บทความ
ร้อยไหมก้างปลา คืออะไร มีกี่แบบ ดีไหม ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง
แชร์ :

ร้อยไหมก้างปลา คืออะไร มีกี่แบบ ดีไหม ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง

ร้อยไหมก้างปลา คืออะไร มีกี่แบบ ดีไหม ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง
อยากอ่านอะไร จิ้มที่หัวข้อได้เลย!

ร้อยไหมก้างปลาเป็นหัตถการที่ช่วยยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด Vincent Clinic Aesthetic จะพาไปดูว่าไหมก้างปลาคืออะไร มีกี่แบบ ดีไหม สามารถช่วยแก้ปัญหาผิวด้านไหนได้บ้าง เพื่อเป็นทางเลือกให้คุณตัดสินใจก่อนเข้ารับการร้อยไหมก้างปลากันค่ะ 

Key Takeaways

  • ร้อยไหมก้างปลาเป็นหัตถการยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด ใช้ไหมละลายที่มีเงี่ยงช่วยพยุงและดึงผิวให้กรอบหน้าชัด
  • ไหมก้างปลาเป็นไหมเงี่ยงประเภทเดียวกัน แต่ถูกเรียกต่างชื่อกันในแต่ละคลินิก เช่น ไหมกุหลาบ ไหม Rose หรือไหมมิ้นท์
  • ไหมก้างปลาหลัก ๆ แบ่งตามวัสดุเป็น 3 ชนิด คือ PDO, PLLA และ PCL ซึ่งให้แรงยกและระยะเวลาผลลัพธ์ต่างกัน
  • หลังร้อยไหมสามารถเห็นการยกกระชับได้ทันที และจะเห็นผลชัดเจนขึ้นในช่วงประมาณ 1 เดือน
  • ระยะเวลาและผลลัพธ์ของการร้อยไหมก้างปลาขึ้นอยู่กับชนิดไหม โดย PDO อยู่ได้ประมาณ 4 – 5 เดือน, PLLA ประมาณ 12 – 18 เดือน และ PCL ประมาณ 12 เดือน
  • จำนวนเส้นไหมที่ใช้ในการร้อยไหมก้างปลาจะแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับระดับความหย่อนคล้อยและโครงสร้างใบหน้า
  • ร้อยไหมก้างปลาเหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยระดับเล็กถึงปานกลาง ต้องการยกหน้าโดยไม่ต้องพักฟื้นนาน
  • ร้อยไหมก้างปลาให้ปลอดภัยต้องใช้ไหมละลายที่ได้มาตรฐานและทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ เป็นหัตถการที่มีความปลอดภัย
  • ราคาการร้อยไหมก้างปลาขึ้นอยู่กับจำนวนเส้นและประเภทไหม โดยทั่วไปเริ่มต้นตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่นบาท

ร้อยไหมก้างปลา คืออะไร

ไหมก้างปลา คือ ไหมละลายที่มีเงี่ยงรอบเส้นไหมลักษณะคล้ายก้างปลา เงี่ยงของไหมจะช่วยเกี่ยวและพยุงเนื้อเยื่อใต้ผิวให้ยกกระชับขึ้น พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินให้ผิวดูแน่น ผิวกระชับ รูปหน้าดูชัดเจนมากขึ้น ไหมก้างปลานั้นถูกเรียกต่างกันไปในแต่ละคลินิก เช่น ไหมกุหลาบ 8D, ไหมเงี่ยงกุหลาบ, ไหม Rose, ไหมฟันฉลาม ทั้งหมดจัดอยู่ในกลุ่มไหมเงี่ยงประเภทเดียวกันแต่แตกต่างกันที่ชื่อเรียก วัสดุ และเทคนิคการร้อยไหม 

ไหมก้างปลา มีกี่แบบ

ไหมก้างปลา มีกี่แบบ

ไหมก้างปลาสามารถแบ่งออกได้ตามชนิดของวัสดุที่ใช้ผลิตเส้นไหม โดยหลัก ๆ มี 3 แบบ ดังนี้

  • ไหมก้างปลา PDO เป็นไหมละลายรุ่นแรกที่มีความยืดหยุ่น เนื้อไหมนิ่ม ไม่เปราะ ระหว่างร้อยมักไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง ช่วย กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวดูกระชับ
  • ไหมก้างปลา PLLA เป็นไหมที่เด่นด้านการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เส้นไหมค่อนข้างแข็ง และยืดหยุ่นน้อยจึงมีโอกาสขาดหรือทะลุได้ง่าย ปัจจุบันจึงไม่ค่อยนิยมใช้
  • ไหมก้างปลา PCL เป็นไหมรุ่นใหม่ที่มีความยืดหยุ่นและความแข็งแรงสูง ไม่เปราะหักง่าย ให้แรงยกที่ดี ในปัจจุบันมีการพัฒนาไหม PCL ที่ผสมคุณสมบัติของ PLLA เพื่อช่วยเสริมการสร้างคอลลาเจน และให้ผลลัพธ์คงตัวมากขึ้น

ร้อยไหมก้างปลา ดีไหม ช่วยอะไร

ร้อยไหมก้างปลาเป็นหัตถการที่ช่วยยกกระชับผิวด้วยเส้นไหมที่มีเงี่ยงซึ่งสามารถยึดเกาะกับชั้นผิวได้ดี เมื่อ ร้อยไหม เข้าไปแล้วดึงเส้นไหมจะพยุงและยกบริเวณที่หย่อนคล้อย ทำให้กรอบหน้าชัดและใบหน้าเข้ารูปมากขึ้นโดยไม่ต้องใช้เวลาในการพักฟื้น นอกจากนี้ร้อยไหมก้างปลายังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ใต้ผิว ให้ผิวดูกระชับในระยะหนึ่งแม้ตัวไหมจะละลายไปแล้ว

ควรร้อยไหมก้างปลา กี่เส้น

ร้อยไหมก้างปลาจะใช้จำนวนเส้นไหมไม่เท่ากันในแต่ละบุคคล โดยทั่วไปมักเริ่มต้นที่ประมาณ 4 เส้นขึ้นไป และอาจใช้ได้ตั้งแต่ข้างละ 3 – 10 เส้น ขึ้นอยู่กับระดับความหย่อนคล้อย ขนาดเนื้อแก้ม ความแน่นของผิว และตำแหน่งที่ต้องการยกกระชับ 

ร้อยไหมก้างปลา มีข้อเสียไหม อันตรายหรือไม่

ร้อยไหมก้างปลาไม่ถือว่าอันตราย หากใช้ไหมละลายที่ได้มาตรฐานและผ่านการรับรอง รวมถึงทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ ความเสี่ยงส่วนใหญ่จะเป็นผลข้างเคียงชั่วคราว แต่ทั้งนี้ร้อยไหมก้างปลาก็อาจมีข้อควรระวังดังนี้

  • หลังทำอาจมีอาการบวม ช้ำ หรือรู้สึกตึงผิว โดยเฉพาะในช่วง 1 – 2 สัปดาห์แรก
  • อาจเกิดรอยบุ๋ม ผิวเป็นคลื่น หรือรู้สึกตึงรั้ง หากผิวหลวมมากหรือขาดคอลลาเจน
  • เงี่ยงของไหมมีขนาดค่อนข้างเล็ก จึงอาจไม่เหมาะกับผู้ที่มี ผิวหย่อนคล้อย มาก หรือมีไขมันบนใบหน้าเยอะ
  • ผลลัพธ์ไม่ถาวร เมื่อไหมละลายแล้วความกระชับจะค่อย ๆ ลดลง และอาจต้องทำซ้ำ
  • หากใช้เทคนิคไม่เหมาะสม อาจเกิดปัญหาไหมคลำได้ หรือผลลัพธ์ไม่ชัดเจน

ใครเหมาะกับไหมก้างปลา

ไหมก้างปลาเหมาะกับใคร

การร้อยไหมก้างปลาเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย หรือผู้ที่มีความต้องการเกี่ยวกับผิวเพิ่มเติม ดังนี้

  • ผู้ที่ต้องการ ยกกระชับใบหน้า มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยหรือริ้วรอย และอยากให้ใบหน้าดูสดใสอ่อนเยาว์ขึ้น
  • ผู้ที่มีปัญหาแก้มหย่อนคล้อย ผิวไม่กระชับ และต้องการให้ผิวดูตึงขึ้น
  • ผู้ที่มีเนื้อแก้มค่อนข้างเยอะ และอยากปรับรูปหน้าให้ดูเรียวและมีมิติมากขึ้น
  • ผู้ที่มีริ้วรอยหรือผิวขาดความอิ่มฟู ต้องการให้ผิวดูแน่นและเต่งตึงขึ้น
  • ผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย ปรับให้ผิวหน้าเต่งตึงโดยไม่ต้องผ่าตัด
  • ผู้ที่ต้องการเห็นผลลัพธ์หลังทำค่อนข้างเร็ว และไม่ต้องการหัตถการที่ใช้เวลาพักฟื้นนาน

ร้อยไหมก้างปลากี่วันเห็นผล อยู่ได้นานแค่ไหน

ร้อยไหมก้างปลาสามารถเห็นการยกกระชับได้หลังทำ และจะเห็นผลได้ชัดขึ้นในช่วงประมาณ 1 เดือน ผลลัพธ์หลังร้อยไหมก้างปลาจะอยู่ได้นานแตกต่างกันไปตามชนิดของไหมดังนี้

  • ไหมก้างปลาแบบ PDO อยู่ได้ประมาณ 4 – 5 เดือน
  • ไหมก้างปลาแบบ PLLA อยู่ได้ประมาณ 12 – 18 เดือน 
  • ไหมก้างปลาแบบ PCL อยู่ได้ประมาณ 12 เดือน 

ร้อยไหมก้างปลา ราคาเท่าไร

ไหมก้างปลามีราคาแตกต่างกันตามจำนวนเส้น ประเภทไหม และแพ็กเกจที่เลือก โดยทั่วไปมีราคาเริ่มต้นประมาณ 3,000 – 15,000 บาท หรือคิดเป็นจำนวนเส้นดังนี้ 

  • ร้อยไหมก้างปลา 4 เส้น ราคาประมาณ 3,000 – 4,000 บาท
  • ร้อยไหมก้างปลา 6 เส้น ราคาประมาณ 6,000 – 8,000 บาท
  • ร้อยไหมก้างปลา 8 เส้น ราคาประมาณ 7,000 – 9,000 บาท
  • ร้อยไหมก้างปลา 10 เส้น ราคาประมาณ 9,000 – 11,000 บาท
  • ร้อยไหมก้างปลา 12 เส้น ราคาประมาณ 10,000 – 15,000 บาท 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ร้อยไหมก้างปลา

Q : ไหมก้างปลากับไหมทอร์นาโด แบบไหนดีกว่ากัน
A : ขึ้นอยู่กับปัญหาผิวเป็นหลัก ไหมก้างปลาเหมาะกับการยกผิวที่หย่อนคล้อยและปรับกรอบหน้าให้ชัดขึ้น ส่วน ไหมทอร์นาโด เหมาะกับการกระชับผิวและเพิ่มความแน่นของผิวโดยรวม

Q : ระหว่างไหมก้างปลากับไหมกุหลาบ เลือกอันไหนดี
A : ไหมก้างปลาและไหมกุหลาบเป็นไหมชนิดเดียวกันแต่ต่างกันแค่ชื่อเรียกทั้งสองมีโครงสร้างและหลักการทำงานเหมือนกัน 

Q : ทำไมร้อยไหมก้างปลาแล้วไม่เห็นผล
A : ร้อยไหมก้างปลาแล้วไม่เห็นผลอาจเกิดจากสภาพผิวหย่อนคล้อยมากเกินไป จำนวนเส้นไหมไม่เพียงพอ หรือเลือกชนิดไหมและเทคนิคการร้อยไม่เหมาะกับปัญหาผิว ทำให้แรงยกไม่ชัดเจน 

Q : ร้อยไหมก้างปลากี่วันหายบวม บวมนานไหม
A : หลังร้อยไหมก้างปลาอาจมีอาการบวมตึงในช่วงแรก โดยอาการบวมจะค่อย ๆ ลดลงภายในประมาณ 3 – 7 วัน และจะเข้าที่มากขึ้นในช่วง 1 – 2 สัปดาห์

Q : หลังร้อยไหมก้างปลา ควรดูแลอย่างไร
A : หลังร้อยไหมก้างปลาควรหลีกเลี่ยงการกด นวด หรือขยับใบหน้าแรง ๆ ในช่วงแรก งดความร้อนและการออกกำลังกายหนักประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ พักผ่อนให้เพียงพอ และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้ไหมเข้าที่และผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น

สรุป

ร้อยไหมก้างปลาเป็นหัตถการยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัดด้วยการใช้ไหมละลายที่มีเงี่ยงช่วยดึง และพยุงผิวให้กรอบหน้าชัดขึ้น หากสนใจร้อยไหมสามารถเข้ามาปรึกษาและประเมินสภาพผิวได้ที่ Vincent Clinic Aesthetic เพื่อวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล โดยจะมีแพทย์คอยให้คำปรึกษาอย่างละเอียด

Scroll to Top