Oligio คืออะไรช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง เหมาะกับใคร และแตกต่างจากเครื่องยกกระชับผิวชนิดอื่นอย่างไร Vincent Clinic Aesthetic จะพาไปอธิบายในแต่ละประเด็นอย่างชัดเจน เพื่อช่วยให้ตัดสินใจเลือกวิธีดูแลผิวได้เหมาะกับตัวเองมากขึ้น
Key Takeaways
- Oligio คือเทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยคลื่นวิทยุ Monopolar RF ที่ช่วยฟื้นฟูผิวให้ดูแน่น เรียบ และกระชับขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด
- พลังงานของ Oligio สามารถลงลึกได้ทั้งชั้นผิวและชั้นไขมัน ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและลดความหนาของไขมันใต้ผิวได้ในเวลาเดียวกัน
- ช่วยแก้ปัญหาผิวได้หลายด้าน เช่น ผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอย รูขุมขนกว้าง และกรอบหน้าไม่ชัด
- Oligio มี 2 รุ่น คือ Standard และ Oligio X โดยรุ่น X สามารถปรับการรักษาได้ละเอียดและครอบคลุมมากกว่า
- เหมาะกับผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด และไม่ต้องการพักฟื้น
- จุดเด่นของ Oligio คือการปรับคุณภาพผิวโดยรวมให้ดูแน่น เรียบ และอิ่มขึ้น ต่างจากเครื่องกลุ่ม HIFU ที่เน้นยกโครงหน้า
- จำนวนช็อต Oligio ที่ใช้จะอยู่ที่ประมาณ 100 – 1200 ช็อต ขึ้นอยู่กับปัญหาและบริเวณที่ทำ
- ผลลัพธ์หลังทำ Oligio จะเริ่มเห็นได้ทันทีบางส่วน และเห็นผลชัดเจนในช่วง 2 – 3 เดือน อยู่ได้นานประมาณ 6 – 12 เดือน
- ราคา Oligio ขึ้นอยู่กับรุ่นเครื่องและจำนวนช็อตที่ใช้ หากอยากรู้ราคาที่แน่ชัดควรประเมินร่วมกับแพทย์ก่อนตัดสินใจ
- ควรเลือกทำ Oligio กับคลินิกที่ได้มาตรฐาน ใช้เครื่องแท้ และมีแพทย์ดูแล เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่เหมาะสม
Oligio คืออะไร
Oligio (โอลิจิโอ) คือ หัตถการ ที่ใช้เทคโนโลยียกกระชับผิวจากเกาหลี ที่ใช้คลื่นวิทยุแบบ Monopolar RF ส่งพลังงานลงลึกถึงชั้นผิวและชั้นไขมัน พลังงานจะช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสตินให้ฟื้นตัว ผิวจึงดูแน่นขึ้น เรียบขึ้น พร้อมช่วยลดความหย่อนคล้อย และความหนาของไขมันใต้ผิว รวมถึงได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยจากทั้ง อย. ไทย, US FDA และยุโรป CE จึงมั่นใจได้ในเรื่องประสิทธิภาพและความปลอดภัย
Oligio มีการทำงานอย่างไร
Oligio ทำงานโดยการส่งพลังงานความร้อนที่ใช้ คลื่นวิทยุ ลงลึกถึงชั้นหนังแท้ แบบเป็นวงกว้าง ความร้อนจะเข้าไปกระตุ้นให้คอลลาเจน ทำให้ผิวแน่นขึ้น รูขุมขนเล็กลง และช่วยลดความหนาของไขมันใต้ผิว เพื่อให้ครอบคลุมทุกปัญหาผิว Oligio มีหัว Tip เฉพาะจุดดังนี้
- Oligio Face Tip (4cm) ใช้ยกกระชับทั่วใบหน้า แก้ม และเหนียง
- Oligio Eye Tip (0.25cm) หัวขนาดเล็กพิเศษสำหรับผิวบอบบางรอบดวงตา ช่วยลดริ้วรอยและถุงใต้ตา
- Oligio Body หัวสำหรับผิวกายช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย และลดความหนาของไขมันใต้ผิวเฉพาะจุด เช่น ต้นแขน หรือหน้าท้อง
ทำ Oligio ช่วยอะไรบ้าง
Oligio เป็นเทคโนโลยีที่ช่วย ยกกระชับผิว ฟื้นฟูผิวให้ดูแน่นกระชับและเรียบเนียนขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยหรืออยากดูแลผิวให้ดูอ่อนเยาว์แบบไม่ต้องผ่าตัด โดยสามารถช่วยแก้ปัญหาผิวได้หลากหลาย ดังนี้
- ช่วยยกกระชับผิวให้ดูแน่นขึ้น ลด หน้าหย่อนคล้อย ผิวดูเฟิร์มและได้รูปมากขึ้น
- ช่วยลดเลือน ริ้วรอย ผิวดูเรียบขึ้น โดยเฉพาะริ้วรอยเล็ก ๆ บริเวณรอบตา หน้าผาก และร่องแก้ม
- ช่วย กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และอีลาสติน ฟื้นโครงสร้างผิวจากภายใน ทำให้ผิวแข็งแรงและยืดหยุ่นขึ้น
- ช่วยกระชับรูขุมขน แก้ปัญหา รูขุมขนกว้าง ปรับให้ผิวดูละเอียด เรียบเนียน และดูสม่ำเสมอมากขึ้น
- ช่วยลดความหนาของไขมันใต้ผิว เช่น แก้มและ เหนียง ทำให้หน้าดูเบาขึ้น ไม่อูม
- ช่วยปรับกรอบหน้าให้ชัดขึ้น แก้สำหรับผู้มีปัญหา กรอบหน้าไม่ชัด ใบหน้าดูเรียว ได้สัดส่วน และดูยกขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
Oligio มีกี่รุ่น
Oligio เป็นเครื่องยกกระชับผิวที่พัฒนาเทคโนโลยีมาอย่างต่อเนื่อง ในปัจจุบันเครื่อง Oligio มีด้วยกัน 2 รุ่น โดยมีรายละเอียดของแต่ละรุ่นดังนี้
Oligio (Standard)
เป็นรุ่นแรกของ Oligio ที่ออกแบบมาเพื่อยกกระชับผิวและฟื้นฟูคอลลาเจน โดยใช้พลังงาน Monopolar RF ในรูปแบบ Single Mode เน้นส่งพลังงานความร้อนลงสู่ผิวเพื่อกระตุ้นคอลลาเจนและลดความหนาของไขมันใต้ผิว พร้อมระบบทำความเย็น Cooling Power แบบ 5 Cooling Pulses ที่ช่วยลดความร้อนสะสมระหว่างทำ ทำให้รู้สึกสบายผิวมากขึ้นและช่วยปกป้องผิวในระหว่างการรักษา
Oligio X
เป็นรุ่นที่พัฒนาขึ้นให้สามารถออกแบบการรักษาได้ละเอียดมากขึ้น ด้วยระบบ Dual Mode ได้แก่ G Mode ที่เน้นส่งพลังงานสะสมที่ผิวชั้นบน เพื่อกระชับรูขุมขน และกระตุ้นให้ผิวแน่นขึ้นแน่น และ X Mode ที่ส่งพลังงานลงลึกเพื่อยกกระชับและปรับรูปหน้าให้ชัดมากขึ้น อีกทั้งยังมีระบบทำความเย็นที่พัฒนาเพิ่มเป็น 11 Cooling Pulses ช่วยลดความร้อนและเพิ่มความสบายผิวระหว่างทำได้ดีกว่ารุ่นเดิม
Oligio กับ Oligio X ต่างกันอย่างไร
| คุณสมบัติ | Oligio | Oligio X |
| พลังงานที่ใช้ | Monopolar RF | Monopolar RF |
| โหมดที่มี | Single Mode | G-Mode & X-Mode |
| ระบบทำความเย็น | 5 Cooling Pulses | 11 Cooling Pulses |
| ความคงทนผลลัพธ์หลังทำ | ประมาณ 6 – 12 เดือน | ประมาณ 8 – 12 เดือน |
Oligio และ Oligio X มีความแตกต่างกันในหลายจุด ทั้งด้านเทคโนโลยี พลังงานที่ใช้ รวมถึงประสิทธิภาพในการยกกระชับและฟื้นฟูผิว โดยทั้ง 2 รุ่น แตกต่างกันตรงที่ Oligio X จะมีโหมดเพิ่มขึ้นเป็น 2 โหมดทำให้เลือกทำงานได้ทั้งผิวชั้นบน และผิวชั้นลึก พร้อมกับปรับระบบความเย็นให้ดีขึ้น ลดความเจ็บขณะทำ ส่วนเครื่อง Oligio Standard ถึงแม้จะเป็นรุ่นที่เก่ากว่า แต่ยังสามารถใช้ยกกระชับผิวได้ดีอย่างมีประสิทธิภาพ
Oligio เหมาะกับใคร
Oligio เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวและฟื้นฟูผิวให้ดูแน่นขึ้น รวมถึงผู้ที่มีปัญหาผิวต่าง ๆ ดังนี้
- ผู้ที่เริ่มมีผิวหย่อนคล้อย หรือริ้วรอยตามวัย และต้องการให้ผิวดูแน่นขึ้น
- ผู้ที่ต้องการกระตุ้นคอลลาเจน ให้ผิวแข็งแรงและยืดหยุ่นมากขึ้น
- ผู้ที่มีปัญหาแก้มหย่อน เหนียง หรือกรอบหน้าไม่ชัด
- ผู้ที่ต้องการให้ใบหน้าดูเรียว ได้รูป และดูยกขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
- ผู้ที่ต้องการดูแลผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด และไม่ต้องพักฟื้น
- ผู้ที่ไม่ต้องการฉีดสารเติมเต็ม แต่ยังอยากฟื้นฟูผิวให้ดูดีขึ้น
เครื่อง Oligio ต่างกับเครื่องยกกระชับตัวอื่นอย่างไร
Oligio มีความแตกต่างจากเครื่องยกกระชับอื่น ๆ ในหลายด้าน เพื่อให้เห็นภาพและเข้าใจได้ง่ายขึ้น Vincent Clinic ได้สรุปความแตกต่างระหว่าง Oligio และเครื่องยกกระชับอื่น ๆ ไว้ดังนี้
| คุณสมบัติ | Oligio | Ulthera | Ultraformer | Thermage | Volnewmer | Morpheus8 | Hifu |
| พลังงานที่ใช้ | Monopolar RF | Focused Ultrasound | คลื่นเสียงความถี่สูงความเข้มข้นสูง (MMFU) | Monopolar RF | Monopolar RF | Fractional Microneedle RF | High Intensity Focused Ultrasound |
| ระดับการลงลึก | ชั้นหนังแท้, ชั้นไขมัน | ชั้น SMAS | ชั้น SMAS | ชั้นหนังแท้, ชั้นไขมัน | ชั้นหนังแท้, ชั้นไขมัน | ชั้นหนังแท้, ชั้นไขมัน | ชั้น SMAS |
| ผลลัพธ์ที่ได้ | ผิวแน่นกระชับ, ลดความหย่อนคล้อย | ยกกระชับ, กรอบหน้าชัดขึ้น, ริ้วรอยลดลง | ผิวตึงกระชับขึ้น, กรอบหน้าชัดขึ้น, ริ้วรอยจางลง | ผิวยกกระชับ , สลายไขมันส่วนเกิน | ผิวยกกระชับ, สลายไขมันส่วนเกิน | แก้ผิวหย่อนคล้อย, ลดไขมัน, กระชับรูขุมขน | ผิวยกกระชับ |
| ระยะเวลาในการเห็นผล | 2-3 เดือน | 2-3 เดือน | 1-2 เดือน | 2-3 เดือน | 3-6 เดือน | 1-3 เดือน | 1-3 เดือน |
| ความคงทนผลลัพธ์หลังทำ | 6-12 เดือน | 12 เดือน | 6-12 เดือน | 12–18 เดือน | 6-8 เดือน | 6-12 เดือน | 6-12 เดือน |
Oligio vs Ulthera
Oligio ใช้พลังงานคลื่น Monopolar RF ที่สามารถกระจายพลังงานลงได้หลายชั้นตั้งแต่ชั้นหนังแท้ไปจนถึงชั้นไขมัน จึงเน้นการฟื้นฟูผิวให้ดูแน่น เรียบเนียน และอิ่มฟูขึ้น ช่วยปรับสภาพผิวโดยรวมให้ดีขึ้น
Ulthera ใช้คลื่นเสียงความถี่สูง Ultrasound ที่สามารถส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS เป็นชั้นโครงสร้างผิว เด่นในเรื่องการยกกระชับและปรับกรอบหน้าให้ชัดเจน เหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย
Oligio vs Ultraformer
Oligio ใช้คลื่นวิทยุที่กระจายพลังงานลงในชั้นผิวและชั้นไขมัน จึงเน้นปรับคุณภาพผิวให้ดูแน่น เรียบ และช่วยลดความหนาของไขมันใต้ผิว ทำให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น
Ultraformer ใช้คลื่นเสียงความเข้มข้นสูงลงลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นโครงสร้างผิว จึงช่วยในการยกกระชับและปรับกรอบหน้าให้ชัด เหมาะกับผู้ที่ต้องการยกหน้าและแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยในระดับโครงสร้างมากกว่า
Oligio vs Thermage
Oligio จะให้พลังงานที่กระจายสม่ำเสมอ ทำให้รู้สึกสบายผิว เจ็บน้อย เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีผิวหย่อนคล้อย ต้องการให้ผิวดูแน่นขึ้น หน้าเรียวขึ้น
Thermage จะใช้พลังงานที่ลึกและเข้มข้นกว่า เหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยมาก ต้องการยกกระชับให้เห็นผลชัดเจน และขณะทำอาจรู้สึกเจ็บหรือร้อนมากกว่า Oligio เล็กน้อย
Oligio vs Volnewmer
Oligio ช่วยให้ผิวแน่นขึ้นพร้อมลดไขมันใต้ผิวบางส่วน เช่น แก้มและเหนียง ทำให้ใบหน้าดูเรียวและได้รูปมากขึ้น
Volnewmer เน้นฟื้นฟูผิวให้ดูแน่น ฟู เรียบเนียน ขณะทำให้ความรู้สึกสบายผิวมากกว่าเล็กน้อย เหมาะกับผู้ที่ต้องการยกกระชับพร้อมปรับคุณภาพผิวโดยรวม
Oligio vs Morpheus8
Oligio เป็นคลื่นวิทยุแบบไม่ใช้เข็ม เน้นยกกระชับผิวชั้นหนังแท้ ทำให้ผิวดูแน่น เรียบเนียน เหมาะกับคนที่เริ่มมีผิวหย่อนคล้อยและต้องการดูแลผิวแบบสบายผิว
Morpheus8 เป็นเทคโนโลยีที่ใช้เข็มขนาดเล็กส่งพลังงานลงลึกถึงชั้นผิวและชั้นไขมัน ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิว ลดไขมัน กระชับรูขุมขน และแก้ปัญหาผิวได้ลึกกว่า
Oligio vs Hifu
Oligio ใช้คลื่นวิทยุที่กระจายความร้อนลงในชั้นผิวและชั้นไขมัน เน้นปรับคุณภาพผิวให้ดูแน่น ฟู เรียบเนียน พร้อมช่วยลดไขมันบริเวณแก้มและเหนียงเล็กน้อย เหมาะกับผู้ที่ต้องการให้ผิวดูดีขึ้นโดยรวม
HIFU ใช้คลื่นเสียงความเข้มข้นสูงที่ลงลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นโครงสร้างผิว จึงเด่นด้านการยกกระชับและปรับกรอบหน้าให้ชัด เหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยและต้องการยกหน้าให้เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจน
ควรทำ Oligio กี่ช็อต
จำนวนช็อตของ Oligio จะใช้ประมาณ 100 – 1200 ช็อต โดยแต่ละบริเวณและระดับปัญหาผิวจะใช้จำนวนช็อตแตกต่างกันดังนี้
- Oligio 100 – 300 ช็อต เหมาะสำหรับบริเวณรอบดวงตา ช่วยให้ผิวใต้ตาดูเรียบขึ้น ลดริ้วรอยเล็ก ๆ และให้ผิวดูกระชับขึ้นเล็กน้อย
- Oligio 300 – 600 ช็อต เหมาะสำหรับยกกระชับช่วงแก้ม เหนียง หรือเก็บกรอบหน้า รวมถึงการทำทั่วใบหน้าในเคสที่ผิวเริ่มหย่อนเล็กน้อย ช่วยให้หน้าดูเรียวและได้รูปมากขึ้น
- Oligio 600 – 900 ช็อต เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยระดับปานกลาง ต้องการยกกระชับทั้งใบหน้าและบริเวณใต้คาง ช่วยให้ผิวดูแน่นขึ้นและกรอบหน้าชัดขึ้น
- Oligio 900 – 1200 ช็อต เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยมาก หรือมีไขมันสะสมร่วมด้วย ช่วยทั้งยกกระชับและลดความหนาของไขมัน ทำให้รูปหน้าดูเปลี่ยนชัดขึ้นในครั้งเดียว
หลังทำ Oligio กี่วันเห็นผล อยู่ได้นานแค่ไหน
หลังทำ Oligio สามารถเริ่มสังเกตการเปลี่ยนแปลงได้ทันทีประมาณ 20% จากการหดตัวของคอลลาเจน ทำให้ผิวดูตึงกระชับขึ้นเล็กน้อยตั้งแต่หลังทำ
ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นเมื่อผิวฟื้นตัวและมีการสร้างคอลลาเจนใหม่ โดยมักเห็นความเปลี่ยนแปลงได้เด่นชัดในช่วงประมาณ 2 – 3 เดือนหลังทำ ซึ่งเป็นช่วงที่โครงสร้างผิวภายในได้รับการฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง
สำหรับระยะเวลาของผลลัพธ์ โดยทั่วไปสามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 6–12 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิมของแต่ละบุคคล การดูแลผิวหลังทำ รวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การพักผ่อนและการดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอ
ทำ Oligio ราคาเท่าไร
Oligio ราคาขึ้นอยู่กับรุ่นของเครื่องและจำนวนช็อตที่ใช้ โดยแต่ละคนจะใช้ช็อตไม่เท่ากันตามปัญหาผิวและบริเวณที่ทำ ยิ่งใช้จำนวนช็อตมาก หรือเลือกใช้ Oligio X ราคาก็จะสูงขึ้นดังนี้
ราคา Oligio แต่ละรุ่น
Oligio ราคาในแต่ละรุ่นอาจแตกต่างกัน เนื่องจากเทคโนโลยีของแต่ละรุ่นมีความแตกต่างกัน โดยแต่ละรุ่นของ Oligio มีราคาดังนี้
- Oligio ราคาประมาณ 9,000 – 30,000 บาท
- Oligio X ราคาประมาณ 16,000 – 50,000 บาท
ราคา Oligio ตามจำนวนช็อต
สำหรับ Oligio ราคาที่แตกต่างกันนอกจากจะขึ้นอยู่กับรุ่นของเครื่องแล้วจำนวนช็อตที่ใช้ในการรักษาก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อราคา แต่ละจำนวนช็อตจะมีราคาที่แตกต่างกันไปตามบริเวณที่ทำดังนี้
- Oligio 100 – 300 ช็อต ราคาประมาณ 5,000 – 18,000 บาท
- Oligio 300 – 600 ช็อต ราคาประมาณ 18,000 – 35,000 บาท
- Oligio 600 – 900 ช็อต ราคาประมาณ 35,000 – 70,000 บาท
- Oligio 900 – 1200 ช็อต ราคาประมาณ 70,000 – 90,000 บาท
เลือกทำโปรแกรม Oligio ที่ไหนดี
การทำโปรแกรม Oligio ให้ปลอดภัยและเห็นผลชัดเจนควรเลือกจากหลายปัจจัย ทั้งด้านมาตรฐานคลินิก เครื่องมือที่ใช้ และประสบการณ์ของแพทย์ ดังนี้
- เลือกคลินิกที่มีมาตรฐาน และมีใบอนุญาตถูกต้อง ควรเป็นคลินิกที่จดทะเบียนอย่างถูกต้อง มีสถานที่สะอาด ได้มาตรฐาน เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยระหว่างทำ
- มีแพทย์ผู้มีประสบการณ์ดูแลทุกเคส ควรมีแพทย์เป็นผู้ประเมินปัญหาผิวและวางแผนการรักษา รวมถึงเป็นผู้ทำหัตถการ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะกับแต่ละคน
- ใช้เครื่องแท้ ตรวจสอบได้ ควรเลือกคลินิกที่ใช้เครื่อง Oligio ของแท้ สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้ เพื่อให้พลังงานที่ใช้มีความสม่ำเสมอและปลอดภัย
- มีการวิเคราะห์ผิวก่อนทำ ก่อนทำควรมีการประเมินสภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อย และไขมันใต้ผิว เพื่อออกแบบจำนวนช็อตและบริเวณที่ทำได้เหมาะสม
- ให้ข้อมูลชัดเจน ควรอธิบายรายละเอียด ขั้นตอน และผลลัพธ์ตามจริง ให้คนไข้เข้าใจครบก่อนตัดสินใจ โดยไม่กดดันหรือเร่งขาย
- มีการดูแลหลังทำและติดตามผล หลังทำควรมีคำแนะนำการดูแลผิว และสามารถกลับมาติดตามผลหรือปรึกษาเพิ่มเติมได้ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีต่อเนื่อง
วิธีเช็ก Oligio เครื่องแท้
ทำ Oligio ให้ปลอดภัยนั้นควรมั่นใจว่าเป็นเครื่องแท้ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้จากจุดสังเกตต่าง ๆ ดังนี้
- ตรวจสอบสติ๊กเกอร์รับรองจากผู้นำเข้า เครื่อง Oligio ของแท้จะต้องมีสติ๊กเกอร์รับรองจาก Wontech Asia ติดอยู่บนตัวเครื่อง เพื่อยืนยันว่าเป็นเครื่องแท้ที่นำเข้าอย่างถูกต้องและได้มาตรฐาน
- มีใบรับรองเครื่อง (Certificate) อย่างชัดเจน คลินิกควรมีใบรับรองที่ระบุชื่อคลินิกอย่างชัดเจน พร้อมสติ๊กเกอร์รับรองจาก Wontech Asia เพื่อยืนยันแหล่งที่มาของเครื่อง
- สแกนสติ๊กเกอร์เพื่อตรวจสอบตัวเครื่อง บนเครื่องจะมีสติ๊กเกอร์ Silver Tag (Silver Verification Tag) สำหรับตรวจสอบข้อมูล เมื่อลองสแกนควรแสดงรายละเอียดที่ตรงกับชื่อคลินิกที่ให้บริการ เพื่อยืนยันว่าเป็นเครื่องที่ผ่านการรับรองจริง
- ตรวจสอบโลโก้บนตัวเครื่อง เครื่อง Oligio ของแท้จะมีโลโก้ Oligio แสดงอย่างชัดเจนบนตัวเครื่อง ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดสังเกตเบื้องต้น
- มีการรับรองมาตรฐาน เครื่องควรมีการรับรองมาตรฐาน มีอย.ไทย หรือ US FDA เพื่อยืนยันความปลอดภัยในการใช้งาน
- ตรวจสอบรายชื่อคลินิกจากแหล่งทางการ สามารถตรวจสอบรายชื่อคลินิกที่ได้รับการรับรองได้จากเว็บไซต์ (https://www.wontech-asia.com/) เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นคลินิกที่อยู่ในระบบอย่างถูกต้อง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Oligio (FAQ)
Q : ทำ Oligio เจ็บไหม
A : ทำ Oligio เจ็บน้อยมากจนถึงไม่เจ็บเลยในบางคน เพราะมีระบบ Intelligent Cooling ปล่อยลมเย็นและระบบสั่นช่วยให้สบายผิว
Q : Oligio อันตรายไหม มีผลข้างเคียงหลังทำไหม
A : ทำ Oligio ไม่อันตราย ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยคืออาการแดงชมพูระเรื่อบนผิว ซึ่งจะหายไปเองภายใน 1-2 ชั่วโมง
Q : ทำ Oligio 100 Shot พอไหม เห็นผลไหม
A : Oligio 100 Shot เหมาะสำหรับเก็บรายละเอียดจุดเล็กๆ เช่น หางตา หากต้องการยกหน้าไม่เพียงพอ
Q : Oligio 200 Shot กับ 300 Shot ผลลัพธ์ต่างกันมากไหม
A : Oligio 200 ช็อตจะเน้นเก็บรายละเอียดหรือยกกระชับเฉพาะจุดแบบเบา ๆ ส่วน Oligio 300 ช็อตจะครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น ทำให้ความกระชับและความชัดของกรอบหน้าดูเด่นขึ้นกว่าเล็กน้อย
Q : Oligio สามารถทำบริเวณไหนได้บ้าง
A : Oligio สามารถทำได้หลายบริเวณ แต่จะนิยมทำที่ใบหน้าและลำคอ เพื่อช่วยให้ผิวยกกระชับและดูเรียวขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถทำในบางจุดของร่างกายที่มีปัญหาผิวหย่อนหรือไขมันสะสมเล็กน้อยได้ ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ในแต่ละเคส
สรุป
Oligio เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยคลื่นวิทยุที่ช่วยฟื้นฟูผิวให้ดูแน่น เรียบ และกระชับขึ้น พร้อมลดความหย่อนคล้อยและความหนาของไขมันใต้ผิว เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด ผิวเริ่มหย่อนคล้อย ไม่กระชับเหมือนเดิม รู้สึกไม่มั่นใจสามารถเข้ามาปรึกษา Vincent Clinic Aesthetic เพื่อวิเคราะห์ผิวและออกแบบการดูแลที่เหมาะกับคุณได้

