เครื่อง Ulthera ราคาเท่าไร แต่ละบริเวณ แต่ละรุ่นราคาเท่ากันไหม?

ทีมแพทย์ Vincent Clinic
แชร์ :
Ulthera ราคาเท่าไร

Key Takeaways

  • Ulthera ราคาโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 10,000 – 130,000 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับรุ่นเครื่อง จำนวนไลน์ ตำแหน่งที่ทำ และระดับความหย่อนคล้อย
  • Ulthera SPT ราคาประมาณ 20,000 – 100,000 บาทขึ้นไป โดย Vincent Clinic Aesthetic มีราคาโปรโมชันเริ่มต้น 200 ไลน์ ที่ 19,999 บาท
  • Ulthera Prime ราคาประมาณ 15,000 – 130,000 บาทขึ้นไป และมักมีราคาสูงกว่า เพราะพัฒนาระบบแสดงภาพให้ชัดขึ้นและช่วยให้ทำหัตถการได้รวดเร็วขึ้น
  • จำนวนไลน์ยิ่งมาก ราคายิ่งสูง เพราะสามารถวางพลังงานได้ครอบคลุมพื้นที่และเก็บรายละเอียดบริเวณที่หย่อนคล้อยได้มากขึ้น
  • Ulthera 100 ไลน์ ราคาประมาณ 10,000 – 13,000 บาท ส่วน 1,000 ไลน์ ราคาประมาณ 90,000 – 130,000 บาทขึ้นไป
  • การทำเฉพาะจุด เช่น รอบดวงตา แก้ม กรอบหน้า หรือเหนียง มีราคาประมาณ 20,000 – 45,000 บาท ส่วนทั่วหน้าและลำคอประมาณ 80,000 – 130,000 บาท
  • ราคา Ulthera ของแต่ละคลินิกแตกต่างกันตามรุ่นเครื่อง จำนวนไลน์ ตำแหน่งที่ทำ ประสบการณ์แพทย์ และโปรโมชันของแต่ละแห่ง
  • ควรเลือกจำนวนไลน์และตำแหน่งที่เหมาะกับปัญหาผิวจากการประเมินของแพทย์ พร้อมตรวจสอบเครื่องและหัวทิปแท้ มากกว่าพิจารณาจากราคาถูกเพียงอย่างเดียว

Ulthera เป็นหัตถการยกกระชับผิวที่ได้รับความสนใจจากผู้ที่ต้องการดูแลผิวหน้าและลดความหย่อนคล้อยโดยไม่ต้องผ่าตัด ทำให้หลายคนสงสัยว่า Ulthera ราคาเท่าไร แต่ละจำนวนไลน์มีค่าใช้จ่ายแตกต่างกันอย่างไร และแต่ละตำแหน่งต้องใช้กี่ไลน์ Vincent Clinic Aesthetic จะพาไปดูรายละเอียดว่า Ulthera ราคาเท่าไหร่พร้อมปัจจัยที่มีผลต่อราคาของ Ulthera กันค่ะ

Ulthera ราคาเท่าไร

Ulthera ราคาอยู่ที่ประมาณ 10,000 – 130,000 บาทขึ้นไป โดยราคา Ulthera จะแตกต่างกันตามจำนวนไลน์ ตำแหน่งที่ทำ รุ่นเครื่อง และระดับความหย่อนคล้อยของแต่ละคน หากทำเฉพาะจุดมักมีราคาต่ำกว่า ส่วนการทำทั่วหน้าหรือรวมลำคอจะใช้จำนวนไลน์มากขึ้นและมีราคาสูงขึ้น 

Ulthera SPT ราคาเท่าไหร่?

Ulthera SPT ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 20,000 – 100,000 บาทขึ้นไป ราคาที่แตกต่างกันจะขึ้นอยู่กับจำนวนไลน์ ตำแหน่งที่ทำ และระดับความหย่อนคล้อยของแต่ละคน

ที่ Vincent Clinic Aesthetic มี Ulthera SPT ราคาโปรโมชัน ดังนี้

  • Ulthera SPT 200 ไลน์ ราคา 19,999 บาท
  • Ulthera SPT 300 ไลน์ ราคา 29,999 บาท
  • Ulthera SPT 400 ไลน์ ราคา 39,999 บาท
  • Ulthera SPT 500 ไลน์ ราคา 49,999 บาท
  • Ulthera SPT 600 ไลน์ ราคา 59,999 บาท
  • Ulthera SPT 800 ไลน์ ราคา 79,999 บาท
  • Ulthera SPT 1,000 ไลน์ ราคา 99,999 บาท

Ulthera Prime ราคาเท่าไหร่?

ราคา Ulthera Prime โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 15,000 – 130,000 บาทขึ้นไป โดยราคา Ulthera Prime จะแตกต่างกันตามจำนวนไลน์ ตำแหน่งที่ทำ และโปรโมชันของแต่ละคลินิก ซึ่งการทำทั่วหน้าหรือทำร่วมกับลำคอมักมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการทำเฉพาะจุด

แม้ Ulthera Prime จะเป็นรุ่นใหม่ที่พัฒนาหน้าจอให้ใหญ่ขึ้น แสดงภาพชั้นผิวได้กว้างและชัดขึ้น รวมถึงช่วยให้แพทย์ทำงานได้รวดเร็วขึ้น แต่ยังใช้หลักการส่งพลังงานและระดับความลึกใกล้เคียงกับ Ulthera SPT ดังนั้น ผลลัพธ์การยกกระชับอาจใกล้เคียงกัน 

Ulthera Prime กับ Ulthera SPT ราคาต่างกันอย่างไร?

Ulthera Prime เป็นเทคโนโลยีรุ่นใหม่ที่พัฒนาระบบแสดงภาพให้มีความละเอียดมากขึ้น ช่วยให้แพทย์มองเห็นชั้นผิวและวางไลน์พลังงานได้แม่นยำ รวมถึงใช้เวลาทำหัตถการน้อยลง ราคาจึงมักสูงกว่า Ulthera SPT 

ส่วน Ulthera SPT มักมีราคาที่เข้าถึงง่ายกว่าเล็กน้อย แต่ยังสามารถให้ผลลัพธ์ด้านการยกกระชับได้ดี หากแพทย์ประเมินโครงสร้างใบหน้า เลือกหัวพลังงาน และวางจำนวนไลน์ได้อย่างเหมาะสม 

Ulthera แต่ละไลน์ราคาเท่าไร

ทำ Ulthera ราคาจะคิดตามจำนวนไลน์ที่ใช้ โดยยิ่งใช้หลายไลน์ ราคาก็จะสูงขึ้น เนื่องจากสามารถยิงพลังงานได้ครอบคลุมพื้นที่และเก็บรายละเอียดได้มากขึ้น ทั้งนี้ จำนวนไลน์ที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำและระดับความหย่อนคล้อยของแต่ละบุคคล โดยราคา Ulthera ในแต่ละจำนวนไลน์ มีดังนี้

  • Ulthera 100 Lines ราคาประมาณ 10,000 – 13,000 บาท เหมาะกับการทำเฉพาะจุด เช่น รอบดวงตา หางตา หรือยกคิ้ว ช่วยกระชับหนังตาที่เริ่มหย่อนและทำให้ดวงตาดูสดใสขึ้น 
  • Ulthera 300 Lines ราคาประมาณ 20,000 – 40,000 บาท เหมาะกับบริเวณแก้ม กรอบหน้า หรือใต้คาง ช่วยยกผิวที่เริ่มหย่อนและทำให้กรอบหน้าดูชัดขึ้น 
  • Ulthera 400 Lines ราคาประมาณ 40,000 – 50,000 บาท เหมาะกับการยกแก้มและเก็บกรอบหน้า ช่วยลดความหย่อนคล้อยบริเวณใบหน้าส่วนกลางและส่วนล่าง 
  • Ulthera 500 Lines ราคาประมาณ 50,000 – 70,000 บาท ครอบคลุมบริเวณแก้ม กรอบหน้า และเหนียง ช่วยให้ใบหน้าดูกระชับขึ้นและแนวกรามชัดขึ้น 
  • Ulthera 600 Lines ราคาประมาณ 60,000 – 80,000 บาท เหมาะกับการยกกระชับทั่วหน้า ช่วยดูแลทั้งแก้ม กรอบหน้า และใต้คาง สำหรับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยหลายจุด 
  • Ulthera 700 Lines ราคาประมาณ 70,000 – 90,000 บาท สามารถทำทั่วหน้า เหนียง และลำคอบางส่วน ช่วยยกกระชับใบหน้า เก็บใต้คาง และลดผิวคอที่เริ่มหย่อน 
  • Ulthera 1,000 Lines ราคาประมาณ 90,000 – 130,000 บาทขึ้นไป เหมาะกับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยค่อนข้างมากหรือต้องการทำหลายบริเวณ เช่น ทั่วหน้า เหนียง และลำคอ ช่วยยกกระชับได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น 

ราคา Ulthera แต่ละตำแหน่งเท่าไร

ราคา Ulthera แต่ละจุดต่างกันตามขนาดพื้นที่ จำนวนไลน์ และระดับความหย่อนคล้อย โดยบริเวณกว้างหรือทำหลายจุดพร้อมกันจะมีราคาสูงกว่า ดังนี้

  • Ulthera รอบดวงตาราคาประมาณ 20,000 – 30,000 บาท ช่วยยกคิ้วและกระชับผิวรอบดวงตา ทำให้ดวงตาดูเปิดและสดใสขึ้น เหมาะกับผู้ที่ดวงตาดูอ่อนล้า
  • Ulthera แก้มราคาประมาณ 25,000 – 40,000 บาท ช่วยยกแก้มและลดความหย่อนคล้อย เหมาะกับผู้ที่แก้มเริ่มตก
  • Ulthera กรอบหน้าราคาประมาณ 20,000 – 40,000 บาท ช่วยให้แนวกรามชัดขึ้น เหมาะกับผู้ที่กรอบหน้าไม่กระชับ
  • Ulthera แก้มกับกรอบหน้าราคาประมาณ 35,000 – 60,000 บาท ช่วยยกแก้มและเก็บกรอบหน้า เหมาะกับผู้ที่หน้าส่วนล่างเริ่มหย่อน
  • Ulthera แก้มกับเหนียงราคาประมาณ 40,000 – 65,000 บาท ช่วยยกแก้มและกระชับใต้คาง เหมาะกับผู้ที่มีแก้มหย่อนร่วมกับเหนียง
  • Ulthera เหนียงราคาประมาณ 25,000 – 45,000 บาท ช่วยกระชับใต้คาง เหมาะกับผู้ที่มีเหนียงจากผิวหย่อนหรือไขมันไม่มาก
  • Ulthera ทั่วหน้าราคาประมาณ 55,000 – 90,000 บาท ช่วยยกกระชับหลายจุด เหมาะกับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยทั่วใบหน้า
  • Ulthera ทั่วหน้าและลำคอราคาประมาณ 80,000 – 130,000 บาท ช่วยยกหน้า เก็บเหนียง และกระชับคอ เหมาะกับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยหลายบริเวณ

ทำไม Ulthera แต่ละคลินิกราคาไม่เท่ากัน?

Ulthera ราคาของแต่ละคลินิกจะแตกต่างกันไป ทั้งนี้ราคาที่แตกต่างกันจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนไลน์เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงรุ่นเครื่อง ตำแหน่งที่ทำ ประสบการณ์แพทย์ และมาตรฐานการให้บริการ หรือปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้ 

รุ่น Ulthera ที่ใช้

ปัจจุบัน Ulthera มีทั้งรุ่น Ulthera SPT และ Ulthera Prime ซึ่งเป็นรุ่นใหม่กว่า โดย Ulthera Prime ได้รับการพัฒนาระบบแสดงภาพชั้นผิวให้มีความละเอียดมากขึ้น ช่วยให้แพทย์มองเห็นบริเวณที่ยิงพลังงานได้ชัดเจนและใช้เวลาทำน้อยลง จึงมักมีราคาสูงกว่า Ulthera SPT 

จำนวนไลน์ที่ใช้จริง

Ulthera มักคิดราคาตามจำนวนไลน์ ยิ่งใช้จำนวนไลน์มาก ราคาก็ยิ่งสูงขึ้น เนื่องจากสามารถยิงพลังงานได้ครอบคลุมพื้นที่กว้างและเก็บรายละเอียดในบริเวณที่มีความหย่อนคล้อยได้มากขึ้น 

ตำแหน่งที่ทำ

การทำ Ulthera เฉพาะจุด เช่น รอบดวงตา หางตา หรือใต้คาง มักมีราคาต่ำกว่าการทำทั่วหน้า เนื่องจากใช้จำนวนไลน์และระยะเวลาในการรักษาน้อยกว่า ขณะที่การทำทั่วหน้า รวมถึงกรอบหน้า เหนียง และลำคอ จะต้องใช้จำนวนไลน์มากขึ้น จึงมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า 

ประสบการณ์แพทย์

การทำ Ulthera ต้องอาศัยประสบการณ์ของแพทย์ในการประเมินปัญหาและวางแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล ซึ่งแพทย์ที่มีความชำนาญอาจส่งผลต่อค่าใช้จ่ายและผลลัพธ์หลังทำได้เช่นกัน 

โปรโมชั่นของแต่ละคลินิก

แต่ละคลินิกอาจมีโปรโมชัน แพ็กเกจ และเงื่อนไขการให้บริการที่แตกต่างกัน เช่น ราคาเหมาจำนวนไลน์ ส่วนลดในช่วงเวลาพิเศษ หรือบริการติดตามผลหลังทำ ดังนั้น ควรตรวจสอบรายละเอียดให้ชัดเจนว่าราคาที่แจ้งรวมค่าแพทย์ จำนวนไลน์ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ แล้วหรือไม่ 

Ulthera ราคาเทียบกับเครื่องยกกระชับอื่น

Ulthera ราคามีความแตกต่างจากเครื่องยกกระชับแต่ละชนิด เนื่องจากใช้เทคโนโลยี หลักการทำงาน และวิธีการปล่อยพลังงานที่ไม่เหมือนกัน รวมถึงยังมีปัจจัยด้านตำแหน่งที่ทำและโปรโมชันของแต่ละคลินิกเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยราคา Ulthera เมื่อเทียบกับเครื่องยกกระชับอื่น ๆ มีดังนี้

Ulthera กับ Thermage ราคาต่างกันอย่างไร?

Ulthera และ Thermage มีราคาใกล้เคียงกัน โดย Thermage มีราคาประมาณ 30,000 – 100,000 บาทขึ้นไป Ulthera ใช้พลังงานอัลตราซาวนด์และคิดราคาตามจำนวนไลน์ ส่วน Thermage FLX ใช้พลังงาน Monopolar RF และคิดตามจำนวนช็อต โดยราคาของแต่ละเครื่องขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่ทำ ปริมาณพลังงาน และต้นทุนหัวทิป 

Ulthera กับ Ultraformer ราคาต่างกันไหม?

Ultraformer ราคาอยู่ที่ประมาณ 3,000 – 40,000 บาทขึ้นไป ซึ่ง Ulthera มีราคาสูงกว่า Ultraformer เนื่องจากมีระบบแสดงภาพชั้นผิวแบบเรียลไทม์ ช่วยให้แพทย์วางแนวพลังงานได้แม่นยำ ขณะที่ Ultraformer เน้นความคุ้มค่าและมีแพ็กเกจที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า แม้ว่าทั้งสองเครื่องจะช่วยยกกระชับผิวได้เช่นเดียวกันก็ตาม

Ulthera ราคาโรงพยาบาล vs คลินิก ต่างกันไหม?

Ulthera ราคาในโรงพยาบาลและคลินิกอาจแตกต่างกัน โดยโรงพยาบาลมักมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า เนื่องจากมีต้นทุนด้านสถานที่ ระบบบริการ บุคลากร และมาตรฐานการดูแลที่ครอบคลุมมากกว่า ขณะที่คลินิกความงามหลายแห่งมักมีแพ็กเกจและโปรโมชันให้เลือกหลากหลายตามจำนวนไลน์ จึงอาจมีราคาที่ย่อมเยาและเข้าถึงได้ง่ายกว่า

สามารถอ่านบทความเพิ่มเติม: ทำ Ulthera ที่ไหนดี

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Ulthera ราคา (FAQ)

Q: Ulthera ราคาถูกควรทำไหม?
A: ทำได้หากเป็นโปรโมชันที่น่าเชื่อถือ แต่ควรตรวจสอบว่าใช้เครื่องและหัวทิปแท้ มีแพทย์เป็นผู้ทำ และแจ้งจำนวนไลน์ชัดเจน หากราคาถูกผิดปกติควรระวังเครื่องเลียนแบบหรือยิงไม่ครบไลน์ 

Q: Ulthera ราคาเหมาจ่ายคุ้มไหม?
A: คุ้ม หากแพ็กเกจระบุจำนวนไลน์และตำแหน่งที่ทำชัดเจน เหมาะกับผู้ที่ต้องการทำหลายจุด แต่ควรตรวจสอบว่าใช้เครื่องแท้และไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 

Q: Ulthera อยู่ได้นานแค่ไหน คุ้มกับราคาไหม?
A: ผลลัพธ์มักอยู่ได้นานประมาณ 1 ปีหรือมากกว่า จึงถือว่าคุ้มสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับโดยไม่ผ่าตัด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนไลน์ ปัญหาผิว และการวางแผนของแพทย์ 

Q: ทำ Ulthera ราคาแพงกว่าบางเครื่อง เพราะอะไร?
A: เพราะ Ulthera มีระบบแสดงภาพชั้นผิวแบบเรียลไทม์ ใช้หัวทิปเฉพาะที่มีต้นทุนสูง และต้องให้แพทย์วางไลน์อย่างแม่นยำ ราคาจึงมักสูงกว่าเครื่องยกกระชับบางประเภท 

Q: ควรเลือก Ulthera จากราคาหรือจำนวนช็อต?
A: ควรเลือกจากความเหมาะสมของจำนวนไลน์และการวางแผนของแพทย์มากกว่าราคาเพียงอย่างเดียว เพราะจำนวนไลน์ที่มากแต่ยิงไม่ตรงจุด อาจให้ผลลัพธ์ไม่ดีเท่าจำนวนไลน์ที่พอดีและวางไลน์เหมาะกับโครงสร้างใบหน้า 

Q: Ulthera ที่เกาหลี ราคาเท่าไหร่ คุ้มกว่าทำที่ไทยไหม?
A: Ulthera ที่เกาหลี 300 Lines ราคาประมาณ 18,000 – 101,000 บาท อาจคุ้มหากมีแผนเดินทางไปเกาหลีอยู่แล้ว แต่เมื่อรวมค่าเดินทางและการติดตามผล ทำที่ไทยอาจสะดวกกว่า 

สรุป 

Ulthera ราคาอยู่ที่ประมาณ 10,000 – 130,000 บาทขึ้นไป โดยค่าใช้จ่ายจะแตกต่างกันตามรุ่นเครื่อง จำนวนไลน์ ตำแหน่งที่ทำ ระดับความหย่อนคล้อย และประสบการณ์ของแพทย์ หากทำเฉพาะจุดหรือใช้จำนวนไลน์ไม่มาก ราคาจะอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่หากทำทั่วหน้า เหนียง หรือลำคอร่วมกัน จะต้องใช้จำนวนไลน์มากขึ้นและมีราคาสูงตามไปด้วย หากสนใจทำ Ulthera แต่ยังไม่แน่ใจเรื่องราคา จำนวนไลน์ หรือบริเวณที่เหมาะสม สามารถเข้ามาปรึกษาและให้แพทย์ประเมินใบหน้าได้ที่ Vincent Clinic Aesthetic เพื่อวางแผนการรักษาและเลือกแพ็กเกจให้เหมาะกับปัญหาและงบประมาณของแต่ละคน