วิตามินบี 3 เป็นวิตามินที่มีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย โดยร่างกายสามารถได้รับวิตามินบี 3 จากอาหารหลากหลายชนิด ในบทความนี้ Vincent Clinic Aesthetic จะพาไปดูว่าวิตามินบี 3 มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร พร้อมแหล่งอาหารที่สามารถรับวิตามินบี 3 ได้ในชีวิตประจำวัน
วิตามินบี 3 คืออะไร
วิตามินบี 3 (Vitamin B3) หรือ Niacin เป็นวิตามินหนึ่งในกลุ่ม วิตามินบี ที่ละลายในน้ำ มีหน้าที่ช่วยเปลี่ยนสารอาหารให้เป็นพลังงาน และมีส่วนช่วยต่อการทำงานของระบบประสาท ระบบทางเดินอาหาร และสุขภาพผิว

Vitamin B3 มีอะไรบ้าง
วิตามินบี 3 สามารถพบได้ในหลายรูปแบบ แต่รูปแบบหลักที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ ได้แก่ Nicotinic Acid และ Nicotinamide (Niacinamide) ซึ่งแม้จะเป็นวิตามินบี 3 เหมือนกัน แต่มีคุณสมบัติและการนำไปใช้แตกต่างกันในบางด้านดังนี้
- Nicotinic Acid เป็นรูปแบบของวิตามินบี 3 ที่มีบทบาทต่อกระบวนการเผาผลาญและการสร้างพลังงานของเซลล์ นอกจากนี้ ในขนาดที่ใช้เป็นยายังสามารถนำมาใช้เพื่อช่วยปรับระดับไขมันในเลือดได้ภายใต้การดูแลของแพทย์
- Nicotinamide (Niacinamide) เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำงานและการซ่อมแซมเซลล์ รวมถึงมีบทบาทต่อสุขภาพผิว จึงนิยมนำมาใช้เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหลายชนิด
วิตามินบี 3 เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะถูกนำไปใช้ในการสร้าง NAD (Nicotinamide Adenine Dinucleotide) ซึ่งสามารถเปลี่ยนต่อเป็น NADP (Nicotinamide Adenine Dinucleotide Phosphate) โดยทั้งสองชนิดเป็นโคเอนไซม์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเผาผลาญ การสร้างพลังงาน และการทำงานของเซลล์
วิตามินบี 3 ช่วยอะไร
สำหรับวิตามินบี 3 เป็นสารอาหารที่มีบทบาทต่อหลายระบบของร่างกาย ทั้งการสร้างพลังงาน การทำงานของเซลล์ ระบบประสาท รวมถึงการดูแลสุขภาพผิว ประโยชน์ของวิตามินบี 3 ที่สำคัญมีดังนี้
- ช่วยเปลี่ยนสารอาหารเป็นพลังงาน มีส่วนในกระบวนการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน เพื่อให้ร่างกายนำไปใช้เป็นพลังงาน
- ช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบประสาท มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำงานของเซลล์ประสาทและกระบวนการต่าง ๆ ภายในสมอง
- ช่วยดูแลระบบทางเดินอาหาร มีบทบาทต่อการทำงานของเซลล์และเยื่อบุในระบบทางเดินอาหาร
- ช่วยในการทำงานและซ่อมแซมเซลล์ เนื่องจากวิตามินบี 3 เป็นส่วนสำคัญของ NAD และ NADP ซึ่งเกี่ยวข้องกับกระบวนการทำงานของเซลล์
- ช่วยดูแลสุขภาพผิว โดยเฉพาะ Niacinamide ที่เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินบี3 มีส่วนช่วยเสริมเกราะป้องกันผิวและช่วยรักษาความชุ่มชื้น
- ช่วยควบคุมความมันบนผิว วิตามินบี3 ในรูปแบบ Niacinamide สามารถช่วยลดความมันส่วนเกินและดูแลผิวที่มีแนวโน้มเกิดสิว
- ช่วยให้สีผิวดูสม่ำเสมอขึ้น มีส่วนช่วยลดความหมองคล้ำและทำให้จุดด่างดำดูจางลงเมื่อใช้ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอย่างเหมาะสม
- ช่วยลดการระคายเคืองของผิว Vitamin B3 แบบ Niacinamide มีคุณสมบัติช่วยปลอบประโลมผิวและสนับสนุนการทำงานของเกราะป้องกันผิว
หา Vitamin B3 จากแหล่งไหนได้บ้าง
วิตามินบี 3 เป็น วิตามิน ที่สามารถรับได้จากหลายแหล่ง ทั้งจากอาหารที่รับประทานในชีวิตประจำวัน ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของวิตามินบี 3 ในรูปแบบไนอะซินาไมด์ และการดูแลทางการแพทย์ ซึ่งแต่ละรูปแบบมีวัตถุประสงค์ในการใช้แตกต่างกัน โดยสามารถรับวิตามินบี 3 ได้จากแหล่งต่าง ๆ ดังนี้
อาหารที่มีวิตามินบี 3
วิตามินบี 3 พบได้ในอาหารหลายชนิด ทั้งจากแหล่งโปรตีนจากสัตว์และพืช รวมถึงธัญพืชบางประเภท โดยอาหารที่เป็นแหล่งของวิตามินบี 3 มีดังนี้
- เนื้อไก่และเนื้อสัตว์ เช่น อกไก่ เนื้อหมู และเนื้อวัว ซึ่งเป็นแหล่งของไนอะซินและโปรตีนที่ร่างกายนำไปใช้ได้
- ปลาและอาหารทะเล เช่น ปลาทูน่า ปลาแซลมอน และปลาชนิดต่าง ๆ ซึ่งให้ทั้งวิตามินบี 3 และโปรตีน
- ตับและเครื่องในสัตว์ เป็นอาหารที่มีวิตามินบีหลายชนิด รวมถึงวิตามินบี 3 แต่ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม
- ถั่วและเมล็ดพืช เช่น ถั่วลิสง เมล็ดทานตะวัน และถั่วชนิดต่าง ๆ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรับวิตามินบี 3 จากอาหารประเภทพืช
- ธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต และผลิตภัณฑ์จากโฮลเกรน ซึ่งให้วิตามินบี 3 พร้อมใยอาหารและสารอาหารอื่น ๆ
- เห็ด โดยเฉพาะเห็ดบางชนิด เป็นอีกหนึ่งแหล่งของวิตามินบี 3 ที่สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลาย
- ไข่และผลิตภัณฑ์จากนม แม้จะมีวิตามินบี 3 ไม่สูงเท่าเนื้อสัตว์หรือปลา แต่มีโปรตีนและกรดอะมิโนทริปโตเฟน ซึ่งร่างกายสามารถนำไปสร้างไนอะซินได้บางส่วน
สกินแคร์ที่มี Vitamin B3
วิตามินบี 3 มีสรรพคุณต่อผิวหลายด้าน โดยเฉพาะในรูปของ Niacinamide ซึ่งนิยมใช้เป็นส่วนประกอบในเซรั่ม เอสเซนส์ มอยส์เจอไรเซอร์ และครีมบำรุงผิว มีส่วนช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว รักษาความชุ่มชื้น ควบคุมความมัน และช่วยให้สีผิวดูสม่ำเสมอขึ้น
ผลิตภัณฑ์เสริมวิตามินบี 3
ผลิตภัณฑ์เสริมวิตามินบี 3 เป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ได้รับวิตามินบี 3 จากอาหารไม่เพียงพอ โดยมีทั้งแบบวิตามินบี 3 เดี่ยวและวิตามินบีรวม ช่วยให้ได้รับวิตามินในปริมาณที่กำหนดได้อย่างชัดเจนและสะดวก
เสริมวิตามิน B3 ด้วยการดริปวิตามิน
การดริปวิตามิน เป็นการให้วิตามินและสารอาหารผ่านทางหลอดเลือดดำเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรง จึงไม่ผ่านกระบวนการย่อยและดูดซึมในระบบทางเดินอาหารเหมือนการรับวิตามินบี 3 จากอาหารหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โดยบางสูตรอาจมีวิตามินบี 3 ร่วมกับวิตามินบีชนิดอื่นและสารอาหารเพิ่มเติม

อาการขาดวิตามิน B3 เป็นแบบไหน
วิตามินบี 3 หากร่างกายได้รับไม่เพียงพอ อาจทำให้เกิดอาการผิดปกติหลายด้าน โดยเฉพาะผิวหนัง ระบบทางเดินอาหาร และระบบประสาท ทำให้มีอาการต่าง ๆ ได้ดังนี้
- ผิวหนังอักเสบ อาจมีผื่นแดง คัน ผิวลอก หนาขึ้น หรือมีสีคล้ำ โดยเฉพาะบริเวณที่สัมผัสแสงแดดเป็นประจำ เช่น ใบหน้า คอ มือ และแขน
- ระบบทางเดินอาหารผิดปกติ อาจมีอาการเบื่ออาหาร คลื่นไส้ ปวดท้อง ท้องอืด ท้องเสีย หรือมีปัญหาในการย่อยอาหาร
- อ่อนเพลียและปวดศีรษะ รู้สึกเหนื่อยง่าย ไม่มีแรง หรือมีพลังงานลดลงกว่าปกติ
- ช่องปากและลิ้นอักเสบ อาจพบแผลในปาก ลิ้นแดง เจ็บลิ้น หรือเยื่อบุช่องปากอักเสบ
- ระบบประสาทผิดปกติ เช่น หงุดหงิด นอนไม่หลับ ซึมเศร้า สมาธิลดลง ความจำแย่ลง หรือมีอาการสับสนในรายที่รุนแรง
- เกิดโรคเพลลากรา (Pellagra) หากขาดวิตามินบี 3 อย่างรุนแรง อาจมีอาการเด่นตามหลัก 3D ได้แก่ Dermatitis, Diarrhea และ Dementia และหากไม่ได้รับการรักษาอาจรุนแรงถึงเสียชีวิต
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Vitamin B3 (FAQ)
Q: วิตามินบี 3 ควรกินตอนไหน
A: วิตามินบี 3 สามารถรับประทานได้พร้อมหรือหลังอาหาร เพื่อลดโอกาสเกิดอาการระคายเคืองกระเพาะอาหาร โดยควรรับประทานตามปริมาณที่แนะนำหรือคำแนะนำของแพทย์
Q: ควรได้รับ Niacin วันละเท่าไหร่
A: ผู้ใหญ่อายุ 19 ปีขึ้นไป ควรได้รับไนอะซินในแต่ละวันต่างกัน โดยผู้ชายควรได้รับประมาณ 16 มก. NE/วัน และผู้หญิงประมาณ 14 มก. NE/วัน
Q: กินวิตามินบี 3 ทุกวันได้ไหม
A: สามารถรับประทานวิตามินบี 3 ทุกวันได้ หากได้รับในปริมาณที่เหมาะสมตามความต้องการของร่างกาย แต่ไม่ควรรับประทานในขนาดสูงต่อเนื่องโดยไม่มีคำแนะนำจากแพทย์
Q: B3 ห้ามใช้คู่กับอะไร
A: วิตามินบี 3 ไม่มีข้อห้ามใช้คู่กับอาหารทั่วไป แต่หากรับประทาน Niacin ขนาดสูง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ร่วมกับยาลดไขมันกลุ่ม Statin ยารักษาเบาหวาน หรือยารักษาวัณโรคบางชนิด เนื่องจากอาจเกิดปฏิกิริยาระหว่างยาได้
Q: วิตามินบี 3 มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง
A: หากได้รับวิตามินบี 3 ในปริมาณสูง อาจเกิดอาการหน้าแดง ร้อนวูบวาบ คัน คลื่นไส้ หรือปวดท้อง และหากใช้ขนาดสูงต่อเนื่องอาจส่งผลต่อตับ ระดับน้ำตาล และกรดยูริกในเลือดได้
Q: กิน Vitamin B3 มากเกินไปอันตรายไหม
A: อันตรายได้ โดยเฉพาะเมื่อรับประทานในขนาดสูงต่อเนื่อง อาจทำให้หน้าแดง คลื่นไส้ ปวดท้อง และเพิ่มความเสี่ยงต่อตับ จึงควรรับประทานตามปริมาณที่เหมาะสมหรือคำแนะนำของแพทย์
Q: Niacin กับ Niacinamide ต่างกันอย่างไร
A: ทั้งสองเป็นรูปแบบของวิตามินบี 3 แต่มีคุณสมบัติต่างกัน โดย Niacin มักเกี่ยวข้องกับการเผาผลาญและการควบคุมไขมันในเลือด ส่วน Niacinamide นิยมใช้ด้านการดูแลผิว และไม่ทำให้เกิดอาการหน้าแดงแบบ Niacin
สรุป
วิตามินบี 3 หรือ Niacin เป็นวิตามินที่มีบทบาทต่อการสร้างพลังงาน ระบบประสาท ระบบทางเดินอาหาร และสุขภาพผิว โดยสามารถได้รับจากอาหารและแหล่งเสริมต่าง ๆ หากต้องการดูแลร่างกายเพิ่มเติม สามารถเข้ารับคำปรึกษาที่ Vincent Clinic Aesthetic เพื่อประเมินความเหมาะสมและเลือกสูตรดริปวิตามินที่เหมาะกับแต่ละบุคคลภายใต้การดูแลของบุคลากรทางการแพทย์












