Volifil เป็นร์อีกหนึ่งยี่ห้อสารเติมเต็มที่สามารถนำมาใช้ปรับรูปหน้าและเติมเต็มส่วนที่ยุบหายไป ทำให้ใบหน้าได้สัดส่วน ผิวเต่งตึงมีวอลลุ่มมากขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัด เพื่อช่วยให้เข้าใจฟิลเลอร์ยี่ห้อนี้มากขึ้น Vincent Clinic Aesthetic จึงได้รวบรวมรายละเอียดเกี่ยวกับประเด็นต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ฟิลเลอร์ยี่ห้อนี้คืออะไร มีจุดเด่นอะไรบ้าง มีทั้งหมดกี่รุ่น ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน ราคาเท่าไหร่ สามารถอ่านได้จากเนื้อหาในบทความนี้
Key Takeaways
- Volifil Filler เป็นฟิลเลอร์จากประเทศเกาหลี ผลิตโดยบริษัท BNC KOREA และผ่านการรับรองมาตรฐานจาก CE Mark, KFDA และ อย.ไทย
- จุดเด่นของ Volifil เป็น HA Filler ชนิด Monophasic ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี HCCL และ PP Process ทำให้เนื้อเจลเนียนละเอียด ขึ้นรูปง่าย และบวมน้อยลงหลังฉีด
- เนื้อฟิลเลอร์ Volifil มีความสม่ำเสมอ กลืนไปกับผิวได้ดี เกาะยึดเนื้อเยื่อได้ดี และช่วยลดโอกาสไหลไปตำแหน่งอื่น
- Volifil Filler มีทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ Classic, Deep และ Sub-Q โดยแต่ละรุ่นเหมาะกับปัญหาและชั้นผิวที่แตกต่างกัน
- ก่อนฉีดควรตรวจสอบว่าเป็นฟิลเลอร์ของแท้ โดยดูจากสภาพบรรจุภัณฑ์ เลข Lot ให้ตรงกัน เลข อย. เอกสารภาษาไทย และการสแกน QR Code เพื่อตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์
Volifil Filler คืออะไร
Volifil Filler (โวลิฟิล) คือ ฟิลเลอร์เกาหลี ผลิตโดยบริษัท BNC KOREA นำเข้าและจัดจำหน่ายในประเทศไทยโดยบริษัท บอน–ซอง ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยจากทั้ง CE Mark (ยุโรป), KFDA (เกาหลี) และ อย.ไทย
ฟิลเลอร์ Volifil ดีไหม มีจุดเด่นอะไร
สำหรับ Volifil มีจุดเด่นในเรื่องของการเป็น HA Filler ประเภท Monophasic ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี HCCL (Highly Completed Cross-Linking) เพื่อเชื่อมโมเลกุลสารเติมเต็มแบบ 3D Matrix ลดปริมาณการใช้ BDDE (Butanediol Diglycidyl Ether) ส่งผลทำให้หลังฉีดเกิดอาการบวมน้อยลง นอกจากนั้นยังใช้เทคโนโลยี PP Process (Particle Plastic Process) ที่ช่วยทำให้โมเลกุล ฟิลเลอร์ มีขนาดเท่ากัน เนื้อเจลจึงมีความเนียนละเอียด กลืนไปกับผิวได้ดี ขึ้นรูปง่าย เกาะยึดเนื้อเยื่อได้ดีไม่ไหลไปในตำแหน่งอื่น ผลลัพธ์คงอยู่ในชั้นผิวได้นาน
ฟิลเลอร์ Volifil มีกี่รุ่นให้เลือกใช้
Filler Volifil มีทั้งหมด 3 รุ่น ซึ่งแต่ละรุ่นมีความแตกต่างกันออกไปทั้งเรื่องของ เนื้อฟิลเลอร์ ขนาดโมเลกุล ความเหมาะสมกับปัญหาและตำแหน่งที่ฉีด โดย Volifil มีรุ่นทั้งหมดดังนี้
- Volifil Classic เป็นรุ่นที่เนื้อฟิลเลอร์จะค่อนข้างนิ่ม มีความละเอียดสูง และเกลี่ยง่าย เหมาะกับการฉีดในผิวชั้นตื้นหรือผิวบาง เช่น ลดเลือนริ้วรอยตื้น ๆ ทั่วใบหน้า ลดริ้วรอยใต้ตา ลดเลือนตีนกา ทั้งยังใช้ ฉีดฟิลเลอร์ปาก เพื่อเติมเต็มปากให้ชุ่มชื้น ลดร่องบริเวณริมฝีปาก ทำให้ปากเต่งตึงและเรียบเนียนขึ้น
- Volifil Deep เป็นรุ่นที่มีเนื้อฟิลเลอร์แข็งระดับปานกลางแต่มีความยืดหยุ่น เหมาะกับการเติมเต็มในชั้นไขมันให้กลับมาอวบอิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณร่องน้ำหมาก หรือ ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ทั้งยังนำไปฉีดปากเพื่อจัดทรงให้สวยและอวบอิ่มขึ้น
- Volifil Sub-Q เป็นฟิลเลอร์ที่มีเนื้อแข็งที่สุด สามารถขึ้นรูป และปั้นทรงได้ดี ไม่เคลื่อนที่หรือไหลไปในตำแหน่งอื่น เหมาะกับการฉีดในผิวชั้นลึกเพื่อทดแทนชั้นกระดูกที่ทรุดตัว เช่น ฉีดยกกระชับ ฉีดพยุงผิวให้เต่งตึง ฉีดปรับโครงหน้า ฉีดกรอบหน้า หรือนำไป ฉีดฟิลเลอร์คาง ได้อีกด้วย
ฟิลเลอร์ Volifil อยู่ได้นานแค่ไหน
ผลลัพธ์หลังฉีด Volifil Filler สามารถคงอยู่ได้นาน เพราะผลิตด้วยเทคโนโลยี HCCL ที่ทำให้โมเลกุลฟิลเลอร์ทนทานต่อการย่อยของเอนไซม์ในร่างกาย ฟิลเลอร์จึงสลายช้าลง นอกจากนั้นยังขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองหลังทำและปัจจัยการใช้ชีวิตของแต่ละคนที่แตกต่างกันออกไป โดยระยะคงอยู่ของฟิลเลอร์แต่ละรุ่นมีรายละเอียดดังนี้
- ฟิลเลอร์ Volifil Classic อยู่ได้นานประมาณ 8 – 12 เดือน
- ฟิลเลอร์ Volifil Deep อยู่ได้นานประมาณ 8 – 12 เดือน
- ฟิลเลอร์ Volifil Sub-Q อยู่ได้นานประมาณ 9 – 12 เดือน
Volifil Filler ราคาเท่าไร
ฟิลเลอร์ Volifil ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 8,000 – 9,000 บาท/CC ขึ้นอยู่กับระดับของปัญหาที่ต้องแก้ไข ตำแหน่งที่ฉีด รุ่นที่ใช้ ปริมาณฟิลเลอร์ ความต้องการของคนไข้ ประสบการณ์ของแพทย์ และโปรโมชั่นของแต่ละคลินิกที่แตกต่างกัน แนะนำให้เข้ามาปรึกษากับแพทย์โดยตรง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนมากที่สุด
วิธีเช็กฟิลเลอร์ Volifil ของแท้
เพื่อให้การฉีด Volifil Filler ออกมาดีและไม่เกิดผลข้างเคียงร้ายแรงตามมา แนะนำให้เช็กรายละเอียดของฟิลเลอร์ให้ถูกต้องว่าเป็นของแท้หรือไม่ โดยเช็กได้จากหัวข้อต่อไปนี้
- บรรจุภัณฑ์ต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมใช้งาน ไม่มีการฉีก ขาด เสียหาย ซึ่งแพทย์จะต้องแกะกล่องใหม่และเตรียมยาต่อหน้าเท่านั้น
- มีเลข Lot การผลิตติดไว้ 3 ตำแหน่ง ได้แก่ กล่อง สติ๊กเกอร์ และไซริงค์ฟิลเลอร์ ซึ่งต้องเป็นตัวเลขชุดเดียวกัน
- ต้องมีเลขใบอนุญาต อย. แสดงไว้ที่กล่อง และมีเอกสารกำกับภาษาไทยแนบมาด้วย
- สามารถสแกน QR Code เพื่อตรวจอบความถูกต้องของผลิตภัณฑ์กับบริษัทผู้นำเข้าหรือผู้ผลิตได้
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ฟิลเลอร์ Volifil (FAQ)
สำหรับ Volifil Filler เป็นหนึ่งในยี่ห้อฟิลเลอร์ที่มีให้เลือกใช้ค่อนข้างหลากหลายในท้องตลาด จึงอาจทำให้หลายคนเกิดข้อข้องใจในบางประเด็น ในหัวข้อนี้จึงรวบรวมส่วนหนึ่งของคำถามที่พบบ่อยมาไว้ให้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ดังนี้
Q: Volifil Filler เป็นของประเทศอะไร
A: ฟิลเลอร์ Volifil เป็นฟิลเลอร์จากประเทศเกาหลี ซึ่งใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบ HCCL และ PP Process ทำให้โมเลกุลมีขนาดเท่ากัน กำจัดสิ่งปนเปื้อนออกจากเนื้อฟิลเลอร์ และลดปริมาณของ BDDE ให้น้อยลง ทำให้เนื้อฟิลเลอร์เนียนละเอียด ขึ้นรูปง่าย คงรูปได้ดีไม่ไหลไปในตำแหน่งอื่น และลดอาการบวมหลังฉีดให้น้อยลงได้อีกด้วย
Q: ฟิลเลอร์ Volifil กับ Neuramis เลือกฉีดตัวไหนดี
A: ระหว่าง ฟิลเลอร์ Volifil กับ Neuramis สามารถเลือกฉีดได้ตามความต้องการ สำหรับคนที่กลัวหลังฉีดจะบวมเยอะหรืออยากให้ผลลัพธ์มีความเนียนละเอียดกลืนไปกับผิวสามารถเลือกฉีดโวลิฟิลได้ เพราะผลิตด้วยเทคโนโลยีเฉพาะที่ทำให้เนื้อฟิลเลอร์ละเอียด ฉีดแล้วไม่เป็นก้อน แต่สามารถขึ้นรูปและอยู่ทรงได้ดีไม่ไหลไปในตำแหน่งอื่น ทั้งยังลดอาการบวมหลังฉีดให้น้อยลงได้อีกด้วย
Q: ฉีด Volifil Filler ใต้ตา ดีไหม?
A: Volifil สามารถนำมา ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ได้เพราะมีให้เลือกหลายรุ่น ซึ่งแต่ละรุ่นมีเนื้อสัมผัสและความแข็งของฟิลเลอร์ต่างกัน สำหรับปัญหาในชั้นผิวตื้นสามารถเลือกฉีด รุ่น Classic ที่มีเนื้อค่อนข้างนิ่ม หากมีปัญหาในชั้นไขมันสามารถเลือกฉีดรุ่น Deep ที่มีเนื้อแข็งปานกลาง ส่วนคนที่มีปัญหาในผิวชั้นลึกหรือชั้นกระดูกสามารถเลือกฉีดรุ่น Sub-Q ที่มีเนื้อแข็งสุดและอยู่ทรงได้ดี
Q: หลังฉีดฟิลเลอร์ Volifil ดูแลอย่างไร ให้อยู่นาน
A: เพื่อช่วยให้ผลลัพธ์หลังฉีด Volifil Filler สามารถคงอยู่ได้นานขึ้น ควรดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ตามที่แพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด โดยดื่มน้ำเปล่าอย่างเพียงพอในแต่ละวัน ไม่กด บีบ หรือคลึงบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ เพราะจะทำให้เกิดการเคลื่อนตำแหน่งและเสียรูปทรงได้ งดออกกำลังกายในช่วง 2 วันแรกหลังทำ เพราะฟิลเลอร์ยังไม่เข้าที่อาจได้รับการกระทบกระเทือนได้
Q: Volifil Filler อันตรายไหม
A: สำหรับ Filler Volifil ผ่านการรับรองมาตรฐานและคุณภาพจากทั้ง CE Mark (ยุโรป), KFDA (เกาหลี) และ อย.ไทย จึงมั่นใจในเรื่องของความปลอดภัยในการใช้งาน แม้จะใช้ฟิลเลอร์แท้แต่ก็ต้องอยู่ภายใต้การดูแลโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์จึงจะได้ผลลัพธ์ที่ออกมาดีและไม่เกิดผลข้างเคียงตามมา
สรุป
Volifil Filler เป็นฟิลเลอร์เกาหลีที่มีให้เลือกใช้ถึง 3 รุ่น ซึ่งมีคุณสมบัติแตกต่างกันออกไปเหมาะกับการแก้ปัญหาที่แตกต่างกัน สามารถฉีดได้ตั้งแต่ชั้นผิวตื้นไปจนถึงชั้นกระดูก เพื่อช่วยให้ผิวเต่งตึง ปรับโครงสร้าง เพิ่มสัดส่วน เติมวอลลุ่ม ทำให้ใบหน้ามีมิติมากขึ้น สำหรับใครที่อยากมีผิวพรรณและใบหน้าที่ดูดีขึ้น แนะนำให้เข้ามาปรึกษาทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์ของ Vincent Clinic Aesthetic เพื่อรับการประเมินและออกแบบการรักษาเฉพาะรายบุคคล

