ร้อยไหมหน้าผาก เป็นหัตถการยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด ช่วยแก้ปัญหาหน้าผากหย่อนคล้อย คิ้วตก และริ้วรอย ให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้น Vincent Clinic Aesthetic จะอธิบายว่าร้อยไหมหน้าผากคืออะไร ช่วยเรื่องใดได้บ้าง และควรเลือกทำที่ไหนจึงจะปลอดภัย
Key Takeaways
- ร้อยไหมหน้าผาก คือหัตถการยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด ใช้ไหมละลายช่วยพยุงผิวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
- ร้อยไหมหน้าผาก ช่วยลดเลือนริ้วรอยหน้าผากและช่วยแก้ปัญหาคิ้วตกได้ในระดับหนึ่ง
- ร้อยไหมหน้าผาก เหมาะกับผู้ที่มีริ้วรอยตื้นถึงปานกลาง หรือผิวหน้าผากเริ่มหย่อนคล้อย
- ร้อยไหมหน้าผาก ไม่เหมาะกับริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้า ซึ่งโบทูลินัมท็อกซินมักตอบโจทย์มากกว่า
- ร้อยไหมหน้าผาก มีข้อจำกัดเนื่องจากผิวหน้าผากบาง หากทำไม่เหมาะสมอาจเกิดผิวเป็นคลื่นหรือไม่เรียบได้
- ร้อยไหมหน้าผาก มีทางเลือกอื่น เช่น โบท็อก ฟิลเลอร์ และเครื่องยกกระชับ ที่ให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติมากกว่าในหลายกรณี
- ราคาร้อยไหมหน้าผากอยู่ที่ประมาณ 15,000–40,000 บาท ขึ้นอยู่กับจำนวนไหมและการประเมินของแพทย์
- ร้อยไหมหน้าผากให้ปลอดภัยควรทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์และสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน
ร้อยไหมหน้าผาก คืออะไร
ร้อยไหมหน้าผาก คือ หัตถการยกกระชับผิวหน้าผากด้วยเส้นไหมละลาย โดยมักจะใช้ไหมเรียบ ร้อยไหม สอดเข้าไปใต้ชั้นผิว เพื่อช่วยพยุงผิว ลดเลือนริ้วรอย และเน้นกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวหน้าผากดูตึง เรียบเนียน และริ้วรอยดูตื้นลง ร้อยไหมหน้าผากเป็นหัตถการแบบไม่ผ่าตัด เห็นการเปลี่ยนแปลงได้หลังทำ และเส้นไหมสามารถสลายไปได้เองตามธรรมชาติ
ร้อยไหมหน้าผากดีไหม ช่วยอะไร
ร้อยไหมหน้าผากเป็นหัตถการที่ช่วยยกกระชับผิวลดเลือน ริ้วรอยหน้าผาก และช่วยแก้ปัญหาคิ้วตกได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งไหมจะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ชั้นผิว ทำให้ผิวดูแน่นและกระชับขึ้น
แม้จะไม่ถือเป็นหัตถการที่อันตราย แต่ในปัจจุบันร้อยไหมหน้าผากเป็นหัตถการที่คนไม่นิยมทำกันมากนักเนื่องจากผิวบริเวณหน้าผากมีความบาง หากทำกับแพทย์ที่ไม่มีประสบการณ์อาจเกิดผลข้างเคียง เช่น ผิวเป็นคลื่นหรือดูไม่เรียบเนียนได้
การร้อยไหมหน้าผาก เหมาะกับใคร
การร้อยไหมหน้าผากเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวบริเวณหน้าผากหรือคิ้วดังนี้
- ผู้ที่มีริ้วรอยหน้าผากในระดับตื้นถึงปานกลาง และต้องการให้ ริ้วรอย ดูจางลงโดยไม่ต้องผ่าตัด
- ผู้ที่ผิวหน้าผากเริ่มหย่อนคล้อยจากอายุที่เพิ่มขึ้น หรือการสูญเสียคอลลาเจน ทำให้ผิวดูไม่กระชับเหมือนเดิม
- ผู้ที่มีปัญหาคิ้วตก หรือหนังตาตกเล็กน้อย และต้องการให้บริเวณรอบดวงตาดูยกกระชับขึ้นในระดับหนึ่ง
- ผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวหน้าผากโดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้นนาน และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้หลังทำ
ร้อยไหมหน้าผาก VS หัตถการอื่น ๆ
ร้อยไหมหน้าผาก หนึ่งในทางเลือกสำหรับการยกกระชับและลดริ้วรอยบริเวณหน้าผาก แต่ยังมีหัตถการอื่น ๆ ที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาได้เช่นกัน ซึ่งแต่ละวิธีมีหลักการทำงานและให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันดังนี้
ร้อยไหมหน้าผาก VS โบท็อกหน้าผาก
ร้อยไหมหน้าผาก ทำงานโดยการสอดเส้นไหมละลายเข้าไปใต้ชั้นผิว เพื่อช่วยพยุงผิวบริเวณหน้าผากและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน เส้นไหมจะช่วยให้ผิวดูตึงขึ้นจากโครงสร้างผิว และผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดขึ้นตามกระบวนการฟื้นฟูผิว เหมาะกับปัญหาผิวหย่อนคล้อยหรือริ้วรอยตื้นที่ไม่ได้เกิดจากการแสดงสีหน้าโดยตรง ส่วน โบท็อกหน้าผาก ช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณหน้าผากที่ใช้ในการแสดงสีหน้า เช่น การยกคิ้วหรือขมวดคิ้ว เมื่อกล้ามเนื้อคลายตัว ริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้าจะดูจางลง ผิวหน้าผากจึงดูเรียบขึ้น
ร้อยไหมหน้าผาก VS ฟิลเลอร์หน้าผาก
ร้อยไหมหน้าผากเป็นการสอดเส้นไหมละลายเข้าไปใต้ชั้นผิว เพื่อช่วยพยุงและยกกระชับผิวบริเวณหน้าผากพร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินตามโครงสร้างผิว ทำให้ผิวดูตึงกระชับและเรียบเนียนขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวหน้าผากเริ่มหย่อนคล้อย มีริ้วรอยตื้น และต้องการการยกกระชับโดยไม่ต้องผ่าตัด
ขณะที่ ฟิลเลอร์หน้าผาก เป็นการฉีดสารเติมเต็มเข้าไปในชั้นผิวเพื่อเติมเต็มร่องลึก ปรับพื้นผิวหน้าผากให้เรียบเนียน หรือช่วยปรับรูปทรงหน้าผากให้ดูสมส่วน เหมาะสำหรับผู้ที่มีร่องลึกหรือพื้นผิวไม่เรียบ และต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเห็นได้ชัดหลังฉีด
ร้อยไหมหน้าผาก VS เครื่องยกกระชับ
ร้อยไหมหน้าผาก ทำงานโดยการสอดเส้นไหมละลายเข้าไปใต้ชั้นผิว เพื่อช่วยพยุงผิวบริเวณหน้าผากและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน เส้นไหมช่วยให้ผิวดูตึงขึ้นจากโครงสร้างผิว เหมาะกับผู้ที่มีผิวเริ่มหย่อนคล้อยหรือริ้วรอยตื้น
ส่วนเครื่องยกกระชับ เช่น Ulthera SPT หรือ HIFU ทำงานโดยการปล่อยพลังงานคลื่นเสียงลงสู่ชั้นผิว เพื่อกระตุ้นการหดตัวของชั้นผิวและการสร้างคอลลาเจนใหม่ พลังงานจากตัวเครื่องจะช่วยยกผิวให้ตึงขึ้นแบบไม่ต้องสอดวัสดุเข้าใต้ชั้นผิว ผิวจะค่อย ๆ ฟื้นฟู กระชับมากขึ้นตามการฟื้นฟูของผิว
ร้อยไหมหน้าผาก ราคาเท่าไร
ร้อยไหมหน้าผากมีราคาประมาณ 15,000 – 40,000 บาท ต่อครั้ง โดยราคาจะขึ้นอยู่กับชนิดและจำนวนเส้นไหมที่ใช้ เทคนิคการรักษา รวมถึงการประเมินปัญหาและแผนการรักษาของแพทย์ในแต่ละบุคคล ทั้งนี้ควรเข้ารับการประเมินก่อนทำ เพื่อให้ได้ราคาที่เหมาะสมกับสภาพผิวและปัญหาของแต่ละคน
เลือกร้อยไหมหน้าผากที่ไหนดี
การเลือกร้อยไหมหน้าผากควรเลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน ใช้ไหมละลายที่มีคุณภาพ และให้แพทย์ที่มีประสบการณ์เป็นผู้ประเมินและทำการรักษาด้วยตนเอง เนื่องจากผิวบริเวณหน้าผากค่อนข้างบาง ต้องอาศัยความเข้าใจโครงสร้างผิวและเทคนิคที่เหมาะสม เพื่อลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงต่าง ๆ จากการร้อยไหมหน้าผาก
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับร้อยไหมหน้าผาก (FAQ)
Q : ร้อยไหมหน้าผากใช้ไหมกี่เส้น
A : ร้อยไหมหน้าผากจะใช้ประมาณ 20 – 40 เส้น ต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับระดับริ้วรอย ความหย่อนคล้อยของผิว และแผนการรักษาที่แพทย์ประเมินเป็นรายบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมและดูเป็นธรรมชาติ
Q : ร้อยไหมหน้าผากอยู่ได้นานไหม
A : ไหมจะอยู่ได้นานประมาณ 4 – 6 เดือน แต่ยังจะช่วยกระตุ้นคอลลาเจนอยู่ต่อหลังไหมละลายเล็กน้อย
Q : ดูแลอย่างไรหลังร้อยไหมหน้าผาก
A : วิธีดูแลหลังร้อยไหม เป็นสิ่งที่สำคัญมาก โดยหลังร้อยไหมหน้าผากควรหลีกเลี่ยงการกด นวด หรือจับบริเวณหน้าผากแรง ๆ งดการขยับกล้ามเนื้อหน้าผากมาก หลีกเลี่ยงความร้อนและการออกกำลังกายหนักในช่วงแรก เพื่อให้เส้นไหมยึดเกาะได้ดีและลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง
Q: ร้อยไหมหน้าผากเจ็บไหม
A : โดยทั่วไปการร้อยไหมหน้าผาก ไม่เจ็บมาก เนื่องจากมีการใช้ยาชา อาจรู้สึกตึงหรือระบมเล็กน้อยระหว่างทำและหลังทำ อาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายในไม่กี่วัน
Q : ถ้ามีริ้วรอยหน้าผากเมื่อแสดงสีหน้าร้อยไหมหน้าผากจะช่วยไหม
A : ถ้าเป็นริ้วรอยหน้าผากที่เกิดจากการแสดงสีหน้า การร้อยไหมหน้าผากช่วยได้ไม่ตรงจุดนัก โดยวิธีที่เหมาะสมกว่ามักเป็นโบทูลินัมท็อกซิน ทั้งนี้ควรประเมินกับแพทย์เป็นรายบุคคล
สรุป
ร้อยไหมหน้าผากเป็นหัตถการยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด ใช้ไหมละลายช่วยพยุงผิว ลดริ้วรอย และกระตุ้นคอลลาเจน เหมาะกับผู้ที่มีริ้วรอยตื้นหรือผิวเริ่มหย่อนคล้อย แต่ปัจจุบันไม่นิยมมากนักเพราะผิวหน้าผากบางและอาจเกิดผิวไม่เรียบได้ หากต้องการร้อยไหมหน้าผากอย่างปลอดภัย สามารถเข้ารับคำปรึกษาเพื่อประเมินความเหมาะสมได้ที่ Vincent Clinic Aesthetic โดยแพทย์จะช่วยวิเคราะห์ปัญหาและแนะนำแนวทางที่เหมาะกับแต่ละบุคคล

