ฉีดโบลดริ้วรอย ดีไหม ฉีดจุดไหน ใช้กี่ยู กี่วันเห็นผล ราคาเท่าไร?
โบท็อกซ์ริ้วรอยเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยถาวรบนใบหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากสามารถแก้ปัญหาริ้วรอยได้อย่างเห็นผลชัดเจน หากใครที่ยังสงสัยว่าฉีดโบช่วยลดริ้วรอยได้มากแค่ไหน ต้องฉีดบ่อยไหม ทำตำแหน่งไหนได้บ้าง สามารถติดตามอ่านรายละเอียดที่ Vincent Clinic Aesthetic รวมมาให้ได้จากบทความนี้
โบท็อกซ์ริ้วรอย คืออะไร?
โบท็อกซ์ริ้วรอย คือ การฉีดโบท็อกซ์ หรือ โบทูลินั่ม ท็อกซิน (Botulinum Toxin) ที่ถูกสกัดมาจากแบคทีเรียที่ชื่อว่า Clostridium Botulinum ซึ่งออกฤทธิ์ระงับการทำงานของกล้ามเนื้อชั่วคราว ทำให้ผิวเรียบเนียน ริ้วรอยลดเลือนลง
โบท็อกซ์ริ้วรอย ทำงานอย่างไร?
การฉีดโบท็อกซ์ลดริ้วรอยเป็นการฉีดเข้าไปในตำแหน่งที่กล้ามเนื้อมีการหดตัวซ้ำ ๆ จนเกิดเป็นรอยย่นบนผิวหน้า ตัวยาจะทำหน้าที่ยับยั้งการส่งสัญญาณจากเส้นประสาทไปยังกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นคลายตัวและลดการเคลื่อนไหวลง เมื่อแรงดึงจากกล้ามเนื้อลดลง ผิวหนังที่อยู่ด้านบนจึงไม่เกิดรอยพับเหมือนเดิม ส่งผลให้ริ้วรอยดูจางลงและผิวดูเรียบเนียนมากขึ้น
ซึ่งโบจะช่วยลดเลือน ริ้วรอย ที่เกิดจากการแสดงสีหน้าได้ดี เช่น รอยย่นบริเวณหน้าผาก ระหว่างคิ้ว หรือหางตา ที่เป็นตำแหน่งที่กล้ามเนื้อทำงานบ่อย เมื่อกล้ามเนื้อคลายตัว ผิวบริเวณนั้นจะดูตึงและเรียบขึ้น แต่หากเป็นริ้วรอยลึกที่เห็นแม้ไม่ได้แสดงสีหน้าอาจต้องใช้วิธีการรักษาอื่นร่วมด้วย
ฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซินลดริ้วรอย อันตรายไหม?
การฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซินเพื่อลดริ้วรอยปลอดภัย หากทำโดยแพทย์และใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน แต่ถ้าฉีดโดยผู้ที่ไม่มีประสบการณ์หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจเกิดผลข้างเคียง เช่น ฉีดโบท็อกแล้วหนังตาตก ปากเบี้ยว หรือใบหน้าดูตึงแข็งได้ จึงควรเลือกทำกับสถานพยาบาลที่น่าเชื่อถือและให้แพทย์เป็นผู้ประเมินก่อนทำทุกครั้ง
โบท็อกซ์ริ้วรอย ฉีดตำแหน่งไหนได้บ้าง?
โบท็อกซ์ลดริ้วรอยสามารถฉีดได้หลายตำแหน่ง โดยแพทย์จะประเมินความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และระดับความลึกริ้วรอยเพื่อกำหนดปริมาณยูนิตที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล โดยตำแหน่งที่นิยมฉีดเพื่อลดริ้วรอยมีดังนี้
- โบท็อกซ์ริ้วรอยหน้าผาก ใช้สำหรับลดรอยย่นแนวนอนที่หน้าผาก ซึ่งจะเกิดจากการยกคิ้ว เลิกหน้าผาก เพื่อให้กล้ามเนื้อหน้าผากคลายตัว ไม่เกิดริ้วรอยเมื่อแสดงสีหน้า
- โบท็อกซ์ริ้วรอยระหว่างคิ้ว เหมาะกับคนที่เผลอขมวดคิ้วบ่อย ๆ มีรอยย่นระหว่างคิ้วชัดเมื่อแสดงสีหน้า ซึ่งทำให้ใบหน้าดูเคร่งเครียด การฉีดบริเวณนี้ช่วยลดแรงดึงของกล้ามเนื้อ ทำให้รอยย่นคิ้วจางลง
- โบท็อกซ์ริ้วรอยตีนกา เป็นการฉีดบริเวณหางตาเพื่อลดรอยย่นที่เกิดจากการยิ้ม หรือหัวเราะ เนื่องจากกล้ามเนื้อรอบดวงตาเป็นจุดที่ทำงานบ่อย จึงทำให้เกิดเส้นริ้วรอยได้ง่าย
- โบท็อกซ์ริ้วรอยใต้ตา ใช้สำหรับลดรอยย่นเล็ก ๆ ใต้ดวงตาที่เกิดจากการขยับของกล้ามเนื้อ เมื่อฉีดจะช่วยให้ผิวใต้ตาดูเรียบขึ้น ริ้วรอยใต้ตาลดลง
- โบท็อกซ์ริ้วรอยสันจมูก เป็นการฉีดบริเวณกล้ามเนื้อด้านข้างสันจมูก เพื่อลดรอยย่นที่เกิดขึ้นเวลายิ้มหรือหัวเราะ ซึ่งเรียกว่า Bunny Lines
- โบท็อกซ์ริ้วรอยทั่วใบหน้า เป็นการฉีดเพื่อลดริ้วรอยหลายตำแหน่ง เช่น หน้าผาก ระหว่างคิ้ว และหางตา เพื่อควบคุมริ้วรอยทั่วใบหน้า ทำให้แสดงสีหน้าแล้วไม่ไม่เกิดริ้วรอย
ข้อดี-ข้อเสียของการฉีดโบลดริ้วรอย
ฉีดโบลดริ้วรอย เป็นอีกหนึ่งหัตถการที่สามารถช่วยดูแลปัญหาผิวไม่เรียบเนียนได้อย่างเห็นผล โดยมีทั้งข้อดีและข้อควรรู้ ดังนี้
ข้อดีของโบท็อกซ์ริ้วรอย
- ใช้เวลาน้อย ได้ผลชัดเจน ไม่ต้องพักฟื้น กลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ เพราะไม่ใช่การผ่าตัด
- ช่วยปรับผิวเรียบเนียน แก้ปัญหาริ้วรอย รอยพับ หน้าดูเด็กลง
- ชะลอการเกิดริ้วรอยบนใบหน้าในอนาคตไม่ให้เพิ่มขึ้น หรือมีน้อยลง
- ช่วยป้องกันไม่ให้ริ้วรอยเล็ก ๆ กลายเป็นริ้วรอยที่มีความลึกหรือกลายเป็นริ้วรอยถาวร
ข้อเสียของโบท็อกซ์ริ้วรอย
- ผลลัพธ์ไม่ได้อยู่ถาวร โดยเฉลี่ยกล้ามเนื้อที่ถูกระงับการทำงานชั่วคราวจะเริ่มกลับมาทำงานได้อีกครั้งในช่วงประมาณ 3 – 4 เดือนหลังทำ ขึ้นอยู่กับระดับปัญหา ปริมาณกล้ามเนื้อ จำนวนยูนิตที่ใช้ รวมไปถึงตำแหน่งที่ฉีด
· ไม่สามารถช่วยลดริ้วรอยถาวรได้ โบทูลินั่ม ท็อกซินริ้วรอยจะช่วยลดริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้าเท่านั้น หากเป็นริ้วรอยที่มองเห็นได้แม้ไม่ได้แสดงสีหน้า อาจจะช่วยลดริ้วรอยได้เพียงเล็กน้อย หรือไม่เห็นผลเลย
ฉีดโบท็อกซ์ริ้วรอย ยี่ห้อไหนดี
โบทูลินั่ม ท็อกซินที่ใช้ฉีดลดริ้วรอยมีให้เลือกหลายยี่ห้อจากหลายประเทศ โดยแต่ละแบรนด์มีจุดเด่นแตกต่างกันทั้งด้านความบริสุทธิ์ของตัวยา ลักษณะการกระจายตัว และระยะเวลาการคงอยู่ของผลลัพธ์ ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและเลือกใช้ให้เหมาะกับบริเวณที่ต้องการรักษา โดยยี่ห้อที่นิยมใช้ในการฉีดโบลดริ้วรอยมีดังนี้
- Allergan เป็นโบอเมริกา มีค่าความบริสุทธิ์ประมาณ 99.5% จุดเด่นคือการกระจายตัวของตัวยาค่อนข้างจำกัด จึงช่วยให้แพทย์ควบคุมตำแหน่งการออกฤทธิ์ได้แม่นยำ โดยผลลัพธ์มักคงอยู่ประมาณ 3 – 6 เดือน
- Dysport เป็นโบอังกฤษ มีค่าความบริสุทธิ์ประมาณ 99.5% ด้วยลักษณะโมเลกุลที่มีขนาดเล็กจึงทำให้ตัวยาสามารถกระจายตัวได้ค่อนข้างกว้าง เหมาะกับบริเวณที่ต้องการการกระจายของยา โดยผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 3 – 5 เดือน
- Xeomin เป็นโบเยอรมนี มีความบริสุทธิ์สูงเกือบ 100% เนื่องจากไม่มีโปรตีนส่วนเกิน ทำให้การกระจายตัวของตัวยาอยู่ในระดับแคบถึงปานกลาง และผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้ประมาณ 4 – 6 เดือน
- Nabota เป็นโบกาหลี มีค่าความบริสุทธิ์ประมาณ 98.7% ลักษณะการกระจายตัวของตัวยาค่อนข้างกว้าง จึงเหมาะกับการฉีดในบริเวณที่ต้องการให้ตัวยากระจายตัวได้ดี โดยผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 4 – 6 เดือน
- Neuronox เป็นโบเกาหลีใต้ มีค่าความบริสุทธิ์ประมาณ 98 – 99% การกระจายตัวของตัวยาอยู่ในระดับแคบถึงปานกลาง ทำให้สามารถควบคุมตำแหน่งการออกฤทธิ์ได้ดี และผลลัพธ์มักอยู่ได้ประมาณ 4 – 6 เดือน
- Aestox เป็นโบจากเกาหลี มีความบริสุทธิ์ประมาณ 99.5% การกระจายตัวของตัวยาค่อนข้างจำกัด ช่วยให้แพทย์สามารถกำหนดตำแหน่งการออกฤทธิ์ได้แม่นยำ โดยผลลัพธ์โดยทั่วไปจะอยู่ได้ประมาณ 4 – 6 เดือน
· Renevox เป็นโบเกาหลี มีค่าความบริสุทธิ์ประมาณ 99.8% การกระจายตัวของตัวยาค่อนข้างแคบ ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำในบริเวณที่ฉีด และผลลัพธ์อาจอยู่ได้นานประมาณ 6 – 8 เดือน
หลังฉีดโบริ้วรอย ต้องดูแลอย่างไร?
หลังฉีดโบริ้วรอย ควรดูแลตัวเองตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ไม่เกิดผลข้างเคียงตามมา โดยมีข้อปฏิบัติดังนี้
- หลังฉีดโบในช่วง 30 นาทีแรก ควรขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดเพื่อให้เซลล์ประสาทได้ดูดซึมตัวยาเข้าไปให้ได้มากที่สุด
- หลีกเลี่ยงการใช้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดหรือใช้ให้น้อยลง เพื่อไม่ให้กล้ามเนื้อขยับบ่อยจะทำให้เลือดไปไหลเวียนบริเวณนั้นได้ดีขึ้นตัวยาที่สะสมในเซลล์ประสาทสลายไว กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น ส่งผลให้กล้ามเนื้อกลับมาทำงานได้เร็วกว่าที่ควรจะเป็น
- งดสัมผัสหน้าบ่อย ๆ นวดหน้า คลึงผิว หรือการสัมผัสแรง ๆ ในช่วง 7 – 14 วันแรกหลังฉีด เพราะจะทำให้ตัวยาเคลื่อนตำแหน่งไปในจุดอื่นที่ไม่ต้องการ ขัดขวางการดูดซึมของตัวยา
- งดนอนราบ งดนอนตะแคง ในช่วง 4 ชั่วโมงแรกหลังทำ เพราะจะทำให้ตัวยากระจายตัวไปสู่กล้ามเนื้อตำแหน่งอื่นที่ไม่ต้องการ เพราะอาจทำให้เกิดอาการปากเบี้ยว หนังตาตก ตามมาได้
- งดการทำหัตถการที่ใช้ความร้อน เช่น ทำเลเซอร์ผิว หรือเครื่องยกกระชับอื่น ๆ เป็นต้น ในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังฉีด เพราะความร้อนมีผลทำให้ตัวยาสลายไปได้ไว ออกฤทธิ์ได้ไม่เต็มที่
- งดการโดนความร้อน เช่น การอบซาวน่า การออกกำลังกายที่หนักเกินไป เป็นต้น เพราะความร้อนและการทำงานของระบบเผาผลาญในร่างกายมีผลกับการสลายตัวของตัวยาเร็วขึ้น รวมถึงการเอาบริเวณที่ฉีดโบไปอยู่ใกล้กับความร้อน เช่น กระทะ เตาไฟ หม้อต้ม เป็นต้น ในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังทำ
- งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะมีผลกับการขยายตัวของหลอดเลือดซึ่งมีผลรบกวนการกระจายตัวของตัวยา นอกจากนั้นยังมีผลให้รอยแผลจากเข็มหายช้า เกิดอาการบวมช้ำขึ้นได้
· งดการกินยาหรืออาหารเสริมที่มีผลกับการแข็งตัวของเลือดอย่างน้อย 1 สัปดาห์หลังทำ เช่น วิตามินอี น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส หรือกลุ่มยา NSAIDs เป็นต้น
โบท็อกซ์ริ้วรอยกี่วันเห็นผล อยู่ได้กี่เดือน
โบท็อกซ์ริ้วรอย หลังฉีดประมาณ 3 – 4 วัน Botulinum Toxin จะเริ่มออกฤทธิ์ โดยจะรู้สึกว่าผิวในบริเวณที่ฉีดไปตึงขึ้น และสามารถเห็นผลได้เต็มที่ในอีก 1 – 2 สัปดาห์หลังฉีด เมื่อลองแสดงสีหน้า เช่น เลิกคิ้ว ยิ้ม หัวเราะ จะพบว่าริ้วรอยลดน้อยลง โดยผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานประมาณ 4 – 6 เดือน หากอยากคงผลลัพธ์เอาไว้ แนะนำให้กลับมาฉีดอีกครั้งหลังจากผ่านไปประมาณ 3 – 6 เดือน แต่ไม่ควรฉีดบ่อยเกินไป เพราะอาจทำให้อาการดื้อโบได้
โบท็อกซ์ริ้วรอย ใช้กี่ยูนิต?
การฉีดโบท็อกซ์ริ้วรอยในแต่ละคนจะใช้จำนวนยูนิตไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับระดับปัญหา ตำแหน่งที่ฉีด ความหนาแน่นของกล้ามเนื้อ ที่มีความแตกต่างกันออกไป โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับแต่ละรายบุคคลมากที่สุด ในแต่ละตำแหน่งมีจำนวนยูนิตเฉลี่ยเริ่มต้นในการฉีด ดังนี้
- ฉีดโบลดริ้วรอยหน้าผาก จะใช้ประมาณ 15 – 20 ยูนิต
- ฉีดโบลดริ้วรอยระหว่างคิ้ว จะใช้ประมาณ 6 – 15 ยูนิต
- ฉีดโบลดริ้วรอยตีนกา จะใช้ประมาณ 10 – 20 ยูนิต
- ฉีดโบลดริ้วรอยใต้ตา จะใช้ประมาณ 5 – 15 ยูนิต
- ฉีดโบลดริ้วรอยสันจมูก จะใช้ประมาณ 4 – 6 ยูนิต
- ฉีดโบลดริ้วรอยทั่วใบหน้า จะใช้ประมาณ 30 – 60 ยูนิต
· ฉีดโบลดริ้วรอยลำคอ จะใช้ประมาณ 20 – 40 ยูนิต
ฉีดโบลดริ้วรอย ราคาเท่าไหร่?
สำหรับโบท็อกซ์ริ้วรอยนั้นมีราคาที่ต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฉีด ปริมาณยูนิต หรือยี่ห้อโบที่ใช้ และโปรโมชั่นของแต่ละคลินิกในตอนนั้น โดยจะมีราคาฉีดโบลดริ้วรอยดังนี้
- โบลดริ้วรอยหน้าผาก ราคาประมาณ 2,000 – 8,000 บาท
- โบลดริ้วรอยระหว่างคิ้ว ราคาประมาณ 1,000 – 5,000 บาท
- โบลดริ้วรอยตีนกา ราคาประมาณ 1,000 – 5,000 บาท
- โบลดริ้วรอยใต้ตา ราคาประมาณ 1,000 – 5,000 บาท
- โบลดริ้วรอยสันจมูก ราคาประมาณ 1,000 – 3,000 บาท
- โบลดริ้วรอยทั่วใบหน้า ราคาประมาณ 3,000 – 10,000 บาท
· โบลดริ้วรอยลำคอ ราคาประมาณ 2,000 – 10,000 บาท
สำหรับที่ Vincent Clinic การฉีดโบจะมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 999 บาท และยังมียี่ห้อให้เลือกฉีดหลากหลาย โดยแต่ละยี่ห้อจะมีราคาที่แตกต่างกันไป หากตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกฉีดยี่ห้อไหนดี ควรฉีดจุดไหนบ้าง หรือต้องฉีดกี่ยูนิต สามารถทักเข้ามาปรึกษากับทางเราได้เพื่อประเมินปัญหา และคำนวณปริมาณให้อย่างตรงจุด
สามารถดูราคาเพิ่มเติมได้ที่ : โปรโมชั่นฉีดโบท็อก
ฉีดโบท็อกซ์ลดริ้วรอย ที่ไหนดี
การเลือกสถานที่ฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซินเพื่อลดริ้วรอยควรพิจารณาหลายปัจจัยเพื่อให้ปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสม เนื่องจากการฉีด Botulinum Toxin ต้องอาศัยความรู้ด้านกล้ามเนื้อบนใบหน้า และมีเทคนิคการฉีด หากเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและมีแพทย์ดูแลอย่างถูกต้อง จะช่วยลดความเสี่ยงของผลข้างเคียงและทำให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นธรรมชาติ โดยสามารถพิจารณาได้จากปัจจัยสำคัญต่อไปนี้
- คลินิกมีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย ควรเลือกสถานพยาบาลที่มีใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลและมีเลขที่ใบอนุญาตแสดงไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้มั่นใจว่าคลินิกได้รับการรับรองและผ่านมาตรฐานด้านความปลอดภัย
- แพทย์เป็นผู้ทำการฉีด การฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซินควรดำเนินการโดยแพทย์ที่มีใบประกอบวิชาชีพและมีประสบการณ์ด้านหัตถการความงาม สามารถประเมินกล้ามเนื้อบนใบหน้าและวางแผนการฉีดได้อย่างเหมาะสม
- ใช้โบทูลินั่ม ท็อกซินของแท้ที่ตรวจสอบได้ คลินิกควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน เป็น โบท็อกแท้ มีแหล่งที่มาชัดเจน และมีการเตรียมตัวยาหรือเปิดบรรจุภัณฑ์ต่อหน้าคนไข้เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้
- มีการประเมินปัญหา และสภาพผิวก่อนฉีด ก่อนทำฉีดแพทย์ควรวิเคราะห์ปัญหาริ้วรอย โครงสร้างกล้ามเนื้อ และวางแผนตำแหน่งการฉีดให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ
- มีรีวิวก่อนฉีด-หลังฉีด เพื่อประกอบการตัดสินใจคลินิกควรจะมีรีวิวที่แสดงให้เห็นภาพก่อนและหลังฉีดที่ไม่ได้ใช้โปรแกรมตกแต่ง รวมถึงควรดูรีวิวจากผู้เข้าใช้บริการจริง
· มีการดูแลและติดตามผลหลังฉีด คลินิกควรมีการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลตัวเองหลังทำ และสามารถให้คำปรึกษาหรือประเมินผลลัพธ์เพิ่มเติมได้หากมีข้อสงสัยหรือเกิดความผิดปกติหลังฉีด
สรุป
โบท็อกซ์ริ้วรอย หรือ ฉีด Botulinum Toxin ลดริ้วรอยเป็นหัตถการดูแลผิวพรรณแก้ปัญหาริ้วรอยได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลังฉีดสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ไม่ต้องพักฟื้น นอกจากนั้นควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงการเกิดริ้วรอยให้น้อยลงด้วย เช่น การแสดงสีหน้าอารมณ์ที่มากเกินไป การขมวดคิ้วบ่อย ๆ เป็นต้น แต่หากว่าไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แนะนำให้ฉีดโบเป็นประจำตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อให้ผลลัพธ์หน้าตึง ผิวเรียบเนียน หน้าดูเด็กลง คงอยู่ได้นานขึ้น และไม่เกิดผลข้างเคียงอย่างอาการดื้อโบตามมา หากใครที่สนใจอยากฉีดโบท็อกซ์ลดริ้วรอยหรือเพื่อปรับรูปหน้า สามารถเข้ามาปรึกษาทีมแพทย์มากประสบการณ์ของ Vincent Clinic Aesthetic ได้เลย เพื่อให้แพทย์ช่วยประเมินปัญหาและออกแบบการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละรายบุคคลมากที่สุด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ โบท็อกซ์ริ้วรอย (FAQ)
ฉีดโบลดริ้วรอย ข้อห้ามหลังฉีดมีอะไรบ้าง
หลังฉีดโบลดริ้วรอยควรหลีกเลี่ยงการกด นวด หรือสัมผัสแรง ๆ บริเวณที่ฉีด งดนอนราบหรือนอนตะแคงในช่วง 3 – 4 ชั่วโมงแรก และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้ใบหน้าเกิดความร้อนสูง เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ หรือออกกำลังกายหนักในช่วง 24 ชั่วโมงแรก
ฉีดโบลดริ้วรอย กินเหล้าได้ไหม ห้ามกินอะไรบ้าง
หลังฉีดโบเพื่อลดริ้วรอยควรงดดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เช่น เหล้า เบียร์ ไวน์ อย่างน้อย 24–48 ชั่วโมง เพราะอาจทำให้หลอดเลือดขยายตัวและเพิ่มโอกาสเกิดอาการบวมช้ำได้ นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงอาหารเผ็ดจัด อาหารที่ต้องนั่งหน้าเตาร้อน เช่น ปิ้งย่าง ชาบู หมูกระทะ รวมถึงอาหารหมักดองหรือโซเดียมสูง เช่น ปลาร้า หน่อไม้ดอง มะม่วงดอง และอาหารดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบ เนื่องจากอาจกระตุ้นการอักเสบหรือทำให้บริเวณที่ฉีดบวมได้ง่าย และทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้ไม่นาน
การฉีดโบลดริ้วรอย เจ็บไหม
การฉีดโบลดริ้วรอยจะรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อย เพราะก่อนฉีดจะมีการแปะยาชา หรือใช้น้ำแข็งประคบเพื่อให้ผิวบริเวณนั้นชาก่อนฉีด เมื่อฉีดโบเข้าไปจึงแทบไม่รู้สึกเจ็บเลย หรือเจ็บนิดเดียวเท่านั้น
ทำไมฉีดโบริ้วรอยถึงห้ามนอนราบ
หลังฉีดโบลดริ้วรอยไม่ควรนอนราบหรือก้มศีรษะต่ำในช่วงแรก เพราะอาจทำให้เลือดไหลเวียนมาบริเวณใบหน้ามากขึ้น ส่งผลให้ตัวยากระจายออกจากตำแหน่งที่ฉีดได้ง่าย ซึ่งอาจทำให้ประสิทธิภาพของโบท็อกซ์ลดลง ออกฤทธิ์ได้ไม่เต็มที่ หรือตัวยาอาจไปโดนกล้ามเนื้อจุดอื่นที่ไม่ต้องการได้
ระหว่างฉีดโบลดริ้วรอย กับฟิลเลอร์เลือกตัวไหนดี
โบทูลินั่ม ท็อกซินลดริ้วรอยจะเหมาะกับปัญหาริ้วรอยที่เกิดเมื่อแสดงสีหน้า โดยสามารถสังเกตได้ว่าถ้ายิ้ม หัวเราะ แล้วมีริ้วรอย สามารถมาฉีดโบเพื่อลดริ้วรอย และป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัยในอนาคต แต่ถ้าเป็นริ้วรอยถาวร หรือริ้วรอยลึกที่สามารถมองเห็นได้แม้ไม่ได้แสดงสีหน้า ไม่ได้ยิ้ม หรือหัวเราะเลย ควร ฉีดฟิลเลอร์ เนื่องจากจะช่วยเติมเต็มร่องลึกได้ดี ทำให้ริ้วรอยลึกดูเรียบเนียน