วิตามินบี เป็นอีกหนึ่งวิตามินได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เพราะมีส่วนสำคัญในการช่วยดูแลสุขภาพจากภายใน ลดอาการเหนื่อยล้า ทำให้กระปรี้กระเปร่ามากขึ้น ในบทความนี้ Vincent Clinic Aesthetic จะพาไปทำความเข้าใจถึงประโยชน์ของวิตามินชนิดนี้ให้มากขึ้นว่าสำคัญต่อร่างกายอย่างไรบ้าง มีทั้งหมดกี่ประเภท หากขาดไปจะเกิดปัญหาอะไร สามารถรับเข้าสู่ร่างกายด้วยวิธีใดบ้าง ถ้ากินต่อเนื่องทุกวันจะเป็นอันตรายไหม ติดตามอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเนื้อหาต่อไปนี้
Key Takeaways
- วิตามินบี คือ กลุ่มวิตามินที่ละลายในน้ำได้ มีหน้าที่หลักในการบำรุงระบบประสาท สมอง และส่วนสำคัญที่ช่วยเปลี่ยนสารอาหารให้กลายเป็นพลังงานแก่ร่างกาย
- เมื่อร่างกายขาดวิตามินบี จะทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย ชาตามมือและเท้า นอนไม่หลับ หงุดหงิดง่าย ป่วยบ่อย และอาจมีอาการอักเสบตามผิวหนัง
- วิตามินบีรวมตามธรรมชาติที่รับได้ผ่านการกินมาจากอาหารประเภทเนื้อสัตว์ เนื้อปลา ไข่ ธัญพืช ถั่ว และผักใบเขียว
- ในกรณีของคนที่ต้องการวิตามินบีแบบเร่งด่วนสามารถเลือกใช้วิธีดริปวิตามิน (IV Drip) ซึ่งเป็นการให้วิตามินผ่านทางสายน้ำเกลือเข้าสู่เส้นเลือดโดยตรง ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ทันที
- ควรรับประทานวิตามินบีรวมหลังอาหารหรือระหว่างวัน เพื่อให้ร่างกายสามารถดูดซึมได้ดีและเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาผลาญ
วิตามินบี คืออะไร
วิตามินบี (Vitamin B) คือ กลุ่มของวิตามินที่ละลายในน้ำได้ ช่วยบำรุงระบบประสาท สมอง สร้างพลังงานให้ร่างกาย ทั้งยังช่วยเรื่องของสุขภาพผิวได้อีกด้วย หากได้รับในปริมาณที่พอเหมาะอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นจากมื้ออาหารปกติหรือจากอาหารเสริม จะทำให้ร่างกายได้รับประโยชน์และสามารถนำไปใช้ได้อย่างเต็มที่
วิตามินบีมีกี่ประเภท ประโยชน์ของวิตามินบีมีอะไรบ้าง?
เนื่องจากวิตามินบีรวมมีประโยชน์ต่อร่างกายในหลายด้าน ทั้งเรื่องของการทำงานของระบบประสาท การทำงานของสมอง บำรุงผิวพรรณ หากได้รับไม่เพียงพออาจทำให้สารเคมีในร่างกายไม่สมดุล เกิดอาการเครียดง่าย ไม่มีสมาธิ หรือภูมิคุ้มกันอ่อนแอได้อีกด้วย โดยวิตามินบีแต่ละประเภทมีคุณสมบัติแตกต่างกัน ดังนี้
วิตามินบี 1
วิตามินบี 1 (Thiamine) มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบประสาทและสมอง ลดความเครียด ลดอาการวิตกกังวล ทั้งยังเป็นส่วนสำคัญในการแปรรูปคาร์โบไฮเดรตให้กลายเป็นพลังงานสำหรับร่างกาย หากได้รับไม่เพียงพอเสี่ยงที่จะเป็นโรคเหน็บชาหรือเกิดอาการอ่อนแรงได้ง่าย
วิตามินบี 2
วิตามินบี 2 (Riboflavin) มีคุณสมบัติในการช่วยดูแลสุขภาพผิวและดวงตา ทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเผาผลาญโปรตีนและไขมันในร่างกายอีกด้วย
วิตามินบี 3
วิตามินบี 3 (Niacin) มีคุณสมบัติเด่นในเรื่องของการช่วยเสริมประสิทธิภาพของระบบย่อยอาหาร การไหลเวียนของเลือด รวมไปถึงกระบวนการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย
วิตามินบี 5
วิตามินบี 5 (Pantothenic Acid) เป็นส่วนสำคัญในการสร้างฮอร์โมนบางชนิด ทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ร่างกายสามารถดึงเอาไขมันมาใช้เป็นพลังงานได้ดีขึ้นอีกด้วย
วิตามินบี 6
วิตามินบี 6 (Pyridoxine) มีส่วนสำคัญในกระบวนการสร้างสารสื่อประสาท เช่น Serotonin และ Dopamine ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของสมอง เสริมภูมิคุ้มกัน หากร่างกายขาดวิตามินบี 6 หรือได้รับไม่เพียงพอ อาจทำให้เกิดอาการมือและเท้าชา หงุดหงิดง่าย หรือเกิดอาการซึมเศร้าขึ้นมาได้
วิตามินบี 7
วิตามินบี 7 (Biotin) เป็นวิตามินที่มีความสำคัญกับสุขภาพเส้นผมและผิวหนัง รวมไปถึงระบบการเผาผลาญของร่างกาย โดยเฉพาะแปรรูปโปรตีนและไขมันให้เป็นพลังงานแก่ร่างกาย
วิตามินบี 9
วิตามินบี 9 (Folic Acid) มีความสำคัญอย่างยิ่งในกระบวนการสร้างเซลล์ขึ้นมาใหม่ กระบวนการสร้างเม็ดเลือดแดง ทั้งยังสำคัญต่อพัฒนาการและการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์อีกด้วย
วิตามินบี 12
วิตามินบี 12 (Cobalamin) เป็นหนึ่งในส่วนสำคัญของกระบวนการสร้างเม็ดเลือดแดง ป้องกันระบบประสาท ลดโอกาสเสี่ยงของโรคสมองเสื่อมให้น้อยลง หากขาดวิตามิน B12 หรือได้รับไม่เพียงพอ อาจทำให้เกิดอาการชาตามร่างกายหรือเป็นโรคความจำเสื่อม
วิตามินบีรวม
เป็นการรวมวิตามินบีทุกประเภทตั้งแต่ บี 1 – บี 12 เอาไว้ด้วยกัน ทำให้ร่างกายได้รับการบำรุงที่ครบถ้วนในทุก ๆ ส่วนภายในร่างกาย เสริมให้สุขภาพแข็งแรงมากขึ้น
สัญญาณเตือนร่างกายขาดวิตามินบีมีอาการอย่างไร?
หากร่างกายขาดวิตามินบีรวม จะส่งผลทำให้เกิดอาการผิดปกติต่าง ๆ แสดงออกมา สำหรับความผิดปกติที่เกิดขึ้นมานั้นสามารถสังเกตได้ด้วยตัวเอง โดยมีรายละเอียดดังนี้
- รู้สึกอ่อนเพลีย ร่างกายอ่อนล้า ชาตามมือและเท้าบ่อย ๆ เบื่ออาหาร หัวใจเต้นเร็ว ในบางรายอาจรู้สึกไวต่อความเจ็บปวดมากขึ้นกว่าปกติ
- อาหารไม่ย่อย เนื่องจากระบบย่อยอาหารและกระเพาะทำงานได้ไม่เต็มที่ อาจเกิดอาการท้องอืดได้
- เกิดอาการอักเสบตามร่างกาย ผิวหนังอักเสบ เกิดรอยจ้ำสีม่วงตามผิวหนัง จมูกอักเสบ หูอักเสบ ผมร่วงหรือเล็บเปราะมากกว่าปกติ
- ตาอ่อนแอ ไม่ค่อยสู้แสง เกิดอาการแสบที่ดวงตา มีอาการตาแดง น้ำตาไหล
- นอนไม่หลับ หลับยากขึ้นกว่าปกติ เกิดภาวะเครียดง่าย หงุดหงิดง่าย รู้สึกซึมเศร้าหรือเกิดภาวะวิตกกังวลบ่อย ๆ
- ป่วยบ่อย ร่างกายติดเชื้อได้ง่ายขึ้น ปวดหัวหรือปวดไมเกรนบ่อย ลิ้นบวมแดง มีแผลในช่องปาก เกิดโรคผิวหนัง
วิตามินบี ได้จากอะไรบ้าง
สำหรับวิตามินบีรวมสามารถรับได้จากหลายแหล่ง เช่น รับประทานอาหารปกติ รับประทานอาหารเสริม นอกจากนั้นยังมีอยู่ในหัตถการดูแลผิวพรรณ สามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสม ตามรายละเอียดดังนี้
อาหารที่มีวิตามินบี
การรับประทานอาหารที่มีวิตามินบีเป็นหนึ่งในวิธีธรรมชาติซึ่งสามารถทำได้ด้วยตัวเอง โดยอาหารส่วนใหญ่ที่แนะนำจะเป็นประเภทเนื้อสัตว์ ธัญพืช ผักและผลไม้ โดยมีรายละเอียดแยกตามประเภทของวิตามิน ดังนี้
- Vitamin B1 สามารถรับได้จากการรับประทานข้าวซ้อมมือ ถั่วลิสง เนื้อหมู เนื้อปลา
- Vitamin B2 สามารถรับได้จากการรับประทานไข่ นม ตับ ผักใบเขียว
- Vitamin B3 สามารถรับได้จากการรับประทานเนื้อไก่ เนื้อปลา ถั่วลิสง ธัญพืช
- Vitamin B5 สามารถรับได้จากการรับประทานอะโวคาโด มันฝรั่ง เนื้อสัตว์ ไข่
- Vitamin B6 สามารถรับได้จากการรับประทานกล้วย มันฝรั่ง เนื้อไก่ ปลาแซลมอน
- Vitamin B7 สามารถรับได้จากการรับประทานไข่แดง ตับ ถั่วเหลือง ดอกกะหล่ำ
- Vitamin B9 สามารถรับได้จากการรับประทานผักโขม อะโวคาโด ถั่วแดง ข้าวโพด
- Vitamin B12 สามารถรับได้จากการรับประทานเนื้อวัว ปลาแซลมอน หอยนางรม นม
วิตามินบีแบบอาหารเสริม
ในกรณีของคนที่รับวิตามินบีจากอาหารได้ไม่เพียงพอหรือแพ้อาหารบางชนิดจนพร่องวิตามิน สามารถรับผ่านอาหารเสริมหรือวิตามินชนิดเม็ดแทนได้ ซึ่งมีทั้งแบบแยกประเภทของวิตามินและแบบ Vitamin B Complex
ดริปวิตามินบี
การดริปวิตามินเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของคนที่ต้องการเสริมวิตามินบีแบบเร่งด่วน ด้วยการให้วิตามินผ่านสายน้ำเกลือเข้าสู่เส้นเลือดโดยตรง ร่างกายจึงนำไปใช้ได้ทันทีแบบเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งการ ดริปวิตามิน นั้นสามารถเลือกสูตรได้ตามความต้องการ และความเหมาะสมของร่างกายแต่ละคนที่แตกต่างกัน
ดริปวิตามินบี vs การทานวิตามินบี แบบไหนดีกว่ากัน
สำหรับการดริปวิตามินบี กับ การทานวิตามินบี แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเจน การดริปวิตามิน หรือ IV Drip เป็นการให้แร่ธาตุ สารบำรุง และวิตามินผ่านทางสายน้ำเกลือเข้าสู่เส้นเลือดโดยตรง ร่างกายสามารถดึงไปใช้งานได้ทันทีแบบเต็มประสิทธิภาพ ส่วนการรับประทานวิตามินจะต้องผ่านระบบย่อยอาหารและกระบวนการดูดซึม ทำให้ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้เพียงบางส่วนเท่านั้น
IV Drip Vitamin B ควรเลือกสูตรไหน
เพื่อให้ร่างกายได้รับวิตามินบีรวมและสามารถนำไปใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ สิ่งสำคัญคือการเลือกสูตร IV Drip Vitamin B ที่เหมาะกับร่างกาย เพราะจะช่วยให้ได้ทั้งเรื่องของสุขภาพและผิวพรรณ โดยที่ Vincent Clinic มีสูตรดริปวิตามินเฉพาะที่มี Vitamin B เป็นส่วนประกอบสำคัญ ดังนี้
- ดริปวิตามินผิว สูตร Healthy ฟื้นฟูผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื้น ลดอาการเหนื่อยล้าจากการทำงาน รีบูทร่างกายให้สดชื่นจากการนอนน้อยหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ
- ดริปวิตามินผิว สูตร Aura Bright ช่วยปรับผิวกระจ่างใสมีออร่า สุขภาพผิวดี ร่างกายแข็งแรง เสริมภูมิคุ้มกัน ต้านอนุมูลอิสระได้ดีขึ้น
- ดริปวิตามินผิว สูตร Glam Ultimate ปรับผิวเนียนนุ่ม สีผิวกระจ่างใสสม่ำเสมอ เพิ่มความชุ่มชื้น ลดความแห้งกร้าน
- ดริปวิตามินผิว สูตร 3D – Drink Drank Drip ช่วยลดอาการเหนื่อยล้า ลดความอ่อนเพลีย รวมไปถึงช่วยลดอาการแฮงค์จากการดื่มแอลกอฮอล์ได้อีกด้วย
- ดริปวิตามินผิว สูตร Aura Booster ปรับผิวขาวกระจ่างใส ลดความหมองคล้ำ สีผิวสม่ำเสมอ มีออร่า
- ดริปวิตามินผิว สูตร Vita Boom! ฟื้นฟูเซลล์ผิวให้แข็งแรง กู้ผิวแห้งกร้านให้กลับมาชุ่มชื้น ช่วยชะลอวัย ผิวแลดูอ่อนเยาว์
- ดริปวิตามินผิว สูตร Immuna+ ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรงขึ้น ลดอาการเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักหรือพักผ่อนน้อย
- ดริปวิตามินผิว สูตร Fully Recharge ต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มการทำงานของเซลล์ ฟื้นฟูระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ช่วยปรับสมดุลเกลือแร่ในร่างกาย
IV Drip วิตามินบี ที่ Vincent Clinic ดียังไง
ดริปวิตามินบีที่ Vincent Clinic มีให้เลือกหลายสูตร ซึ่งเป็นสูตรเฉพาะที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยทีมแพทย์ เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการ ช่วยแก้ปัญหาผิวพรรณและสุขภาพได้อย่างครอบคลุมมากที่สุด นอกจากนั้นยังเป็นคลินิกที่ได้มาตรฐานระดับสากล ผ่านการรับรองจาก AACI ทั้งยังมีทีมแพทย์และ Therapist ที่มีประสบการณ์คอยดูแลทุกขั้นตอน
สำหรับที่ Vincent Clinic ดริปวิตามินผิวราคาเริ่มต้นที่ 1,999 บาท โดยราคาจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสูตรดริปวิตามินที่เลือกใช้ แนะนำให้เข้ามาปรึกษากับทาง Vincent Clinic เพื่อรับรายละเอียดที่ครบถ้วนมากขึ้น
สามารถดูราคาเพิ่มเติมได้ที่ : โปรโมชั่น IV Drip
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ วิตามินบี (FAQ)
เพื่อช่วยให้เข้าใจเกี่ยวกับวิตามินบีรวมมากขึ้น หัวข้อนี้จึงได้รวบรวมเอาคำถามที่พบบ่อยมาไว้ให้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจก่อนทำ จะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและมีความปลอดภัย สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากขึ้น โดยมีรายละเอียดดังนี้
Q: วิตามินบีรวมกินตอนไหน ร่างกายถึงจะดูดซึมได้ดีที่สุด?
A: ช่วงเวลาในการกินวิตามินบีรวมที่ดีที่สุดคือการกินหลังอาหารเช้าหรือระหว่างวัน เพราะมีคุณสมบัติในเรื่องของการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบเผาผลาญและเปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงานแก่ร่างกาย ไม่ควรกินก่อนนอนเพราะอาจจะทำให้นอนไม่หลับ
Q: วิตามินบีห้ามกินกับอะไร มีข้อควรระวังไหม
A: สิ่งที่ห้ามกินกับวิตามินบี คือ เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน ไม่ว่าจะเป็นกาแฟ ชา โกโก้ เครื่องดื่มชูกำลัง เพราะจะส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการดูดซึมวิตามินที่ลดลงค่อนข้างมาก หากต้องการดื่มเครื่องดื่มคาเฟอีน แนะนำให้รอเว้นระยะประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายดูดซึมวิตามินได้อย่างเต็มที่
Q: กินวิตามินบีทุกวัน อันตรายไหม
A: การกินวิตามินบีรวมทุกวันไม่เป็นอันตราย เพราะมีคุณสมบัติละลายในน้ำทำให้ร่างกายกักเก็บไว้ได้ไม่นานก็จะถูกขับออกมาเอง ทั้งนี้จะต้องรับประทานตามปริมาณที่กำหนดไว้บนฉลากและควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยจาก อย. เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและไม่เกิดผลข้างเคียงตามมาในระยะยาว
Q: วิตามินบี กินคู่กับวิตามินซีได้ไหม
A: สามารถกินวิตามินบีรวมกับวิตามินซีร่วมกันได้ แต่ในกรณีของคนที่ต้องการกินเฉพาะวิตามินบี 12 ควรกินก่อนวิตามินซีประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง หากกินพร้อมกันอาจทำให้ร่างกายดูดซึม Vitamin B12 ได้ไม่เต็มที่
Q: ดริปวิตามินที่มีส่วนผสมของวิตามินบี เหมาะกับใคร ต้องทำบ่อยแค่ไหน?
A: สำหรับการทำ IV Drip Vitamin B สามารถทำได้กับทุกคนที่ต้องการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงและบำรุงผิวพรรณให้ดีขึ้น เนื่องจากมีส่วนผสมของแร่ธาตุ สารบำรุง และวิตามินที่มีประโยชน์กับร่างกาย โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่พักผ่อนน้อย ทำงานหนัก มีความเครียดสะสม ร่างกายรู้สึกเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย ต้องการรีเฟรชร่างกายให้สดชื่นมากขึ้น
สรุป
วิตามินบีมีส่วนสำคัญต่อร่างกายในหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะในเรื่องของการช่วยเสริมประสิทธิภาพระบบประสาท การทำงานของสมอง เสริมภูมิคุ้มกัน รวมไปถึงการแปรรูปสารอาหารต่าง ๆ ให้เป็นพลังงานแก่ร่างกาย ซึ่งสามารถรับได้จากหลายวิธี เช่น การกินอาหารตามปกติ การกินอาหารเสริม รวมไปถึงการทำดริปวิตามินเข้าสู่เส้นเลือดโดยตรง สำหรับใครที่ต้องการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงจากภายในสู่ภายนอก แนะนำให้เข้ามาปรึกษากับทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์ของ Vincent Clinic Aesthetic เพื่อรับการประเมินปัญหาและออกแบบการรักษาเฉพาะรายบุคคล

