Ozempic ยาที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด แต่ในปัจจุบันได้รับความสนใจในด้านการช่วยลดน้ำหนักและควบคุมความอยากอาหาร ทำให้หลายคนสงสัยว่า Ozempic คืออะไร อันตรายไหม Vincent Clinic Aesthetic จะพาไปทำความรู้จักกับ Ozempic วิธีใช้ปากกาอย่างถูกต้อง ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงวิธีฉีดและการดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม
Ozempic คืออะไร
Ozempic (โอเซมปิก) คือ ยาฉีดเบาหวานชนิดปากกาจากบริษัท Novo Nordisk บริษัทเวชภัณฑ์สัญชาติเดนมาร์ก โดยมีตัวยาสำคัญคือ Semaglutide (เซมากลูไทด์) ซึ่งเป็นยาในกลุ่ม GLP-1 receptor agonist ออกฤทธิ์เลียนแบบฮอร์โมน GLP-1 ในร่างกาย ซึ่งสามารถช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และใช้สำหรับรักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ จึงมักถูกเรียกว่า ปากกาลดน้ำหนัก เนื่องจากนำมาฉีดเพื่อลดน้ำหนักได้
ปากกาลดน้ำหนัก Ozempic มีกลไกอย่างไร
Ozempic มีกลไกการทำงานจากตัวยา Semaglutide ซึ่งออกฤทธิ์เลียนแบบฮอร์โมน GLP-1 ฮอร์โมนที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาล ความหิว และความอิ่มของร่างกาย
เมื่อตัวยาเซมากลูไทด์เข้าสู่ร่างกาย ตัวยาจะช่วยกระตุ้นการหลั่งอินซูลินเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูง และลดการหลั่งกลูคากอนที่ทำให้ตับปล่อยน้ำตาลออกมา พร้อมทั้งช่วยชะลอการเคลื่อนตัวของอาหารจากกระเพาะอาหารไปยังลำไส้ ทำให้อิ่มเร็ว อิ่มนาน ความอยากอาหารลดลง เมื่อกินอาหารได้น้อยลงอย่างต่อเนื่อง น้ำหนักจึงค่อย ๆ ลดลง
Ozempic อันตรายไหม

Ozempic เป็นยาที่ได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลด้านยาและเวชภัณฑ์
และขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของประเทศไทย เดิมถูกพัฒนาขึ้นเพื่อใช้รักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 แม้ในปัจจุบันจะมีการนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการควบคุมน้ำหนักในบางราย แต่การใช้ยาควรอยู่ภายใต้การดูแลและการประเมินของแพทย์ ไม่ควรซื้อมาใช้เองจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือหรือผ่านช่องทางออนไลน์ที่ไม่สามารถตรวจสอบที่มาของยาได้
Ozempic ไม่ถือว่าเป็นอันตรายหากเป็นยาของแท้ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง และใช้ตามคำแนะนำของแพทย์ อย่างไรก็ตาม ยาอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ในบางราย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ท้องผูก ปวดท้อง เบื่ออาหาร หรือภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ
Ozempic ใช้ได้กี่ครั้ง
Ozempic เป็นยาฉีดชนิดปากกาที่ควรใช้สัปดาห์ละ 1 ครั้ง โดยปากกาแต่ละขนาดจะมีจำนวนโดสแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของยาและขนาดยาที่แพทย์กำหนด ดังนี้
- Ozempic 0.25 mg เป็นขนาดเริ่มต้นสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มใช้ยา โดยฉีดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ต่อเนื่อง 4 สัปดาห์ รวมทั้งหมด 4 ครั้ง เพื่อให้ร่างกายค่อย ๆ ปรับตัวกับยา
- Ozempic 0.5 mg มักใช้หลังจากร่างกายปรับตัวกับขนาดเริ่มต้นแล้ว โดยฉีดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หากใช้ปากกาสำหรับขนาด 0.5 mg โดยทั่วไปจะใช้ได้ประมาณ 4 ครั้ง หรือประมาณ 4 สัปดาห์
- Ozempic 1 mg เป็นขนาดที่แพทย์อาจปรับเพิ่มในบางราย โดยฉีดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ปากกา 1 ด้ามมักให้ยาได้ 4 ครั้ง ใช้ได้ประมาณ 4 สัปดาห์ หรือ 1 เดือน
- Ozempic 2 mg เป็นขนาดยาที่สูงขึ้นสำหรับบางราย โดยฉีดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ปากกา 1 ด้ามมักให้ยาได้ 4 ครั้ง ใช้ได้ประมาณ 4 สัปดาห์ หรือ 1 เดือน
ปากกา Ozempic ส่วนใหญ่ใช้ได้ประมาณ 4 ครั้ง หรือ 4 สัปดาห์ เพราะฉีดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง แต่จำนวนครั้งอาจแตกต่างกันตามรุ่นปากกา ขนาดยา และแผนการรักษาที่แพทย์กำหนด
วิธีการใช้ปากกาลดน้ำหนัก Ozempic
วิธีใช้ปากกา Ozempic ควรฉีดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ตามขนาดยาที่แพทย์กำหนด โดยฉีดเข้าชั้นไขมันใต้ผิวหนังบริเวณหน้าท้อง ต้นขา หรือด้านหลังต้นแขน และควรเปลี่ยนตำแหน่งฉีดทุกครั้ง
ก่อนฉีดให้ล้างมือ ตรวจสอบว่ายาใส ไม่มีสี ไม่มีตะกอน จากนั้นใส่เข็มใหม่ให้แน่น ไล่อากาศตามคู่มือหากเป็นการใช้ครั้งแรก แล้วหมุนปุ่มเลือกขนาดยาตามที่แพทย์สั่ง โดยดูตัวเลขบนหน้าจอปากกา เช่น 0.5 mg หรือ 1 mg เป็นหลัก เมื่อตั้งขนาดยาแล้ว ให้แทงเข็มลงใต้ผิวหนัง กดปุ่มฉีดยาค้างไว้จนตัวเลขกลับมาที่ 0 แล้วนับช้า ๆ ถึง 6 ก่อนดึงเข็มออก จากนั้นถอดเข็มทิ้งให้ถูกวิธี และปิดฝาปากกาทุกครั้ง
Ozempic ต่างกับปากกาลดน้ำหนักยี่ห้ออื่นอย่างไร

Ozempic เป็นปากกาลดน้ำหนักที่หลายคนอาจสงสัยว่าแตกต่างจากปากกาลดน้ำหนักยี่ห้ออื่นอย่างไร เพราะแต่ละยี่ห้อมีตัวยา กลไกการออกฤทธิ์ ขนาดยา ความถี่ในการฉีด รวมถึงผลลัพธ์ในการควบคุมน้ำหนักที่แตกต่างกันดังนี้
Ozempic VS Wegovy
Ozempic ใช้สำหรับรักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 เพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และอาจช่วยให้น้ำหนักลดลงได้ในบางราย ส่วน Wegovy ถูกพัฒนามาเพื่อการควบคุมน้ำหนักโดยเฉพาะ ในผู้ที่มีภาวะอ้วนหรือน้ำหนักเกินตามเกณฑ์ ร่วมกับการควบคุมอาหารและออกกำลังกาย
Ozempic VS Mounjaro
Ozempic มีตัวยา Semaglutide ออกฤทธิ์เลียนแบบฮอร์โมน GLP-1 ช่วยควบคุมน้ำตาล ลดความอยากอาหาร และทำให้อิ่มนานขึ้น ส่วน Mounjaro มีตัวยา Tirzepatide ออกฤทธิ์กับตัวรับฮอร์โมน GIP และ GLP-1 จึงมีกลไกที่ครอบคลุมมากกว่า
Ozempic VS Saxenda
Ozempic มีตัวยา Semaglutide ใช้ในการรักษาเบาหวานชนิดที่ 2 และฉีดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ส่วน Saxenda มีตัวยา Liraglutide ใช้สำหรับควบคุมน้ำหนักโดยตรง ร่วมกับการควบคุมอาหารและออกกำลังกาย และต้องฉีดวันละครั้ง ดังนั้น Saxenda จะเน้นเรื่องลดน้ำหนักมากกว่า ส่วน Ozempic จะเน้นรักษาเบาหวานแต่มีผลช่วยให้น้ำหนักลดลงได้ในบางราย
ปากกาลดน้ำหนัก Ozempic ราคาเท่าไหร่?
Ozempic ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 10,000 – 25,000 บาทต่อ 1 ด้าม แต่ทั้งนี้ราคาปากกาลดน้ำหนัก Ozempic จะแตกต่างกันไปตามโปรโมชันของแต่ละที่ในช่วงเวลานั้น ๆ และตามขนาดยา ดังนี้
- Ozempic 0.25 mg ราคาเริ่มต้นประมาณ 10,000 – 12,000 บาท
- Ozempic 0.5 mg ราคาเริ่มต้นประมาณ 12,000 – 17,000 บาท
- Ozempic 1 mg ราคาเริ่มต้นประมาณ 13,000 – 20,000 บาท
- Ozempic 2 mg ราคาเริ่มต้นประมาณ 18,000 – 25,000 บาท
Ozempic ซื้อได้ที่ไหน เลือกฉีดที่ไหนดี
ใช้ยา Ozempic ให้ปลอดภัยควรเลือกซื้อหรือรับบริการจากสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน มีแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด และสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของยาได้รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ ดังนี้
- ควรซื้อหรือใช้ Ozempic จากคลินิก โรงพยาบาล หรือสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานเท่านั้น
- ควรเลือกแหล่งที่มียาของแท้ ขึ้นทะเบียน อย. ตรวจสอบแหล่งที่มา เลขล็อต และวันหมดอายุได้
- ควรได้รับการประเมินจากแพทย์ก่อนใช้ ไม่ควรซื้อออนไลน์หรือฉีดเองโดยไม่มีคำแนะนำ
- เลือกฉีดกับแพทย์ที่มีความรู้เรื่องยาเบาหวานและการควบคุมน้ำหนัก เพื่อปรับขนาดยาให้เหมาะกับร่างกาย
- คลินิกควรมีการติดตามผล น้ำหนัก อาการข้างเคียง และสุขภาพโดยรวมระหว่างใช้ยา
- หลีกเลี่ยง Ozempic ราคาถูกผิดปกติ ยาหิ้ว ยาแบ่งขาย หรือยาที่ไม่มีฉลากภาษาไทย เพราะเสี่ยงเป็นยาปลอมหรือใช้ยาไม่ปลอดภัย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Ozempic (FAQ)
Q: คนที่ไม่ได้เป็นเบาหวานสามารถใช้ Ozempic ลดน้ำหนักได้ไหม?
A: คนที่ไม่ได้เป็นเบาหวานไม่ควรใช้ Ozempic ลดน้ำหนักเอง ควรให้แพทย์ประเมินก่อนทุกครั้ง เพราะเป็นยารักษาเบาหวานและอาจมีผลข้างเคียงได้
Q: หากลืมฉีด Ozempic ตามกำหนดสัปดาห์ ต้องทำอย่างไร?
A: หากลืมฉีด Ozempic ให้ฉีดทันทีเมื่อนึกได้ภายใน 5 วันหลังจากวันที่กำหนด แต่ถ้าเกิน 5 วันแล้ว ให้ข้ามครั้งนั้นไปและฉีดครั้งถัดไปตามกำหนดเดิม ไม่ควรฉีดเพิ่มเป็น 2 เท่า และควรปรึกษาแพทย์หากลืมบ่อยหรือไม่แน่ใจวิธีใช้ยา
Q: หยุดยา Ozempic แล้วจะโยโย่ไหม?
A: หยุดยา Ozempic แล้วมีโอกาสน้ำหนักกลับขึ้นได้ หากไม่ควบคุมอาหารและพฤติกรรมต่อเนื่อง จึงควรหยุดยาภายใต้คำแนะนำของแพทย์เพื่อลดโอกาสโยโย่
Q: วิธีการเก็บรักษาปากกา Ozempic?
A: ควรเก็บปากกา Ozempic ที่ยังไม่เปิดใช้ในตู้เย็น อุณหภูมิ 2 – 8°C ห้ามแช่แข็ง และหลีกเลี่ยงความร้อนหรือแสงแดด หลังเปิดใช้ให้เก็บตามคำแนะนำบนฉลากยา ปิดฝาทุกครั้ง และเก็บให้พ้นมือเด็ก
Q: Ozempic Face คืออะไร
A: Ozempic Face คือภาวะใบหน้าดูซูบ แก้มตอบ หรือผิวหย่อนคล้อยหลังน้ำหนักลดเร็วจากการใช้ Ozempic หรือยากลุ่ม GLP-1 โดยมักเกิดจากไขมันบนใบหน้าลดลง ไม่ใช่ตัวยาทำลายผิวโดยตรง
สรุป
Ozempic เป็นยาฉีดชนิดปากกาที่มีตัวยา Semaglutide ใช้หลักในการรักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 เพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และมีผลช่วยลดความอยากอาหาร ทำให้อิ่มนานขึ้น จึงถูกนำมาประยุกต์ใช้ในการควบคุมน้ำหนักในบางราย หากอยากดูแลรูปร่าง ควบคุมน้ำหนัก และปรับสัดส่วนอย่างเหมาะสม ปรึกษาได้ที่ Vincent Clinic Aesthetic มีแพทย์คอยประเมินและแนะนำแนวทางที่เหมาะกับแต่ละบุคคล












