการรักษาของแพทย์ เพราะร่างกายแต่ละคนมีความแตกต่างกัน

ปากกาลดน้ำหนัก Mounjaro ทั้ง 2.5 mg และ 5 mg ต่อการใช้หนึ่งครั้งจะต้องหมุนได้ถึง 60 คลิก แนะนำให้ดูที่หน้าจอแสดงผลของโดสยาเป็นหลักไม่ต้องนับจำนวนคลิกที่หมุนจะง่ายกว่า โดยหมุนปุ่มฉีดยาไปจนสุดและเมื่อหน้าจอแสดงเป็นเลข 1 นั่นหมายถึงว่าปากกาพร้อมฉีดสำหรับ 1 โดสแล้ว

โดยปกติหลังฉีดเปปไทด์ลดน้ำหนัก Mounjaro ในช่วงเดือนแรกจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักที่ค่อย ๆ ลดลง และผลลัพธ์จะชัดเจนในช่วง 3 – 6 เดือน หากใช้อย่างต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์

จากงานวิจัยพบว่าหลังหยุดใช้ปากกา Mounjaro ตามขั้นตอนของแพทย์ จะไม่ทำให้เกิดโยโย่เอฟเฟกต์ หากคนไข้มีการควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง หากไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมการกินได้อาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น

หลังใช้มอนจาโรทุกครั้ง แนะนำให้เก็บเข้าตู้เย็นในช่องธรรมดาที่อุณหภูมิประมาณ 2 – 8 องศาเซลเซียส หรือถ้าไม่ได้แช่เย็นควรอยู่ในพื้นที่ที่อุณหภูมิต่ำกว่า 30 องศาเซลเซียส ห้ามใส่ในช่องแช่แข็งเด็ดขาด หลังการเปิดใช้งานตัวยาสามารถอยู่ได้ประมาณ 30 วัน

Scroll to Top