โบท็อกโหนกแก้มเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่มีโหนกแก้มเด่นจากการทำงานของกล้ามเนื้อ ทำให้ใบหน้าดูแข็ง กว้าง หรือมีมุมชัดเกินไป โดยการฉีดโบท็อกจะช่วยคลายกล้ามเนื้อบริเวณโหนกแก้มอย่างเฉพาะจุด ส่งผลให้ช่วงแก้มดูนุ่มนวลลงและภาพรวมของใบหน้าดูสมดุลมากขึ้น เหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ดูเรียวขึ้น ในบทความนี้ Vincent Clinic Aesthetic จะพามาเจาะลึกเกี่ยวกับโบโหนกแก้ม
Key Takeaways
- โบท็อกโหนกแก้ม คือการฉีด Botulinum Toxin เข้าไปที่กล้ามเนื้อโหนกแก้ม (ไซโกมาติคัส) เพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อ ทำให้โหนกแก้มดูเล็กลงและหน้าดูละมุนขึ้น
- ลดโหนกแก้มได้จริง แต่เฉพาะกรณีที่โหนกแก้มใหญ่จากกล้ามเนื้อ หากเกิดจากกระดูกหรือไขมัน โบท็อกจะไม่สามารถช่วยได้
- ปริมาณที่ใช้ฉีดโบท็อกโหนกแก้ม โดยทั่วไปคือ ประมาณ 25 ยูนิต แต่แพทย์จะประเมินกล้ามเนื้อจริงก่อนทุกครั้งเพื่อคำนวณยูนิตที่เหมาะสม
- โบท็อกโหนกแก้ม เริ่มเห็นผล ภายใน 1–2 สัปดาห์ และชัดเจนภายใน 1 เดือนหลังฉีด
- ผลลัพธ์ของโบท็อกโหนกแก้ม อยู่ได้นาน ประมาณ 3–6 เดือน และแนะนำให้ฉีดซ้ำทุก 4–6 เดือนเพื่อคงผลลัพธ์
โบท็อกโหนกแก้มคืออะไร
โบท็อกโหนกแก้ม คือ การฉีด โบทูลินั่ม ท็อกซิน (Botulinum Toxin) เข้าไปที่บริเวณกล้ามเนื้อไซโกมาติคัส ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อที่อยู่บริเวณโหนกแก้ม จากนั้นโบท็อกจะเข้าไปหยุดการทำงานของกล้ามเนื้อเพื่อทำให้โหนกแก้มลดขนาดลง และกล้ามเนื้อจะค่อยๆ ลดขนาดลงเนื่องจากไม่ได้ทำงาน ซึ่งการที่โหนกแก้มใหญ่จะทำให้ใบหน้าดูใหญ่ ใบหน้าดูดุ ไม่เป็นมิตร หากลดขนาดโหนกแก้มได้ก็จะทำให้ใบหน้าดูสมส่วน หน้าดูละมุนอ่อนหวานมากขึ้น
โบทูลินั่ม ท็อกซินลดโหนกแก้มได้จริงไหม
โบทูลินั่ม ท็อกซินสามารถลดขนาดโหนกแก้มให้เล็กลงได้ แต่ต้องเป็นโหนกแก้มใหญ่จากกล้ามเนื้อเท่านั้น หากสาเหตุที่โหนกแก้มใหญ่จากกระดูก หรือจากไขมันสะสมโบท็อกจะไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ ต้องรักษาด้วยวิธีอื่น ซึ่งถ้าไม่มั่นใจว่าปัญหาโหนกแก้มที่ตัวเองมีสามารถฉีดโบท็อกซ์ได้ไหม แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนค่ะ
ข้อดี – ข้อเสียโบท็อกโหนกแก้ม
ก่อนตัดสินใจฉีดโบท็อกโหนกแก้ม หลายคนอาจลังเลว่าหัตถการนี้คุ้มค่าหรือเหมาะกับตัวเองหรือไม่ เพราะแม้จะเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมและเห็นผลค่อนข้างเร็ว แต่ก็มีข้อจำกัดบางอย่างเช่นกัน เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น มาดูข้อดีและข้อเสียของการฉีดโบท็อกลดโหนกแก้มกันค่ะ
ข้อดีโบโหนกแก้ม
- สามารถลดขนาดกล้ามเนื้อโหนกแก้มได้
- ช่วยทำให้รูปหน้าดูละมุนขึ้น ไม่ดุ
- เจ็บน้อยกว่าวิธีลดโหนกแก้มอื่นๆ
ข้อเสียโบโหนกแก้ม
- ผลลัพธ์ไม่ถาวร ต้องกลับมาฉีดซ้ำบ่อยๆ
- ลดโหนกแก้มที่เกิดจากกล้ามเนื้อได้เท่านั้น ไม่สามารถลดโหนกแก้มใหญ่ที่เกิดจากกระดูก หรือไขมันได้
โบท็อกโหนกแก้มใช้กี่ยูนิต
ปริมาณที่เหมาะสมสำหรับการฉีดโบท็อกโหนกแก้มจะขึ้นอยู่กับขนาดกล้ามเนื้อ แต่โดยปกติแล้วจะใช้ประมาณ 25 ยูนิต หากไม่มั่นใจว่าควรจะต้องฉีดกี่ยูนิตไม่ต้องกังวล เพราะก่อนที่จะฉีดโบท็อกทุกครั้งแพทย์จะประเมินกล้ามเนื้อโหนกแก้มก่อนว่ามีมากแค่ไหน เพื่อคำนวณปริมาณที่ควรฉีดให้ได้อย่างเหมาะสม
ฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซินลดโหนกแก้มกี่วันเห็นผล
หลังจากที่ฉีดโบท็อกลดโหนกแก้มจะยังไม่เห็นผลลัพธ์หลังฉีดทันที เนื่องจากต้องรอโบท็อกเข้าไปหยุดการทำงานของกล้ามเนื้อก่อน โดยจะใช้เวลาประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ ถึงจะเริ่มเห็นผลว่ากล้ามเนื้อโหนกแก้มเริ่มนิ่ม และค่อยๆ เล็กลง และจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนหลังฉีดโบท็อกครบ 1 เดือน
ฉีดโบท็อกโหนกแก้มอยู่ได้นานไหม
ระยะเวลาของ Botulinum toxin สามารถอยู่ได้นานประมาณ 3 – 6 เดือน โดยขึ้นอยู่กับยี่ห้อโบท็อกที่เลือกใช้ การดูแลหลังฉีดโบท็อก และการใช้ชีวิตประจำวันต่างๆ ซึ่งหลังจากที่โบท็อกทำงานครบกำหนดระยะเวลาแล้ว กล้ามเนื้อโหนกแก้มก็จะเริ่มกลับมาเหมือนเดิมทีละน้อยตามธรรมชาติ หากอยากให้กล้ามเนื้อโหนกแก้มลดขนาดลงเหมือนเดิมต้องฉีดโบท็อกซ้ำ แนะนำให้ฉีดโบท็อกทุกๆ 4 – 6 เดือน เพื่อคงสภาพผลลัพธ์ที่พอใจเอาไว้ค่ะ
โบท็อกโหนกแก้มราคาเท่าไร
ราคาของโบท็อกโหนกแก้มจะขึ้นอยู่กับยี่ห้อโบท็อกที่เลือกใช้เพราะโบท็อกในปัจจุบันมีให้เลือกใช้หลากหลายยี่ห้อ รวมถึงมาจากหลายๆ ประเทศ เช่น โบท็อกเกาหลี โบท็อกอเมริกา นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญของแพทย์ และโปรโมชั่นโบท็อกของแต่ละคลินิกในตอนนั้น ซึ่งแต่ละที่จะมีราคาไม่เท่ากัน โดยปกติแล้วโบท็อกโหนกแก้มราคาประมาณ 3,000 – 20,000 บาท ที่ Vincent Clinic Skin มีราคาโบท็อกเริ่มต้นที่ 999 บาทค่ะ
นอกจากโบลดโหนกแก้มมีวิธีไหนอีกบ้าง
เนื่องจากโบท็อกลดโหนกแก้มสามารถแก้ไขได้เฉพาะกล้ามเนื้อโหนกแก้มใหญ่เท่านั้น หากมีปัญหาโหนกแก้มใหญ่จากสาเหตุอื่นๆ จะต้องรักษาด้วยวิธีอื่น โดยวิธีลดโหนกแก้มมีทั้งหมดดังนี้
- การฉีดเมโสแฟต (Meso Fat) การฉีดเมโสแฟต เป็นวิธีลดไขมันสะสมบริเวณโหนกแก้มโดยใช้ตัวยาสลายไขมันเข้าไปช่วยสลายไขมันที่สะสมอยู่ใต้ผิวหนัง วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีโหนกแก้มใหญ่จากไขมันส่วนเกินมากกว่าปัญหากระดูกหรือผิวหย่อนคล้อยข้อดีของการฉีดเมโสแฟตคือเป็นวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น และสามารถทำได้ง่าย โดยผลลัพธ์จะค่อย ๆ เห็นผลภายใน 2-4 สัปดาห์หลังการฉีดอย่างไรก็ตาม ข้อเสียของเมโสแฟตคือไขมันอาจกลับมาสะสมใหม่ได้หากไม่มีการควบคุมน้ำหนัก หรือปรับพฤติกรรมการกิน นอกจากนี้ การฉีดเมโสแฟตต้องทำซ้ำหลายครั้งเพื่อให้เห็นผลที่ชัดเจน และอาจมีอาการบวมแดงหรือช้ำบริเวณที่ฉีดในช่วงแรก
- เทคโนโลยีเครื่องยกกระชับผิว สำหรับผู้ที่มีปัญหาโหนกแก้มเด่นเนื่องจากผิวหย่อนคล้อย การใช้เทคโนโลยียกกระชับ เช่น Hifu , Ulthera และ Thermage สามารถช่วยให้ผิวตึงกระชับขึ้น ทำให้โหนกแก้มดูยกตัวและเรียวขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัดHifu เป็นเทคโนโลยีที่ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงเพื่อกระตุ้นคอลลาเจนในผิว ทำให้ผิวกระชับขึ้นและช่วยปรับโครงหน้าให้เรียวขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัด ขณะที่ Ulthera ใช้คลื่นอัลตราซาวนด์ที่มีความแม่นยำสูงกว่า สามารถยกกระชับผิวได้ลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ผ่าตัดดึงหน้า ส่วน Thermage ใช้คลื่นวิทยุ RF ในการกระตุ้นคอลลาเจนและช่วยลดไขมันใต้ผิวข้อดีของเทคโนโลยียกกระชับคือไม่ต้องผ่าตัดและไม่มีแผลเป็น ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 6-12 เดือน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าโดยไม่ต้องพักฟื้นอย่างไรก็ตาม ข้อเสียคืออาจรู้สึกเจ็บขณะทำ และผลลัพธ์ต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนกว่าจะเห็นผลเต็มที่ นอกจากนี้ ราคาค่อนข้างสูง และต้องทำซ้ำทุกปีเพื่อคงผลลัพธ์
- การผ่าตัดลดโหนกแก้ม สำหรับผู้ที่มีโหนกแก้มใหญ่จากโครงสร้างกระดูก การผ่าตัดลดโหนกแก้มเป็นวิธีเดียวที่สามารถลดขนาดโหนกแก้มได้ถาวร โดยศัลยแพทย์จะตัดและปรับตำแหน่งของกระดูกโหนกแก้มใหม่เพื่อให้ใบหน้าดูเรียวขึ้นข้อดีของการผ่าตัดลดโหนกแก้มคือสามารถลดขนาดโหนกแก้มได้อย่างถาวร เห็นผลลัพธ์ชัดเจนและสามารถปรับรูปหน้าให้สมส่วนขึ้นตามต้องการอย่างไรก็ตาม การผ่าตัดมีข้อเสียที่สำคัญคือเป็นหัตถการใหญ่ที่ต้องใช้เวลาพักฟื้นนานหลายสัปดาห์ อาจมีอาการบวม ช้ำ หรืออาการชาในบางจุดของใบหน้าในช่วงแรก นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อ กระดูกสมานผิดรูป หรือผลลัพธ์ที่ไม่เป็นไปตามที่ต้องการ
- การฉีดฟิลเลอร์ (Filler Injection) การฉีดฟิลเลอร์เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้โหนกแก้มดูเล็กลงโดยอาศัยการเติมเต็มบริเวณขมับ หรือ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ซึ่งจะช่วยให้ใบหน้าดูสมดุลขึ้นและลดความเด่นของโหนกแก้มข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์คือสามารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันทีหลังฉีด ไม่ต้องผ่าตัด และไม่มีแผลเป็น ฟิลเลอร์สามารถช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์และสมส่วนขึ้นอย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดคือฟิลเลอร์ไม่ใช่วิธีลดโหนกแก้มโดยตรง แต่เป็นการปรับสมดุลใบหน้า หากใช้ฟิลเลอร์คุณภาพต่ำหรือฉีดโดยแพทย์ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญ อาจทำให้ใบหน้าผิดรูปหรือเกิดก้อนแข็งใต้ผิวหนัง นอกจากนี้ ฟิลเลอร์มีอายุการใช้งานประมาณ 6-12 เดือน และต้องฉีดซ้ำเพื่อรักษาผลลัพธ์
สรุป
โบท็อกโหนกแก้มสามารถลดโหนกแก้มได้ แต่ลดได้เฉพาะโหนกแก้มที่เกิดจากกล้ามเนื้อเท่านั้น โดยโบท็อกจะเข้าไปลดการทำงานของกล้ามเนื้อทำให้ขนาดกล้ามเนื้อลดลงเรื่อยๆ แต่ต้องกลับมาฉีดซ้ำหากอยากคงผลลัพธ์เอง หากต้องการฉีดโบท็อกเพื่อแก้ไขปรับรูปหน้าในบริเวณต่าง ๆ สามารถเข้ามาปรึกษาได้ที่ Vincent Clinic Aesthetic ซึ่งแพทย์จะคอยแนะนำคนไข้อย่างละเอียดค่ะ

