วิตามินบีรวมเป็นกลุ่มวิตามินที่มีความสำคัญต่อการทำงานของร่างกายในหลายด้าน แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าวิตามินบีรวมมีอะไรบ้าง ช่วยอะไร ควรได้รับจากแหล่งไหน และจำเป็นต้องกินเสริมทุกวันหรือไม่ Vincent Clinic Aesthetic ได้รวบรวมรายละเอียดสำคัญที่ควรรู้เพื่อให้สามารถเลือกรับประทานให้เหมาะกับความต้องการของร่างกายแต่ละคนมากที่สุด ในบทความนี้มีคำตอบ
Vitamin B Complex คืออะไร
Vitamin B Complex หรือ วิตามินบีรวม คือ กลุ่มของ วิตามินบี หลายชนิดที่สามารถละลายในน้ำได้ ประกอบด้วย B1, B2, B3, B5, B6, B7, B9 และ B12 ซึ่งมีหน้าที่แตกต่างกันออกไป แต่โดยรวมมีส่วนสำคัญต่อกระบวนการเผาผลาญพลังงาน การทำงานของระบบประสาท การสร้างเม็ดเลือด และการทำงานของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย
วิตามินบีรวมมีอะไรบ้าง
วิตามินบีคอมเพล็กซ์ สรรพคุณค่อนข้างหลากหลายซึ่งจะเน้นในเรื่องของการช่วยดูแลและเสริมประสิทธิภาพการทำงานของระบบต่าง ๆ ภายในร่างกาย โดยมีรายละเอียดของแต่ละชนิด ดังนี้
- Vitamin B1 (Thiamine) มีบทบาทสำคัญต่อกระบวนการเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตให้เป็นพลังงาน สนับสนุนการทำงานของเซลล์และระบบประสาท
- Vitamin B2 (Riboflavin) เป็นส่วนประกอบของโคเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตพลังงานภายในเซลล์ รวมถึงการเผาผลาญไขมัน ยาบางชนิด สารต่าง ๆ ในร่างกาย และเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนวิตามินบี 6 ให้อยู่ในรูปที่ร่างกายนำไปใช้ได้
- Vitamin B3 (Niacin) ร่างกายสามารถเปลี่ยนไปเป็นโคเอนไซม์ NAD และ NADP เพื่อใช้ในกระบวนการสร้างพลังงาน การทำงานของเอนไซม์ และการทำงานของเซลล์ต่าง ๆ ทั่วร่างกาย
- Vitamin B5 (Pantothenic Acid) มีหน้าที่สำคัญในการเผาผลาญและการสร้างกรดไขมัน รวมถึงกระบวนการสร้างและสลายสารอาหารหลายชนิดเพื่อให้ร่างกายนำไปใช้เป็นพลังงาน
- Vitamin B6 (Pyridoxine) ทำหน้าที่สำคัญในกระบวนการเผาผลาญโปรตีน รวมถึงมีส่วนต่อการทำงานของระบบประสาทและภูมิคุ้มกันในร่างกาย
- Vitamin B7 (Biotin) ทำหน้าที่เป็นโคแฟกเตอร์ของเอนไซม์หลายชนิด เกี่ยวข้องกับการเผาผลาญกรดไขมัน กลูโคส และกรดอะมิโน นอกจากนี้ยังมีบทบาทต่อการควบคุมการทำงานของยีนและการส่งสัญญาณภายในเซลล์
- Vitamin B9 (Folate) มีส่วนสำคัญต่อการสร้าง DNA และ RNA รวมถึงการเผาผลาญกรดอะมิโน จึงเป็นวิตามินที่สำคัญต่อการสร้างและแบ่งตัวของเซลล์
- Vitamin B12 (Cobalamin) มีความสำคัญต่อการสร้างเม็ดเลือดแดง การสังเคราะห์ DNA การพัฒนาและการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง

วิตามินบีรวม ช่วยอะไร
สำหรับวิตามินบีรวมเป็น วิตามิน ที่มีคุณสมบัติที่ช่วยในเรื่องของกระบวนการเปลี่ยนสารอาหารให้เป็นพลังงาน สนับสนุนการทำงานของระบบประสาทและสมอง การสร้างเม็ดเลือดแดง การสร้างเซลล์ในร่างกาย และการทำงานของเซลล์ต่าง ๆ โดยมีรายละเอียดดังนี้
- ช่วยดูแลระบบประสาท มีส่วนสำคัญต่อการทำงานของเซลล์ประสาท การส่งสัญญาณประสาท และช่วยให้ระบบประสาททำงานได้ตามปกติ
- ช่วยสนับสนุนการทำงานของสมอง มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการสร้างพลังงานในเซลล์สมองและการสร้างสารสื่อประสาทบางชนิด มีสมาธิมากขึ้น
- ช่วยในการสร้างเม็ดเลือด มีบทบาทต่อกระบวนการสร้างเม็ดเลือดแดง ป้องกันการเกิดภาวะโลหิตจาง
- ช่วยดูแลผิวพรรณ วิตามินบีหลายชนิดมีส่วนในกระบวนการสร้างพลังงานและการทำงานของเซลล์ผิว ส่งผลทำให้ผิวแข็งแรงสุขภาพดี
- ช่วยดูแลเส้นผม มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำงานและการสร้างเซลล์ในร่างกาย โดยเฉพาะ Biotin ซึ่งมีประโยชน์ต่อเส้นผมอย่างมาก
- ช่วยดูแลเล็บ เสริมประสิทธิภาพกระบวนการทำงานของเซลล์และการสร้างเคราติน ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของเล็บให้มากขึ้น
- ช่วยเปลี่ยนสารอาหารให้เป็นพลังงาน ช่วยในการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน เพื่อให้ร่างกายนำสารอาหารไปใช้ได้อย่างเหมาะสม
- ลดความเครียด เพราะวิตามินบีรวมมีส่วนช่วยในการสร้าง เซโรโทนิน โดปามีน ซึ่งเป็นสารเคมีในสมองที่มีผลต่ออารมณ์ ลดความวิตกกังวล

อาการขาดวิตามินบี มีอะไรบ้าง
โดยทั่วไปอาการขาดวิตามินบีหากยังเป็นเพียงระดับเริ่มต้นจะไม่ค่อยแสดงอาการให้เห็น แต่ในรายที่ขาดวิตามินบีค่อนข้างหนัก อาจเกิดความผิดปกติและแสดงออกมาทางร่างกายให้เห็นได้ชัดเจน ดังนี้
- อ่อนเพลีย ร่างกายไม่มีเรี่ยวแรง อาจพบได้เมื่อขาดวิตามิน B9 หรือ B12 จนส่งผลต่อการสร้างเม็ดเลือดแดงและเกิดภาวะโลหิตจาง
- รู้สึกชาตามมือและเท้า หรือรู้สึกเหมือนเข็มทิ่ม พบได้ในภาวะขาดวิตามิน B1, B6 หรือ B12 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบประสาท
- หลงลืมง่าย การขาดวิตามินบีบางชนิด เช่น B1, B3 และ B12 อาจส่งผลต่อการทำงานของสมอง ทำให้เกิดความสับสนหรือความผิดปกติด้านการรับรู้ในกรณีที่ขาดมาก
- ปากแตก มุมปากอักเสบ หรือลิ้นอักเสบ สามารถพบได้เมื่อขาดวิตามิน B2, B3 หรือ B6 โดยอาจมีอาการเจ็บลิ้น ลิ้นแดง หรือรอยแตกบริเวณมุมปากร่วมด้วย
- ผิวหนังผิดปกติ การขาดวิตามิน B3 และ B6 อาจทำให้เกิดผื่น ผิวหนังอักเสบ เกิดอาการระคายเคือง หรือผิวลอกเป็นขุย
- มีภาวะโลหิตจาง จากการขาดวิตามิน B6, B9 หรือ B12 ทำให้กระบวนการสร้างเม็ดเลือดผิดปกติ
ขาดวิตามินบี ต้องกินอะไร เสริมด้วยอะไรบ้าง
สำหรับคนที่ขาดวิตามินบี สามารถรับเสริมได้จากหลายวิธี เช่น อาหารที่กินเป็นประจำ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม หรือใช้วิธีทางการแพทย์ ซึ่งแต่ละวิธีมีขั้นตอนการทำและข้อดีต่างกัน ดังนี้
อาหารที่มีวิตามินบี
โดยทั่วไปเราสามารถรับวิตามินบีรวมได้ทุกวันจากอาหารที่กินในแต่ละมื้อ เพราะอาหารแต่ละประเภทมีชนิดของวิตามินที่แตกต่างกัน แนะนำให้กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ จะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนมากที่สุด โดยวิตามินบีสามารถหาได้จากอาหารประเภทต่าง ๆ ดังนี้
- เนื้อสัตว์และเครื่องใน เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว และตับ เป็นแหล่งของวิตามิน B1, B3, B6 และ B12
- ปลาและอาหารทะเล เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า และหอย มีวิตามิน B3, B6 และ B12
- ไข่และผลิตภัณฑ์จากนม เช่น ไข่ นม และโยเกิร์ต มีวิตามิน B2, B7 และ B12
- ธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต และโฮลวีต มีวิตามินบีหลายชนิด โดยเฉพาะ B1, B3 และ B6
- ถั่วและเมล็ดพืช เช่น ถั่วลิสง ถั่วอัลมอนด์ และเมล็ดทานตะวัน มีวิตามิน B1, B3, B6 และ B9
- ผักใบเขียว เช่น ผักโขม บรอกโคลี และคะน้า เป็นแหล่งของ Folate หรือวิตามิน B9
- ผลไม้บางชนิด เช่น กล้วย อะโวคาโด และส้ม มีวิตามินบีบางชนิด เช่น B6 และ B9
อาหารเสริมวิตามินบีรวม
อีกหนึ่งทางเลือกของคนที่เลือกกินอาหารได้ไม่มากนัก หรือกินอาหารไม่ค่อยครบ 5 หมู่ สามารถเลือกกินอาหารเสริม Vitamin B Complex ซึ่งถูกผลิตขึ้นมาหลายรูปแบบ เช่น แบบเม็ด แบบแคปซูล แบบเม็ดฟู่ หรือแบบกัมมี่ ขึ้นอยู่กับความสะดวกของแต่ละคน
ดริปวิตามินบีรวม
ทางเลือกของคนที่มีเวลาน้อย ไม่ค่อยมีเวลาดูแลตัวเอง และต้องการเสริมทั้งวิตามิน แร่ธาตุ รวมไปถึงสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายในครั้งเดียว ด้วยการทำดริปวิตามิน หรือ IV Drip เป็นการให้วิตามินผ่านทางสายน้ำเกลือเข้าสู่เส้นเลือดโดยตรง ร่างกายดึงไปใช้ได้ทันทีแบบเต็มประสิทธิภาพ ต่างจากการกินวิตามินที่จะต้องผ่านระบบย่อยและการดูดซึมในลำไส้ ทำให้ร่างกายได้รับวิตามินเพียงบางส่วนเท่านั้น
วิตามินบีรวม กินตอนไหน
สำหรับวิตามินบีรวม กินตอนไหนก็ได้ แต่เพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงอย่างอาการระคายเคืองกระเพาะอาหารหรือรู้สึกคลื่นไส้ แนะนำให้กินพร้อมมื้ออาหารมื้อแรกของวัน เพื่อช่วยให้ร่างกายเปลี่ยนอาหารเป็นพลังงานเข้าไปเลี้ยงสมอง บำรุงประสาท ช่วยให้รู้สึกสดชื่น ไม่อ่อนเพลีย ไม่เหนื่อยล้า มีแรงทำงานหรือทำกิจกรรมไปตลอดทั้งวัน
กินวิตามินบีรวม มีผลข้างเคียงไหม ข้อควรระวังมีอะไรบ้าง
โดยปกติการที่ได้รับวิตามินบีรวมในปริมาณปกติที่ร่างกายสามารถรับได้ในแต่ละวัน จะไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงต่อร่างกาย แต่ในกรณีที่ได้รับมากเกินไปอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน หน้าแดง ดังนั้นปริมาณที่ร่างกายสามารถรับได้ในแต่ละวันมีรายละเอียดดังนี้
- Vitamin B1 (Thiamine) ผู้ชายควรได้รับประมาณ 1.2 มิลลิกรัมต่อวัน ผู้หญิงควรได้รับประมาณ 1.1 มิลลิกรัมต่อวัน
- Vitamin B2 (Riboflavin) ผู้ชายควรได้รับประมาณ 1.3 มิลลิกรัมต่อวัน ผู้หญิงควรได้รับประมาณ 1.1 มิลลิกรัมต่อวัน
- Vitamin B3 (Niacin) ผู้ชายควรได้รับประมาณ 16 มิลลิกรัมต่อวัน ผู้หญิงควรได้รับประมาณ 14 มิลลิกรัมต่อวัน
- Vitamin B5 (Pantothenic Acid) ผู้ชายและผู้หญิงควรได้รับประมาณ 5 มิลลิกรัมต่อวัน
- Vitamin B6 (Pyridoxine) ผู้ชายและผู้หญิงควรได้รับประมาณ 1.3 มิลลิกรัมต่อวัน
- Vitamin B7 (Biotin) ผู้ชายและผู้หญิงควรได้รับประมาณ 30 ไมโครกรัมต่อวัน
- Vitamin B9 (Folate) ผู้ชายและผู้หญิงควรได้รับประมาณ 400 ไมโครกรัมต่อวัน
- Vitamin B12 (Cobalamin) ผู้ชายและผู้หญิงควรได้รับประมาณ 2.4 ไมโครกรัมต่อวัน
วิตามินบีรวมไม่ควรกินคู่กับอะไร
สำหรับวิตามินบีรวมสามารถกินกับอาหารได้เกือบทุกประเภท แต่อาจจะมียาบางชนิดที่ควรหลีกเลี่ยง เพราะอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงหรือความผิดปกติบางอย่างขึ้นได้ ดังนี้
- กลุ่มยากันชักบางชนิด เช่น Phenytoin, Carbamazepine และ Valproate อาจลดระดับ Folate และวิตามิน B6 ในร่างกายให้น้อยลง
- ยารักษาวัณโรคบางชนิด เช่น Isoniazid, Pyrazinamide และ Cycloserine อาจรบกวนการทำงานหรือทำให้ระดับวิตามิน B3 และ B6 ลดลง
- Methotrexate มีความเกี่ยวข้องกับระดับ Folate ในร่างกาย โดยเฉพาะเมื่อใช้รักษามะเร็ง จึงไม่ควรเสริม Folate เองโดยไม่ปรึกษาแพทย์
- Metformin อาจทำให้ร่างกายลดการดูดซึมและระดับวิตามิน B12 ในเลือด
- ยาลดกรดในกระเพาะอาหาร เช่น Proton Pump Inhibitors และ H2 Blockers อาจลดการดูดซึมวิตามิน B12 จากอาหาร
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิตามินบีรวม
วิตามินบีรวม ยังมีหลายประเด็นที่คนมักสงสัยหรือยังไม่เข้าใจ ทั้งเรื่องประโยชน์ วิธีรับประทาน ปริมาณที่เหมาะสม และข้อควรระวัง ในหัวข้อนี้จึงได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยมาไว้ให้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ดังนี้
Q: วิตามินบีรวมกินวันละกี่เม็ด
A: สำหรับโดสปกติในการกินวิตามินบีรวม 1 เม็ดต่อวันก็เพียงพอแล้ว เพราะร่างกายสามารถรับได้จากการกินอาหารในแต่ละมื้ออยู่แล้ว การกินวิตามินเสริมเป็นเพียงทางเลือกเท่านั้น
Q: วิตามินบีรวมกินทุกวันได้ไหม
A: หากต้องการให้ได้รับ vitamin b complex อย่างเพียงพอ แนะนำให้กินเป็นประจำทุกวัน เพื่อให้ร่างกายมีระดับวิตามินบีแต่ละชนิดที่สมดุล ไม่น้อยเกินไป หรือไม่มากเกินไป
Q: ยาวิตามินบีรวมมีไว้ทำอะไร
A: สำหรับวิตามินบีคอมเพล็กซ์มีไว้เพื่อช่วยบำรุงและเสริมประสิทธิภาพการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น การสร้างเม็ดเลือด ระบบประสาท การทำงานของสมอง และระบบสร้างพลังงานในร่างกาย ทำให้รู้สึกสดชื่น มีแรงทำงานไปตลอดทั้งวัน
Q: วิตามินบีรวมยี่ห้อไหนดี
A: ในปัจจุบันยังไม่มี วิตามินบีรวมยี่ห้อไหนดีที่สุด แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือปริมาณ ส่วนประกอบ หรือวิตามินเสริมอื่น ๆ ที่ถูกผสมลงไป ซึ่งเป็นสูตรเฉพาะของแต่ละยี่ห้อที่ไม่เหมือนกัน แนะนำให้ดูจากใบอนุญาต อย. ไทย ผลิตและจัดจำหน่ายจากบริษัทที่น่าเชื่อถือ สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้
Q: Vitamin B Complex คนท้องกินได้ไหม
A: ประโยชน์ของวิตามินบีรวมจำเป็นต่อคนท้องค่อนข้างมาก แต่จะต้องอยู่ภายใต้การประเมินและสั่งจ่ายวิตามินโดยแพทย์เท่านั้น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ไม่เกิดผลข้างเคียงกับทารกในครรภ์และคุณแม่
สรุป
วิตามินบีรวมเป็นกลุ่มวิตามินที่มีบทบาทต่อหลายระบบของร่างกาย ทั้งการสร้างพลังงาน การทำงานของระบบประสาทและสมอง การสร้างเม็ดเลือด รวมถึงการดูแลผิว ผม และเล็บ โดยสามารถได้รับจากอาหารหลากหลายชนิดหรือเสริมด้วยผลิตภัณฑ์วิตามินตามความเหมาะสม สามารถเสริมได้จากหลายวิธี โดยเฉพาะดริปวิตามินซึ่งเป็นการเติมวิตามินเข้าสู่เส้นเลือดโดยตรงทำให้ร่างกายนำไปใช้ได้ทันทีแบบเต็มประสิทธิภาพ สำหรับใครที่อยากดูแลตัวเองให้สุขภาพดี อยากฟื้นฟูและซ่อมแซมผิวพรรณจากภายในให้เปล่งปลั่งมีออร่า แนะนำให้เข้ามาปรึกษาทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์ของ Vincent Clinic Aesthetic เพื่อรับการประเมินและวางแผนการรักษาเฉพาะรายบุคคล












