ฟิลเลอร์คาง อยู่ได้นานแค่ไหน ราคาเท่าไร รวมเรื่องที่ควรรู้ก่อนฉีด

ฟิลเลอร์คาง เป็นหนึ่งในวิธีแก้ปัญหาคางที่ได้รับความนิยม เนื่องจาก หัตถการ นี้ สามารถช่วยปรับรูปคางให้ดูสวยขึ้น ซึ่งหลายคนอาจจะยังไม่มั่นใจว่าควรฉีดดีไหม ถ้าเทียบกับการศัลยกรรมคางควรเลือกวิธีไหนดี จะเป็นก้อนไหมหลังฉีด ในบทความนี้ Vincent Clinic Aesthetic ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับฟิลเลอร์คางมาไว้ให้แล้ว

อยากอ่านอะไร จิ้มที่หัวข้อได้เลย!
แบนเนอร์ฟิลเลอร์คาง pc

ฟิลเลอร์คาง คืออะไร?

การฉีดฟิลเลอร์คาง คือ การฉีดสารเติมเต็มประเภทไฮยาลูรอนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) เข้าไปบริเวณคาง ซึ่งจะฉีดลึกเข้าไปถึงชั้นใต้เยื่อหุ้มกระดูก เพื่อไม่ให้ ฟิลเลอร์ เคลื่อนที่ และจะช่วยเข้าไปปรับรูปทรงคาง ความยาวคางให้มีมิติมากขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยที่ไม่ต้องผ่าตัดศัลยกรรม ไม่มีรอยแผลเป็น ไม่ต้องพักฟื้นหลังทำ

ฉีดฟิลเลอร์คางดีไหม ช่วยอะไรบ้าง?

หากกำลังลังเลว่าควรฉีดฟิลเลอร์คางดีไหม สำหรับหัตถการนี้เป็นวิธีแก้ไขใบหน้าช่วงล่างที่รวดเร็ว โดยสามารถแก้ปัญหา และช่วยได้ดังนี้

  • แก้คางสั้น และคางตัด ช่วยเพิ่มความยาวคางให้ได้สัดส่วน ลดปัญหาหน้ากลมหรือหน้าสั้น ให้ใบหน้าดูมีมิติยาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
  • ปรับหน้าเรียว ช่วยปรับกรอบหน้าช่วงล่างให้ดูวีเชฟ (V-Shape) ช่วยให้ หน้าเรียว ภาพรวมของใบหน้าดูหวานละมุนและมีเสน่ห์
  • แก้ไขคางบุ๋ม คางไม่เท่ากัน เติมเต็มร่องลึกบริเวณปลายคาง และปรับความสมมาตรของคางที่เอียงให้กลับมาสมดุลรับกับโครงหน้า
  • ปรับรูปหน้า และเสริมโหงวเฮ้ง ช่วยปรับทรงคางให้เต็มอิ่มรับกับใบหน้า ช่วยเสริมบุคลิกภาพ เพิ่มความน่าเชื่อถือตามหลักโหงวเฮ้ง

ฟิลเลอร์คางฉีดอย่างไรให้สวย

การฉีดฟิลเลอร์คางให้สวยและดูเป็นธรรมชาติ แพทย์จะประเมินจากสัดส่วนใบหน้า ให้คางมีความสมดุลรับกับหน้าผากและจมูก นอกจากนี้อาจมีการปรับโหงวเฮ้งเพื่อเสริมชีวิต วาสนา โดยดังนี้

  • ความยาวคางต้องสมดุลกับหน้าผาก หากแบ่งใบหน้าเป็น 3 ส่วน หน้าผาก ช่วงกลางจมูก ความยาวของช่วงคางควรยาวเท่ากับช่วงหน้าผากพอดี สัดส่วน 1:1:1 หากคางสั้นกว่า การเติมฟิลเลอร์จะช่วยให้หน้าดูเรียวยาวขึ้นทันที
  • ความกว้างคางต้องพอดีกับใบหน้า สำหรับผู้หญิงที่อยากได้หน้า V-Shape ปลายคางควรมีความกว้างระดับเดียวกับปีกจมูก ส่วนผู้ชายควรมีความกว้างระดับเดียวกับมุมปาก เพื่อให้กรามดูคมเข้ม
  • องศาความพุ่งคางต้องรับกับริมฝีปาก เมื่อมองด้านข้าง ปลายคางควรยื่นออกมารับกับริมฝีปากล่างพอดี คางต้องไม่ถอยหลบเข้าไปด้านใน และไม่ยื่นแหลมออกมาจนผิดธรรมชาติ
  • โหงวเฮ้งคางรับทรัพย์ ทรงคางที่ดีต้องกลมมนและอิ่มด้วยเนื้อ ห้ามมีรอยบุ๋มตรงกลาง และไม่เป็นคางตัดชี้แบน ซึ่งตามตำราเชื่อว่าจะช่วยเสริมวาสนา บารมี และความน่าเชื่อถือ

ฟิลเลอร์คาง เหมาะกับใคร ไม่เหมาะกับใคร

การฉีดฟิลเลอร์คางเป็นวิธีปรับรูปหน้าให้ดูได้สัดส่วนมากขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะเหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์คาง เนื่องจากยังมีข้อจำกัดของหัตถการ และโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคนที่แตกต่างกัน ซึ่งคนที่เหมาะและไม่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์คางมีดังนี้

ฉีดฟิลเลอร์คางเหมาะกับใคร?

  • ผู้ที่มีปัญหาคางสั้น คางตัด คางถอย หรือคางบุ๋ม และต้องการปรับรูปคางให้ได้สัดส่วนมากขึ้น
  • ผู้ที่ต้องการให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น หรืออยากได้รูปหน้า V-Shape โดยไม่ต้องผ่าตัด
  • ผู้ที่ต้องการเพิ่มความยาวของคางเล็กน้อย เพื่อปรับสมดุลใบหน้าให้ดูยาวและละมุนขึ้น
  • ผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาคางไม่เท่ากัน หรือคางเบี้ยว ให้ดูสมมาตรมากขึ้น
  • ผู้ที่ไม่ต้องการผ่าตัด ไม่อยากมีแผล และไม่ต้องการพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตต่อได้ทันทีหลังทำ
  • ผู้ที่ต้องการลองปรับรูปคางแบบไม่ถาวร ก่อนตัดสินใจทำศัลยกรรม
  • ผู้ที่ต้องการเสริมบุคลิกภาพ เพิ่มความมั่นใจ หรือปรับโครงหน้าให้ดูดีขึ้นโดยรวม
  • ผู้ที่เคยเสริมคางด้วยซิลิโคน แต่ต้องการปรับให้ดูนุ่มนวลและเป็นธรรมชาติมากขึ้น

ฉีดฟิลเลอร์คางไม่เหมาะกับใคร?

  • ผู้ที่มีปัญหาคางสั้นหรือคางถอยมาก และต้องการเพิ่มความยาวเยอะ
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ถาวรในระยะยาว การผ่าตัดอาจเหมาะสมมากกว่า
  • ผู้ที่แพ้สาร Hyaluronic Acid หรือมีประวัติ แพ้ฟิลเลอร์
  • ผู้ที่มีภาวะเลือดออกง่าย หรือรับประทานยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน ยากลุ่ม NSAIDs วาร์ฟาริน วิตามินอี หรือสารสกัดแปะก๊วย
  • ผู้ที่มีการติดเชื้อบริเวณใบหน้า เช่น เริม งูสวัด หรือผิวหนังอักเสบในตำแหน่งที่จะฉีด
  • ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและความงาม

ฉีดฟิลเลอร์คาง อันตรายไหม?

การฉีดฟิลเลอร์คางเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูงและไม่อันตราย หากใช้สารเติมเต็มไฮยาลูรอนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) แท้ที่ผ่าน อย. ซึ่งสามารถสลายตัวได้ 100% ไม่ทิ้งสารตกค้าง และทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ โดยอาการหลังฉีดฟิลเลอร์คางที่พบได้ตามปกติ คืออาจมีอาการบวม ตึง หรือมีรอยเขียวช้ำเล็กน้อยจากรอยเข็ม โดยเฉพาะในผู้ที่มีผิวบาง ซึ่งผลข้างเคียงเหล่านี้ไม่อันตราย คนไข้สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ และอาการจะค่อยๆ ยุบลงจนหายสนิทไปเองภายใน 2 – 7 วัน

ฉีดฟิลเลอร์คางเป็นก้อนเกิดจากอะไร

  • หลังฉีดฟิลเลอร์คางอาจเกิดปัญหาฟิลเลอร์คางเป็นก้อนได้ ซึ่งสามารถเกิดได้จากฟิลเลอร์แท้ และฟิลเลอร์ปลอม โดยสาเหตุที่ทำให้ฉีดฟิลเลอร์คางแล้วเป็นก้อนมีดังนี้

    • ฉีดฟิลเลอร์ในชั้นที่ตื้นเกินไปทำให้ถูกกล้ามเนื้อ Mentalis ดึงจนฟิลเลอร์เคลื่อนตัวและรวมเป็นก้อน
    • ใช้เนื้อฟิลเลอร์ที่ไม่เหมาะกับการเติมคาง โดยฟิลเลอร์สำหรับคางควรเป็นเนื้อค่อนข้างแข็งและขึ้นทรงได้ดี
    • ใช้ฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐานหรือ ฟิลเลอร์ปลอม ซึ่งไม่สามารถสลายได้ตามธรรมชาติ
    • แพทย์ขาดประสบการณ์ ทำให้ฉีดฟิลเลอร์ไม่ถูกจุด วางตำแหน่งฟิลเลอร์ไม่เหมาะสม
    • ใช้ปริมาณฟิลเลอร์มากเกินไป จนทำให้คางนูนหรือยาวเกินสมดุลของใบหน้า

    ซึ่งถ้าใช้ฟิลเลอร์แท้การที่ฟิลเลอร์คางเป็นก้อนไม่อันตราย และอาจจะเป็นก้อนแค่ในช่วงแรกต้องรอให้ฟิลเลอร์ค่อย ๆ กลืนเข้ากับเนื้อเยื่อ ซึ่งอาจใช้เวลาประมาณ 1 – 3 เดือน แต่หากก้อนยังคงอยู่หรือคางดูผิดรูปสามารถเข้าพบแพทย์เพื่อประเมินปัญหา หรือ ฉีดสลายฟิลเลอร์ บริเวณคางที่เป็นก้อนได้ จากนั้นค่อยฉีดฟิลเลอร์คางใหม่ ในบางกรณีแพทย์อาจพิจารณาฉีดโบคางเพื่อลดแรงดึงของกล้ามเนื้อ Mentalis ทำให้ฟิลเลอร์คงตัวและลดการรวมตัวเป็นก้อนได้

    แต่ถ้าฉีดฟิลเลอร์คางด้วยสารเหลวที่ไม่สามารถฉีดสลายด้วยไฮยาลูโรนิเดสได้ อาจจะต้องขูดฟิลเลอร์คางเพื่อนำสารเหลวออก เนื่องจากหากปล่อยทิ้งไว้จะยิ่งทำให้เกิดคางเป็นก้อนมากขึ้น รวมถึงเกิดอาการฟิลเลอร์คางอักเสบ ติดเชื้อ ไปจนถึงสารเหลวกัดเนื้อเยื่อรอบ ๆ หรือกระดูกได้ จึงควรรีบขูดสารเหลวออกหากพบว่าเป็นฟิลเลอร์ปลอม

ฟิลเลอร์คางมีข้อดี ข้อเสียอะไรบ้าง

  • ก่อนตัดสินใจปรับรูปหน้าด้วยการฉีดคาง ควรรู้ข้อดีและข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์คาง เป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยประกอบการตัดสินใจ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการมากที่สุด ดังนี้

    ข้อดีของฟิลเลอร์คาง

    • เห็นผลลัพธ์ทันที ไม่ต้องพักฟื้น สามารถแก้ปัญหาคางสั้น คางตัด คางบุ๋ม หรือคางไม่เท่ากันได้ทันทีหลังทำเสร็จ ช่วยปรับรูปหน้าให้เรียว อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผลเป็น มีเพียงรอยเข็มเล็กๆ ที่ยุบหายได้เองใน 3 – 7 วัน สามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้ทันที
    • ปรับแก้รูปทรงคางได้ตามต้องการ มีความยืดหยุ่นสูง หากฉีดแล้วรู้สึกว่ายาวเกินไปก็สามารถฉีดสลายออกบางส่วนได้ทันที หรือสามารถเติมเพิ่มภายหลังได้ เพื่อให้รูปคางรับกับโครงหน้าที่อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงวัย
    • ปลอดภัยและไม่ตกค้าง สารไฮยาลูรอนิกแอซิด (HA) ของแท้ จะสามารถสลายตัวไปได้เอง 100% ตามธรรมชาติ ไม่ทิ้งสารตกค้างในร่างกาย อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและกระตุ้นคอลลาเจนบริเวณชั้นผิวที่ฉีดได้อีกด้วย

    ข้อเสียของฟิลเลอร์คาง

    ผลลัพธ์ไม่ถาวร การฉีดฟิลเลอร์ให้ผลลัพธ์แบบชั่วคราว หากต้องการรักษาทรงคางไว้จำเป็นต้องกลับมาฉีดเติมซ้ำ ซึ่งอาจทำให้มีค่าใช้จ่ายสะสมในระยะยาวค่อนข้างสูง

ฉีดฟิลเลอร์คางกับเสริมคาง เลือกแบบไหนดี?

หากกำลังลังเลว่าควรฉีดฟิลเลอร์คางหรือผ่าตัดเสริมคางดี การฉีดฟิลเลอร์คางจะเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาคางตัด หรือคางสั้นระดับปานกลาง และต้องการปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น โดยไม่ต้องพักฟื้น สามารถแก้ไขทรงได้หากไม่พอใจ แต่ควรทำกับแพทย์ผู้มีประสบการณ์เพราะจะต้องฉีดลึกถึงชั้นใต้เยื่อหุ้มกระดูกหากฉีดพลาดอาจอันตรายได้

ส่วนการผ่าตัดเสริมคางด้วยซิลิโคน เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาคางถอยมาก ต้องการแก้โครงสร้างกระดูกคาง หรือผู้ที่ต้องการเพิ่มความยาวคางเยอะ ๆ โดยผลลัพธ์ที่อยู่ได้ถาวร แต่ต้องใช้เวลาพักฟื้นหลังทำ และอาจทำให้รูปคางไม่สมดุลกับแนวกราม หรือหากซิลิโคนขายาวก็อาจเสี่ยงกดทับเส้นประสาทบริเวณปลายคางได้ ดังนั้นต้องเลือกคลินิกให้ดีก่อนฉีด

เลือกฉีดฟิลเลอร์คาง ยี่ห้อไหนดี?

การเลือก ยี่ห้อฟิลเลอร์ สำหรับฉีดคาง ควรเลือกเนื้อฟิลเลอร์ที่มีความคงตัวสูง เนื้อแน่น และสามารถปั้นทรงได้ดี เพื่อให้คางดูชัด ไม่ไหล ไม่ย้อย และยังคงรูปได้ในระยะยาว หากเลือกฟิลเลอร์ที่นิ่มหรือฟูเกินไป อาจทำให้ปั้นยาก และมีโอกาสเคลื่อนตัวได้ โดยยี่ห้อฟิลเลอร์และรุ่นที่เหมาะนำมาฉีดคางมีดังนี้

  • Juvederm Voluma ฟิลเลอร์เนื้อแน่นปานกลาง มีความยืดหยุ่นสูง ให้ทรงคางที่ดูมนและเป็นธรรมชาติ เหมาะกับการปรับรูปหน้าแบบละมุน อยู่ได้นานประมาณ 18 เดือน
  • Restylane Lyft ฟิลเลอร์เนื้อแน่น คงรูปดี ไม่ฟู เหมาะกับการเสริมโครงสร้างคางให้ได้สัดส่วนและดูชัดขึ้น อยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน
  • Restylane Defyne ฟิลเลอร์เนื้อแข็งปานกลาง เน้นความยืดหยุ่น กระจายตัวได้ดี เหมาะกับผู้ที่ต้องการทรงคางที่ดูเป็นธรรมชาติ อยู่ได้นานประมาณ 12 – 18 เดือน
  • Neuramis Deep ฟิลเลอร์เนื้อแน่นระดับกลาง อิ่มฟู ขึ้นรูปได้ง่าย เหมาะกับการเติมคางและปรับรูปหน้า อยู่ได้นานประมาณ 6 – 8 เดือน
  • Neuramis Volume ฟิลเลอร์เนื้อแน่นและคงตัวมากขึ้น ปั้นทรงได้ดี เหมาะกับการเสริมคางให้ดูชัดขึ้น อยู่ได้นานประมาณ 12 – 24 เดือน
  • Biohyalux Deep Dermis ฟิลเลอร์สำหรับฉีดชั้นลึก เนื้อแน่นปานกลาง ช่วยเติมวอลลุ่มและปรับรูปคางให้ได้สัดส่วน เหมาะกับงานเติมเต็มและยกพยุง อยู่ได้นานประมาณ 9 – 12 เดือน

ต้องฉีดฟิลเลอร์คางกี่ cc

ปริมาณในการฉีดฟิลเลอร์คางจะขึ้นอยู่กับรูปคางเดิมและผลลัพธ์ที่ต้องการ เพราะคางเป็นจุดเล็กที่ปรับเพียงเล็กน้อยก็ส่งผลต่อสัดส่วนใบหน้าได้ชัดเจน ปกติแล้วจะฉีดฟิลเลอร์คาง 1 cc ก็เพียงพอสำหรับการแก้คางสั้น คางตัด หรือปรับให้หน้าดูเรียวขึ้นในระดับหนึ่ง หากต้องการความยาวหรือความชัดมากขึ้น หรือแก้ปัญหาคางเบี้ยวเติมคางให้สมดุลอาจใช้ประมาณ 1.5 – 2 cc แต่ไม่ควรใช้ปริมาณมากเกินไป เพราะอาจทำให้คางผิดรูป เป็นก้อน หรือดูไม่เข้ากับใบหน้าได้ จึงควรให้แพทย์ประเมินปริมาณฟิลเลอร์คางก่อนฉีด

หลังฉีดฟิลเลอร์คางกี่วันเข้าที่

หลังจากที่ฉีดฟิลเลอร์คางมาแล้วสามารถเห็นผลลัพธ์หลังทำได้ทันทีว่าคางดูยาว ดูสมมาตรมากขึ้น แต่ฟิลเลอร์คางจะยังไม่เข้าที่เนื่องจากจะมีอาการบวมเล็กน้อยหลังฉีด โดยจะบวมประมาณ 3 – 7 วัน จากนั้นจะค่อย ๆ ยุบไปเอง และเห็นผลลัพธ์ชัดเจนเมื่อฟิลเลอร์คางเข้าที่หลังฉีดครบ 2 สัปดาห์

ฉีดฟิลเลอร์คาง

ฟิลเลอร์คาง อยู่ได้นานแค่ไหน

ผลลัพธ์หลังจากฉีดฟิลเลอร์คางจะอยู่ได้นานประมาณ 6 – 24 เดือน โดยขึ้นอยู่กับยี่ห้อ และรุ่นฟิลเลอร์ที่เลือกใช้เนื่องจากแต่ละตัวมีความคงทนที่ไม่เท่ากัน รวมถึงการดูแลหลังฉีดของแต่ละคนด้วย หากดูแลหลังฉีดคางดีผลลัพธ์จะอยู่ได้นานกว่าปกติ แต่ถ้าไม่ได้ดูแลหลังฉีดผลลัพธ์อาจอยู่ได้ไม่นาน ฟิลเลอร์คางอาจสลายไปก่อนกำหนด

ฉีดฟิลเลอร์คาง ราคาเท่าไหร่?

สำหรับราคาฉีดฟิลเลอร์คางจะแตกต่างกันไปโดยขึ้นอยู่กับยี่ห้อฟิลเลอร์ รุ่นฟิลเลอร์ ปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ ประสบการณ์ของแพทย์ และโปรโมชั่นของแต่ละคลินิกในตอนนั้น โดยฟิลเลอร์คางราคาประมาณ 4,000 – 20,000 บาทต่อ 1 CC สำหรับที่ Vincent Clinic มีราคาฉีดฟิลเลอร์คางดังนี้

  • Juvederm Voluma ราคา 12,999 บาท/cc
  • Restylane Lyft ราคา 11,999 บาท/cc
  • Restylane Defyne ราคา 13,999 บาท/cc
  • Neuramis Deep ราคา 3,999 บาท/cc
  • Neuramis Volume ราคา 4,999 บาท/cc
  • Biohyalux Deep Dermis ราคา 4,999 บาท/cc
รีวิวฟิลเลอร์คาง

รีวิวฉีดฟิลเลอร์คาง

ฉีดฟิลเลอร์คาง เป็นหัตถการที่หลายคนนิยมทำ เพราะสามารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันทีหลังทำ ซึ่งหากใครที่อยากเห็นภาพที่ชัดเจนก่อนตัดสินใจ บทความนี้ได้รวบรวมส่วนหนึ่งของรีวิวจากคนไข้จริงเอาไว้ใช้ประกอบการตัดสินใจ

รีวิวโปรแกรมฟิลเลอร์คาง
ก่อน-หลังฟิลเลอร์คาง

การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์คาง

การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์คางเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยง และทำให้ผลลัพธ์ออกมาสวยได้ตามที่ต้องการ โดยการเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์คางมีดังนี้

  • ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับฟิลเลอร์คางเบื้องต้น ทำความเข้าใจลักษณะฟิลเลอร์แต่ละรุ่น และประเมินความต้องการของตัวเองก่อนเข้ารับบริการ
  • แจ้งประวัติสุขภาพให้แพทย์ทราบทุกครั้ง เช่น โรคประจำตัว ยาที่รับประทานอยู่ ประวัติแพ้ยา รวมถึงประวัติการทำหัตถการหรือศัลยกรรมที่ผ่านมา
  • งดยาและอาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน ยากลุ่ม NSAIDs วิตามินอี สารสกัดแปะก๊วย อย่างน้อย 1 – 2 สัปดาห์ก่อนฉีด
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่กระตุ้นการไหลเวียนเลือด เพื่อลดโอกาสเกิดรอยช้ำ
  • หากมีแผนทำหัตถการอื่นบนใบหน้า เช่น เลเซอร์ หรือยกกระชับ ควรทำก่อนแล้วฉีดฟิลเลอร์คางเป็นลำดับสุดท้าย

วิธีดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์คาง ห้ามอะไรบ้าง

เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดี เซ็ตตัวได้ไว ไม่เกิดผลข้างเคียงหลังฉีดฟิลเลอร์คาง แนะนำให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด และดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์อย่างถูกวิธีดังนี้

  • ดื่มน้ำให้เพียงพออย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยให้ฟิลเลอร์อุ้มน้ำและดูฟูเรียบเนียนมากขึ้น
  • งดแต่งหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมงแรก เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อบริเวณรอยเข็ม
  • หลีกเลี่ยงการกด บีบ นวด คลึง หรือปั้นทรงคางเอง รวมถึงงดเท้าคางและนอนคว่ำ เพื่อป้องกันฟิลเลอร์เคลื่อนตัว
  • หลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิด เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ อาบน้ำอุ่นจัด หรือเลเซอร์ที่ใช้ความร้อน อย่างน้อย 2 สัปดาห์
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ อาหารหมักดอง และอาหารรสจัดในช่วง 1 – 2 สัปดาห์ เพื่อลดอาการบวมและการอักเสบ
  • งดออกกำลังกายหนักในช่วง 3 – 5 วันแรก เพราะอาจกระตุ้นให้บวมและช้ำมากขึ้น
  • อาการบวม ช้ำ หรือคลำเจอเป็นก้อนเล็กน้อยในช่วงแรกถือเป็นเรื่องปกติ โดยมักค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 7 – 14 วัน
  • หากมีอาการผิดปกติ เช่น ผิวซีด ขาว ม่วง แดงผิดปกติ หรือปวดมาก ควรรีบพบแพทย์ทันทีเพื่อตรวจประเมินอาการ

ควรฉีดฟิลเลอร์คางที่ไหนดี

วิธีในการเลือกคลินิกสำหรับฉีดฟิลเลอร์คาง ควรพิจารณาหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งความปลอดภัย มาตรฐานสถานที่ และความชำนาญของแพทย์ เพราะต้องอาศัยเทคนิคและความเข้าใจโครงสร้างใบหน้า หากเลือกไม่เหมาะสม อาจทำให้ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามต้องการหรือเกิดปัญหาตามมาได้ โดยสามารถเลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์คางได้ดังนี้

  • คลินิกต้องมีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย และมีเลขใบอนุญาต 11 หลักแสดงชัดเจน สามารถตรวจสอบได้
  • สามารถตรวจสอบข้อมูลคลินิกได้จากหน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เพื่อยืนยันความถูกต้อง
  •  แพทย์ต้องมีใบประกอบวิชาชีพจริง และมีประสบการณ์ด้านการฉีดฟิลเลอร์และปรับรูปหน้า
  • ใช้ฟิลเลอร์แท้ที่ผ่านการรับรอง มีแหล่งที่มาชัดเจน เปิดกล่องใหม่ต่อหน้า และตรวจสอบเลขล็อตได้
  • มีรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง ทั้งภาพก่อน–หลัง หรือความคิดเห็นในแพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือ
  • มีการประเมินรูปหน้าก่อนทำอย่างละเอียด และอธิบายแผนการรักษาชัดเจน
  • มีการดูแลและติดตามผลหลังทำ รวมถึงสามารถติดต่อคลินิกได้หากมีข้อสงสัยหรืออาการผิดปกติ
  • ราคาและโปรโมชั่นสมเหตุสมผล ไม่โฆษณาเกินจริงหรือกดราคาจนผิดปกติ

สรุป

ฟิลเลอร์คางสามารถช่วยแก้ไขปัญหาคางสั้น ปรับคางให้สมมาตร สมดุลได้ ซึ่งเนื้อฟิลเลอร์ที่ควรนำมาฉีดจะต้องมีเนื้อที่สามารถปั้นทรงได้ดี ไม่นิ่มจนเกินไป โดยหลังจากฉีดช่วงแรกไม่ควรจับคาง เท้าคาง และระวังในการนอนตะแคง เพราะจะทำให้คางที่ฉีดมาเคลื่อนหรือเบี้ยวได้ หากต้องการฉีดฟิลเลอร์คางสามารถเข้ามาปรึกษากับ Vincent Clinic Aesthetic โดยแพทย์ประเมินปัญหา รูปหน้า และแนะนำข้อมูลอย่างละเอียด

ฉีดฟิลเลอร์คางเจ็บไหม?

การฉีดฟิลเลอร์คางถือว่าเจ็บในระดับที่ทนได้ เนื่องจากก่อนทำจะมีการฉีดยาชาซึ่งเป็นขั้นตอนที่เจ็บ แต่หลังจากยาชาออกฤทธิ์จะรู้สึกชา ไม่รู้สึกเจ็บ และฟิลเลอร์ส่วนใหญ่มีส่วนผสมของยาชาอยู่แล้ว ในระหว่างที่ฉีดจะรู้สึกตึง ๆ หน่วง ๆ เท่านั้น ส่วนหลังทำอาจมีอาการระบมหรือเจ็บเล็กน้อยในช่วง 1 – 2 วันแรก ซึ่งจะค่อย ๆ ดีขึ้นเอง

หลังฉีดจะมีอาการบวมเล็กน้อยถึงปานกลาง โดยมักบวมชัดในช่วง 2 – 3 วันแรก และจะค่อย ๆ ลดลงภายใน 5 – 7 วัน จากนั้นฟิลเลอร์จะเริ่มเข้าที่และดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นในช่วงประมาณ 1 – 2 สัปดาห์

สามารถสลายได้ หากฉีดคางด้วยฟิลเลอร์ประเภท Hyaluronic Acid โดยใช้เอนไซม์ Hyaluronidase ซึ่งสามารถช่วยสลายฟิลเลอร์ได้ และเห็นผลค่อนข้างเร็ว อย่างไรก็ตาม อาจต้องฉีดมากกว่า 1 ครั้งในบางกรณี ขึ้นอยู่กับปริมาณและความคงทนฟิลเลอร์ที่ใช้

สามารถทำได้ แต่ต้องให้แพทย์ประเมินก่อนทุกครั้ง เพื่อดูตำแหน่งซิลิโคน ความหนาของเนื้อเยื่อ และวางแผนการฉีดฟิลเลอร์คางให้ปลอดภัยและได้สัดส่วนที่เหมาะสม

สามารถนอนตะแคงได้ตามปกติ แต่ควรระวังไม่ให้เกิดแรงกดทับบริเวณคาง โดยเฉพาะในช่วง 1 – 2 สัปดาห์แรก เพราะฟิลเลอร์คางยังไม่เข้าที่เต็มที่ อาจส่งผลให้รูปทรงเคลื่อนหรือผิดรูปได้

หลังฉีดฟิลเลอร์คางควรหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ อาหารรสจัด ของหมักดอง และอาหารที่กระตุ้นการอักเสบประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ รวมถึงควรงดอาหารที่มีโซเดียมสูงในช่วงแรก เพื่อลดอาการบวม และช่วยให้ฟิลเลอร์เข้าที่ได้เร็วขึ้น

ไม่ควรทำ เนื่องจากการกด บีบ หรือเท้าคาง อาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนตัวหรือเสียรูปได้ โดยเฉพาะในช่วง 2 สัปดาห์แรก ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือกดทับบริเวณคางโดยไม่จำเป็น

มีความแตกต่างในทรง โดยฟิลเลอร์คางผู้หญิงมักเน้นคางเรียว ปลายมน ดูละมุนและเข้ากับรูปหน้า ส่วนฟิลเลอร์คางผู้ชายจะเน้นคางที่ดูชัด มีมุมและความยาวที่ช่วยเสริมโครงหน้าให้ดูแข็งแรงมากขึ้น ซึ่งแพทย์จะปรับทรงให้เหมาะกับโครงหน้าและลักษณะเฉพาะของแต่ละบุคคล

พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและความงาม
Scroll to Top