วิธีปักปากกาลดน้ำหนัก แต่ละยี่ห้อต่างกันไหม ข้อควรระวังมีอะไรบ้าง

ทีมแพทย์ Vincent Clinic
แชร์ :
วิธีปักปากกาลดน้ำหนัก

Key Takeaways

  • ปากกาลดน้ำหนัก วิธีใช้ที่ถูกต้องควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ ทั้งเรื่องของขนาดยา ยี่ห้อปากกาลดน้ำหนัก และแผนการรักษาที่เหมาะกับรายบุคคล
  • สำหรับตำแหน่งที่นิยมฉีดปากกาลดน้ำหนัก ได้แก่ หน้าท้อง ต้นขา และต้นแขน โดยจะต้องฉีดสลับตำแหน่งไปเรื่อย ๆ ไม่ควรฉีดซ้ำตำแหน่งเดิมติดต่อกัน
  • ขั้นตอนพื้นฐานในการใช้ปากกาลดน้ำหนัก ได้แก่ เตรียมปากกาให้พร้อม ตรวจสอบการไหลของยา และตั้งขนาดยาตามที่แพทย์กำหนดก่อนปักลงบนผิว
  • หนึ่งสิ่งสำคัญของวิธีใช้ปากกาลดน้ำหนัก คือ หลังจากตัวเลขปริมาณยาลดลงเหลือ 0 ควรปล่อยค้างไว้ประมาณ 5 – 10 วินาที ก่อนที่จะดึงปากกาออก 
  • ปากกาลดน้ำหนัก วิธีใช้ในแต่ละยี่ห้ออาจมีบางส่วนที่แตกต่างกันออกไปบ้าง แต่โดยพื้นฐานแล้วจะคล้ายกัน

ปากกาลดน้ำหนักมีวิธีใช้ไม่ยุ่งยาก แต่จะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมโดยแพทย์เท่านั้น ซึ่งหลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจหรือไม่รู้ว่าควรต้องใช้อย่างไรถึงจะถูกต้อง จึงทำให้เกิดความกังวลไม่กล้าที่จะใช้ปากกาลดน้ำหนัก ในบทความนี้ Vincent Clinic Aesthetic จะพาไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนการใช้ปากกาลดน้ำหนัก ตำแหน่งในการฉีด วิธีใช้ของแต่ละยี่ห้อแตกต่างกันไหม รวมไปถึงข้อควรระวังต่าง ๆ ที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ ตามรายละเอียดที่ได้รวบรวมมาไว้ให้ในเนื้อหาต่อไปนี้

ปากกาลดน้ำหนักฉีดตรงไหนได้บ้าง?

ปากกาลดน้ำหนักฉีดตรงไหนได้บ้าง?

วิธีใช้ปากกาลดน้ำหนักนั้น โดยปกติแพทย์จะ ปักปากกาลดน้ำหนัก ลงไปใต้ผิวหนังตามตำแหน่งต่าง ๆ ในร่างกาย ไม่ควรฉีดซ้ำในจุดเดิมติดต่อกันทันทีในครั้งถัดไป ควรเว้นระยะห่างจากจุดเดิมอย่างน้อย 1 นิ้ว แนะนำให้ใช้วิธีการสลับตำแหน่งฉีดไปเรื่อย ๆ เพราะหากฉีดซ้ำในจุดเดิมติดต่อกันอาจทำให้เกิดรอยช้ำ ผิวระคายเคือง ดูดซึมยาได้ไม่ดี หรือเกิดก้อนแข็งใต้ผิวหนังได้ โดยมีตำแหน่งที่นิยมฉีด ดังนี้

  • ต้นแขน เลือกฉีดในบริเวณที่มีไขมันใต้ผิวหนังค่อนข้างหนาพอสมควร ฉีดได้ทั้งด้านหลังและด้านข้างของต้นแขน
  • หน้าท้อง เลือกฉีดในบริเวณที่ไม่มีแผล ไม่มีตุ่ม หรือรอยแผลเป็น โดยจะต้องฉีดห่างจากสะดืออย่างน้อย 2 นิ้ว
  • ต้นขา เลือกฉีดได้ทั้งบริเวณต้นขาด้านนอกและด้านหน้า โดยเลือกฉีดในตำแหน่งที่มีไขมันค่อนข้างเยอะ 

วิธีใช้ปากกาลดน้ำหนักมีขั้นตอนอย่างไร?

ปากกาลดน้ำหนักมีวิธีใช้ที่ถูกต้อง คือต้องอยู่ภายใต้การประเมินและดูแลโดยแพทย์เท่านั้น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัย ซึ่งคนไข้สามารถนำปากกากลับไปฉีดเองที่บ้านได้ หากได้รับคำแนะนำจากแพทย์แล้ว โดยมีขั้นตอนพื้นฐานในการปักปากกาลดน้ำหนัก ดังนี้

เตรียมปากกาและอุปกรณ์ก่อนฉีด

  • แกะเข็มใหม่ที่อยู่ในซีลออกมาแล้วใส่เข้าไปที่หัวปากกา หลังจากนั้นดึงที่ครอบหัวเข็มออก
  • ตั้งปลายปากกาขึ้นด้านบน กดปุ่มตั้งค่าปริมาณยาค้างไว้จนเป็นเลข 0 และสังเกตที่ปลายเข็มหากมีหยดน้ำยาออกมาแสดงว่าพร้อมใช้งาน หากไม่มีหยดน้ำยาออกมาให้ลองทำอีกครั้งหรือเปลี่ยนเข็มใหม่

ขั้นตอนปักปากกาลดน้ำหนัก

  • ทำความสะอาดผิวในตำแหน่งที่ต้องการฉีดปากกาลดน้ำหนัก
  • ปรับขนาดยาให้เป็นตัวเลขปริมาณยาตามที่แพทย์กำหนด
  • ยกชั้นผิวขึ้นมาเล็กน้อย หลังจากนั้นปักปากกาลงไปตรง ๆ แล้วกดปุ่มฉีดยาค้างไว้จนตัวเลขลดไปถึงเลข 0 หรือได้ยินเสียงคลิก ปล่อยค้างไว้ประมาณ 6 วินาที จึงดึงปากกาออกอย่างช้า ๆ
  • ใช้ฝาครอบปิดหัวเข็มแล้วถอดออกจากตัวปากกา แล้วนำไปกำจัดตามวิธีที่ถูกต้อง

หลังฉีดปากกาลดน้ำหนักควรทำอย่างไร?

หลังใช้ปากกาลดน้ำหนักควรดูแลตัวเองตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อลดอาการข้างเคียงให้น้อยลง เห็นผลในการลดน้ำหนักได้ชัดเจน และปลอดภัย โดยสามารถปฏิบัติตัวได้ดังนี้

  • ปรับการกิน แนะนำให้กินอาหารแบบมื้อเล็ก ๆ ประมาณ 5 – 6 มื้อต่อวัน เมื่อรู้สึกอิ่มให้หยุดกินทันที จะช่วยลดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ให้น้อยลง
  • กินอาหารที่ย่อยง่าย รสชาติไม่จัดจ้าน ไขมันน้อย เน้นอาหารที่มีกากใยสูงและโปรตีน
  • ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอในแต่ละวันอย่างน้อย 2 – 3 ลิตร ช่วยกระตุ้นระบบขับถ่ายและป้องกันภาวะร่างกายขาดน้ำ
  • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะอาจทำให้อาการคลื่นไส้และอาเจียนรุนแรงมากขึ้น ควรรอให้ร่างกายปรับเข้ากับตัวยาได้ก่อน
  • ควรออกกำลังกายและควบคุมอาหารร่วมด้วย จะช่วยให้หุ่นเฟิร์ม กระชับ น้ำหนักลดลงอย่างเห็นผลชัดเจนในระยะยาว
  • หากพบอาการผิดปกติ หรือผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นมีความรุนแรงมากเกินไป ควรเข้าพบแพทย์ทันที 
  • เข้าพบแพทย์ตามนัดหมายทุกครั้งเพื่อติดตามผลการรักษาและอาการข้างเคียงต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด

วิธีใช้ปากกาลดน้ำหนักแต่ละยี่ห้อ

สำหรับปากกาลดน้ำหนัก วิธีใช้จะมีบางขั้นตอนที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละยี่ห้อ แต่ขั้นตอนพื้นฐานของการปักปากกาลดน้ำหนักจะทำเหมือนกัน โดยมีรายละเอียดวิธีใช้เฉพาะของแต่ละยี่ห้อ ดังนี้

วิธีใช้ปากกาลดน้ำหนัก Wegovy

สำหรับปากกาลดน้ำหนักแบบ  Wegovy เป็นแบบฉีดสัปดาห์ละครั้ง ควรฉีดให้ตรงวันและเวลาเดิมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยให้ระดับยาในร่างกายคงที่ และให้การรักษาเป็นไปตามแผนที่แพทย์กำหนด 

  • ฉีดซ้ำในวันและเวลาเดิม สัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อให้ระดับของยาคงที่ ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง
  • เริ่มต้นไปที่ 0.25 mg สำหรับคนที่เริ่มใช้ในเดือนแรก หรือตามคำแนะนำของแพทย์
  • ปักปากกาค้างไว้จนกว่าตัวเลขปริมาณยาจะลดลงเหลือ 0 แล้วปล่อยค้างไว้ประมาณ 6 วินาที หลังจากนั้นดึงปากกาออกตรง ๆ

วิธีปักปากกาลดน้ำหนัก Mounjaro

ปากกาลดน้ำหนักที่ใช้สัปดาห์ละ 1 ครั้งอย่าง Mounjaro ควรฉีดตามวันที่กำหนด และสลับตำแหน่งฉีดในแต่ละครั้ง เพื่อลดการระคายเคือง รอยช้ำ หรือการกดซ้ำบริเวณเดิม

  • ฉีดปากกาลดน้ำหนักสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ในวันและเวลาเดิม โดยสลับตำแหน่งฉีดไปเรื่อย ๆ
  • ปรับขนาดยาที่ 2.5 mg สำหรับคนที่เริ่มฉีดในเดือนแรก หรือจนกว่าแพทย์จะปรับขนาดยาเพิ่มขึ้น
  • ปักปากกาลงไปบนผิวให้แนบสนิท กดปุ่มฉีดยาค้างไว้จนยาหมด แล้วค้างไว้ประมาณ 5 – 10 วินาที จึงดึงออก

วิธีฉีดปากกาลดน้ำหนัก Ozempic

การใช้ Ozempic ควรฉีดตัวยาใต้ผิวหนังสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ตามวันและเวลาเดิมของทุกสัปดาห์ โดยควรเปลี่ยนตำแหน่งฉีดในแต่ละครั้งตามคำแนะนำของแพทย์

  • ฉีดตัวยาลงไปใต้ผิวหนังสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ตามวันและเวลาเดิมที่เคยฉีด โดยสลับตำแหน่งฉีดไปเรื่อย ๆ
  • ปรับขนาดยาไปที่ 0.25 mg สำหรับโดสเริ่มแรก เมื่อครบ 4 สัปดาห์ จึงเพิ่มขนาดยาให้สูงขึ้น ตามคำแนะนำของแพทย์
  • ปักปากกาลดน้ำหนักลงไปที่ผิวตรง ๆ กดปุ่มยาค้างไว้จนกว่าตัวเลขจะเป็น 0 และได้ยินเสียงคลิก ปล่อยค้างไว้ก่อนประมาณ 5 – 6 วินาที แล้วจึงค่อย ๆ ดึงปากกาออก
  • จัดการถอดและทิ้งหัวเข็มตามวิธีการกำจัดเข็มที่ถูกต้อง

วิธีใช้ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda

ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda เป็นฉีดทุกวันโดยมักเริ่มฉีดจากขนาดต่ำก่อน แล้วค่อย ๆ ปรับเพิ่มขึ้นตามแผนการรักษา เพื่อช่วยให้ร่างกายปรับตัวและลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง 

  • ฉีดยาลงใต้ผิวหนังวันละ 1 ครั้ง โดยฉีดในเวลาเดิมของทุกวัน จะช่วยให้ปริมาณยาในร่างกายคงที่
  • สัปดาห์แรกใช้ปริมาณยาอยู่ที่ 0.6 mg ต่อวัน โดยจะเพิ่มปริมาณยาครั้งละ 0.6 ทุกสัปดาห์ ได้แก่ สัปดาห์ที่ 2 เพิ่มเป็น 1.2 mg ต่อวัน สัปดาห์ที่ 3 เพิ่มเป็น 1.8 mg ต่อวัน สัปดาห์ที่ 4 เพิ่มเป็น 2.4 mg ต่อวัน และในสัปดาห์ที่ 5 เป็นต้นไป จะเพิ่มปริมาณยาเป็น 3.0 mg ต่อวัน ซึ่งเป็นปริมาณสูงสุดที่ใช้เพื่อคงผลการรักษา

สามารถอ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่: ปักปากกาลดน้ำหนักอาทิตย์ละครั้ง

ข้อควรระวังในการใช้ปากกาลดน้ำหนัก

ข้อควรระวังในการใช้ปากกาลดน้ำหนัก

วิธีปักปากกาลดน้ำหนักอย่างเหมาะสมสามารถทำได้ตามคำแนะนำของแพทย์ ลดโอกาสเกิดอาการข้างเคียงร้ายแรง ป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอันตราย โดยมีรายละเอียดต่าง ๆ ดังนี้

  • ต้องเปลี่ยนเข็มใหม่ทุกครั้งก่อนฉีด เพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายจนเกิดการติดเชื้อตามมา
  • ห้ามเพิ่มขนาดยาเอง ควรอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์ เพราะอาจทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทันจนเกิดอาการข้างเคียงร้ายแรงตามมา
  • ไม่ควรเร่งลดน้ำหนักด้วยการปักปากกาถี่เกินกว่าจำนวนครั้งที่แพทย์กำหนดไว้
  • ห้ามซื้อปากกาลดน้ำหนักมาใช้เอง โดยเฉพาะซื้อจากร้านค้าออนไลน์ คลินิกที่ไม่น่าเชื่อถือ หรือจากแหล่งที่ไม่ทราบที่มาแน่ชัด อาจทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้
  • ห้ามอดอาหาร เพราะจะทำให้อาการข้างเคียงต่าง ๆ รุนแรงมากขึ้น เช่น ร่างกายอ่อนเพลีย ไม่มีแรง ขาดสารอาหาร เกิดอาการหน้ามืด เวียนหัว 

เก็บปากกาลดน้ำหนักอย่างไร?

หลังใช้ปากกาลดน้ำหนัก ควรเก็บรักษาตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อคงประสิทธิภาพการออกฤทธิ์ของตัวยาเอาไว้ หากเก็บรักษาไม่เหมาะสมอาจทำให้ตัวยาเสื่อมสภาพ ฉีดแล้วไม่เห็นผลหรือตัวยาเสื่อมคุณภาพหรือใช้ยาได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ โดยมีวิธีการเก็บรักษาปากกาลดน้ำหนัก ดังนี้

ปากกาลดน้ำหนักที่ยังไม่ได้เปิดใช้

  • ปากกาลดน้ำหนักที่ยังไม่ได้เปิดใช้ ควรเก็บไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิ 2 – 8 องศาเซลเซียส
  • ห้ามนำปากกาไปเก็บไว้ในช่องแช่แข็ง เพราะอาจทำให้ตัวยาเสื่อมคุณภาพ
  • ปากกาลดน้ำหนักที่ยังไม่ได้เปิดใช้งานจะสามารถอยู่ได้นานตามระยะเวลาหมดอายุที่ระบุไว้บนตัวปากกา

ปากกาลดน้ำหนักที่เปิดใช้งานแล้ว

  • หลังเปิดใช้งานแล้วควรเก็บไว้ในตู้เย็นอุณหภูมิประมาณ 2 – 8 องศาเซลเซียส
  • ปากกาลดน้ำหนักหลังเปิดใช้งานครั้งแรก จะเก็บได้ประมาณ 30 – 50 วัน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและชนิดของปากกา ควรยึดตามเอกสารกำกับยา ฉลากผลิตภัณฑ์ และคำแนะนำของแพทย์ หากหมดอายุแล้วไม่ควรนำกลับมาใช้อีก
  • ต้องถอดเข็มที่ใช้งานแล้วออกทิ้งตามขั้นตอนที่ถูกต้อง และสวมปลอกปากกาปิดให้สนิททุกครั้งก่อนเก็บ เพื่อป้องกันแสงแดด ความร้อน อากาศ และสิ่งสกปรกกระทบกับตัวยา

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ วิธีใช้ปากกาลดน้ำหนัก (FAQ)

เพื่อให้เข้าใจวิธีปักปากกาลดน้ำหนักที่ถูกต้อง ในหัวข้อนี้จึงได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยและข้อมูลเพิ่มเติมที่ควรรู้ สามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจ ดังนี้

Q: ปากกาลดน้ำหนักควรฉีดเวลาไหน?
A: การใช้ปากกาลดน้ำหนักสามารถใช้ตอนไหนของวันก็ได้ ขึ้นอยู่กับความสะดวกของคนไข้แต่ละคน แต่ข้อสำคัญ คือ ต้องฉีดในวันและเวลาเดิมเป็นประจำ เพื่อให้ตัวยาในร่างกายมีระดับคงที่อยู่เสมอ

Q: ปากกาลดน้ำหนักฉีดก่อนหรือหลังอาหาร?
A: วิธีใช้ปากกาลดน้ำหนักไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงช่วงเวลามากนัก สามารถฉีดก่อนหรือหลังมื้ออาหารได้ตามสะดวก โดยหลายคนที่กังวลเรื่องอาการอาเจียน คลื่นไส้ เวียนหัว มักจะเลือกฉีดช่วงกลางคืนหรือก่อนนอน 

Q: ฉีดปากกาลดน้ำหนักเจ็บไหม?
A: ในระหว่างที่ใช้ปากกาลดน้ำหนัก อาจรู้สึกเจ็บได้บ้างเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจากเข็มมีขนาดเล็กและบางมาก จึงทำให้แทบไม่รู้สึกเจ็บเลย แต่ในกรณีของคนที่ผิวบางมาก อาจรู้สึกเจ็บได้นิดหน่อย เป็นความเจ็บที่ทนได้

Q: ปักปากกาลดน้ำหนักซ้ำที่เดิมได้ไหม
A: หนึ่งในข้อสำคัญของวิธีใช้ปากกาลดน้ำหนักที่ถูกต้อง คือ ไม่ควรปักปากกาในตำแหน่งเดิม เพราะจะทำให้เกิดอาการระคายเคือง รอยช้ำ เนื้อเยื่อแข็งเป็นไตใต้ผิวหนัง ควรสลับตำแหน่งฉีดไปเรื่อย ๆ เช่น ต้นแขน ต้นขา หน้าท้อง 

Q: ฉีดปากกาลดน้ำหนักแล้วมีเลือดออกเล็กน้อยทำอย่างไร?
A: บางคนที่ใช้ปากกาลดน้ำหนักแล้วมีเลือดออกเล็กน้อย เป็นเรื่องปกติที่อาจเกิดขึ้นได้ เนื่องจากเข็มอาจไปสะกิดโดนเส้นเลือดฝอยใต้ผิว แนะนำให้ใช้สำลีสะอาดกดเบา ๆ บริเวณที่เลือดออกประมาณ 1 – 2 นาที หลังจากนั้นเช็ดทำความสะอาดอีกครั้ง

สรุป

ปากกาลดน้ำหนัก วิธีใช้พื้นฐานจะเหมือนกัน ได้แก่ เช็กการไหลของตัวยาที่ปลายเข็ม ตั้งค่าปริมาณยาตามที่แพทย์กำหนด ปักปากกาลงไปที่ผิวตรง ๆ กดค้างไว้จนกว่าตัวเลขจะเหลือ 0 แล้วค้างไว้ก่อนประมาณ 5 – 10 วินาที หลังจากนั้นค่อย ๆ ดึงปากกาออก ถอดเข็มและกำจัดตามวิธีที่ถูกต้อง โดยตำแหน่งในการฉีดที่นิยมใช้ ได้แก่ ต้นแขน ต้นขา และหน้าท้อง ซึ่งจะต้องสลับจุดฉีดไปเรื่อย ๆ ไม่ควรฉีดซ้ำในตำแหน่งเดิมติด ๆ กัน สำหรับใครที่อยากดูแลรูปร่างให้ได้สัดส่วน หุ่นเพรียวสวย และลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี แนะนำให้เข้ามาปรึกษาได้ที่ Vincent Clinic Aesthetic เพื่อรับการประเมินจากทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์และออกแบบการรักษาเฉพาะรายบุคคล