Ellanse คืออะไร ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง ต่างจาก Sculptra อย่างไร

ทีมแพทย์ Vincent Clinic
แชร์ :
Ellanse คืออะไร

Key Takeaways

  • Ellanse คือ สารกระตุ้นคอลลาเจนในกลุ่ม Collagen Biostimulator ที่ทำได้ทั้งการเพิ่มวอลลุ่มและกระตุ้นคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง
  • สารประกอบใน Ellanse มีด้วยกัน 2 ชนิด ได้แก่ CMC Gel 70% ที่เพิ่มวอลลุ่มและพยุงโครงสร้างผิวได้หลังทำ และ PCL 30% ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง
  • หลังฉีด Ellanse สามารถเห็นผลลัพธ์ผิวที่ดูอิ่มฟูและเต็มขึ้นได้บางส่วน หลังจากนั้นผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นจากการที่คอลลาเจนถูกกระตุ้นให้เพิ่มขึ้น
  • ตำแหน่งที่สามารถฉีด Ellanse ได้ มีด้วยกันหลายตำแหน่ง เช่น ขมับ แก้มส้ม แก้มด้านข้าง ร่องแก้ม คาง และแนวกราม
  • ปัจจุบันมี Ellanse เพียง 2 รุ่น ที่ผ่านการรับรองจาก อย. ไทย ได้แก่ รุ่น S ที่สามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 18 เดือน และ รุ่น M ที่สามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 24 เดือน

Ellanse เป็นหนึ่งในตัวช่วยในการดูแลผิวพรรณและใบหน้าด้วยสารกระตุ้นคอลลาเจน แก้ปัญหาความหย่อนคล้อยของผิวให้ดีขึ้นได้ สำหรับใครที่สงสัยว่าหัตถการนี้คืออะไร ในบทความนี้ Vincent Clinic Aesthetic ได้รวบรวมข้อมูลสำคัญและสิ่งที่ควรรู้ก่อนทำ เช่น ส่วนประกอบมีอะไรบ้าง เหมือนกับการฉีดฟิลเลอร์ไหม แตกต่างจาก Sculptra อย่างไร เหมาะกับปัญหาแบบไหน สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเนื้อหาต่อไปนี้

Ellanse คืออะไร

Ellanse (อีลองเซ่) คือ สารกระตุ้นคอลลาเจน (Collagen Biostimulator) ของบริษัท Sinclair Aesthetics จากประเทศอังกฤษ ผลิตโดยโรงงานในประเทศเนเธอร์แลนด์ และนำเข้าโดยบริษัท Edencolors Thailand โดยมีสารประกอบ 2 ชนิด ได้แก่ Carboxymethyl Cellulose (CMC) 70% และ Polycaprolactone (PCL) 30% โดยสารประกอบทั้งสองชนิดมีคุณสมบัติเด่น ดังนี้

  • CMC (Carboxymethyl Cellulose) เป็นเจลเนื้อนุ่มที่ผลิตจากอนุพันธ์ของเซลลูโลสจากพืช ช่วยเติมเต็มและพยุงโครงสร้างผิวให้ดูเรียบเนียนทันทีหลังฉีด
  • PCL (Polycaprolactone) เป็นสารช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใต้ชั้นผิวให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผิวแน่น กระชับ เต่งตึง และมีความยืดหยุ่นมากขึ้นในระยะยาว

Ellanse ทำงานอย่างไร

Ellanse มีกลไกการทำงานจากส่วนประกอบหลัก 2 ชนิดที่ทำงานร่วมกัน โดย CMC Gel จะช่วยเติมเต็มร่องลึก ริ้วรอย เพิ่มวอลลุ่ม และพยุงโครงสร้างผิวทันทีหลังฉีด ทำให้ผิวดูอิ่มฟูขึ้น ก่อนที่เจลจะค่อย ๆ ถูกดูดซึมไปตามธรรมชาติ 

ขณะเดียวกันอนุภาค PCL จะกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ให้สร้างเส้นใย คอลลาเจน ใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยคอลลาเจนที่สร้างขึ้นจะค่อย ๆ เข้ามาช่วยพยุงโครงสร้างผิวแทนเจล CMC ที่สลายไป ทำให้ผิวดูแน่น กระชับ และเรียบเนียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

Ellanse ช่วยอะไรบ้าง

Ellanse ช่วยอะไรบ้าง

เนื่องจาก Ellanse เป็นกลุ่มของ Collagen Biostimulator ที่ไม่ได้เน้นเรื่องของการเติมเต็มเหมือนกับฟิลเลอร์ แต่เน้นในเรื่องของฟื้นฟูและซ่อมแซมโครงสร้างผิวภายใน จึงช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ดังนี้

  • ช่วยเพิ่มวอลลุ่มให้กับชั้นผิว ผิวที่เกิดการยุบตัวกลับมาเต็มขึ้น เช่น บริเวณแก้ม บริเวณขมับ หรือบริเวณที่ผิวขาดวอลลุ่ม 
  • ช่วยปรับรูปหน้าและกรอบหน้าให้ชัดขึ้น เสริมโครงสร้างชั้นผิวให้ได้สัดส่วน ใบหน้าได้สัดส่วนและมีมิติมากขึ้น
  • ช่วยลดริ้วรอยและร่องลึก โดยเฉพาะ ริ้วรอย ที่เกิดจากการยุบตัวของชั้นผิวหรือสูญเสียคอลลาเจน เช่น ร่องแก้ม 
  • ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ด้วยอนุภาคของ PCL จะเข้าไปทำให้กระบวนการสร้างคอลลาเจนถูกกระตุ้นอย่างต่อเนื่องในระยะยาว 
  • ช่วยยกกระชับและคุณภาพผิวดีขึ้น ด้วยจำนวนเส้นใยคอลลาเจนที่เพิ่มขึ้น โครงสร้างผิวจึงได้รับการพยุงเอาไว้ ทำให้ผิวเรียบเนียน เต่งตึง แน่น กระชับ มีความยืดหยุ่น และคุณภาพผิวโดยรวมดีขึ้น

Ellanse เหมาะกับใคร ไม่เหมาะกับใคร

แม้ว่า Ellanse จะช่วยพยุงโครงสร้างผิว กระตุ้นคอลลาเจน และทำให้ผิวแลดูกระชับเต่งตึงมากขึ้น แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเหมาะกับการทำหัตถการนี้ โดยคนที่เหมาะและไม่เหมาะกับการฉีด Ellanse มีดังนี้

ใครเหมาะกับ Ellanse

  • คนที่มีปัญหา ผิวหย่อนคล้อย ไม่มาก ผิวไม่กระชับ ขาดความยืดหยุ่น และผิวสูญเสียคอลลาเจน
  • คนที่มีริ้วรอยหรือร่องลึก เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก รวมถึงปัญหาหน้าตอบ
  • คนที่ต้องการฟื้นฟูและซ่อมแซมโครงสร้างผิวจากภายใน ยกกระชับ เติมวอลลุ่มให้ผิวแน่นขึ้น
  • คนที่ต้องการให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ทำให้หน้าดู Overfill 
  • คนที่ต้องการปรับกรอบหน้าชัด ใบหน้ามีมิติมากขึ้น

ใครไม่เหมาะกับ Ellanse

  • ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • คนที่มีประวัติแพ้สารประกอบบางอย่างของ Ellanse เช่น Carboxymethyl Cellulose หรือ Polycaprolactone
  • คนที่กำลังเป็นโรคผิวหนัง อักเสบ ติดเชื้อ มีแผล หรือผิวระคายเคืองในตำแหน่งที่ต้องทำหัตถการ 
  • คนที่เป็นโรคแพ้ภูมิตัวเอง เช่น Autoimmune หรือ SLE
  • คนที่มีประวัติเคยเป็นอาการแพ้รุนแรงแบบฉับพลัน (Anaphylaxis)
  • คนที่เพิ่งทำศัลยกรรมหรือฉีดสารเติมเต็มมาได้ไม่นานมากนัก จะต้องแจ้งแพทย์เพื่อทำการประเมินความเหมาะสมอย่างละเอียด

Ellanse มีกี่รุ่น 

รุ่นของ Ellanse มีให้เลือกทั้งหมด 4 รุ่น แต่ในปัจจุบันมีเพียง 2 รุ่น ที่ผ่านการรับรองโดย อย. ไทย ได้แก่ รุ่น S และ รุ่น M ซึ่งทั้งสองรุ่นนี้มีคุณสมบัติหลักที่คล้ายกัน แตกต่างกันเพียงระยะเวลาการคงอยู่ของผลลัพธ์ ดังนี้

  • Ellanse S หลังฉีดไปแล้วผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 18 เดือน
  • Ellanse M หลังฉีดไปแล้วผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 24 เดือน

Ellanse ฉีดจุดไหนได้บ้าง

โปรแกรม Ellanse ฉีดจุดไหนได้บ้าง

แม้ว่าการฉีด Ellanse สามารถช่วยเพิ่มวอลลุ่มให้ผิวแน่น กระชับ กระตุ้นคอลลาเจนได้ แต่ไม่เหมาะกับการฉีดบริเวณที่ชั้นผิวบางหรือมีการขยับกล้ามเนื้อบ่อย ๆ  เช่น รอบดวงตา ระหว่างคิ้ว หรือริมฝีปาก เพราะอาจทำให้ผิวเป็นก้อนนูน สีผิวผิดปกติ และไม่สามารถฉีดสลายได้เหมือนกับ ฟิลเลอร์ โดยตำแหน่งที่สามารถฉีดได้ มีดังนี้

  • บริเวณขมับ โดยเฉพาะในคนที่มีปัญหาขมับตอบ ชั้นผิวยุบตัวจนเว้าเป็นแอ่ง 
  • บริเวณแก้มส้ม ผิวเต็ม อิ่มฟู แก้มไม่ห้อย และดูอ่อนเยาว์
  • บริเวณแก้มด้านข้าง ช่วยเติมวอลลุ่มชั้นผิวแก้ปัญหาแก้มตอบ ใบหน้าสดใส ไม่โทรม
  • คางและแนวกราม ช่วยปรับรูปหน้า เติมกรอบหน้าชัด ใบหน้ามีมิติมากขึ้น
  • ร่องแก้ม ช่วยพยุงโครงสร้างของชั้นผิวให้เต่งตึง กระตุ้นคอลลาเจนทำให้ผิวกระชับ ยืดหยุ่นมากขึ้น

ฉีด Ellanse อยู่ได้นานแค่ไหน กี่วันเห็นผล

หลังฉีด Ellanse สามารถเห็นผลลัพธ์ของผิวที่แลดูเต็มและอิ่มฟูขึ้นได้บางส่วน โดยผิวจะค่อย ๆ ดีขึ้นเนื่องจากกระบวนการสร้างคอลลาเจนถูกกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง สามารถเห็นผลลัพธ์เต็มที่ในช่วง 2 – 3 เดือนหลังทำ โดยระยะเวลาของผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้ตั้งแต่ 18 – 24 เดือน ขึ้นอยู่กับรุ่นที่ใช้ สภาพผิวของคนไข้ อายุที่เพิ่มขึ้น และการดูแลตัวเองหลังทำ

Ellanse ราคาเท่าไหร่

Ellanse ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 20,000 – 40,000 บาทต่อ 1 CC (Syringe) ขึ้นอยู่กับรุ่นที่ใช้ ปริมาณที่ฉีด ระดับของปัญหา สภาพผิว ผลลัพธ์ที่คนไข้ต้องการ ประสบการณ์ของแพทย์ และโปรโมชั่นของแต่ละคลินิกที่แตกต่างกัน 

หลังฉีด Ellanse มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง

ผลข้างเคียงหลังฉีด Ellanse ที่เป็นผลิตภัณฑ์แท้ ผ่านการรับรองจาก อย. และฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ จะไม่เกิดผลข้างเคียงร้ายแรงตามมา แต่อาจมีอาการบางอย่างที่สามารถเกิดขึ้นได้เป็นปกติ เช่น อาการบวม รู้สึกตึง หรือมีรอยเข็มขนาดเล็ก ซึ่งอาการเหล่านี้จะดีขึ้นและหายไปในระยะเวลาประมาณ 3 – 7 วันหลังทำ 

ฉีด Ellanse ควรดูแลตัวเองอย่างไร

เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีหลังฉีด Ellanse และลดผลข้างเคียงหรือภาวะแทรกซ้อนให้น้อยลง ควรดูแลตัวเองตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด โดยสามารถปฏิบัติตามหัวข้อต่าง ๆ ได้ดังนี้

  • งดนวด บีบ กด หรือคลึงในบริเวณที่ฉีด Ellanse นอกจากแพทย์จะเป็นผู้แนะนำให้ทำ 
  • งดแต่งหน้าในช่วง 24 ชั่วโมงแรก เพื่อป้องกันการติดเชื้อจากรอยเข็มที่ยังไม่สมานตัวดี
  • ควรดื่มน้ำเปล่าและพักผ่อนให้เพียงพอในแต่ละวัน
  • งดนอนคว่ำหรือถูกกดทับบริเวณที่ฉีดในช่วงแรก แนะนำให้นอนหงายและยกศีรษะสูง
  • งดออกกำลังกายหนัก แช่น้ำร้อน เข้าซาวน่า และว่ายน้ำ ประมาณ 1 – 2 วันหลังทำ
  • งดทำหัตถการที่ทำให้เกิดความร้อนกับผิว เช่น เลเซอร์ หรือเครื่องยกกระชับ อย่างน้อยประมาณ 2 สัปดาห์
  • ควรล้างหน้าอย่างเบามือและใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสูตรอ่อนโยนในช่วง 2 – 3 วันหลังทำ
  • ควรทาครีมกันแดดเป็นประจำและหลีกเลี่ยงการโดนแดดจัดโดยตรงในช่วงแรก
  • หากเกิดอาการผิดปกติ เช่น สีผิวคล้ำหรือซีดผิดปกติ มีอาการบวมแดงรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ และไม่ลดลง ควรพบแพทย์ทันทีเพื่อรับการรักษา

วิธีเช็ก Ellanse ของแท้

ก่อนฉีด Ellanse ควรตรวจเช็กผลิตภัณฑ์ให้เรียบร้อยว่าเป็นของแท้หรือไม่ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัย ลดการเกิดผลข้างเคียงร้ายแรงหรือภาวะแทรกซ้อนตามมาในระยะยาว โดยสามารถตรวจเช็กของแท้ได้ดังนี้

  • ผลิตภัณฑ์อยู่ในสภาพสมบูรณ์ไม่ฉีกขาดหรือชำรุดพร้อมใช้งาน
  • มีเลขทะเบียน อย. ฉลากภาษาไทย วันที่ผลิต วันหมดอายุ และเลข Lot แสดงไว้ให้เห็นชัดเจน
  • นำหมายเลขทะเบียน อย. ไปตรวจสอบกับทางเว็บไซต์ fda.moph.go.th หรือ oryor.com
  • ต้องเปิดกล่องใหม่ต่อหน้า มีการเตรียมยาและอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้คนไข้เห็น
  • สแกน QR Code ข้างกล่อง เพื่อเข้าไปเช็กข้อมูลจากระบบของบริษัทผู้นำเข้า
  • ตรวจสอบชื่อคลินิกที่สั่งซื้อผลิตภัณฑ์ Ellanse แท้จากบริษัทผู้นำเข้าได้ที่ https://www.edencolors.co.th/th

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Ellanse (FAQ)

สำหรับคนที่ยังสงสัยเกี่ยวกับ Ellanse ในประเด็นอื่น ๆ สามารถศึกษาได้จากคำถามที่พบบ่อยและข้อมูลเพิ่มเติมที่ได้ถูกรวบรวมมาไว้ในหัวข้อนี้เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ ดังนี้ 

Q: ระหว่าง Ellanse กับ Sculptra ต่างกันอย่างไร
A: ความแตกต่างระหว่าง Ellanse vs Sculptra จะอยู่ที่สารประกอบในตัวยา โดย Ellanse จะมี PCL และ CMC gel พร้อมฉีดได้เลย จึงเติมวอลลุ่มผิวให้อิ่มฟูได้ทันทีหลังทำและกระตุ้นคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของ Sculptra จะมาในรูปแบบผงและต้องผสมน้ำเกลือหรือ Sterile Water ก่อนฉีด จึงไม่สามารถเติมเต็มชั้นผิวที่ยุบตัวได้ทันที เน้นการกระตุ้นคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง ช่วยยกกระชับผิวและทำให้โครงสร้างผิวแข็งแรง 

Q: Ellanse เป็นของประเทศอะไร
A: บริษัทผู้พัฒนา Ellanse คือ บริษัท Sinclair Aesthetics จากประเทศอังกฤษ แต่ผลิตโดยโรงงานในประเทศเนเธอร์แลนด์ ผ่านการรับรองจากทั้ง US FDA, CE Mark และ อย. ไทย

Q: ใน Ellanse 1 กล่องมีกี่ cc
A: สำหรับ Ellanse 1 กล่อง บรรจุ 2 CC แบ่งปริมาณเป็น syringe ละ 1 CC ซึ่งเพียงพอกับการฉีดแก้ปัญหาผิวทั่วไป แต่ในกรณีที่มีปัญหาค่อนข้างเยอะหรือต้องการทั้งการยกกระชับและเพิ่มวอลลุ่มผิว แพทย์อาจพิจารณาฉีด 2 CC 

Q: หลังฉีดไปแล้ว Ellanse สลายได้ไหม
A: สารประกอบใน Ellanse หลังฉีดเข้าสู่ร่างกายสามารถสลายไปได้เองตามธรรมชาติ ขึ้นอยู่กับรุ่นที่ใช้ โดยระยะเวลาคงอยู่ได้นานประมาณ 18 – 24 เดือน แต่ไม่สามารถฉีดสลายด้วยเอนไซม์แบบฟิลเลอร์ได้

Q: Ellanse ฉีดแล้วเป็นก้อนได้ไหม
A: หากฉีด Ellanse ที่เป็นของแท้และฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์จะไม่เกิดปัญหาเป็นก้อนหลังทำ แต่ในกรณีที่แพทย์ไม่มีประสบการณ์ วางตัวยาไว้ในชั้นผิวตื้น ใช้ปริมาณยาที่มากเกินไป หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นของปลอม อาจทำให้ฉีดแล้วเป็นก้อนตามมาได้

สรุป

Ellanse ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มของ Collagen Biostimulator ที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใต้ชั้นผิวให้เพิ่มขึ้น ซึ่งมีส่วนประกอบสำคัญ 2 ชนิด ได้แก่ CMC Gel ที่ช่วยเพิ่มวอลลุ่มผิวได้หลังฉีด และ PCL ที่ช่วยกระตุ้นกระบวนการสร้างเส้นใยคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง สามารถทำได้ทั้งการ Volumizing และ Lifting ช่วยให้ผิวสุขภาพดี ผิวแน่นฟู และยกกระชับขึ้น สำหรับใครที่อยากดูแลและฟื้นฟูผิวพรรณจากภายในให้กลับมาอ่อนเยาว์ เปล่งปลั่ง มีออร่า โดยไม่ต้องผ่าตัด แนะนำให้เข้ามาปรึกษาทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์ของ Vincent Clinic Aesthetic เพื่อรับการประเมินปัญหา วิเคราะห์สภาพผิว และออกแบบการรักษาเฉพาะรายบุคคล