บทความ
โบท็อกแท้ เช็กอย่างไร รวมวิธีดูโบท็อกแท้แต่ละชนิด แต่ละยี่ห้อ
แชร์ :

โบท็อกแท้ เช็กอย่างไร รวมวิธีดูโบท็อกแท้แต่ละชนิด แต่ละยี่ห้อ

โบท็อกแท้เช็กอย่างไร
อยากอ่านอะไร จิ้มที่หัวข้อได้เลย!

โบท็อกแท้เป็นโบท็อกที่มีคุณภาพ ปลอดภัยต่อการนำมาฉีด แต่ในปัจจุบันโบท็อกเป็นหัตถการยอดนิยมจึงมักมีของปลอมออกมาปะปนอยู่ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยก่อนฉีดควรที่จะตรวจสอบโบท็อกให้ละเอียดก่อนว่าเป็นโบท็อกแท้ โดยในบทความนี้ Vincent Clinic Aesthetic จะพามาจักเกี่ยวกับวิธีเช็กโบท็อกแท้ ป้องกันการเผลอฉีดของปลอมค่ะ

Key Takeaway

  • โบท็อกแท้ต้องเก็บรักษาในอุณหภูมิ 2–8 องศาเซลเซียส หากไม่ได้ควบคุมความเย็นระหว่างขนส่ง ยาจะเสื่อมและไม่มีฤทธิ์ทันที
  • หากฉีดโบท็อกปลอมซ้ำหรือในปริมาณที่ไม่เหมาะสม อาจกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันจนดื้อยา ซึ่งไม่สามารถรักษาได้ในระยะสั้น
  • การเช็กโบท็อกแท้ควรดูฉลากภาษาไทย เลข อย. วันหมดอายุ เลขล็อต และ QR Code ที่สามารถสแกนตรวจสอบได้
  • โบท็อกแท้ทุกขวดต้องมาจากตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการเท่านั้น และควรให้แพทย์แกะกล่องผสมยาให้ดูต่อหน้า
  • อย่าเลือกฉีดจากราคาเพียงอย่างเดียว เพราะโบท็อกปลอมมักจะราคาถูก และฉีดโดยผู้ไม่มีใบประกอบวิชาชีพ
  • ก่อนฉีดโบท็อกเลือกคลินิกที่มีใบอนุญาตถูกต้อง ดำเนินการโดยแพทย์ที่ตรวจสอบได้ และเปิดเผยข้อมูลผลิตภัณฑ์อย่างโปร่งใส

วิธีดูโบท็อกแท้ ต้องเช็กอะไรบ้าง?

ก่อน ฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซิน ควรตรวจสอบความถูกต้องของตัวยาอย่างรอบด้าน เพื่อความปลอดภัยและมั่นใจว่าได้รับยาแท้ ไม่ใช่ของปลอมที่อาจเสื่อมคุณภาพหรือเป็นอันตราย การสังเกตและตรวจเช็กโบท็อกแท้สามารถทำได้จากหลายจุดสำคัญ ดังนี้

ฉลากภาษาไทยและการรับรองจาก อย.

Botulinum toxin แท้ที่ถูกต้องตามกฎหมายจะต้องมีฉลากภาษาไทยติดอยู่บนกล่องอย่างชัดเจน ระบุชื่อผลิตภัณฑ์ ยี่ห้อ ประเทศผู้ผลิต และชื่อบริษัทผู้นำเข้าที่ได้รับอนุญาตจาก อย. โดยต้องมีเลขทะเบียนที่สามารถตรวจสอบได้ ไม่ควรมีร่องรอยการแก้ไข ขูดลบ หรือสติ๊กเกอร์ปิดทับซ้อนกัน รวมถึงข้อความต้องพิมพ์อย่างเรียบร้อย ไม่เบี้ยว หรือจางผิดปกติ

ตรวจสอบวันผลิต วันหมดอายุ และหมายเลขล็อต (Lot Number)

กล่องโบทูลินั่ม ท็อกซินที่ได้มาตรฐานจะพิมพ์ข้อมูลวันผลิต วันหมดอายุ และหมายเลขล็อตไว้อย่างชัดเจนในตำแหน่งที่มองเห็นง่าย ข้อมูลเหล่านี้ต้องตรงกันทั้งบนกล่องและขวดยา หากพบว่าหมายเลขไม่ตรงกัน หรือมีรอยขูด ลบ หรือติดสติ๊กเกอร์ทับ ควรตั้งข้อสงสัยทันที

ลักษณะของบรรจุภัณฑ์ต้องตรงกับของแท้

โบของแท้จากบริษัทผู้ผลิตจะมีบรรจุภัณฑ์ที่มีลักษณะเฉพาะ เช่น ฝาขวดที่มีรูปแบบเฉพาะตัว กล่องต้องไม่มีรอยบุบ ซีลพลาสติกต้องแน่นหนา และสีของกล่องไม่ควรผิดเพี้ยน บางยี่ห้ออาจมีการติด hologram หรือบรรจุกล่องพร้อมวัสดุกันกระแทกด้านใน การสังเกตรายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้สามารถช่วยแยกแยะระหว่างของแท้และของเลียนแบบได้

ตรวจสอบ QR Code หรือ Serial Number

โบแท้หลายยี่ห้อในปัจจุบัน มี QR Code หรือ Serial Number ที่สามารถสแกนเพื่อตรวจสอบความถูกต้องผ่านแอปพลิเคชันของบริษัทผู้นำเข้า หรือเว็บไซต์ที่ระบุไว้ในฉลาก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยยืนยันว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มาจากตัวแทนจำหน่ายอย่างถูกต้อง

แพทย์ควรแกะกล่องและผสมตัวยาต่อหน้า

เพื่อความโปร่งใสและป้องกันการสลับขวด ผู้รับบริการสามารถขอให้แพทย์แกะกล่อง เปิดขวด และผสมตัวยาให้ดูต่อหน้าได้ โบแท้จะต้องมาในรูปแบบผงเข้มข้นที่เกาะอยู่ก้นขวด และต้องผสมน้ำเกลือก่อนฉีด หากพบว่าเปิดขวดแล้วไม่ผสม หรือตัวยาดูผิดปกติ ควรหยุดการรักษาทันที พร้อมทั้งสามารถขอกล่องและขวดยากลับไปตรวจสอบ หรือลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานโดยการถ่ายรูป Lot Number

ตรวจสอบปริมาณยูนิตให้ตรงกับข้อมูลของผู้ผลิต

โบท็อกแท้แต่ละยี่ห้อมีขนาดบรรจุที่ชัดเจน เช่น Allergan จะมีเพียงขนาด  50 ยูนิต และ100 ยูนิตเท่านั้นหากมีการโฆษณาฉีดในปริมาณที่น้อยเกินกว่านั้น เช่น 20 หรือ 120 ยูนิต โดยที่ลูกค้าไม่ได้เห็นการเปิดขวด และผสมยา อาจมีความเสี่ยงที่จะไม่ได้ใช้ยาแท้เต็มขนาดหรือถูกแบ่งขวดมาโดยไม่ได้มาตรฐาน

เลือกคลินิกที่ได้รับอนุญาต และให้บริการโดยแพทย์จริง

โบทูลินั่ม ท็อกซินแท้จากตัวแทนจำหน่ายที่ถูกต้องตามกฎหมาย จะจัดจำหน่ายเฉพาะให้กับแพทย์หรือโรงพยาบาลเท่านั้น หากฉีดกับหมอกระเป๋า หรือบุคคลที่ไม่ใช่แพทย์ มีโอกาสสูงมากที่ตัวยาจะเป็นของปลอม หรือของหิ้วซึ่งไม่มีการควบคุมคุณภาพอย่างถูกต้อง ดังนั้น ผู้รับบริการควรตรวจสอบรายชื่อแพทย์จากเว็บไซต์แพทยสภา เพื่อยืนยันว่าเป็นบุคคลากรทางการแพทย์จริง

วิธีเช็กโบท็อกแท้แต่ละยี่ห้อ

การตรวจสอบว่าโบท็อกที่ใช้เป็นของแท้หรือไม่ เป็นขั้นตอนสำคัญก่อนตัดสินใจฉีด เพราะโบทูลินั่มท็อกซินปลอมอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงหรือไม่ได้ผลลัพธ์ตามต้องการ โดยสามารถสังเกตจากบรรจุภัณฑ์ เลขล็อตผลิตภัณฑ์ เอกสารกำกับยา รวมถึงช่องทางตรวจสอบกับผู้นำเข้าอย่างถูกต้องของแต่ละแบรนด์ได้ ดังนี้

วิธีเช็กโบท็อก Allergan แท้

Allergan เป็นโบจากสหรัฐอเมริกา โดยมีวิธีเช็กดังนี้

  • กล่องต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ มีซีลปิดกล่องและไม่ผ่านการเปิดใช้งานมาก่อน

  • มีเอกสารกำกับยาเป็นภาษาไทย พร้อมเลขทะเบียนจาก อย.

  • หมายเลข Lot. บนกล่องต้องตรงกับเลข Lot. ที่ระบุบนขวดยา

  • บริเวณขวดมีโฮโลแกรมคำว่า Allergan เพื่อแสดงความถูกต้องของผลิตภัณฑ์

  • ภายในขวดจะเป็นผงยาเคลือบอยู่ที่ก้นขวด ไม่มีของเหลวผสมมาให้ล่วงหน้า

  • สามารถตรวจสอบเลข Lot. กับบริษัท Allergan Thailand ซึ่งเป็นผู้นำเข้าอย่างถูกต้องในประเทศไทย

วิธีเช็กโบท็อก Dysport ของแท้

Dysport เป็นโบท็อกจากประเทศอังกฤษ โดยมีวิธีเช็กดังนี้

  • กล่องบรรจุภัณฑ์เปิดจากด้านหน้า และต้องไม่มีร่องรอยการแกะมาก่อน

  • มีเอกสารกำกับยาเป็นภาษาไทย พร้อมเลขทะเบียน อย.

  • หมายเลข Lot. ที่กล่องต้องตรงกับหมายเลข Lot. บนขวดยา

  • ภายในขวดเป็นผงยาแห้งเคลือบที่ก้นขวด ไม่มีน้ำผสมมาให้ก่อนใช้งาน

  • สามารถตรวจสอบเลข Lot. กับบริษัทผู้นำเข้า Galderma Thailand เพื่อยืนยันความถูกต้อง

วิธีเช็กโบท็อก Nabota ของแท้

Nabota เป็นโบท็อกจากประเทศเกาหลี โดยมีวิธีเช็กดังนี้

  • เลข Lot. ที่ระบุบนกล่องต้องตรงกับเลข Lot. ที่ขวด

  • บริเวณขวดมีสติกเกอร์โฮโลแกรมสีเงินที่มีตัวอักษร DW

  • กล่องมีชื่อผู้นำเข้า Montana ซึ่งเป็นผู้นำเข้าอย่างถูกต้องในประเทศไทย

  • มีเอกสารกำกับยาเป็นภาษาไทยแนบมากับผลิตภัณฑ์

  • สามารถสแกน QR Code บริเวณข้างกล่องเพื่อตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์

  • ตัวยาภายในขวดอยู่ในรูปแบบผงแห้งที่ก้นขวด ไม่มีน้ำผสมมาก่อนใช้งาน

วิธีเช็กโบท็อก Xeomin ของแท้

Xeomin เป็นโบท็อกจากประเทศเยอรมนี โดยมีวิธีเช็กดังนี้

  • กล่องต้องยังไม่เคยถูกเปิดใช้งาน และอยู่ในสภาพสมบูรณ์

  • มีเอกสารกำกับยาเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

  • หมายเลข Lot. บนกล่องต้องตรงกับหมายเลข Lot. บนขวด

  • ฝาขวดมักมีสีเฉพาะของผลิตภัณฑ์และยังไม่ผ่านการเปิดใช้งาน

  • ภายในขวดเป็นผงผลึกสีขาว ไม่มีของเหลวผสมอยู่

  • สามารถตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์ผ่าน QR Code หรือเว็บไซต์ของ Merz Aesthetics

วิธีเช็กโบท็อก Aestox ของแท้

Aestox เป็นโบท็อกจากประเทศเกาหลี โดยมีวิธีเช็กดังนี้

  • กล่องผลิตภัณฑ์ต้องมี QR Code สำหรับสแกนตรวจสอบความถูกต้อง

  • มีเอกสารกำกับยาเป็นภาษาไทย พร้อมเลขทะเบียน อย.

  • หมายเลข Lot. ที่กล่องต้องตรงกับเลข Lot. บนขวด

  • ภายในขวดเป็นผงยาแห้งเคลือบอยู่ที่ก้นขวด ไม่มีน้ำผสมมาให้

  • สามารถตรวจสอบเลข Lot. กับบริษัทผู้นำเข้าอย่างถูกต้องในประเทศไทย

วิธีเช็กโบท็อก Neuronox ของแท้

Neuronox เป็นโบท็อกจากประเทศเกาหลี โดยมีวิธีเช็กดังนี้

  • กล่องต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์และไม่ผ่านการเปิดใช้งานมาก่อน

  • มีเอกสารกำกับยาเป็นภาษาไทย พร้อมเลขทะเบียน อย.

  • ข้างกล่องมีสติกเกอร์โฮโลแกรม Medyceles หรือ Medytox

  • หมายเลข Lot. ที่กล่อง ขวด และฝาขวดต้องตรงกัน

  • ภายในขวดเป็นผงยาเคลือบที่ก้นขวด ไม่มีของเหลวผสมมา

  • สามารถตรวจสอบเลข Lot. กับบริษัทผู้นำเข้าโดยตรงเพื่อยืนยันความถูกต้อง

วิธีเช็กโบท็อก Hutox ของแท้

Hutox เป็นโบท็อกจากประเทศเกาหลี โดยมีวิธีเช็กดังนี้

  • กล่องมี QR Code สำหรับตรวจสอบผลิตภัณฑ์ผ่านเว็บไซต์ของแบรนด์

  • หมายเลข Serial Number, Lot Number และวันหมดอายุต้องระบุชัดเจนบนกล่อง

  • สามารถกรอกข้อมูลผลิตภัณฑ์ในเว็บไซต์ของ Hutox เพื่อยืนยันความถูกต้อง

  • หมายเลข Lot. บนกล่องต้องตรงกับเลข Lot. บนขวด

  • มีเลขทะเบียน อย. และเอกสารกำกับยาอย่างครบถ้วน

วิธีเช็กโบท็อก Renevox ของแท้

Renevox เป็นโบท็อกจากประเทศเกาหลี โดยมีวิธีเช็กดังนี้

  • กล่องบรรจุภัณฑ์ต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่มีร่องรอยการแกะ

  • หมายเลข Lot. บนกล่องต้องตรงกับหมายเลข Lot. บนขวดยา

  • ภายในขวดเป็นผงผลึกสีขาวเคลือบอยู่ที่ก้นขวด ไม่มีของเหลว

  • มี QR Code บนกล่องเพื่อใช้สแกนตรวจสอบข้อมูลกับบริษัทผู้ผลิต

  • แพทย์ควรผสมยาใหม่ต่อหน้าผู้รับบริการก่อนทำหัตถการ

โบแท้แพงกว่าโบท็อกปลอมเพราะอะไร?

โบท็อกแท้แพงกว่าเพราะอะไร

ส่วนที่โบทูลินั่ม ท็อกซินแท้ราคาสูงกว่า โบท็อกปลอม เพราะใช้สารออกฤทธิ์ที่ผ่านการควบคุมความบริสุทธิ์สูง และผลิตด้วยมาตรฐานระดับสากล ขนส่งภายใต้การควบคุมอุณหภูมิที่แม่นยำ มีภาษีนำเข้า และค่าขนส่งแบบแช่เย็นซึ่งเพิ่มราคาของต้นทุน นอกจากนี้ยังรวมค่าบริการจากแพทย์ผู้มีใบประกอบวิชาชีพ อุปกรณ์ที่ปลอดเชื้อ และการติดตามผลหลังการฉีดอย่างปลอดภัย พร้อมระบบรับประกันผลลัพธ์ ทำให้โบท็อกแท้จึงมีราคาที่สูงกว่าโบปลอมเยอะ

ฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซินแท้อันตรายไหม?

การฉีดโบท็อกแท้มีความปลอดภัยสูง เนื่องจากสาร Botulinum Toxin เป็นสารที่ในตอนแรกนำมาใช้รักษาอาการป่วยต่างๆ อย่างอาการตากระตุก โดยอาจผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไปหลังฉีด คือ อาการบวม ช้ำเล็กน้อยซึ่งหายได้เองในไม่กี่วัน ซึ่งควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน ฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพราะถ้าฉีดกับผู้ที่ไม่ใช่แพทย์สามารถกิดผลข้างเคียงที่ผิดปกติได้ เช่น หากฉีดผิดตำแหน่ง หรือฉีดปริมาณมากเกินไปจนทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงชั่วคราว ฉีดโบท็อกแล้วตาตก หรือใบหน้าผิดสมดุล และเพื่อความปลอดภัย หญิงตั้งครรภ์ ผู้มีโรคระบบประสาท หรือผู้ที่แพ้สารในตัวยาควรหลีกเลี่ยง 

วิธีหลีกเลี่ยงการฉีดโบท็อกที่ไม่ใช่ของแท้

วิธีหลีกเลี่ยงโดนฉีดโบท็อกปลอม

การฉีดโบให้ปลอดภัยและได้ผลจริง ไม่เพียงแค่พิจารณาจากยี่ห้อของโบท็อกเท่านั้น แต่ควรใส่ใจทุกๆ รายละเอียด โดยมีวิธีดังนี้

  • ควรเลือกคลินิกที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการอย่างถูกต้อง มีป้ายชื่อสถานพยาบาลชัดเจน และผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สาธารณสุขหรือกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าแพทย์เป็นผู้ให้บริการจริง ไม่ใช่หมอกระเป๋าหรือบุคคลที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพ โดยสามารถค้นหาชื่อ-นามสกุลของแพทย์ได้จากเว็บไซต์ของแพทยสภา
  • เลือกคลินิกที่เปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส พร้อมให้ผู้รับบริการตรวจสอบยาโบท็อกก่อนฉีดได้ เช่น การแสดงกล่องยา เลขล็อต วันหมดอายุ หรือให้แพทย์แกะกล่องและผสมตัวยาให้ดูต่อหน้า
  • อย่าตัดสินใจจากราคาถูกเพียงอย่างเดียว เพราะโบท็อกของแท้จากตัวแทนจำหน่ายที่ถูกต้องมักมีต้นทุนใกล้เคียงกัน หากพบว่าคลินิกเสนอราคาต่ำผิดปกติ อาจเป็นสัญญาณว่ากำลังใช้ยาหิ้วหรือของปลอม
  • หลังฉีดควรขอกล่องหรือขวดยากลับบ้าน หรือถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐาน เพื่อสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้หากเกิดปัญหา
  • หลีกเลี่ยงบริการนอกสถานพยาบาล เช่น การฉีดตามบ้าน คอนโด หรือสถานที่ที่ไม่ใช่คลินิก เพราะไม่มีการควบคุมด้านความสะอาด และมักเกี่ยวข้องกับยาที่ไม่ได้มาตรฐาน

โบท็อกแท้ที่ผ่านการนำเข้าโดยถูกต้องจะจัดจำหน่ายเฉพาะให้กับแพทย์หรือโรงพยาบาลเท่านั้น หากเป็นผู้ให้บริการที่ไม่ใช่แพทย์มีโอกาสสูงที่จะเป็นโบท็อกปลอม หรือโบท็อกหิ้ว ดังนั้นควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและมาตรฐานโดยรวม มากกว่าการเลือกจากโปรโมชั่นหรือราคาที่ดึงดูดใจเพียงอย่างเดียว

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโบท็อกแท้ (FAQ)

Q: ถ้าคลินิกไม่ยอมให้ดูขวดโบทูลินั่ม ท็อกซินถือว่าน่าสงสัยไหม?
A: น่าสงสัย เพราะโบท็อกแท้สามารถตรวจสอบได้ ถ้าคลินิกไม่ยอมให้ดูไม่ควรฉีด เพราะอาจเป็นของปลอมได้

Q: สแกน QR Code แล้วขึ้นว่า “ไม่พบข้อมูล” แปลว่าเป็นของปลอมหรือเปล่า?
A: อาจมีโอกาสเป็นของปลอมได้ แต่บางครั้งอาจเกิดระบบขัดข้องได้ จึงควรดูรายละเอียดอย่างอื่นประกอบด้วย

Q: โบที่ไม่มีฉลากภาษาไทยแต่ดูใหม่และซีลแน่น ยังถือว่าใช้ได้ไหม?
A: ถ้าเป็นโบท็อกแท้ที่นำเข้าอย่างถูกต้อง ต้องมีฉลากภาษาทุกตัวถ้าไม่มีฉลากอาจเป็นโบท็อกหิ้วที่เก็บรักษาไม่ดีได้

Q: ราคาต่อยูนิตโบท็อกแท้ที่ปลอดภัยควรเริ่มต้นประมาณเท่าไหร่?
A: ปกติแล้วราคาโบท็อกจะไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับแต่ละยี่ห้อ โดยจะอยู่ที่ประมาณ 1,000 – 10,000 สำหรับ 50 ยูนิต และ 3,000 – 20,000 สำหรับ 100 ยูนิต แต่โบท็อกแท้จะไม่ได้มีราคาที่ถูกมากเกินไป หากเจอโบท็อกที่ปริมาณเยอะ ๆ แต่ราคาถูกมาอาจเป็นของปลอม

Q: โบท็อกแท้จากต่างประเทศที่ซื้อออนไลน์เองถือว่าปลอดภัยไหม?
A: โบทูลินั่ม ท็อกซินแท้ที่ซื้อนำเข้าเองจากต่างประเทศ แม้เป็นโบท็อกแท้ก็ไม่ปลอดภัย เพราะไม่มีการควบคุมอุณหภูมิ และคุณภาพระหว่างขนส่งอาจทำให้ยาเสื่อมสภาพได้

Q: สามารถขอใบรับรองหรือเอกสารจากคลินิกได้ไหมว่าใช้โบท็อกแท้?
A: สามารถขอใบรับรองหรือเอกสารจากคลินิกได้หากใช้โบท็อกแท้ คลินิกที่ได้มาตรฐานจะยินดีแสดงหลักฐานให้ตรวจสอบ

Q: ฉีด Botulinum toxin แล้วเห็นผลไวมากใน 1 วัน เป็นสัญญาณผิดปกติหรือเปล่า?
A: เห็นผลภายใน 1 วันถือว่าเร็วผิดปกติ เพราะปกติแล้วโบท็อกจะรู้ตึงในช่วง 3 – 5 วันแรก และจะค่อยๆ เห็นว่า ริ้วรอย ลดลงเมื่อผ่านไป 1 สัปดาห์ หากกังวลควรปรึกษาแพทย์

สรุป

การตรวจสอบโบท็อกว่าเป็นโบท็อกแท้ก่อนฉีดจึงเป็นสิ่งจำเป็นทั้งการดูฉลากภาษาไทย เลข อย. เลขล็อต วันหมดอายุ และ QR Code ที่ตรวจสอบได้จริง รวมถึงเลือกคลินิกที่มีใบอนุญาตอย่างถูกต้อง ดำเนินการโดยแพทย์ที่ตรวจสอบได้เท่านั้น ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความมั่นใจว่าได้รับโบท็อกแท้ มีคุณภาพ และปลอดภัย โดยที่ Vincent Clinic Aesthetic เราใส่ใจในทุกขั้นตอน ใช้เฉพาะผลิตภัณฑ์แท้จากตัวแทนจำหน่ายที่เชื่อถือได้ พร้อมให้บริการโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาปลอดภัย และตรงตามความต้องการของแต่ละคน

Scroll to Top