ดื้อโบเป็นภาวะที่หลายคนกังวล โดยเฉพาะผู้ที่ฉีดโบท็อก (โบทูลินั่ม ท็อกซิน) เป็นประจำแล้วรู้สึกว่าผลลัพธ์หลังฉีดจะอยู่ได้สั้นลงหรือเห็นผลไม่ชัดเจนเหมือนเดิม Vincent Clinic Aesthetic จะพาไปทำความเข้าใจว่าภาวะดื้อโบคืออะไร มีอาการอย่างไร และการป้องกันภาวะดื้อโบ เพื่อให้เข้าใจสาเหตุและวิธีลดความเสี่ยงจากภาวะดื้อโบ
Key Takeaways
- ดื้อโบคือภาวะที่ฉีดโบแล้วร่างกายตอบสนองน้อยลง ทำให้ผลไม่ชัดหรืออยู่ได้สั้นลงกว่าเดิม
- ดื้อโบไม่ได้เกิดจากแอนติบอดีอย่างเดียว แต่อาจเกี่ยวข้องกับยูนิต จุดฉีด เทคนิค การเตรียมยา และการเก็บรักษาด้วย
- สัญญาณที่พบบ่อยของดื้อโบคือริ้วรอยยังชัด หน้ายังขยับได้ กรามไม่ค่อยยุบ ผลกลับมาไว และต้องเพิ่มยูนิตมากขึ้นเรื่อย ๆ
- ปัจจัยเสี่ยงดื้อโบหลักมักมาจากการฉีดถี่เกินไปหรือใช้ปริมาณมากเกินจำเป็น ทำให้การตอบสนองต่อยาลดลงในระยะยาว
- การใช้ผลิตภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐานหรือคุณภาพไม่แน่นอน อาจทำให้ผลลัพธ์ไม่คงที่และเสี่ยงปัญหาตามมารวมถึงดื้อโบได้
- ถ้าสงสัยว่าดื้อโบไม่ควรรีบฉีดซ้ำ ควรให้แพทย์ประเมินก่อนเพื่อแยกสาเหตุและวางแผนที่เหมาะกับเคส
- ป้องกันการดื้อโบสามารถทำได้ด้วยการเว้นช่วงฉีดให้เหมาะสมตามแพทย์แนะนำ เลือกโบแท้ และทำกับสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์
ดื้อโบท็อก คืออะไร
ดื้อโบ คือภาวะที่ ฉีดโบท็อก (โบทูลินั่ม ท็อกซิน) แล้วร่างกายตอบสนองได้น้อยลงหรือแทบไม่ตอบสนอง ส่งผลให้ผลลัพธ์หลังฉีดไม่ชัดเจน หรือไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง เนื่องจากร่างกายค่อย ๆ สร้างแอนติบอดีขึ้นมายับยั้งการทำงานของโบ จนทำให้ตัวยาออกฤทธิ์ได้น้อยลง
ดื้อโบ อาการเป็นอย่างไร
ภาวะดื้อโบมักสังเกตได้จากการที่ผลลัพธ์หลังฉีดไม่เป็นไปตามที่เคยได้ หรือประสิทธิภาพของตัวยาลดลงเมื่อเทียบกับครั้งก่อน ๆ อาการที่อาจเข้าข่ายภาวะดื้อโบมีดังนี้
- ฉีดแล้วไม่ค่อยเห็นผลเหมือนครั้งก่อน จากที่เคยเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจน รอบนี้กลับรู้สึกว่าแทบไม่ต่างจากเดิม ผลลัพธ์เบาลงอย่างชัดเจน
- ริ้วรอยยังชัดหลังฉีด เมื่อฉีดโบไปแล้ว แต่บริเวณหน้าผาก หว่างคิ้ว หรือหางตา ยังเห็นเส้นชัด หรือจางลงเพียงเล็กน้อย
- กล้ามเนื้อยังขยับได้แรงเหมือนเดิม หลังฉีดยังเลิกคิ้ว ขมวดคิ้ว หรือแสดงสีหน้าได้เต็มที่ ไม่มีความรู้สึกว่ากล้ามเนื้อคลายตัว
- กรามไม่ค่อยเล็กลง กัดฟันแล้วยังก้อนเด้งชัด รูปหน้าไม่เรียวขึ้นเหมือนที่ผ่านมา
- ผลลัพธ์อยู่สั้นลงมาก จากเดิมอยู่ได้นานหลายเดือน แต่ครั้งนี้เริ่มขยับได้ไว ริ้วรอยหรือก้อนกล้ามเนื้อกลับมาชัดเร็วขึ้น
- ต้องเพิ่มยูนิตมากขึ้นเรื่อย ๆ ใช้ปริมาณเท่าเดิมไม่ค่อยเห็นผล และแม้เพิ่มยูนิตแล้วก็ยังได้ผลไม่ชัด ควรให้แพทย์ประเมินก่อนฉีดซ้ำ
ดื้อโบ เกิดจากอะไร
ภาวะดื้อโบสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งพฤติกรรมการฉีด ความถี่ในการฉีด ปริมาณยูนิตที่ใช้ รวมถึงการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะดื้อโบได้ ดังนี้
- ฉีดบ่อยเกินไป ฉีดถี่เกินจนร่างกายมีโอกาสจำสาร Botulinum Toxin ได้มากขึ้น ทำให้เกิดการตอบสนองลดลงในระยะยาว ผลที่เคยชัดอาจเริ่มเบาลง หรืออยู่ได้สั้นลง
- ฉีดปริมาณมากเกิน การใช้ยูนิตสูงบ่อย ๆ โดยไม่จำเป็น อาจเพิ่มโอกาสที่ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันมาต่อต้านตัวยา และทำให้ครั้งต่อ ๆ ไปเห็นผลยากขึ้นหรือไม่คุ้มเท่าเดิม
- ฉีดสลับยี่ห้อไปมา การเปลี่ยนยี่ห้อบ่อยโดยไม่มีแผน อาจทำให้ความแรงและการตอบสนองไม่คงที่ เพราะแต่ละยี่ห้อมีวิธีการเตรียมยาและการกระจายตัวต่างกัน ผลลัพธ์จึงอาจแกว่ง และในบางคนอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการตอบสนองลดลง
- ฉีดโบปลอม หรือโบที่ไม่มีคุณภาพ ตัวยาไม่ได้มาตรฐานหรือการเก็บรักษาไม่เหมาะสม อาจทำให้ตัวยาออกฤทธิ์ไม่เต็มที่ ฉีดแล้วไม่ค่อยเห็นผล บางรายต้องเพิ่มยูนิตหรือฉีดซ้ำถี่ขึ้นโดยไม่จำเป็น ซึ่งยิ่งทำให้เข้าใกล้ภาวะดื้อโบได้ง่ายขึ้น
ดื้อโบ แก้อย่างไรดี
หากสงสัยว่าดื้อโบไม่ควรรีบฉีดซ้ำทันที ควรให้แพทย์ประเมินก่อนว่าเป็นการดื้อโบจริงหรือเกิดจากปัจจัยอื่น ดื้อโบแก้ยังไงดีมีดังนี้
- เปลี่ยนยี่ห้อโบ หากสงสัยว่าร่างกายตอบสนองต่อโบท็อกลดลง การเปลี่ยนยี่ห้ออาจช่วยได้ในบางกรณี แต่ควรให้แพทย์ประเมินก่อนว่าเป็นภาวะดื้อโบจริง ๆ หรือเกิดจากปัจจัยอื่น
- การเว้นระยะพักการฉีดในบางช่วง อาจช่วยลดการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันที่มีต่อยา และทำให้แนวโน้มการตอบสนองกลับมาดีขึ้นได้ ระยะเวลาในการพักฉีดโบควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ โดยพิจารณาจากประวัติการฉีด ความถี่ และบริเวณที่ทำ เพื่อหลีกเลี่ยงการฉีดถี่เกินไปจนประสิทธิภาพลดลง
วิธีป้องกันการดื้อโบท็อก
วิธีป้องกันการดื้อโบควรเริ่มจากการวางแผนฉีดจากแพทย์ที่มีประสบการณ์อย่างเหมาะสม สามารถป้องกันการดื้อโบได้ดังนี้
- เว้นระยะห่างการฉีดให้เหมาะสม โดยทั่วไปประมาณ 4 – 6 เดือน ไม่ฉีดถี่หรือฉีดสะสมเกินจำเป็น
- เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและมีใบอนุญาตถูกต้อง มีระบบดูแลความปลอดภัย และดำเนินการโดยแพทย์
- ฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพื่อประเมินจุดฉีดและปริมาณยูนิตให้พอดี วางแผนครั้งถัดไปไม่ให้ถี่เกินไป
- ตรวจสอบว่าเป็นแพทย์จริง สามารถเช็กชื่อ-นามสกุลผ่านเว็บไซต์แพทยสภาได้
- ใช้โบแท้ แหล่งที่มาชัดเจน ตรวจสอบได้ ลดความเสี่ยงจากผลิตภัณฑ์คุณภาพไม่แน่นอน
- หลีกเลี่ยงการฉีดกับผู้ที่ไม่ใช่แพทย์ เพื่อลดความเสี่ยงเรื่องเทคนิคและแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์
- ถ้าจะเปลี่ยนยี่ห้อ ควรรอให้ฤทธิ์เดิมหมดก่อน โดยทั่วไปประมาณ 4–6 เดือน และปรึกษาแพทย์ก่อนวางแผนเปลี่ยน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ดื้อโบท็อก
Q : ถ้าดื้อโบท็อกแล้วฉีด Xeomin จะหายดื้อโบท็อกไหม
A : ถ้าดื้อโบท็อกเพราะยูนิตไม่พอหรือจุดฉีดไม่ตรง การสลับไป Xeomin มักช่วยให้กลับมาเห็นผลได้ แต่ถ้าดื้อจริงจากแอนติบอดี การเปลี่ยนเป็น Xeomin ซึ่งยังเป็นโบทูลินั่ม ท็อกซินชนิด A เหมือนกันอาจช่วยได้แค่บางคน
Q : ถ้าดื้อโบ ใช้อะไรแทนได้ไหม
A : สามารถใช้สารกระตุ้นคอลลาเจน หรือสกินบูสเตอร์ อย่าง Sculptra, Juvelook, Profhilo แทนโบท็อกได้ในกรณีที่เน้นงานผิว เช่น อยากให้ผิวดูแน่นฟู
Q : ดื้อโบ อันตรายไหม
A : ดื้อโบไม่ใช่ภาวะอันตรายต่อชีวิต แต่ทำให้ฉีดแล้วไม่ค่อยเห็นผลหรือผลอยู่ได้สั้นลงจนไม่คุ้มถ้าฝืนฉีดถี่หรือเพิ่มยูนิตมากขึ้นเรื่อย ๆ อาจยิ่งเพิ่มความเสี่ยงผลไม่คงที่และเกิดผลข้างเคียงได้
Q : ตรวจดื้อโบได้ไหม ควรตรวจที่ไหน
A : สามารถตรวจภาวะดื้อโบได้ โดยเริ่มจากการประเมินการออกฤทธิ์ทางคลินิก เช่น Frontalis test หากต้องการยืนยันเพิ่มเติม สามารถตรวจเลือดหาแอนติบอดีได้ที่ศูนย์เฉพาะทาง เช่น ศูนย์วินิจฉัยภาวะดื้อต่อโบทูลินั่ม ท็อกซิน คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล หรือให้แพทย์ประเมินเบื้องต้นและส่งตรวจต่ออย่างเหมาะสม
Q : ค่าความบริสุทธิ์โบมีผลต่อการทำให้ดื้อโบไหม
A : ค่าความบริสุทธิ์มีผลต่อการดื้อโบได้ เพราะโบที่มีความบริสุทธิ์สูง และมีโปรตีนส่วนเกินน้อย อาจกระตุ้นภูมิคุ้มกันน้อยกว่า จึงช่วยลดโอกาสที่ร่างกายจะสร้างแอนติบอดีมาลดฤทธิ์ยาได้ ขณะที่ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานหรือคุณภาพไม่แน่นอน อาจทำให้ผลลัพธ์ไม่คงที่และเสี่ยงปัญหาตามมาได้มากกว่า
สรุป
ดื้อโบคือภาวะที่ฉีดแล้วร่างกายตอบสนองน้อยลงจนผลไม่ชัดหรืออยู่ได้สั้นลง เช่น ริ้วรอยไม่ค่อยลด กล้ามเนื้อกรามยังเด้ง ต้องเพิ่มยูนิตมากขึ้นหรือเพิ่มแล้วก็ยังไม่เห็นผล โดยมักเกี่ยวข้องกับการฉีดถี่หรือใช้ปริมาณมากเกินไป รวมถึงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานและปัจจัยด้านภูมิคุ้มกัน ถ้ากังวลเรื่องดื้อโบหรือรู้สึกว่าผลเริ่มไม่เหมือนเดิม สามารถเข้ามาปรึกษาที่ Vincent Clinic Aesthetic เพื่อประเมินสาเหตุ วางแผนการฉีดให้เหมาะกับกล้ามเนื้อ และแนะนำแนวทางลดความเสี่ยงในครั้งต่อไปได้

