Saxenda เป็นอีกหนึ่งยี่ห้อของปากกาลดน้ำหนักที่ถูกนำมาใช้ในการดูแลรูปร่างและช่วยปรับพฤติกรรมการกินให้น้อยลง โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น สำหรับใครยังมีความกังวลหรือยังสงสัยในประเด็นอื่น ๆ Vincent Clinic Aesthetic จะพาไปทำความเข้าใจปากกาลดน้ำหนักยี่ห้อนี้ให้มากขึ้นว่าคืออะไร ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง แตกต่างจากยี่ห้ออื่นอย่างไร มีข้อควรระวังอะไรบ้างที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ อ่านรายละเอียดได้จากเนื้อหาต่อไปนี้
Saxenda คืออะไร?
Saxenda (แซกเซนดา) คือ หนึ่งในยี่ห้อ ปากกาลดน้ำหนัก ซึ่งเป็นตัวยาที่ใช้ควบคุมน้ำหนักที่ถูกบรรจุมาในรูปแบบปากกา ผลิตโดยบริษัท Novo Nordisk ประเทศเดนมาร์ก ผ่านการรับรองมาตรฐานจากทั้ง US FDA (อเมริกา), EMA (ยุโรป) และ อย. ไทย ภายในตัวปากกาประกอบไปด้วยสาร Liraglutide ซึ่งมีโครงสร้างคล้ายกับฮอร์โมน GLP-1 (Glucagon-Like Peptide-1) ที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นได้เอง ทำหน้าที่ช่วยลดความอยากอาหาร ทำให้อิ่มนาน น้ำหนักจึงค่อย ๆ ลดลง
ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda ดีไหม มีจุดเด่นอะไร

สำหรับปากกา Saxenda หรือที่หลายคนเรียกว่ายาฉีดลดความอ้วน ซึ่งมีคุณสมบัติในเรื่องของการดูแลรูปร่างและลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงมีจุดเด่นหลายอย่าง ดังนี้
- ลดความอยากอาหาร ทำให้กินน้อยลง น้ำหนักจึงค่อย ๆ ลดลง
- ลดการกินจุกจิก ปรับพฤติกรรมการกินมื้อใหญ่ให้น้อยลง
- ชะลอการบีบตัวของกระเพาะอาหาร จึงรู้สึกอิ่มนานขึ้น ไม่หิวบ่อยระหว่างวัน
- สามารถลดไขมันใต้ผิวหนังประเภท Subcutaneous Fat กับไขมันภายในช่องท้องประเภท Visceral Fat ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda เหมาะกับใคร – ไม่เหมาะกับใคร
แม้ว่า Saxenda จะสามารถนำมาใช้ในกระบวนการลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ก็ไม่ได้เหมาะกับทุกคนเสมอไป โดยมีกลุ่มคนที่เหมาะและไม่เหมาะกับการใช้ปากกาลดน้ำหนักแซกเซนดา ดังนี้
Saxenda เหมาะกับใคร
- คนที่มีปัญหาน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน มีค่า BMI เกิน หรือคนที่เป็นโรคอ้วน (BMI มากว่า 27 หรือ 30)
- คนที่ลดน้ำหนักด้วยการควบคุมอาหารและออกกำลังกาย แต่น้ำหนักไม่ลดลงตามที่ต้องการ
- คนที่ต้องการปรับพฤติกรรมการกินจุกจิกให้ลดลง ลดอาการหิวบ่อยระหว่างวัน
- คนที่อยากใช้ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda ควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย เพื่อการดูแลรูปร่างที่ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด
Saxenda ไม่เหมาะกับใคร
- คนที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี เพราะร่างกายยังไม่เจริญเติบโตเต็มที่และยังไม่มีงานวิจัยรองรับ
- ผู้หญิงตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร เพราะตัวยาอาจส่งผลกระทบต่อทารกได้
- คนที่มีประวัติเคยป่วยเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์ประเภท Medullary Thyroid Carcinoma (MTC) รวมไปถึงหากมีคนในครอบครัวเคยเป็นโรคนี้ แนะนำให้หลีกเลี่ยง
- คนที่เป็นโรคเกี่ยวกับกระเพาะอาหารหรือเป็นโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง
- คนที่มีประวัติแพ้ Liraglutide หรือแพ้ส่วนประกอบอื่น ๆ ในตัวยา
- คนที่มีปัญหาตับอ่อนอักเสบ ถุงน้ำดีอักเสบ มีภาวะขาดอินซูลิน หรือเป็นโรคไต
- คนที่มีปัญหาเกี่ยวกับ Mental Health เช่น โรคซึมเศร้า
Saxenda 1 แท่ง ใช้ได้กี่วัน?
ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda 1 แท่ง สามารถใช้ได้ประมาณ 30 วัน ในกรณีที่โดสขั้นต่ำ แต่สำหรับคนที่ปรับเป็นโดสสูงสุดจะใช้ได้ประมาณ 6 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณโดสที่แพทย์แนะนำ โดยมีการบรรจุตัวยาอยู่ที่ 18 mg ต่อหนึ่งแท่ง สามารถแบ่งปริมาณยาออกเป็นหลายโดส ได้แก่ 0.6, 1.2, 1.8, 2.4 และ 3 mg
วิธีใช้ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda
Saxenda เป็นปากกาลดน้ำหนักที่จะต้องฉีดทุกวัน สามารถเลือกฉีดเวลาใดก็ได้ แต่ควรฉีดในเวลาเดิมของทุกวัน โดยเริ่มฉีดจากโดสที่ต่ำสุดและเพิ่มปริมาณยาขึ้นไปเรื่อย ๆ ตามลำดับในแต่ละสัปดาห์ หรือตามที่แพทย์ประเมินให้เหมาะกับแต่ละรายบุคคล ดังนี้
- ในสัปดาห์ที่ 1 จะเริ่มต้นด้วยการฉีดตัวยาขนาดต่ำสุดอยู่ที่ 0.6 มก. ต่อวัน
- ในสัปดาห์ที่ 2 จะปรับปริมาณยาเพิ่มขึ้นเป็น 1.2 มก. ต่อวัน
- ในสัปดาห์ที่ 3 จะปรับปริมาณยาเพิ่มขึ้นเป็น 1.8 มก. ต่อวัน
- ในสัปดาห์ที่ 4 จะปรับปริมาณยาเพิ่มขึ้นเป็น 2.4 มก. ต่อวัน
- ในสัปดาห์ที่ 5 เป็นต้นไป จะปรับปริมาณยาเพิ่มขึ้นเป็น 3.0 มก. ต่อวัน ซึ่งเป็นปริมาณยาสูงสุด เพื่อใช้ในการรักษาอย่างต่อเนื่อง
สำหรับตำแหน่งในการฉีดจะมีอยู่ 3 จุดหลัก ๆ ได้แก่ ต้นแขน ต้นขา และหน้าท้องห่างจากสะดือประมาณ 5 ซม. แนะนำให้สลับตำแหน่งฉีดไปเรื่อย ๆ ไม่ควรปักที่จุดเดิมในครั้งถัดไปทันที เพราะมีโอกาสที่จะทำให้เกิดการระคายเคืองหรือเป็นผิวเป็นไตแข็งขึ้นมาได้
วิธีดูแลตัวเองระหว่างใช้ Saxenda และหลังเลิกใช้

เพื่อให้การใช้ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda มีประสิทธิภาพและลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนทั้งในระหว่างใช้และหลังเลิกใช้ สามารถดูแลตัวเองตามรายละเอียด ดังต่อไปนี้
ระหว่างใช้ Saxenda ควรดูแลตัวเองอย่างไร
- ไม่ควรกินอาหารมื้อใหญ่หรือกินปริมาณมาก ๆ ในครั้งเดียว แนะนำให้แบ่งอาหารออกเป็นปริมาณเล็ก ๆ แต่อาจจะกินบ่อยขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการท้องอืดหรือท้องผูก
- หากรู้สึกอิ่มแล้ว ควรหยุดกินทันที ไม่ควรฝืนกินต่อ เพราะอาจทำให้เกิดอาการอึดอัดท้อง ไม่สบายตัว หรืออาเจียนได้
- งดอาหารประเภทของทอด อาหารรสจัด หรืออาหารที่มีไขมันสูง
- ควรรับประทานผัก ผลไม้ อาหารที่ย่อยง่าย เพื่อช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น
- ควรดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอในแต่ละวัน เพื่อช่วยให้ร่างกายสดชื่น ไตกรองของเสียได้ดี และลดอาการคลื่นไส้
- แนะนำให้หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ เพราะอาจส่งผลทำให้ประสิทธิภาพของตัวยาลดลง
- ควรออกกำลังกายและควบคุมอาหารไปพร้อมกับการใช้ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda
- ควรเข้าพบแพทย์ตามนัดหมายเพื่อติดตามผลการรักษาอย่างใกล้ชิด เพื่อทำการปรับขนาดยาให้เหมาะกับรายบุคคล
หลังหยุดใช้ Saxenda ควรดูแลตัวเองอย่างไร
- ควบคุมปริมาณอาหารอย่างต่อเนื่อง โดยไม่กลับไปกินอาหารปริมาณมาก ๆ หรือกินจุกจิก
- เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ รวมไปถึงการลดของทอด ลดแป้ง ลดอาหารที่มีไขมันและโซเดียมสูง
- ออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ โดยเน้นการเผาผลาญไขมันและสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง
- จัดการความเครียดอย่างเหมาะสม เพราะความเครียดสามารถกระตุ้นให้กินอาหารมากขึ้นได้ เช่น นั่งสมาธิ ทำงานอดิเรก ท่องเที่ยว
- พักผ่อนและดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอในแต่ละวัน จะช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนและระบบต่าง ๆ ในร่างกายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
Saxenda ต่างจากยี่ห้ออื่นอย่างไร
นอกจากปากกาลดน้ำหนัก Saxenda ยังมียี่ห้ออื่น ๆ ที่ได้รับความนิยมนำมาใช้ในกระบวนการควบคุมน้ำหนักอีกหลายยี่ห้อ โดยมีความแตกต่างกันออกไปทั้งตัวยาที่ใช้ จำนวนโดส และความถี่ในการปักปากกา โดยแต่ละยี่ห้อมีรายละเอียด ดังนี้
Saxenda VS Ozempic
ระหว่าง Saxenda vs Ozempic แตกต่างกันที่ตัวยาที่ใช้ ความถี่ของการปักปากกา และผลลัพธ์ที่ได้ โดย Ozempic จะใช้ตัวยา Semaglutide ซึ่งฉีดเพียงสัปดาห์ละ 1 ครั้งเท่านั้น ลดความอยากอาหาร ทำให้อิ่มนาน และลดน้ำหนักได้ค่อนข้างดี
Saxenda VS Mounjaro
สำหรับ Mounjaro มีความแตกต่างกับปากกา Saxenda อย่างชัดเจนในเรื่องของตัวยาที่ใช้ คือ Tirzepatide ซึ่งเป็นตัวยาประเภท Dual Agonist ที่สามารถกระตุ้นฮอร์โมนได้ถึง 2 ตัว ได้แก่ GLP-1 (Glucagon-like Peptide-1) และ GIP (Glucose-dependent Insulinotropic Polypeptide) มีคุณสมบัติเด่นในเรื่องของการลดความอยากอาหาร ควบคุมน้ำหนัก ควบคุมปริมาณน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับที่สมดุล ทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพของการเผาผลาญให้ดีขึ้นได้อีกด้วย
Saxenda VS Wegovy
Wegovy แตกต่างจากปากกาลดน้ำหนัก Saxenda คือการใช้ตัวยา Semaglutide ที่มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นฮอร์โมนที่ทำให้ลดความอยากอาหาร ชะลอการบีบตัวของกระเพาะ จึงรู้สึกอิ่มนานขึ้น น้ำหนักตัวค่อย ๆ ลดลง
ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda ราคาเท่าไร
Saxenda ราคาประมาณ 3,500 – 6,000 บาทต่อแท่ง ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น ระยะเวลาในการรักษา ปริมาณโดสที่ใช้ ความต้องการของคนไข้ ประสบการณ์ของแพทย์ และโปรโมชั่นของแต่ละคลินิกที่แตกต่างกัน แนะนำให้ปรึกษากับแพทย์โดยตรงเพื่อรับรายละเอียดที่ถูกต้องและครบถ้วน
ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda ซื้อที่ไหน เลือกฉีดที่ไหนดี
เนื่องจาก Saxenda เป็นยาควบคุมที่จำหน่ายให้กับสถานพยาบาลที่ขึ้นทะเบียนเท่านั้น นอกจากนั้นยังต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ไม่แนะนำให้ซื้อจากร้านค้าออนไลน์ เพราะอาจได้รับของปลอมหรือของหิ้วที่ไม่ได้มาตรฐาน ฉีดแล้วเกิดผลข้างเคียงร้ายแรงตามมา โดยมีวิธีเลือกปักปากกาลดน้ำหนัก ดังนี้
- เลือกสถานพยาบาลที่น่าเชื่อถือ เป็นคลินิกหรือโรงพยาบาลที่เปิดให้บริการอย่างถูกต้อง มีหมายเลขใบอนุญาตแสดงไว้ให้เห็นชัดเจน
- เลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์ ต้องให้คำปรึกษาและดูแลการรักษาโดยแพทย์เท่านั้น ไม่ควรเป็นผู้ช่วยแพทย์หรือพยาบาล
- เลือกปากกา Saxenda ที่เป็นของแท้ แพทย์ต้องแกะกล่องและเตรียมยาต่อหน้า บรรจุภัณฑ์อยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมใช้งาน ไม่ฉีกขาด สามารถตรวจสอบรายละเอียดกับบริษัทผู้นำเข้าได้
- มีรีวิวจากคนไข้จริง เพื่อช่วยให้เห็นภาพรวมของผลลัพธ์ความเปลี่ยนแปลงและความพึงพอใจ ใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ
- มีบริการเสริม After Care สามารถเลือกใช้ได้ตามความต้องการ และมีทีมแพทย์คอยติดตามดูแล ให้คำปรึกษา ตอบข้อสงสัย ตั้งแต่เริ่มต้นไปจนถึงเสร็จสิ้นกระบวนการรักษา
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Saxenda (FAQ)
เนื่องจากปากกาลดน้ำหนัก Saxenda มีตัวยาและขั้นตอนการใช้ที่แตกต่างจากปากกาลดน้ำหนักยี่ห้ออื่นในบางประเด็น ทำให้บางคนอาจเกิดความสงสัยขึ้นมา ในหัวข้อนี้จึงรวบรวมคำถามที่พบบ่อยมาไว้ให้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ดังนี้
Q: หยุดใช้ Saxenda แล้วจะโยโย่ไหม?
A: หลังหยุดใช้ปากกา Saxenda จะไม่เกิดการโยโย่หากมีการควบคุมพฤติกรรมการกินและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แต่อาจจะมีน้ำหนักที่เพิ่มกลับมาได้บ้างหากกินเพิ่มขึ้นกว่าตอนปักปากกา แนะนำให้ดูแลตัวเองตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้ได้รูปร่างและน้ำหนักตามต้องการ
Q: Saxenda มีผลข้างเคียงระหว่างใช้ไหม
A: ในช่วงแรกของการใช้ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda มีโอกาสที่จะเกิดผลข้างเคียงบางอย่างขึ้นได้ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เวียนหัว ท้องผูก ซึ่งจะค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ เมื่อร่างกายสามารถปรับตัวเข้ากับตัวยาได้ดีแล้ว
Q: ต้องเก็บรักษาปากกาลดน้ำหนัก Saxenda อย่างไร?
A: สำหรับการเก็บ Saxenda แนะนำให้เก็บในตู้เย็นที่มีอุณหภูมิประมาณ 2 – 8 องศาเซลเซียส ห้ามนำไปไว้ในช่องแช่แข็งเด็ดขาด โดยตัวยาจะสามารถเก็บได้นานประมาณ 30 วัน
Q: เปปไทด์ลดน้ำหนัก Saxenda ปลอดภัยไหม
A: ปากกา Saxenda มีความปลอดภัย หากใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นของแท้และดูแลโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพราะเป็นตัวยาควบคุม การเพิ่มหรือลดปริมาณยาสามารถส่งผลกระทบต่อร่างกายได้อย่างรุนแรง นอกจากนั้นหากเป็นของปลอมหรือของหิ้ว มีโอกาสที่จะเกิดการปนเปื้อนหรือใช้ตัวยาที่ไม่เหมาะสม ทำให้เกิดอันตรายตามมา
Q: Saxenda ต่างจากยาลดความอ้วนอย่างไร
A: ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda ผ่านการรับรองจาก อย. ไทย, US FDA (อเมริกา) และ EMA (ยุโรป) เป็นตัวยาควบคุมที่สามารถช่วยลดความอยากอาหาร ชะลอการบีบตัวของกระเพาะ ทำให้น้ำหนักลดลงได้ ส่วนยาลดความอ้วนเป็นยาที่ออกฤทธิ์กับสมองเพื่อกดประสาทส่วนกลางทำให้ไม่หิว ไม่อยากกินข้าว ยับยั้งการดูดซึมไขมัน และขับปัสสาวะ ซึ่งมีโอกาสที่จะทำให้เกิดผลเสียกับร่างกาย สมอง และระบบประสาทได้ค่อนข้างมาก
สรุป
Saxenda เป็นปากกาลดน้ำหนักที่ใช้ตัวยา Liraglutide ช่วยกระตุ้นฮอร์โมน GLP-1 (Glucagon-Like Peptide-1) ลดความอยากอาหาร ชะลอการบีบตัวของกระเพาะอาหาร ทำให้รู้สึกอิ่มนาน ปรับพฤติกรรมการกิน น้ำหนักจึงค่อย ๆ ลดลง สามารถใช้ควบคู่กับการออกกำลังกายหรือควบคุมอาหารได้ จะช่วยให้การลดน้ำหนักและดูแลรูปร่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ในระยะแรกที่ปักปากกาอาจมีอาการบางอย่างเกิดขึ้น เช่น อาเจียน คลื่นไส้ ท้องผูก ซึ่งจะค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อร่างกายปรับเข้ากับตัวยาได้แล้ว สำหรับใครที่อยากดูแลรูปร่างให้ได้สัดส่วน ลดน้ำหนักอย่างถูกต้องและปลอดภัย แนะนำให้ทักเข้ามาปรึกษาได้ที่ Vincent Clinic Aesthetic เพื่อรับการประเมินจากทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์และออกแบบการรักษาเฉพาะรายบุคคล












