ไหมโครงตาข่ายหนึ่งในนวัตกรรมร้อยไหมยกกระชับที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เนื่องจากสามารถแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยได้ดี ให้ผลลัพธ์ที่มีความเป็นธรรมชาติ สามารถคงผลลัพธ์ไว้ได้นาน ซึ่งอาจทำให้หลายคนมีความสงสัยว่าไหมชนิดนี้คืออะไร แตกต่างจากไหมประเภทอื่นอย่างไร สามารถทำตำแหน่งไหนได้บ้าง ข้อดี-ข้อเสียที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจทำ สามารถติดตามอ่านจากข้อมูลที่ Vincent Clinic Aesthetic ได้รวบรวมมาไว้ให้ในเนื้อหาต่อไปนี้ได้เลย
ไหมโครงตาข่าย (Tesslift) คืออะไร?
ไหมโครงตาข่าย (Tesslift) คือ ไหมละลายที่นำมา ร้อยไหม ใช้วัสดุ PDO (Polydioxanone) ผลิต และพัฒนาโดยบริษัท Tesslift ประเทศเกาหลีใต้ นำเข้าโดยบริษัท อีเด็นคัลเลอร์ (ประเทศไทย) ด้วยการออกแบบเส้นไหมให้มีเงี่ยงอยู่รอบแกนไหม 360 องศา ครอบทับเส้นไหมอีกหนึ่งชั้นด้วยโครงตาข่าย (Mesh) ทำให้เส้นไหมมีความแข็งแรง ยึดเกาะเนื้อเยื่อได้ดี จึงได้ผลลัพธ์การยกกระชับและกระตุ้นคอลลาเจนไปในครั้งเดียว ทั้งยังไม่ทำให้เกิดสารตกค้างในร่างกายเพราะทำจากวัสดุที่สามารถสลายไปได้เอง นอกจากนั้นยังเป็นไหมที่ผ่านการรับรองจาก อย.ไทย, CE Mark และ KFDA (อย.เกาหลี) จึงมั่นใจได้ทั้งเรื่องของคุณภาพและความปลอดภัย

ร้อยไหมโครงตาข่ายดีไหม ต่างจากไหมอื่นๆ อย่างไร?
สำหรับไหม Tesslift เป็นเส้นไหมที่มีความพิเศษเฉพาะตัว จึงมีความแตกต่างจากไหมชนิดอื่น ๆ ในหลายด้าน ทั้งผลลัพธ์ ความแข็งแรง การออกแบบ โดยมีรายละเอียด ดังนี้
- เส้นไหมถูกออกแบบให้มีเงี่ยงแบบหล่อ 3D อยู่รอบเส้นไหม ครอบทับอีกชั้นนอกด้วยโครงตาข่าย (Mesh) ซึ่งหุ้มตัวไหมเอาไว้ตลอดทั้งเส้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะกับเนื้อเยื่อ จึงสามารถยกกระชับผิว ได้ดีและ กระตุ้นคอลลาเจน ได้มากกว่าไหมทั่วไป ทั้งยังช่วยให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้นานขึ้น
- วัสดุที่ใช้ผลิตไหม Tesslift และโครงตาข่ายเป็น Polydioxanone (PDO) ซึ่งเป็นชนิดเดียวกับที่ใช้ในวงการแพทย์ สามารถสลายไปได้เองตามธรรมชาติเมื่ออยู่ในร่างกาย ไม่ทำให้เกิดการตกค้าง มีความปลอดภัยสูง ระคายเคืองผิวน้อย ทำให้โอกาสที่จะแพ้เส้นไหมน้อยตามไปด้วย
- ไหมโครงตาข่ายมีความแข็งแรง ยืดหยุ่น ไม่ขาดง่าย สามารถกระตุ้นให้เนื้อเยื่อยึดเกาะกับเส้นไหมได้ดี ส่งผลให้มีแรงยึดเกาะ และ ยกกระชับผิว ได้มากกว่าเส้นไหมทั่วไปหลายเท่า
- ด้วยการออกแบบของไหม Tesslift ทำให้แพทย์สามารถร้อยไหมได้ง่าย วางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำมากขึ้น
- มีเทคนิคเฉพาะในการร้อยไหม Tesslift ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี เห็นผลชัดเจน ผลข้างเคียงหลังทำน้อย
ร้อยไหม Tesslift ช่วยอะไร ใช้บริเวณไหนได้บ้าง?
การร้อยไหม Tesslift สามารถช่วยยกกระชับ ปรับหน้าเรียว กรอบหน้าชัด ยกหางตา ยกแก้มย้วยให้เต่งตึง แก้ปัญหาความหย่อนคล้อยในส่วนต่าง ๆ บนใบหน้า ทั้งยังช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใต้ชั้นผิวให้เพิ่มมากขึ้นได้อีกด้วย โดยสามารถทำได้กับหลายตำแหน่ง ดังนี้
- ร้อยไหมหน้าเรียว เป็นการร้อยไหมเพื่อยกกระชับปรับรูปหน้าเรียว ช่วยให้กรอบหน้าชัด มีวีเชพสวยมากขึ้น
- ร้อยไหมยกแก้ม เป็นการร้อยไหมเพื่อแก้ปัญหาแก้มย้วย หย่อนคล้อย แก้มกระชับได้สัดส่วน ร่องแก้มตื้นขึ้น ผิวเรียบเนียน
- ร้อยไหมยกมุมปาก ช่วยแก้ปัญหามุมปากตก ยกมุมปากขึ้น ลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ หรือร่องน้ำหมากให้ตื้นขึ้น
- ร้อยไหมจมูก ช่วยให้สันจมูกแลดูโด่งขึ้น แต่เป็นบริเวณที่มีเส้นประสาทและเส้นเลือดอยู่ค่อนข้างมาก อาจเกิดผลข้างเคียงได้ จึงไม่ค่อยแนะนำ
- ร้อยไหมหน้าผาก ช่วยดึงผิวให้เรียบเนียน กระชับ เต่งตึง แต่ไม่ค่อยแนะนำเพราะเป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดและเส้นประสาทค่อนข้างเยอะ เสี่ยงเกิดผลข้างเคียงตามมา
- ร้อยไหมยกหางตา ช่วยแก้ปัญหาหนังตากตก ยกหางตา ยกหางคิ้ว ลดรอยตีนกา หรือทำ Foxy Eyes ให้ตาเฉี่ยวมากขึ้นได้อีกด้วย
ขั้นตอนการร้อยไหมโครงตาข่ายให้เห็นผล
ขั้นตอนการร้อยไหม Tesslift จะมีความแตกต่างจากการร้อยไหมทั่วไปเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้มีความซับซ้อนมากนัก ขึ้นอยู่กับเทคนิคและประสบการณ์ของแพทย์แต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน โดยมีรายละเอียดของขั้นตอนการร้อยไหมเบื้องต้น ดังนี้
- หลังจากประเมินปัญหา วิเคราะห์โครงหน้า และวางแผนการรักษาร่วมกับคนไข้แล้ว แพทย์จะกำหนดตำแหน่งที่จะร้อยไหมตามแผนการรักษาที่วางไว้
- ทำความสะอาดผิวและแปะยาชาเอาไว้ประมาณ 30 – 45 นาที เพื่อช่วยลดความเจ็บให้น้อยลง ทำให้ผ่อนคลายในระหว่างทำหัตถการมากขึ้น
- ก่อนเริ่มทำหัตถการจะมีการฉีดยาชาเพื่อบล็อกเส้นประสาทความรู้สึกอีกครั้ง เพื่อลดความรู้สึกในระหว่างที่เส้นไหมถูกร้อยเข้าไปเกี่ยวยึดกับเนื้อเยื่อใต้ชั้นผิว
- เมื่อยาชาออกฤทธิ์แพทย์จะใช้เข็มเปิดรูบนผิวหนังในตำแหน่งที่กำหนดไว้เพื่อสอดไหมโครงตาข่ายเข้าไปใต้ชั้นผิว แล้วดึงยกชั้นผิวที่หย่อนคล้อยขึ้นไปในตำแหน่งที่ต้องการ แล้วจึงกดให้ไหมยึดเกาะกับผิวหนังได้แนบสนิทมากขึ้น
- หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการร้อยไหมแล้ว คนไข้สามารถกลับบ้านได้ทันที โดยอาจมีรอยเข็มเป็นจุดแดงเล็ก ๆ หลงเหลืออยู่บนผิวหนัง ซึ่งจะหายไปได้เองในระยะเวลาอันสั้น

ไหม Tesslift กี่วันเห็นผล อยู่ได้นานแค่ไหน?
หลังร้อยไหมโครงตาข่าย สามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงของใบหน้าที่ยกกระชับขึ้นได้หลังทำ ในช่วงประมาณ 1 – 3 เดือนหลังร้อยไหม ผิวจะเริ่มเฟิร์มแน่นและกระชับมากขึ้นกว่าตอนทำครั้งแรก โดยเนื้อเยื่อจะเข้าไปยึดเกาะกับโครงตาข่ายผสานกับเส้นใยคอลลาเจนใต้ชั้นผิวที่ถูกกระตุ้นให้เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 1 – 2 ปี ขึ้นอยู่กับเทคนิคที่แพทย์ใช้ สภาพผิว การดูแลตัวเองหลังทำ และปัจจัยส่วนตัวของคนไข้แต่ละคนที่แตกต่างกัน
ข้อดี ข้อเสียของการร้อยไหมโครงตาข่าย
แม้ว่าการร้อยไหม Tesslift จะมีข้อดีหลายประการ เพราะเป็นเส้นไหมที่ถูกพัฒนาขึ้นมาให้ช่วยแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ก็มีข้อเสียบางอย่างที่ควรทราบและใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา ดังนี้
ข้อดีไหม Tesslift
- วัสดุที่ใช้ผลิตเส้นไหมเป็น Polydioxanone (PDO) สามารถสลายไปได้เองตามธรรมชาติเมื่ออยู่ในร่างกาย จึงไม่เกิดสารตกค้าง
- มีการออกแบบพิเศษที่มีทั้งเงี่ยงรอบตัวไหมและใช้โครงตาข่ายครอบไว้ตลอดทั้งเส้นไหม จึงมีความทนทาน ยืดหยุ่น ไม่ขาดง่าย และแข็งแรงมากกว่าเส้นไหมทั่วไปหลายเท่า จึงสามารถยกกระชับได้ดีและกระตุ้นคอลลาเจนใต้ชั้นผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลลัพธ์คงอยู่ได้นานกว่า
- แก้ปัญหาความหย่อนคล้อย ยกกระชับ ปรับหน้าเรียว โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น มีเพียงรอยเข็มที่เป็นจุดแดงขนาดเล็ก ซึ่งจะหายไปได้เองในไม่กี่วัน
- แพทย์สามารถใช้งานได้ง่าย มีเทคนิคเฉพาะสำหรับการร้อยไหมโครงตาข่าย ช่วยลดอาการบาดเจ็บ บวมช้ำน้อย ร่างกายใช้ระยะเวลาฟื้นตัวไม่นาน
ข้อเสียไหม Tesslift
- ในกรณีของคนที่ผิวบางมาก หรือแพทย์ไม่มีประสบการณ์ใช้เทคนิคไม่เหมาะสม อาจทำให้เห็นรอยเส้นไหมได้ง่ายกว่าเส้นไหมประเภทอื่น
- หากวางตำแหน่งเส้นไหมทับซ้อนหรืออยู่ใกล้กันมากเกินไป อาจทำให้เกิดพังผืดหดรั้งจนผิวหนังผิดรูปทรงได้
- ราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับเส้นไหมทั่วไป เนื่องจากเส้นไหมมีการออกแบบให้มีความพิเศษมากกว่าไหมชนิดอื่น
วิธีเตรียมตัว – ดูแลหลังร้อยไหมโครงตาข่าย
เพื่อช่วยให้ผลลัพธ์หลังร้อยไหม Tesslift ออกมาดี ฟื้นตัวได้เร็ว ไม่เกิดผลข้างเคียงตามมา แนะนำให้เตรียมก่อนทำและดูแลตัวเองหลังทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด โดยสามารถปฏิบัติตัวได้ดังนี้
การเตรียมตัวก่อนร้อยไหมโครงตาข่าย
- หากมีประวัติแพ้ยาหรือมียาที่ต้องรับประทานเป็นประจำ ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบก่อนร้อยไหมทุกครั้ง เพื่อให้แพทย์ใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
- งดรับประทาน วิตามิน อาหารเสริมหรือยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น วิตามิน E น้ำมันตับปลา หรือยากลุ่ม NSAIDs ประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนร้อยไหม
- ควรสระผมก่อนเข้ารับบริการ เพราะจะมีการเปิดแผลบริเวณขมับ หรือตามไรผม ซึ่งจะต้องงดโดนน้ำหลังร้อยไหมประมาณ 2 – 3 วัน เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อ
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนรับบริการประมาณ 2 – 3 วัน เพราะจะทำให้เลือดออกได้ง่าย เกิดอาการบวมช้ำได้มากกว่าปกติ
- สำหรับคนที่มีนัดทำฟัน แนะนำให้ทำฟันให้เรียบร้อย เพราะหลังจากร้อยไหมไปแล้วจะต้องงดการอ้าปากกว้างในช่วงแรก เพื่อป้องกันไม่ให้ไหมเคลื่อนที่ไปในตำแหน่งอื่น ไหมหลุด หรือไหมขาด
วิธีดูแลหลังร้อยไหมโครงตาข่าย
- หลังร้อยไหมโครงตาข่ายในช่วง 3 วันแรก แนะนำให้ประคบเย็นเพื่อช่วยลดอาการบวมให้น้อยลง
- งดโดนน้ำ ทาครีม หรือแต่งหน้าในช่วง 2 – 3 วันแรก เพราะรอยแผลจากเข็มร้อยไหมยังไม่หายดี เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
- แนะนำให้ใส่ผ้ารัดหน้าหลังศัลยกรรม เพื่อช่วยประคองใบหน้า และพยุงชั้นผิวที่ถูกยกขึ้นให้เข้าที่ เนื้อเยื่อแนบสนิท ประมาณ 3 – 4 สัปดาห์หลังทำ หรือตามที่แพทย์แนะนำ
- ห้ามนวด คลึง กด บริเวณที่ร้อยไหม รวมไปถึงงดอ้าปากกว้างหรือขยับหน้าแรง ๆ ประมาณ 1 เดือน เพื่อป้องกันเส้นไหมเคลื่อนที่ ไหมขาด หรือไหมหลุด
- งดรับประทานอาหารหมักดอง อาหารรสจัด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ประมาณ 2 – 3 สัปดาห์ เพราะจะทำให้ร่างกายฟื้นตัวช้า แผลหายช้า เพิ่มโอกาสอักเสบติดเชื้อมากขึ้น
- ควรรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งให้ครบและเข้าพบแพทย์ตามนัดหมายทุกครั้ง เพื่อติดตามอาการและผลลัพธ์อย่างใกล้ชิด
- หากพบความผิดปกติหลังร้อยไหม เช่น อาการบวมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ มีอาการชาที่ใบหน้าซึ่งไม่หายไปแม้จะผ่านไปหลายวัน มีอาการปากเบี้ยวหลังยาชาหมดฤทธิ์ ควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษาทันที
ไหม Tesslift ราคาเท่าไร?
ไหมโครงตาข่าย มีราคาที่ไม่เท่ากันในแต่ละรายบุคคล ขึ้นอยู่กับระดับปัญหา ตำแหน่งที่ทำ จำนวนเส้นไหม เทคนิคที่ใช้ ประสบการณ์ของแพทย์ และโปรโมชันของแต่ละคลินิกที่แตกต่างกัน โดยราคาทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 20,000 – 40,000 บาท แนะนำให้เข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินเฉพาะรายบุคคล จะช่วยให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนมากที่สุด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไหมโครงตาข่าย (FAQ)
ไหมโครงตาข่ายไม่ได้เป็นไหมชนิดเดียวที่ใช้ในการยกกระชับปรับรูปหน้า ทั้งยังมีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากเส้นไหมชนิดอื่น จึงทำให้หลายคนมีความสงสัยหรือไม่เข้าใจในหลายประเด็น จึงได้มีการรวบรวมคำถามที่พบบ่อยและคำตอบมาไว้ให้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ดังนี้
Q: ร้อยไหมโครงตาข่ายอันตรายไหม?
A: การร้อยไหม Tesslift ไม่อันตราย หากอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ที่มีประสบการณ์ มีความเข้าใจสรีระใบหน้าและโครงสร้างของชั้นผิว รวมไปถึงใช้เส้นไหมที่เป็นของแท้สามารถตรวจสอบได้ ซึ่งเส้นไหมชนิดนี้ผ่านการรับรองมาตรฐานและคุณภาพจาก อย.ไทย, CE Mark และ KFDA (อย.เกาหลี) จึงสามารถมั่นใจเรื่องของผลลัพธ์และความปลอดภัยได้อย่างไร้กังวล
Q: ยกหางตาด้วยไหม Tesslift ได้ไหม?
A: สำหรับคนที่ต้องการยกหางตาด้วยไหมโครงตาข่าย สามารถทำได้ ขึ้นอยู่กับแพทย์เป็นผู้ประเมินและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม ซึ่งการร้อยไหมยกหางตานอกจากจะช่วยแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยบริเวณหางตาแล้ว ยังสามารถช่วยลดเลือนรอยตีนกาให้จางลง แก้ปัญหาคิ้วตกหรือหนังตาตกได้อีกด้วย
Q: ร้อยไหมโครงตาข่ายเหมาะกับใคร?
A: สำหรับการร้อยไหม Tesslift เหมาะกับคนที่มีปัญหาความหย่อนคล้อย แก้มห้อย กรอบหน้าไม่ชัด ต้องการกระตุ้นคอลลาเจนใต้ชั้นผิว อยากให้ผลลัพธ์ใบหน้ายกกระชับคงอยู่ได้นาน โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น เห็นผลลัพธ์ความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นหลังทำและในระยะยาว
Q: การร้อยไหม Tesslift เจ็บไหม?
A: ในระหว่างร้อยไหมโครงตาข่าย อาจรู้สึกเจ็บได้บ้างเล็กน้อย แต่ก่อนทำจะมีการแปะยาชาเพื่อลดความรู้สึกในระหว่างที่เข็มเจาะผิวเพื่อเปิดรูสำหรับสอดเส้นไหมเข้าไป นอกจากนั้นยังมีการฉีดยาชาเพื่อบล็อกเส้นประสาทระงับความรู้สึกเจ็บให้น้อยลง ทำให้รู้สึกผ่อนคลายในระหว่างขั้นตอนการร้อยไหมมากขึ้น
Q: สามารถร้อยไหมโครงตาข่ายร่วมกับหัตถการอื่น ๆ ได้ไหม?
A: สำหรับคนที่ต้องการร้อยไหม Tesslift ร่วมกับการทำหัตถการอื่น ๆ สามารถทำได้ เพื่อช่วยให้ได้ผลลัพธ์ใบหน้าที่ดูดีในทุกมิติมากขึ้น โดยจะต้องแจ้งความประสงค์กับแพทย์ก่อนรับบริการเพื่อให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาในแต่ละหัตถการตามลำดับที่เหมาะกับรายบุคคลมากที่สุด
สรุป
ไหมโครงตาข่าย อีกหนึ่งเส้นไหมยกกระชับ ปรับหน้าเรียว ที่สามารถช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใต้ชั้นผิวให้เพิ่มมากขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพไปพร้อมกัน ด้วยการออกแบบเส้นไหมให้มีเงี่ยงแบบหล่ออยู่รอบเส้นไหมแบบ 360 องศา และครอบทับด้วยโครงตาข่าย ทำให้มีความแข็งแรง ทนทาน และมีแรงดึงยกชั้นผิวได้มากกว่าเส้นไหมทั่วไปหลายเท่า ทำให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้นานขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น เห็นผลลัพธ์ความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นหลังทำ สำหรับคนที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วน เปลี่ยนบุคลิกให้ดูดีขึ้นได้อย่างเห็นผลชัดเจน และมีความปลอดภัย แนะนำให้เข้ามาปรึกษากับทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์ของ Vincent Clinic Aesthetic เพื่อรับการประเมินปัญหา วิเคราะห์โครงหน้า และออกแบบการรักษาเฉพาะรายบุคคล












