บทความ
ปากกาลดน้ำหนัก คืออะไร อันตรายไหม มีกี่ยี่ห้อ เหมาะกับใครบ้าง?
แชร์ :

ปากกาลดน้ำหนัก คืออะไร อันตรายไหม มีกี่ยี่ห้อ เหมาะกับใครบ้าง?

ปากกาลดน้ำหนัก คืออะไร อันตรายไหม มีกี่ยี่ห้อ เหมาะกับใครบ้าง?
อยากอ่านอะไร จิ้มที่หัวข้อได้เลย!

ปากกาลดน้ำหนัก ทางเลือกของคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับรูปร่างไม่สมส่วน มีน้ำหนักเกินเกณฑ์ หรือคนที่เป็นโรคอ้วน เพื่อช่วยให้ร่างกายกลับมาเป็นปกติ เพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินชีวิต ช่วยให้สุขภาพดีขึ้น Vincent Clinic Aesthetic จะพาไปทำความเข้าใจกับหัตถการนี้ในหลายแง่มุม ไม่ว่าจะเป็น กระบวนการทำงาน สิ่งที่ควรรู้ก่อนใช้งาน ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง อันตรายไหม มีผลข้างเคียงอย่างไร มีทั้งหมดกี่ยี่ห้อ ควรเลือกยี่ห้อไหนดี ราคาเท่าไหร่ ติดตามอ่านได้จากบทความนี้

Key Takeaways

  • ปากกาลดน้ำหนัก คือ อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีตัวยาในกลุ่ม GLP-1 หรือ GIP ซึ่งอยู่ในบรรจุภัณฑ์คล้ายปากกา ออกฤทธิ์ช่วยควบคุมความหิวและลดน้ำหนัก
  • หลังใช้ปากกาลดน้ำหนักจะช่วยทำให้อิ่มไว อิ่มนาน ลดความอยากอาหาร และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
  • ยี่ห้อของปากกาลดน้ำหนักแต่ละแบบใช้ตัวยาที่ไม่เหมือนกัน เช่น Semaglutide, Tirzepatide และ Liraglutide ซึ่งมีคุณสมบัติและระยะเวลาออกฤทธิ์แตกต่างกัน
  • ผลข้างเคียงจากการปักปากกาลดน้ำหนักที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องผูก หรือท้องเสีย ซึ่งมักพบในช่วงแรกของการใช้ยา
  • ในปัจจุบันปากกาลดน้ำหนักด้วยกันหลายยี่ห้อ ได้แก่ Mounjaro, Wegovy, Ozempic และ Saxenda โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนมากที่สุด

ปากกาลดน้ำหนัก คืออะไร

ปากกาลดน้ำหนัก คือ อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ช่วยในการควบคุมน้ำหนักด้วยการฉีดตัวยาเข้าสู่ใต้ผิวหนัง โดยมาในบรรจุภัณฑ์ที่มีลักษณะคล้ายปากกาและมีเข็มขนาดเล็กอยู่ที่ส่วนปลาย ซึ่งใช้ตัวยาในกลุ่มของ GLP-1 หรือ GIP ที่เป็นตัวยาที่ทำเลียนแบบฮอร์โมนธรรมชาติ ในกลุ่ม Incretin
ออกฤทธิ์ทำให้อิ่มนาน อิ่มไว กินน้อยลง ลดการกินจุกจิก ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ทั้งยังช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมัน น้ำหนักจึงลดลงอย่างชัดเจน

ปากกาลดน้ำหนัก มียาอะไรบ้าง

  • Semaglutide เป็นตัวยาในกลุ่ม GLP-1 receptor agonist ถูกสังเคราะห์ขึ้นมาให้มีโครงสร้างคล้ายกับฮอร์โมน GLP-1 ที่มีอยู่ในร่างกาย
  • Tirzepatide เป็นตัวยาในกลุ่มของ Dual Agonist ที่เลียนแบบการทำงานของฮอร์โมนในกลุ่มอินครีติน (Incretin) ถึง 2 ชนิดพร้อมกัน ได้แก่ ฮอร์โมน GLP-1 และฮอร์โมน GIP
  • Liraglutide เป็นตัวยาที่ออกฤทธิ์เลียนแบบฮอร์โมน GLP-1 receptor agonist ที่มีอยู่ในร่างกายตามธรรมชาติ ซึ่งตัวยานี้จำเป็นที่จะต้องฉีดทุกวันเพื่อให้ออกฤทธิ์ได้เต็มที่และต่อเนื่อง

กลไกของปากกาลดน้ำหนัก ทำงานอย่างไร

หลังจากปักปากกาลดน้ำหนักลงไปที่ผิวหนังในตำแหน่งที่กำหนดไว้ ตัวยาจะเข้าสู่กระแสเลือดและออกฤทธิ์คล้ายกับฮอร์โมน GLP-1 ในร่างกาย โดยส่งสัญญาณไปที่สมองทำให้เกิดการตอบสนองของร่างกาย ดังนี้

  • ควบคุมความหิว ช่วยลดความอยากอาหาร หิวไม่บ่อย กินอาหารได้น้อยลง ช่วยลดการกินจุกจิก
  • ลดการทำงานของกระเพาะอาหาร ช่วยชะลอการย่อยอาหารให้ช้าลง ส่งผลทำให้อิ่มได้นานขึ้น
  • กระตุ้นการหลั่งอินซูลิน ช่วยกระตุ้นการหลั่งอินซูลินให้เพิ่มขึ้นเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้สมดุล

ปากกาลดน้ำหนักช่วยอะไร

ปากกาลดน้ำหนักช่วยอะไร

เนื่องจากปากกาลดน้ำหนักถูกผลิตขึ้นมาเพื่อลดความกังวลต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับรูปร่าง ความมั่นใจ หรือน้ำหนักตัว จึงสามารถช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ดังนี้

  • ช่วยลดน้ำหนักและมวลไขมันในร่างกายได้อย่างเห็นผล โดยไม่ต้องออกกำลังกายหรือคุมอาหาร
  • ช่วยทำให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น อิ่มไว กินอาหารได้น้อยลง ส่งผลให้พฤติกรรมกินจุกจิกลดลง
  • ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้สมดุลอยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน
  • ช่วยลดความดันโลหิต ลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคหัวใจหรือโรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือด

ปากกาลดน้ำหนัก อันตรายไหม

โดยปกติปากกาลดน้ำหนักจะต้องสั่งจ่ายและอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น นอกจากนั้นตัวยาที่ถูกนำเข้ามาล้วนผ่านการรับรองมาตรฐานจาก อย. ไทย แล้ว จึงมั่นใจในเรื่องของความปลอดภัย แต่หลังใช้งานปากกาฉีดลดน้ำหนักอาจเกิดผลข้างเคียงบางอย่างขึ้น ซึ่งร่างกายของแต่ละคนจะตอบสนองต่อตัวยาได้ไม่เท่ากัน

ผลข้างเคียงของปากกาลดน้ำหนัก

หลังฉีดปากกาลดน้ำหนักอาจเกิดอาการบางอย่างขึ้นได้ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องผูก หรือท้องเสีย ซึ่งระดับความรุนแรงในแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย การพักผ่อน หรือการตอบสนองด้านร่างกายของแต่ละคน โดยแพทย์จะติดตามผลการรักษาและปรับปริมาณยาให้เหมาะกับแต่ละคน เพื่อลดอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นให้น้อยลง

การฉีดปากกาลดน้ำหนัก เหมาะกับใคร ไม่เหมาะกับใคร

สำหรับปากกาลดน้ำหนักถึงแม้จะช่วยให้รูปร่างดีขึ้น น้ำหนักลดลง และคุมความหิวได้ดี แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถใช้วิธีการนี้ได้ โดยมีรายละเอียดของกลุ่มคนที่เหมาะและไม่เหมาะ ดังนี้

ผู้ที่เหมาะกับการฉีดปากกาลดน้ำหนัก

  • คนที่มีภาวะน้ำหนักตัวเกินกว่าเกณฑ์มาตรฐาน (BMI) หรือเป็นโรคอ้วน
  • คนที่ต้องการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงด้วยการควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
  • คนที่พยายามลดน้ำหนักหลายวิธีแต่ไม่ได้ผลหรือน้ำหนักลดลงน้อยไม่เป็นไปตามที่ต้องการ
  • คนที่ควบคุมพฤติกรรมการกินอาหารไม่ค่อยได้ กินเยอะ กินจุกจิกบ่อย
  • คนที่กำลังอยู่ในช่วงลดน้ำหนักและต้องการเสริมประสิทธิภาพให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น
  • คนที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างปลอดภัยโดยมีแพทย์คอยควบคุมการรักษาทุกขั้นตอน

ผู้ที่ไม่เหมาะกับการฉีดปากกาลดน้ำหนัก

  • คนที่เป็นมะเร็งไทรอยด์หรือคนในครอบครัวเคยมีประวัติเป็นมะเร็งไทรอยด์
  • คนที่เป็นโรคเนื้องอกต่อมไร้ท่อหลายชนิดประเภทที่ 2 (Multiple Endocrine Neoplasia Syndrome Type 2)
  • คนที่แพ้ตัวยา Semaglutide หรือเป็นภาวะ Hypersensitivity ภูมิตอบสนองไวมากกว่าปกติ
  • คนที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 หรือภาวะเลือดเป็นกรด (Diabetic ketoacidosis) จากระดับอินซูลินในร่างกายต่ำมากเกินไป
  • คนที่กำลังตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงที่กำลังให้นมบุตร เพราะตัวยาอาจส่งต่อให้กับบุตรผ่านน้ำนม
  • คนที่เคยมีประวัติหรือกำลังป่วยเป็นโรคตับอ่อนอักเสบ (Pancreatitis)
  • คนที่กำลังป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับไตหรืออยู่ในภาวะไตเสื่อม
  • คนที่กำลังวางแผนจะเข้ารับการผ่าตัดโดยมีการใช้ยาสลบ เพราะจะเพิ่มโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดอาการสำลัก

เลือกปากกาลดน้ำหนัก ยี่ห้อไหนดี

ก่อนปักปากกาลดน้ำหนักควรเลือกยี่ห้อที่เหมาะสมกับแต่ละคน เพราะแต่ละยี่ห้อมีตัวยาที่ไม่เหมือนกันและร่างกายของแต่ละคนจะตอบสนองต่อตัวยาแตกต่างกันออกไป โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและวางแผนการรักษาที่เหมาะกับแต่ละคนมากที่สุด ซึ่งแต่ละยี่ห้อมีความแตกต่างกัน ดังนี้

ปากกาลดน้ำหนัก Mounjaro

สำหรับปากกาลดน้ำหนัก Mounjaro จะใช้ตัวยาในกลุ่มของ Tirzepatide ซึ่งออกฤทธิ์ควบคุมฮอร์โมนสองชนิดพร้อมกันแบบ Dual Agonist ได้แก่ ฮอร์โมน GLP-1 และฮอร์โมน GIP จึงสามารถควบคุมความหิว ทำให้อิ่มไว ชะลอระบบย่อยอาหารทำให้อิ่มนาน ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และกระตุ้นการเผาผลาญไขมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปากกาลดน้ำหนัก Wegovy

ตัวยาของปากกาลดน้ำหนัก Wegovy จะเป็นกลุ่มของฮอร์โมน Semaglutide ที่เข้าไปช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ชะลอการย่อยของกระเพาะอาหาร จึงทำให้อิ่มนาน อิ่มไว ลดความอยากอาหาร กินจุกจิกน้อยลง ทั้งยังช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมันได้อีกด้วย น้ำหนักจึงค่อย ๆ ลดลง นอกจากนั้นยังลดโอกาสเกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับหลอดเลือดและหัวใจได้อีกด้วย

ปากกาลดน้ำหนัก Ozempic

สำหรับปากกาลดน้ำหนัก Ozempic เป็นยาฉีดเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งอยู่ในกลุ่มของ Semaglutide ออกฤทธิ์ช่วยกระตุ้นการหลั่งอินซูลิน ควบคุมระดับน้ำตาล รักษาโรคเบาหวาน โดยมีคุณสมบัติข้างเคียงคือทำให้ความอยากอาหารน้อยลง รู้สึกอิ่มไวขึ้น จึงถูกนำมาใช้ในการลดน้ำหนัก

ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda

สำหรับปากกาลดน้ำหนัก Saxenda จะใช้ตัวยาในกลุ่มของ Liraglutide ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นในเรื่องของการช่วยคุมความหิว ลดความอยากอาหาร ชะลอการทำงานของระบบย่อยอาหารให้ช้าลง จึงรู้สึกอิ่มนาน อิ่มเร็ว กินได้น้อยลง

ปากกาลดน้ำหนัก ใช้อย่างไร ต้องฉีดกี่ครั้ง

โดยปกติปากกาลดน้ำหนักฉีดอาทิตย์ละครั้งเริ่มจากปริมาณยาต่ำสุดประมาณ 0.25 mg เมื่อร่างกายปรับเข้ากับตัวยาได้แล้วแพทย์จะเพิ่มปริมาณขึ้นไปเรื่อย ๆ ในส่วนของตำแหน่งที่ใช้ฉีดจะต้องสลับกันไป ได้แก่ ต้นแขน ต้นขา หน้าท้อง ซึ่งไม่ควรฉีดซ้ำในจุดเดิมบ่อย ๆ เพราะอาจทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองหรือเกิดเป็นก้อนไตแข็งได้ 

นอกจากนั้นระยะเวลาของการใช้ปากกาจะขึ้นอยู่กับความพึงพอใจในผลลัพธ์ของคนไข้และแพทย์เป็นผู้วินิจฉัยถึงความเหมาะสม เริ่มต้นตั้งแต่ 4 สัปดาห์ ไปจนถึง 17 สัปดาห์ขึ้นไป แต่ทั้งหมดนี้จะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมและดูแลโดยแพทย์เท่านั้นเพื่อผลลัพธ์ที่ดีและความปลอดภัย

ปากกาลดน้ำหนัก เหมือนกับยาลดน้ำหนักไหม

ปากกาลดน้ำหนัก เหมือนกับยาลดน้ำหนักไหม

ระหว่างการปักปากกาลดน้ำหนัก กับ กินยาลดน้ำหนัก มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทั้งเรื่องของกระบวนการทำงาน ผลข้างเคียง และผลลัพธ์ โดยมีรายละเอียดของความแตกต่าง ดังนี้

  • ปากกาลดน้ำหนัก เป็นการใช้ตัวยาฉีดเข้าไปใต้ผิวหนังเข้าสู่กระแสเลือด โดยออกฤทธิ์เลียนแบบฮอร์โมน GLP-1 จึงสามารถช่วยคุมความหิว ลดความอยากอาหาร ชะลอการทำงานของระบบย่อยอาหาร ทำให้อิ่มนาน กระตุ้นการเผาผลาญไขมัน 
  • ยาลดน้ำหนัก เป็นการกินยาเม็ดเข้าไปผ่านระบบย่อย โดยจะออกฤทธิ์โดยตรงต่อระบบประสาทที่ควบคุมความหิวทำให้กินน้อยลง เร่งการเผาผลาญไขมัน ยับยั้งการดูดซึมไขมัน อาจมีผลข้างเคียงทำให้เกิดอาการใจสั่น นอนไม่หลับ อารมณ์แปรปรวน ความดันโลหิตสูง หรือเกิดภาพหลอนได้หากใช้ในปริมาณที่มากเกินไป

ปากกาลดน้ำหนัก ราคาเท่าไร

ปากกาลดน้ำหนักราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 1,000 – 20,000 บาท ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ ปริมาณ จำนวนครั้ง น้ำหนักตัวของแต่ละคน ความต้องการของคนไข้ และโปรโมชั่นของแต่ละคลินิก โดยราคาของแต่ละยี่ห้อจะแตกต่างกันออกไป ดังนี้

  • ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda ราคาเริ่มต้นประมาณ 6,500 บาท/แท่ง
  • ปากกาลดน้ำหนัก Wegovy ราคาประมาณ 1,000 บาท/โดส
  • ปากกาลดน้ำหนัก Ozempic ราคาประมาณ 17,000 บาท/แท่ง
  • ปากกาลดน้ำหนัก Mounjaro ราคาประมาณ 3,900 บาท/โดส

สำหรับที่ Vincent Clinic มีโปรโมชั่น ปากกาลดน้ำหนัก Wegovy 1 dose ราคาเริ่มต้นที่ 999 บาท สำหรับขนาด 0.25 mg ราคาเริ่มต้นที่ 12,900 บาทต่อแท่ง สามารถทักเข้ามาสอบถามรายละเอียดและโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้เลย เพื่อให้ได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนถูกต้อง

เลือกฉีดปากกาลดน้ำหนัก ที่ไหนดี

ก่อนตัดสินใจเลือกปักปากกาลดน้ำหนักที่ไหนก็ตาม ควรศึกษารายละเอียดต่าง ๆ ให้ครบถ้วน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะได้รับการบริการที่มีมาตรฐาน ตัวยาเป็นของแท้สามารถตรวจสอบได้ และมีแพทย์ดูแลทุกขั้นตอน โดยสามารถพิจารณาได้จากหัวข้อต่อไปนี้

  • คลินิกมีความน่าเชื่อถือ ต้องมีเลขใบอนุญาตติดไว้ให้เห็นชัดเจน เปิดให้บริการอย่างถูกต้อง ผ่านการรับรองมาตรฐานและคุณภาพในระดับสากล
  • แพทย์ต้องมีประสบการณ์มากพอ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าแผนการรักษาที่วางไว้มีความแม่นยำและรักษาได้อย่างตรงจุด
  • ปากกาลดน้ำหนักเป็นของแท้ สามารถตรวจสอบรายละเอียดย้อนกลับไปที่บริษัทต้นทางก่อนรับบริการได้
  • มีพนักงานคอยดูแลอย่างใกล้ชิด คอยช่วยติดตามผล ให้คำแนะนำ หรือให้คำปรึกษาเวลาที่เกิดความกังวลหรือสงสัยในอาการบางอย่างได้อย่างถูกต้อง
  • มีรีวิวจากคนไข้จริง เพื่อช่วยให้เห็นภาพรวมของผลลัพธ์ความเปลี่ยนแปลงทั้งก่อนและหลังทำ ใช้ประกอบการตัดสินใจ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ปากกาลดน้ำหนัก

เนื่องจากปากกาลดน้ำหนักมีต้นกำเนิดมาจากการใช้เป็นยาฉีดเบาหวาน ทั้งยังมีความหลากหลายในเรื่องของยี่ห้อและตัวยา ทำให้เกิดความสับสนหรือความสงสัยในบางประเด็น หัวข้อนี้จึงได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยและคำตอบที่สามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินได้ง่ายขึ้น ดังนี้

Q: ฉีดปากกาลดน้ำหนักเมื่อไรเห็นผล
A: สำหรับคนที่ปักปากกาลดน้ำหนักครบตามตารางการฉีดยา ไม่เคยลืมฉีดยาเลย จะสามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ภายในช่วง 4 สัปดาห์แรก สัดส่วนเริ่มเล็กลง น้ำหนักลดลง ไขมันบางส่วนเริ่มหายไป หากใช้อย่างต่อเนื่องตามที่แพทย์แนะนำจะยิ่งช่วยให้ผลลัพธ์การลดน้ำหนักมีประสิทธิภาพมากขึ้น

Q: ถ้าลืมฉีดปากกาลดน้ำหนัก ควรทำอย่างไร
A: หากใครที่ลืมใช้ปากกาลดน้ำหนักตามตารางที่ต้องฉีด ถ้าไม่เกิน 1 – 3 วัน ให้ฉีดทันทีที่นึกออก ถ้าเกิน 3 วันขึ้นไปให้ข้ามไปฉีดตามวันที่กำหนดไว้ได้เลย ในกรณีของคนที่ลืมฉีดติดต่อกัน 2 ครั้ง อาจจะต้องกลับมาฉีดยาในปริมาณเริ่มต้นอีกครั้ง

Q: ปากกาลดน้ำหนักปักฉีดเองได้ไหม หรือต้องให้แพทย์ฉีด
A: การฉีดปากกาลดน้ำหนักสามารถทำได้ด้วยตัวเองในกรณีที่ซื้อปากกามาทั้งแท่ง โดยโดสแรกอาจจะต้องให้แพทย์แนะนำขั้นตอนการฉีดให้ก่อนเพื่อเป็นแนวทางในการนำไปใช้ต่อเองที่บ้าน สำหรับในกรณีของคนที่ซื้อแบบแบ่งโดสไม่ได้ซื้อเหมาปากกาทั้งแท่ง อาจจะต้องเข้ามาให้ทางคลินิกฉีดให้เป็นครั้ง ๆ ไป

Q: เมื่อไรที่ควรหยุดใช้ปากกาลดน้ำหนัก หรือต้องฉีดตลอดไป
A: โดยทั่วไปการใช้ปากกาลดน้ำหนักสามารถฉีดได้ต่อเนื่องมากกว่า 17 สัปดาห์ขึ้นไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของคนไข้ หากน้ำหนักลงไปถึงที่กำหนดแล้วอยากจะหยุดใช้ปากกาสามารถแจ้งแพทย์เพื่อวางแผนในการหยุดยาอย่างถูกวิธี ไม่ควรหยุดฉีดปากกาด้วยตัวเอง

Q: สามารถเปลี่ยนยี่ห้อปากกาลดน้ำหนักที่ใช้ได้ไหม
A: ในกรณีของคนที่ต้องการเปลี่ยนยี่ห้อปากกาสามารถทำได้ โดยแพทย์จะทำการประเมินผลการรักษาจากยี่ห้อเดิม ระยะเวลาที่ฉีด ปริมาณที่ใช้ ตัวยาของแต่ละยี่ห้อ เพื่อวางแผนการเปลี่ยนยี่ห้อให้เหมาะสม หากไม่มีความผิดปกติใด ๆ หลังฉีดปากกายี่ห้อเดิม 7 วันก็สามารถใช้ยี่ห้อใหม่ตามวันเดิมที่เคยฉีดได้เลย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแพทย์เป็นผู้วินิจฉัยและวางแผนการรักษาที่เหมาะกับรายบุคคล ไม่ควรเปลี่ยนยี่ห้อด้วยตัวเอง

สรุป

ปากกาลดน้ำหนัก เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของคนที่ต้องการดูแลรูปร่างและปรับสัดส่วนให้เล็กลง โดยไม่ต้องออกกำลังกายหรือควบคุมอาหาร รวมไปถึงคนที่กำลังลดน้ำหนักด้วยวิธีการอื่นและต้องการเพิ่มประสิทธิภาพให้ผลลัพธ์ชัดเจนยิ่งขึ้น สำหรับใครที่มีปัญหาเรื่องน้ำหนักเกินเกณฑ์ อยากดูแลรูปร่างให้เพรียวสวย อยากเพิ่มความมั่นใจเวลาแต่งตัวตามแฟชั่น สามารถทักเข้ามาปรึกษาทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์ของ Vincent Clinic Aesthetic เพื่อรับการประเมินและออกแบบการรักษาเฉพาะรายบุคคล

Scroll to Top