ปากกาลดน้ำหนักอันตรายไหม อีกหนึ่งความกังวลของใครหลายคน เพราะในปัจจุบันมีข่าวออกมาค่อนข้างเยอะเกี่ยวกับผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายถึงชีวิต ซึ่งมักจะเกิดขึ้นจากตัวยาที่ไม่ได้มาตรฐานหรือยาเถื่อน Vincent Clinic Aesthetic จึงได้รวบรวมข้อมูลสำคัญและรายละเอียดต่าง ๆ ที่ควรทราบก่อนตัดสินใจเลือกใช้ปากกาลดน้ำหนัก ไม่ว่าจะเป็นข้อควรระวัง สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาหรือผลข้างเคียงร้ายแรงหลังทำ เลือกลดน้ำหนักอย่างไรให้ปลอดภัย สามารถอ่านได้จากเนื้อหาต่อไปนี้
ปากกาลดน้ำหนักอันตรายไหม?
ปากกาลดน้ำหนักของแท้ไม่อันตราย เนื่องจาก ปากกาลดน้ำหนัก เป็นยาควบคุมที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น ซึ่งก่อนหน้านั้นจะต้องผ่านการประเมินปัญหา วิเคราะห์ BMI และตรวจสุขภาพเบื้องต้น เพื่อไม่ให้เกิดผลข้างเคียงร้ายแรงตามมา จึงไม่แนะนำให้ซื้อจากร้านค้าออนไลน์มาฉีดเอง ไม่ควรทำในคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือคลินิกที่แพทย์ไม่ได้เป็นผู้ฉีดให้ เพราะเสี่ยงเกิดอันตรายเหมือนกับข่าวที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

ปากกาลดน้ำหนักมีข้อเสียอะไรบ้าง?
สำหรับปากกาลดน้ำหนักมีข้อเสียบางอย่างที่ควรทราบไว้ก่อนตัดสินใจเลือกฉีด เพราะการลดน้ำหนักด้วยตัวช่วยแบบนี้จะต้องอาศัยความมีวินัย ปักปากกาอย่างตรงเวลาสม่ำเสมอ ภายใต้การดูแลของแพทย์ จึงอาจทำให้เกิดข้อเสียบางอย่าง ดังนี้
- ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง เนื่องจากต้องใช้ปากกาอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะครบตามโปรแกรมที่แพทย์วางแผนการรักษาเอาไว้
- อาจเกิดผลข้างเคียงกับร่างกายบางอย่าง เช่น เวียนหัว อาเจียน คลื่นไส้ ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของร่างกายแต่ละคน
- จะต้องปักปากกาตามกำหนดในวันและเวลาเดิม ปกติแล้ว ปากกาลดน้ำหนักฉีดอาทิตย์ละครั้ง จึงอาจกระทบกับคนที่ทำงานไม่เป็นเวลาหรือตารางการใช้ชีวิตไม่แน่นอนในแต่ละวัน
- น้ำหนักอาจกลับมาอีก หลังหยุดใช้ปากกาลดน้ำหนัก หากไม่ควบคุมอาหารหรือออกกำลังกาย อาจทำให้น้ำหนักกลับขึ้นมาอีกเนื่องจากพฤติกรรม
- ไม่เหมาะกับคนที่มีโรคประจำตัวบางชนิด เช่น โรคไทรอยด์บางประเภท เคยเป็นตับอ่อนอักเสบ มีนิ่วหรือปัญหาถุงน้ำดี โรคไต เบาหวานที่ใช้ยาควบคุมน้ำตาล หรือมีปัญหากระเพาะอาหารและลำไส้รุนแรง เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงได้
- น้ำหนักจะค่อย ๆ ลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่สามารถทำให้น้ำหนักลดรวดเร็วในทันที เพราะจะต้องเริ่มใช้ตัวยาในขนาดที่ต่ำสุดก่อน แล้วจึงปรับขนาดยาเพิ่มขึ้นตามความเหมาะสม
ผลข้างเคียงของปากกาลดน้ำหนักมีอะไรบ้าง?
หลังใช้ปากกาลดน้ำหนักผลข้างเคียงจะเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่โดสแรกหรือในช่วงปรับขนาดยาเพิ่มขึ้น เมื่อร่างกายปรับตัวเข้ากับตัวยาได้แล้ว หลังจากนั้นอาการต่าง ๆ ก็จะเริ่มดีขึ้นในช่วงประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละคน โดยรายละเอียดของผลข้างเคียงที่อาจพบได้ มีดังนี้
ผลข้างเคียงที่พบบ่อย
ผลข้างเคียงปากกาลดน้ำหนักที่สามารถพบได้บ่อยเป็นปกติ ได้แก่ อาการคลื่นไส้ อาการอาเจียน อาการเวียนหัว อ่อนเพลีย บางรายอาจเกิดอาการเบื่ออาหาร กินได้น้อยลง ท้องผูก ท้องอืด แน่นท้อง หรือท้องเสียได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของร่างกายแต่ละคนที่แตกต่างกัน
ผลข้างเคียงรุนแรงที่ควรพบแพทย์
ในกรณีของคนที่ใช้ปากกาลดน้ำหนักแล้วมีผลข้างเคียงบางอย่างที่สงสัยว่าผิดปกติ ควรเข้าพบแพทย์ทันที เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม เพราะบางอาการอาจไม่ใช่เพียงแต่การอาเจียนหรือเวียนหัวแบบทั่วไป โดยมีรายละเอียดของอาการรุนแรงที่สามารถระบุได้ดังนี้
- เกิดอาการอาเจียนอย่างรุนแรงจนไม่สามารถดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารได้ตามปกติ
- เกิดอาการหน้ามืด ใจสั่น วิงเวียนจนเป็นลม หรือมีเหงื่อออกมากกว่าปกติ
- เกิดอาการปวดบริเวณชายโครงด้านขวาหรือลิ้นปี่ เป็นอาการปวดท้องที่รุนแรง
- เกิดอาการบวมตามร่างกายหรือปัสสาวะได้น้อยกว่าปกติ
- เกิดอาการอ่อนแรง มือสั่น มึนงง หรือวูบ
อะไรทำให้ใช้ปากกาลดน้ำหนักแล้วเสี่ยงอันตรายมากขึ้น?
ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงให้เกิดผลข้างเคียงหลังใช้ปากกาลดน้ำหนักมากขึ้น มีด้วยกันหลายสาเหตุซึ่งมักจะมาจากการใช้งานปากกาโดยที่ไม่มีแพทย์ควบคุม ไม่ว่าจะเป็น
- เพิ่มขนาดยาด้วยตัวเอง หรือเพิ่มปริมาณยาเร็วเกินไปจนร่างกายปรับตัวไม่ทัน
- ใช้ปริมาณยาเกินขนาดหรือปักปากกาถี่เกินกว่าที่แพทย์กำหนด
- ไม่ได้ผ่านการประเมินและวางแผนการใช้ปากกาลดน้ำหนักโดยแพทย์
- เปลี่ยนยี่ห้อปากกาลดน้ำหนักบ่อยหรือใช้หลายยี่ห้อปนกัน
- มีโรคประจำตัวหรือมียาที่ต้องรับประทานเป็นประจำ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อปากกาลดน้ำหนัก โดยที่ไม่ได้แจ้งให้แพทย์ทราบก่อนรับบริการ
- ซื้อปากกาลดน้ำหนักมาฉีดเองซึ่งไม่ทราบแหล่งที่มาหรือได้มาจากคลินิกที่ไม่น่าเชื่อถือ
- ไม่หยุดใช้ปากกาลดน้ำหนักแม้จะมีผลข้างเคียงร้ายแรงเกิดขึ้น
- เก็บรักษาปากกาลดน้ำหนักผิดวิธี ทำให้ตัวยาเสื่อมคุณภาพหรือมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปปนเปื้อนกับตัวยา

ใครบ้างที่ควรระวังก่อนใช้ปากกาลดน้ำหนัก?
คนที่อาจใช้ปากกาลดน้ำหนักแล้วเกิดอันตรายมีด้วยกันหลายกลุ่ม ซึ่งจะต้องผ่านการประเมินโดยทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์เพื่อวินิจฉัยว่าสามารถใช้ได้หรือไม่ โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มคนที่ควรระวังได้ดังนี้
- คนที่แพ้ Semaglutide หรือส่วนประกอบของตัวยาบางชนิดในปากกาลดน้ำหนัก
- คนที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 หรือมีภาวะเลือดเป็นกรดในผู้ป่วยเบาหวาน (Diabetic Ketoacidosis)
- คนที่เคยมีประวัติหรือกำลังเป็นโรคบางชนิด เช่น โรคตับอ่อนอักเสบ โรคไต ภาวะไตเสื่อม โรคเนื้องอกต่อมไร้ท่อหลายชนิด มะเร็งไทรอยด์
- คนที่วางแผนมีบุตร กำลังตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร เพราะตัวยาอาจส่งต่อสู่ลูกผ่านทางน้ำนม
- คนที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี เพราะมีโอกาสเสี่ยงที่จะได้รับโภชนาการไม่เพียงพอและกระทบต่อการเจริญเติบโต
- คนที่ต้องการลดน้ำหนักปริมาณมากอย่างเร่งด่วน เพราะตัวยาจะทำให้น้ำหนักลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป
หากมีผลข้างเคียงจากปากกาลดน้ำหนักควรทำอย่างไร?
หากใช้ปากกาลดน้ำหนักแล้วเกิดผลข้างเคียง ไม่ว่าจะเป็นช่วงเริ่มแรกที่เริ่มการรักษาหรือช่วงที่แพทย์ปรับขนาดยาเพิ่มขึ้นก็ตาม สามารถบรรเทาอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นได้ด้วยวิธีต่าง ๆ ดังนี้
- ดื่มน้ำเปล่าเยอะ ๆ ให้เพียงพอในแต่ละวัน ช่วยลดอาการท้องผูก ป้องกันภาวะขาดน้ำ
- ลดปริมาณอาหารและหยุดกินทันทีเมื่อรู้สึกอิ่ม โดยแบ่งอาหารออกเป็น 5 – 6 มื้อเล็กต่อวัน เพื่อป้องกันไม่ให้กระเพาะทำงานหนัก
- หลีกเลี่ยงของทอด ของมัน แอลกอฮอล์ หรือน้ำอัดลม
- ควรกินให้ช้าลงและเคี้ยวให้ละเอียด ช่วยลดอาการแน่นท้อง จุกเสียด
- กินอาหารที่ย่อยง่ายและรสชาติไม่จัดจ้าน เพื่อลดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย หรือเวียนหัว
- หลังกินอาหารในช่วง 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมงแรก ไม่ควรนอนทันที เพราะอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้หรืออาการแสบร้อนกลางอกได้
- นอนหลับและพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อลดอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยล้า และทำให้ร่างกายปรับตัวเข้ากับตัวยาได้เร็วขึ้น ลดอาการข้างเคียงต่าง ๆ ให้น้อยลง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ปากกาลดน้ำหนักอันตรายไหม มีผลข้างเคียงอะไร (FAQ)
เพื่อช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับผลข้างเคียงปากกาลดน้ำหนัก ในหัวข้อนี้จึงได้รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ และสิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ เพื่อช่วยให้สามารถปฏิบัติตัวเมื่อเกิดอาการข้างเคียงได้อย่างเหมาะสม ดังนี้
Q: ปากกาลดน้ำหนัก Mounjaro อันตรายไหม?
A: สำหรับ Mounjaro เป็นปากกาลดน้ำหนักที่ไม่อันตราย หากเป็นของแท้และอยู่ภายใต้การควบคุมของแพทย์ ในกรณีของคนที่ใช้ของปลอมอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงร้ายแรงถึงชีวิตได้ จึงต้องพิจารณาแหล่งที่มาให้ชัดเจน
Q: Mounjaro มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง?
A: ผลข้างเคียงจากปากกาลดน้ำหนัก Mounjaro ที่อาจเกิดขึ้นมีด้วยกันหลายอย่าง เช่น เวียนหัว อาเจียน คลื่นไส้ หรือท้องอืดได้บ้าง แต่ด้วยตัวยาที่ใช้คือ Tirzepatide ซึ่งอยู่ในกลุ่ม Dual Agonist ออกฤทธิ์เลียนแบบฮอร์โมน 2 ชนิดพร้อมกัน จึงทำให้อาการต่าง ๆ น้อยกว่าปากกาลดน้ำหนักที่ใช้ GLP-1 เพียงอย่างเดียว
Q: Ozempic มีอันตรายและผลข้างเคียงอะไรบ้าง?
A: สำหรับ Ozempic เป็นปากกาลดน้ำหนักที่ไม่อันตราย เพราะผ่านการรับรองจาก อย. ไทย โดยจะต้องสั่งจ่ายและอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น ซึ่งผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจะคล้ายกับการใช้ปากกาลดน้ำหนักยี่ห้ออื่น เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เวียนหัว ท้องอืด
Q: Wegovy อันตรายไหม มีผลข้างเคียงไหม
A: ปากกาลดน้ำหนัก Wegovy มีความปลอดภัย หากเป็นยาของแท้และใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ แต่ยังมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงได้ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ท้องผูก ปวดท้อง เวียนหัว หรืออ่อนเพลีย หากมีอาการรุนแรงหรือผิดปกติ ควรหยุดใช้และรีบปรึกษาแพทย์
Q: ปากกาลดน้ำหนักช่วยลดน้ำหนักได้จริงไหม?
A: ปากกาลดน้ำหนักสามารถช่วยทำให้น้ำหนักลดได้จริง เนื่องจากผลข้างเคียงของปากกาลดน้ำหนักที่ทำให้กระเพาะย่อยอาหารช้าลงจึงรู้สึกอิ่มนาน อิ่มเร็ว กินได้น้อยลง ร่างกายจึงดึงเอาไขมันส่วนเกินที่สะสมออกมาเปลี่ยนเป็นพลังงาน
Q: ปากกาลดน้ำหนักทำให้ตับอ่อนอักเสบได้ไหม?
A: ผลข้างเคียงปากกาลดน้ำหนักในรายที่มีประวัติเคยเป็นหรือกำลังเป็นโรคตับอ่อนอักเสบ อาจทำให้อาการย่ำแย่ลง แพทย์จึงไม่แนะนำให้ใช้กับคนในกลุ่มนี้ แต่ในกรณีของคนทั่วไปสามารถใช้ได้ แต่จะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะกับแต่ละคนมากที่สุด
สรุป
ปากกาลดน้ำหนักอันตรายไหม แม้จะเป็นคำถามที่ฟังแล้วน่าตกใจ แต่ในความเป็นจริงตัวยาในปากกาลดน้ำหนักเป็นยาควบคุมที่ต้องอยู่ภายใต้การสั่งจ่ายของแพทย์เท่านั้น และจะต้องผ่านการรับรองจาก อย. ไทย จึงจะมั่นใจเรื่องของความปลอดภัยได้ โดยผลข้างเคียงที่สามารถเกิดขึ้นมีหลายอย่าง เช่น เวียนหัว อาเจียน ท้องอืด อาหารไม่ย่อย ขึ้นอยู่กับการตอบสนองต่อตัวยาของร่างกายแต่ละคนที่ไม่เท่ากัน สำหรับใครที่อยากดูแลรูปร่างให้ได้สัดส่วนสวยงาม หรือต้องการลดน้ำหนักอย่างถูกวิธีและปลอดภัย แนะนำให้เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Vincent Clinic Aesthetic เพื่อรับการประเมินจากแพทย์ผู้มีประสบการณ์และวางแผนการรักษาให้เหมาะกับรายบุคคล












