Oligio และ Ulthera เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลปัญหาผิวหย่อนคล้อย ปรับกรอบหน้า และฟื้นฟูความกระชับโดยไม่ต้องผ่าตัด แต่ทั้งสองเทคโนโลยีมีหลักการทำงาน ตำแหน่งที่เหมาะกับการรักษา และระยะเวลาในการเห็นผลที่แตกต่างกัน Vincent Clinic Aesthetic จะพาไปทำความรู้จักว่า Oligio และ Ulthera คืออะไร สามารถทำบริเวณใดได้บ้าง และต้องใช้เวลากี่วันจึงจะเริ่มเห็นผล เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจก่อนการเลือกทำ
Oligio กับ Ulthera คืออะไร?
Oligio และ Ulthera คือ เครื่องยกกระชับผิว โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่ใช้พลังงานต่างกัน Oligio ใช้คลื่นวิทยุเพื่อกระตุ้นคอลลาเจนและทำให้ผิวแน่นขึ้น ส่วน Ulthera ใช้คลื่นอัลตราซาวนด์ส่งพลังงานลงสู่ชั้นผิวที่กำหนด เพื่อช่วยยกกระชับและปรับกรอบหน้า
Oligio คืออะไร?
Oligio คือ เครื่องยกกระชับจากประเทศเกาหลีใต้ที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุแบบขั้วเดียว หรือ Monopolar RF ส่งความร้อนลงสู่ชั้นผิว เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยลดริ้วรอย เพิ่มความแน่นกระชับ และปรับผิวให้ดูเรียบเนียนขึ้น โดยเครื่อง Oligio มีหลายรุ่น ได้แก่
- Oligio รุ่นดั้งเดิม ใช้พลังงาน Monopolar RF เน้นกระตุ้นคอลลาเจน ยกกระชับผิว และลดความหย่อนคล้อยบริเวณใบหน้า กรอบหน้า และลำคอ
- Oligio X เป็นรุ่นที่พัฒนาต่อยอดให้สามารถส่งพลังงานครอบคลุมทั้งผิวชั้นตื้นและชั้นลึก ช่วยดูแลได้ทั้งความหย่อนคล้อย ริ้วรอย และคุณภาพผิว
- Oligio KISS ผสานพลังงาน RF และ HIFU ไว้ในเครื่องเดียว จึงสามารถกระตุ้นคอลลาเจนและยกกระชับผิวในระดับความลึกที่แตกต่างกันได้อย่างครอบคลุม
Ulthera คืออะไร?
Ulthera หรือ Ultherapy คือ เครื่องยกกระชับที่ใช้พลังงานคลื่นอัลตราซาวนด์แบบ MFU-V พร้อมระบบแสดงภาพชั้นผิวแบบเรียลไทม์ ช่วยให้แพทย์ส่งพลังงานลงสู่ระดับความลึกที่เหมาะสม ตั้งแต่ชั้นหนังแท้ไปจนถึงชั้น SMAS เพื่อกระตุ้นคอลลาเจน ยกกระชับผิว และปรับกรอบหน้าให้ชัดขึ้น โดยมีรุ่น ดังนี้
- Ulthera SPT เป็นรุ่นที่พัฒนาแนวทางทำด้วยหลัก See, Plan, Treat คือ มองเห็นชั้นผิว วางแผนเฉพาะบุคคล และส่งพลังงานอย่างแม่นยำ ช่วยให้การรักษาเหมาะกับโครงสร้างใบหน้ามากขึ้น โดย SPT เป็นเทคนิคการทำ ไม่ใช่ชื่อรุ่นเครื่องอย่างเป็นทางการ
- Ulthera Prime เครื่องรุ่นใหม่ที่อัปเกรดระบบประมวลผลให้รวดเร็วขึ้น หน้าจอใหญ่และแสดงภาพได้คมชัดกว่าเดิม ช่วยลดระยะเวลาทำหัตถการและเห็นชัดผิวได้ชัดมากขึ้น
Oligio กับ Ulthera ต่างกันยังไง?
Oligio และ Ulthera เป็นเครื่องยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด แต่แตกต่างกันที่พลังงานและระดับชั้นผิวที่ใช้รักษา สำหรับ Oligio ใช้ พลังงานคลื่นวิทยุ แบบ Monopolar RF ส่งความร้อนกระจายลงสู่ชั้นหนังแท้และเนื้อเยื่อใต้ผิว เพื่อกระตุ้นคอลลาเจน ช่วยลดริ้วรอย เพิ่มความแน่นกระชับ และปรับผิวให้เรียบเนียนขึ้น
ส่วน Ulthera ใช้พลังงานอัลตราซาวนด์แบบ MFU-V ส่งพลังงานเป็นจุดที่ระดับความลึก 1.5, 3 และ 4.5 มิลลิเมตร ตั้งแต่ชั้นหนังแท้ไปจนถึงชั้น SMAS จึงเด่นด้านยกกระชับผิวชั้นลึก ลดความหย่อนคล้อย และปรับกรอบหน้าให้ชัดขึ้น
| หัวข้อเปรียบเทียบ | Oligio | Ulthera |
| พลังงานที่ใช้ | คลื่นวิทยุแบบ Monopolar RF ส่งความร้อนกระจายเข้าสู่เนื้อเยื่อ | คลื่นอัลตราซาวนด์แบบ MFU-V ส่งพลังงานเป็นจุด |
| ชั้นผิวที่ลงได้ | ชั้นหนังแท้ เนื้อเยื่อใต้ผิว และชั้นไขมันใต้ผิวหนัง | ระดับ 1.5, 3 และ 4.5 มิลลิเมตร ตั้งแต่ชั้นหนังแท้ถึงชั้น SMAS |
| ช่วยอะไรบ้าง | กระตุ้นคอลลาเจน ลดริ้วรอย เพิ่มความแน่นกระชับ และช่วยให้ผิวเรียบเนียน | ยกกระชับผิวชั้นลึก ลดความหย่อนคล้อย และช่วยให้กรอบหน้าชัดขึ้น |
Oligio VS Ulthera อันไหนดีกว่ากัน เลือกแบบไหนดี?
Oligio เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มความแน่นกระชับของผิว ลดริ้วรอย และมีปัญหาความหย่อนคล้อยในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง
ส่วน Ulthera เหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยชัดเจน กรอบหน้าไม่กระชับ หรือต้องการยกกระชับผิวในชั้นลึก
หากต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวให้ดูเรียบเนียนและกระชับ Oligio อาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะกว่า แต่หากต้องการยกกรอบหน้าและแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยในระดับลึก Ulthera อาจตอบโจทย์มากกว่า
Oligio กับ Ulthera ทำตำแหน่งไหนได้บ้าง?
Oligio และ Ulthera สามารถทำได้หลายตำแหน่งทั่วใบหน้าและลำตัว โดยแต่ละบริเวณจะช่วยแก้ปัญหาผิวที่แตกต่างกัน ทั้งความหย่อนคล้อย ริ้วรอย และความไม่กระชับของผิว ดังนี้
ตำแหน่งที่ทำ Ulthera
Ulthera มีหัวทิปหรือทรานสดิวเซอร์ที่ส่งพลังงานลงสู่ความลึก 1.5, 3.0 และ 4.5 มิลลิเมตร ครอบคลุมตั้งแต่ชั้นหนังแท้ไปจนถึงชั้น SMAS ทำให้แพทย์สามารถเลือกหัวให้เหมาะกับความหนาของผิวและปัญหาในแต่ละตำแหน่งดังนี้
- กรอบหน้า
- แก้ม
- เหนียง
- ใต้คาง
- รอบดวงตา
- หางคิ้ว
- ลำคอ
- ลำตัว
ตำแหน่งที่ทำ Oligio
Oligio มีหัวทิปหลักคือ Face Tip F4.0 ขนาด 4 ตารางเซนติเมตร สำหรับบริเวณกว้าง และ Eye Tip E0.25 ขนาด 0.25 ตารางเซนติเมตร สำหรับผิวรอบดวงตาที่ต้องการความละเอียด ทำให้สามารถเลือกใช้หัวทิปให้เหมาะกับขนาดและความบอบบางของผิวแต่ละตำแหน่งได้ดังนี้
- ใบหน้า
- แก้ม
- กรอบหน้า
- เหนียง
- รอบดวงตา
- ลำคอ
- ต้นแขน
- หน้าท้อง
หลังทำ Oligio กับ Ulthera กี่วันเห็นผล อยู่ได้นานแค่ไหน
Oligio เริ่มเห็นผิวกระชับขึ้นประมาณ 10 – 20% ภายใน 3 – 7 วัน เห็นผลชัดในช่วง 2 – 3 เดือน และอยู่ได้นานประมาณ 6 – 12 เดือน
Ulthera อาจเห็นผลทันทีประมาณ 20 – 30% ผลลัพธ์ชัดขึ้นในช่วง 1 – 2 เดือน เห็นผลเต็มที่ประมาณ 3 เดือน และอยู่ได้นานประมาณ 12 – 18 เดือน
Oligio กับ Ulthera ราคาเท่าไร ต่างกันไหม
ราคาของ Oligio และ Ulthera แตกต่างกันตามจำนวนช็อตหรือไลน์ รุ่นเครื่อง ตำแหน่งที่ทำ และโปรโมชั่นของแต่ละคลินิก โดยมีราคาดังนี้
- Oligio ราคาประมาณ 5,000 – 70,000 บาท
- Ulthera ราคาประมาณ 10,000 – 120,000 บาท
สำหรับที่ Vincent Clinic Aesthetic มีบริการ Ulthera ราคาเริ่มต้นประมาณ 19,999 บาท
ดูโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่: โปรโมชั่น Ulthera SPT
Oligio กับ Ulthera ทำร่วมกันได้ไหม?
Oligio และ Ulthera สามารถทำร่วมกันได้ เนื่องจากทั้งสองเทคโนโลยีใช้พลังงานและออกฤทธิ์ในชั้นผิวที่แตกต่างกัน โดย Ulthera จะเน้นยกกระชับผิวชั้นลึกถึงชั้น SMAS ขณะที่ Oligio ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน กระชับผิวชั้นหนังแท้ ลดริ้วรอย และฟื้นฟูให้ผิวดูเรียบเนียนมากขึ้น
เลือกทำ Oligio กับ Ulthera ที่ไหนดี?
การเลือกทำ Oligio และ Ulthera ควรพิจารณาจากหลายปัจจัย ทั้งมาตรฐานของสถานพยาบาล ประสบการณ์ของแพทย์ และความน่าเชื่อถือของเครื่องที่ใช้ เพื่อให้การรักษามีความปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสม ดังนี้
- คลินิกได้รับอนุญาตและมีมาตรฐาน ควรเป็นคลินิกที่เปิดให้บริการอย่างถูกต้อง มีสถานที่สะอาด และมีระบบดูแลความปลอดภัยที่เหมาะสม
- ใช้เครื่องแท้ที่สามารถตรวจสอบได้ เพื่อให้มั่นใจว่าพลังงานที่ส่งเข้าสู่ผิวมีความเสถียรและเป็นไปตามมาตรฐานของผู้ผลิต
- แพทย์เป็นผู้ประเมินและทำหัตถการ โดยแพทย์ควรวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้า ระดับความหย่อนคล้อย และเลือกเทคนิคให้เหมาะกับแต่ละคน
- ออกแบบจำนวนช็อตหรือไลน์อย่างเหมาะสม เพราะจำนวนที่ใช้ควรสัมพันธ์กับตำแหน่งที่ทำ ระดับปัญหา และผลลัพธ์ที่ต้องการ ไม่ควรเลือกจากราคาเพียงอย่างเดียว
- มีการติดตามผลและดูแลหลังทำ เพื่อให้แพทย์สามารถประเมินผลลัพธ์ แนะนำการดูแล และติดตามอาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นได้
ที่ Vincent Clinic Aesthetic มีบริการ Ulthera SPT ซึ่งช่วยให้แพทย์มองเห็นชั้นผิว วางแผน และส่งพลังงานได้อย่างแม่นยำ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับผิว ลดความหย่อนคล้อย และปรับกรอบหน้าให้ชัดขึ้น โดยแพทย์จะประเมินโครงสร้างใบหน้าและเลือกจำนวนไลน์ให้เหมาะกับปัญหาของแต่ละคน
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่: ทำ Ulthera ที่ไหนดี
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Oligio กับ Ulthera (FAQ)
Q: Oligio X กับ Ulthera Prime ต่างกันยังไง?
A: Oligio X ใช้พลังงาน RF เน้นให้ผิวแน่นและเรียบเนียนขึ้น ส่วน Ulthera Prime ใช้อัลตราซาวนด์ลงลึกถึงชั้น SMAS เน้นยกกระชับและปรับกรอบหน้าให้ชัดขึ้น
Q: มีเหนียงระหว่าง Oligio กับ Ulthera ควรเลือกอันไหนดี
A: เหนียงเกิดจากไขมันร่วมกับผิวไม่กระชับ Oligio จะช่วยให้ผิวแน่นและเหนียงดูกระชับขึ้น ส่วน Ulthera เหมาะกับเหนียงจากผิวหย่อนคล้อยและผู้ที่ต้องการยกกรอบหน้าในชั้นลึก โดยควรให้แพทย์ประเมินสาเหตุก่อนเลือกทำ
Q: อายุ 40 แล้วทำ Oligio จะเห็นผลไหม หรือควรเลือก Ulthera
A: อายุ 40 สามารถทำ Oligio และยังเห็นผลลัพธ์ได้ หากผิวหย่อนคล้อยไม่มากและต้องการให้ผิวแน่นขึ้น แต่หากหย่อนคล้อยชัดหรือต้องการยกกรอบหน้าในชั้นลึก Ulthera อาจเหมาะกว่า ทั้งนี้ควรให้แพทย์ประเมินสภาพผิวก่อนเลือกทำ
Q: Oligio กับ Ulthera ทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ไหม?
A: สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ เช่น โบท็อก ฟิลเลอร์ หรือเลเซอร์ แต่ควรจัดลำดับและเว้นระยะตามที่แพทย์ประเมิน เพื่อให้เหมาะกับสภาพผิวและลดความเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียง
Q: Ulthera หรือ Oligio ดี ถ้ากรอบหน้าไม่ชัด หน้าอ้วน ผิวหย่อนคล้อย
A: Ulthera เหมาะกับการยกกระชับชั้นลึกและปรับกรอบหน้า ส่วน Oligio ช่วยให้ผิวแน่นขึ้น หากมีไขมันสะสมมาก อาจต้องทำร่วมกับหัตถการลดไขมัน
สรุป
Oligio ใช้พลังงาน RF เน้นกระชับและฟื้นฟูคุณภาพผิว ส่วน Ulthera ใช้พลังงานอัลตราซาวนด์ลงลึกถึงชั้น SMAS เน้นยกกรอบหน้าและลดความหย่อนคล้อย โดยควรให้แพทย์ประเมินก่อนเลือกทำ อยากยกกระชับผิว ปรับกรอบหน้า และลดความหย่อนคล้อย สามารถเข้ามาปรึกษาแพทย์ได้ที่ Vincent Clinic Aesthetic ซึ่งจะมีแพทย์คอยให้คำแนะนำอย่างละเอียด












