ฉีดโบท็อกเจ็บไหม อีกหนึ่งคำถามที่ได้ยินค่อนข้างบ่อย เพราะเป็นหัตถการที่ใช้เข็มจึงอาจทำให้หลายคนเกิดความกังวล ในบทความนี้ Vincent Clinic Aesthetic จะพาไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับการฉีดโบทูลินัมท็อกซินให้มากขึ้นว่าตอนฉีดเจ็บจริงไหม ฉีดตำแหน่งไหนเจ็บที่สุด ความเจ็บที่เกิดขึ้นมาจากสาเหตุอะไรบ้าง ทำอย่างไรให้เจ็บน้อยลง สามารถหาคำตอบได้จากเนื้อหาต่อไปนี้
Key Takeaways
- ฉีดโบท็อกอาจรู้สึกเจ็บหรือแสบได้บ้างเล็กน้อย โดยเฉพาะเวลาที่เข็มผ่านชั้นผิวลงไปและตอนที่ตัวยากำลังฉีดเข้าใต้ชั้นผิว ซึ่งเป็นความเจ็บในระดับที่สามารถทนได้
- ก่อนฉีดโบท็อกในแต่ละครั้งจะมีการประคบเย็นเพื่อทำให้ผิวรู้สึกชา ทำให้คนไข้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น หากใครที่กลัวเจ็บมาก ๆ สามารถแจ้งแพทย์เพื่อขอทายาชาก่อนทำหัตถการได้
- ระดับความเจ็บของการฉีดโบท็อกในแต่ละคนจะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับความไวต่อความรู้สึก ตำแหน่งที่ฉีด ความหนา-บางของผิว เทคนิคการฉีด และน้ำหนักมือของแพทย์
- ตำแหน่งที่ฉีดโบท็อกแล้วเจ็บมาก ๆ มักเป็นจุดที่ผิวบาง มีเส้นประสาทและเส้นเลือดเยอะ เช่น รอบดวงตา ปีกจมูก ระหว่างคิ้ว และรอบริมฝีปาก
- ความรู้สึกหลังฉีดโบท็อกที่พบได้บ่อย ได้แก่ อาการเจ็บ อาการปวดตึง อาการปวดหัว มีรอยแดงจากเข็ม หรือมีตุ่มนูน ซึ่งอาการเหล่านี้จะหายไปได้เองในระยะเวลาประมาณ 1 – 3 วัน
ฉีดโบท็อกเจ็บไหม?
ระหว่างฉีดโบท็อกอาจรู้สึกเจ็บได้บ้างเล็กน้อย ซึ่งในระหว่าง ฉีดโบท็อก จะมีการประคบเย็นเพื่อช่วยบรรเทาอาการเจ็บให้น้อยลง ช่วยให้คนไข้ผ่อนคลายมากขึ้น แพทย์สามารถทำหัตถการได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยในช่วงที่แพทย์กำลังฉีดตัวยาเข้าไปใต้ผิวหนังอาจรู้สึกแสบนิดหน่อย แต่เป็นความรู้สึกที่ทนได้ หากใครที่รู้สึกเจ็บสามารถแจ้งแพทย์ได้

ฉีดโบท็อกเจ็บ ขึ้นอยู่กับอะไร
ความเจ็บของการฉีดโบทูลินัมท็อกซินในแต่ละคนจะไม่เท่ากัน บางคนรู้สึกเจ็บมาก บางคนรู้สึกจี๊ด ๆ เหมือนมดกัด หรือบางคนอาจไม่รู้สึกอะไรเลย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตอบสนองต่อความรู้สึก ตำแหน่งที่ฉีด สภาพผิว เทคนิคของแพทย์ และน้ำหนักมือของแพทย์
ฉีดโบท็อกตรงไหนเจ็บสุด?
ฉีดโบท็อกในแต่ละตำแหน่งเจ็บไม่เท่ากัน เพราะสภาพผิวในแต่ละจุดมีความบางและหนาต่างกัน จุดที่มักจะรู้สึกเจ็บได้ค่อนข้างมากมักจะเป็นตำแหน่งที่ผิวมีความบาง โดยมีรายละเอียดของความเจ็บในแต่ละจุด ดังนี้
- โบท็อกหางตา เนื่องจากบริเวณรอบดวงตามีเส้นประสาทอยู่เยอะและมีผิวหนังที่ค่อนข้างบาง จึงทำให้ไวต่อความรู้สึกเจ็บ
- โบท็อกระหว่างคิ้ว อีกหนึ่งตำแหน่งที่ผิวมีความบางและอยู่ใกล้กับกระดูก ทำให้มีโอกาสที่เข็มจะสัมผัสกับกระดูกจนทำให้รู้สึกแปลบ ๆ ได้บ้างเล็กน้อย
- โบท็อกปีกจมูก ตำแหน่งนี้มีผิวหนังที่ค่อนข้างบางและมีเส้นประสาทอยู่ค่อนข้างเยอะ จึงอาจทำให้เวลาที่ฉีดในจุดนี้หลายคนอาจเจ็บจนมีน้ำตาไหลได้
- โบท็อกหน้าผาก เป็นจุดที่ไวต่อความรู้สึก ในระหว่างฉีดจึงอาจทำให้เจ็บได้พอสมควร แต่ไม่เท่ากับบริเวณรอบดวงตาที่มีผิวบางกว่า
- โบท็อกยกมุมปาก จุดนี้ค่อนข้างรู้สึกเจ็บได้มาก โดยเฉพาะบริเวณรอบริมปาก เพราะผิวมีความบาง มีเส้นประสาทและเส้นเลือดอยู่เยอะ จึงอาจทำให้รู้สึกเจ็บได้มากกว่า นอกจากนั้นยังช้ำง่ายอีกด้วย

หลังฉีดโบท็อกเจ็บไหม มีผลข้างเคียงอะไรไหม
หลังฉีดโบท็อกอาจรู้สึกเจ็บได้บ้างเล็กน้อยในช่วงแรก และจะค่อย ๆ หายไปได้เองในช่วงระยะเวลาประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง โดยไม่ต้องพักฟื้น กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ โดยอาจมีอาการที่พบได้หลังทำ ดังนี้
- มีอาการปวดตึงบริเวณที่ฉีด โดยเฉพาะรอยเข็ม ซึ่งจะหายไปเองในระยะเวลาอันสั้น
- อาจรู้สึกปวดขมับหรือปวดศีรษะได้ในช่วงแรก หากฉีดในตำแหน่งหน้าผาก ขมับ หรือพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งจะค่อย ๆ หายไปได้เอง
- อาจมีตุ่มนูนขนาดเล็กคล้ายกับยุงกัดบนผิวได้บ้าง ตุ่มนี้จะยุบหายไปเองในช่วง 1 – 2 ชั่วโมงหลังฉีด สามารถกินยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการได้
- อาจเกิดรอยช้ำในคนที่ผิวบางมาก หากดูแลตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด อาการจะหายไปได้เองในช่วงประมาณ 1 – 2 สัปดาห์
- หากมีอาการบวมแดงและปวดรุนแรงไม่ลดลง หรือมีอาการอักเสบติดเชื้อ มีหนองไหลออกมา ควรพบแพทย์ทันที
กลัวเจ็บ มีวิธีลดความเจ็บตอนฉีดโบท็อกอย่างไร
โดยทั่วไปวิธีการลดความเจ็บในระหว่างฉีดโบท็อกจะใช้เป็นการประคบเย็นเพื่อให้รู้สึกชาและผ่อนคลายในระหว่างทำมากขึ้น ซึ่งความเจ็บก็จะขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฉีดและสภาพผิวบริเวณนั้นด้วย ในกรณีของคนที่กลัวเจ็บมาก ๆ สามารถแจ้งแพทย์เพื่อขอทายาชาได้เช่นกัน ซึ่งจะช่วยลดความเจ็บลงได้ค่อนข้างมาก แต่ไม่จำเป็นต้องฉีดยาชาเพราะยาชาแบบฉีดจะรู้สึกแสบมากกว่าการฉีดโบ
หลังฉีดโบท็อกเจ็บมาก ทำอย่างไร
หากหลังฉีดโบท็อกแล้วรู้สึกเจ็บหรือปวดตึงบริเวณที่ฉีด สามารถรับประทานยาแก้ปวดตามที่แพทย์แนะนำได้ ซึ่งอาการเหล่านี้สามารถพบได้เป็นปกติและจะหายไปได้เองในระยะเวลาประมาณ 2 – 3 วันหลังฉีด แต่ในกรณีของคนที่มีอาการบวมแดง ปวด หรือแสบบริเวณผิวมากขึ้นเรื่อย ๆ และไม่หายไป ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการรักษาทันที อาจเกิดขึ้นจากการติดเชื้อ ฉีดโบท็อกไม่ได้มาตรฐาน หรือ ฉีดโบท็อกปลอม เพื่อช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัย ควรเลือกฉีดกับคลินิกที่น่าเชื่อถือ เปิดให้บริการอย่างถูกต้อง แพทย์มีประสบการณ์สามารถให้คำปรึกษาและวางตำแหน่งยาได้อย่างแม่นยำ ใช้โบท็อกแท้สามารถตรวจสอบได้ และมีรีวิวจากคนไข้จริงให้ดูประกอบการตัดสินใจ
สำหรับที่ Vincent Clinic เป็นคลินิกที่ผ่านการรับรองมาตรฐานระดับสากลจาก AACI (American Accreditation Commission International) ต่อเนื่องหลายปี ดูแลทุกเคสโดยทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์ในการประเมินปัญหาและออกแบบการรักษาเฉพาะรายบุคคล ทั้งยังใช้ผลิตภัณฑ์โบทูลินัมท็อกซินที่เป็นของแท้สามารถตรวจสอบได้ มีให้เลือกหลายยี่ห้อตามความเหมาะสมของปัญหาและความต้องการของคนไข้แต่ละคนที่แตกต่างกัน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ โบท็อกเจ็บไหม (FAQ)
หลายคนมีความกังวลว่า ฉีดโบท็อกเจ็บไหม จึงทำให้ไม่กล้าที่จะเลือกทำหัตถการนี้ ทั้งที่เป็นตัวช่วยดูแลผิวพรรณและใบหน้าได้อย่างเห็นผล ในหัวข้อนี้จึงได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยมาไว้ให้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ดังนี้
Q: ฉีดโบท็อกไม่แปะยาชาเจ็บไหม?
A: โดยทั่วไปการฉีดโบท็อกจะใช้การประคบเย็นช่วยลดความเจ็บแต่ยังสัมผัสได้ถึงความเจ็บบ้างเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฉีด สภาพผิว ความไวต่อความรู้สึก และเทคนิคของแพทย์ที่แตกต่างกันออกไป หากรู้สึกเจ็บในระหว่างทำสามารถแจ้งแพทย์เพื่อประคบเย็นย้ำในตำแหน่งที่ฉีดเพื่อลดความเจ็บ แต่ในกรณีของคนที่รู้ตัวว่ากลัวเจ็บมาก ๆ สามารถขอทายาชาก่อนฉีดได้
Q: ฉีดโบท็อกกรามเจ็บไหม?
A: สำหรับการฉีดโบท็อกลดกราม เป็นตำแหน่งที่ไม่เจ็บหรือรู้สึกเจ็บ ตึงๆ หน่วงๆ ได้บ้างเล็กน้อย เนื่องจากมีผิวที่หนาและชั้นไขมันเยอะ ต่างจากตำแหน่งบริเวณรอบดวงตาที่ผิวค่อนข้างบางทำให้รู้สึกเจ็บได้มากกว่า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตอบสนองต่อความรู้สึกของแต่ละคนที่แตกต่างกัน
Q: ฉีดโบท็อกรักแร้เจ็บไหม?
A: การฉีดโบท็อกรักแร้ อาจรู้สึกเจ็บได้ในระหว่างที่เข็มผ่านผิวหนังหรือบางคนอาจรู้สึกแสบในระหว่างที่ตัวยากำลังเข้าสู่ชั้นผิวได้บ้าง ซึ่งเป็นความเจ็บในระดับที่สามารถทนได้ โดยในระหว่างทำหัตถการจะมีการประคบเย็นร่วมด้วยอยู่แล้ว จึงไม่ต้องกังวลเรื่องของความเจ็บ
Q: หลังฉีดโบท็อกปวดหัวปกติไหม?
A: อาการปวดหัวหลังฉีดโบท็อกเป็นเรื่องปกติที่พบได้บ่อย เกิดจากการที่ร่างกายกำลังปรับตัวกับกล้ามเนื้อที่เกิดการคลายตัว ซึ่งอาการปวดหัวจะค่อย ๆ ดีขึ้นในช่วง 1 – 3 วันหลังฉีด ในระหว่างนั้นสามารถรับประทานยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการได้ แต่ถ้าอาการเหล่านี้ไม่หายไปและหนักขึ้นเรื่อย ๆ ควรเข้าพบแพทย์เพื่อประเมินอาการทันที
Q: หลังฉีดโบท็อกเป็นตุ่มนูนกี่วันหาย?
A: โดยปกติแล้วอาการตุ่มนูนที่เกิดขึ้นบนผิวหนังหลังฉีดโบท็อกจะหายไปได้เองภายใน 1 – 3 ชั่วโมง หรือบางคนอาจจะหายไปใน 1 – 2 วันหลังฉีด ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้ สาเหตุมาจากตัวยาที่ฉีดเข้าไปยังกระจายตัวไม่หมด
สรุป
ฉีดโบท็อกเจ็บไหม อีกหนึ่งคำถามที่พบได้ค่อนข้างบ่อย เนื่องจากเป็นหัตถการที่ต้องใช้เข็มฉีดตัวยาเข้าสู่ชั้นผิวจึงทำให้หลายคนเกิดความกังวล แต่ในระหว่างทำจะมีการประคบเย็นเพื่อให้ผิวรู้สึกชาก่อนฉีดทุกครั้ง ซึ่งความเจ็บที่เกิดขึ้นนี้อยู่ในระดับที่ทนได้ หากรู้สึกเจ็บในระหว่างฉีดสามารถแจ้งแพทย์เพื่อประคบเย็นย้ำลงไปทำให้ผ่อนคลายมากขึ้น ในกรณีของคนที่กลัวเจ็บมาก ๆ สามารถขอทายาชาเพื่อลดความเจ็บได้เช่นกัน สำหรับใครที่อยากดูแลผิวพรรณและใบหน้าให้เข้ารูปได้สัดส่วน ลดเลือนริ้วรอย ลดขนาดกราม ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ แนะนำให้เข้ามาปรึกษาทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์ของ Vincent Clinic Aesthetic เพื่อรับการประเมินปัญหา วิเคราะห์สภาพผิว วิเคราะห์โครงสร้างหน้า และออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล












