สิวที่ก้นเป็นปัญหาผิวที่กวนใจใครหลายคน ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ ความมั่นใจ สภาพผิว รวมไปถึงอาจรู้สึกเจ็บได้อีกด้วย แม้ว่าจะเป็นสิวที่เกิดในร่มผ้า แต่ก็ไม่ควรมองข้ามที่จะดูแลรักษาให้ดี ในบทความนี้ Vincent Clinic Aesthetic จะพาไปรู้จักสาเหตุของการเกิดปัญหาสิวบริเวณก้น รายละเอียดของสิวประเภทต่าง ๆ วิธีรักษาสิวบริเวณก้นมีอะไรบ้าง วิธีป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ ติดตามอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเนื้อหาต่อไปนี้

สิวที่ก้นเกิดจากอะไร?
ปัญหาสิวที่ก้นสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ และบางครั้ง สิว ที่เราเห็นนั้นอาจจะไม่ใช่สิวเสมอไป แต่อาจเป็นอาการผื่นคันได้อีกด้วย ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้บ่อยกับบริเวณที่มีรูขุมขนและต่อมไขมัน เช่น บริเวณแก้มก้น บริเวณร่องก้นหรือรอยพับ และบริเวณแนวขอบกางเกงใน โดยมีสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหา ดังนี้
- รูขุมขนอักเสบ มักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อรา จนทำให้เกิดเป็นลักษณะของตุ่มแดงขนาดเล็ก หรือตุ่มหนอง
- การเสียดสี เวลาที่สวมใส่กางเกงยีนส์ บอดี้สูท หรือชุดชั้นในที่รัดแน่นมากเกินไป เวลาที่ขยับร่างกายจะเกิดการเสียดสีกับผิวก้นอย่างต่อเนื่อง
- ความอับชื้น สามารถเกิดขึ้นได้จากการสะสมของเหงื่อ สวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศไม่ดี หรือนั่งนาน ๆ ทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองได้
- ขนคุด เป็นอาการของเส้นขนที่เกิดการม้วนตัวหรืองออยู่ใต้ชั้นผิว เพราะไม่สามารถงอกผ่านชั้นผิวหนังได้
- แพ้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวและผลิตภัณฑ์ซักผ้าที่มีส่วนผสมของสารเคมีรุนแรง ซึ่งทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองหรือทำให้รูขุมขนอุดตัน
- รักษาความสะอาดไม่ดีพอ โดยเฉพาะหลังออกกำลังกาย ขับถ่าย หรือทำกิจกรรมที่มีเหงื่อเยอะ หากไม่ทำความสะอาดให้ดีอาจก่อให้เกิดการสะสมของเชื้อโรคและความอับชื้นจนเกิดสิวได้
- ฮอร์โมนแปรปรวน ส่งผลต่อการทำงานของต่อมไขมันและความอ่อนไหวของผิวหนัง ยิ่งทำให้เกิดอาการอักเสบหรืออาการระคายเคืองได้ง่ายขึ้น
สิวที่ก้นมีประเภทไหนบ้าง?
สำหรับประเภทของสิวขึ้นก้นมีด้วยกันหลายประเภท ขึ้นอยู่กับปัจจัยของการเกิดสิวของแต่ละคนที่แตกต่างกันออกไป โดยมีสิวที่สามารถพบได้หลายประเภท ดังนี้
- สิวอุดตัน เป็นสิวที่เกิดจากสิ่งสกปรก เซลล์ผิวที่ตายแล้ว หรือไขมันที่ตกค้างในรูขุมขนจนเกิดการอุดตัน มีลักษณะเป็นเม็ดเล็ก ๆ หรือเป็นไตแข็งอยู่ใต้ผิวหนัง แต่ไม่รู้สึกเจ็บหรือมีอาการแดง
- สิวอักเสบ เป็นสิวที่เกิดขึ้นจากสิวหัวขาวที่อักเสบจากการสะสมของแบคทีเรีย มีลักษณะเป็นตุ่มนูนแดงหรือมีสีเข้มกว่าสีผิวปกติ เวลากดหรือสัมผัสจะรู้สึกเจ็บ
- สิวหัวหนอง มีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ลักษณะเป็นตุ่มบวมแดงที่มีหนองอยู่ด้านบน เกิดจากแบคทีเรียเข้าไปทำให้รูขุมขนอักเสบ
- สิวหัวช้าง เป็นตุ่มสิวที่มีขนาดใหญ่มากกว่าปกติ และเกิดการอักเสบอย่างรุนแรงบริเวณต่อมไขมันใต้ผิวหนัง จึงทำให้รู้สึกเจ็บได้มากกว่าปกติแม้จะไม่ได้สัมผัสหรือกดไปที่บริเวณสิว
- สิวซีสต์ เป็นสิวที่เกิดจากการกระจุกตัวของหัวสิวหลายหัวรวมกัน มีลักษณะเป็นตุ่มบวมแดงขนาดใหญ่ มีหนองและเลือดปนอยู่ภายใน อาการอักเสบค่อนข้างรุนแรงและทำให้รู้สึกเจ็บมาก
- สิวผด เป็นลักษณะของสิวเม็ดเล็ก ๆ คล้ายสิวอุดตันหรืออาจคล้ายกับสิวอักเสบ ซึ่งถูกกระตุ้นจากมลภาวะ ความร้อน อากาศ หรือแสงแดด

วิธีรักษาสิวที่ก้น ทำอย่างไรให้ยุบ?
สำหรับคนที่เป็นสิวที่ก้นสามารถรักษาให้หายได้ด้วยหลายวิธี โดยจะต้องเลือกวิธีที่เหมาะกับสาเหตุของการเกิดสิว เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ออกมาดีและไม่ไปกระตุ้นให้สิวลุกลามเพิ่มขึ้น โดยสามารถรักษาได้ด้วยวิธีต่าง ๆ ดังนี้
- รักษาความสะอาดของผิว นอกจากตอนอาบน้ำแล้ว การทำความสะอาดผิวก้นทั้งหลังขับถ่ายหรือหลังการออกกำลังกาย ไม่ปล่อยให้เกิดการอับชื้น จะช่วยลดสิวขึ้นก้นให้น้อยลงได้
- ประคบอุ่น เป็นการช่วยให้รูขุมขนเปิด ทำให้หัวสิวและหนองถูกระบายออกมาได้ง่ายขึ้น
- ประคบเย็น เป็นวิธีการช่วยบรรเทาความเจ็บปวด ลดอาการบวมแดงให้น้อยลง
- ใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมช่วยรักษาสิว เพื่อลดอาการอักเสบให้น้อยลงและช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียทำให้สิวยุบไว ไม่ลุกลาม เช่น Benzoyl Peroxide, Salicylic Acid หรือ Adapalene
- Chemical Peel เป็นการใช้กรดหรือสารเคมีทางการแพทย์ที่ช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิว ทำให้เซลล์ที่ตายแล้วหลุดออกไป ลดการอุดตันรูขุมขน กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้เพิ่มขึ้น แต่อาจทำให้เกิดอาการคัน ระคายเคือง หรือผิวแห้งได้
- กดสิว เป็นวิธีพื้นฐานที่ช่วยเอาหัวสิวออกจากผิวหนัง แต่ถ้าทำไม่ถูกวิธีหรือไม่สะอาด อาจเพิ่มอาการอักเสบและติดเชื้อให้มากขึ้นได้ จนทิ้งรอยดำ รอยสิว หรือหลุมสิวเอาไว้
- ฉีดสิว เป็นการฉีดตัวยาที่มีคุณสมบัติช่วยลดอาการอักเสบ ช่วยลดเชื้อสิว และทำให้สิวยุบไวขึ้น
รอยสิวที่ก้นเกิดจากอะไร รักษาอย่างไร?
ปัญหารอยสิวที่ก้นมักเกิดขึ้นหลังจากสิวหายไปแล้ว สาเหตุมาจากการที่สิวติดเชื้อหรืออักเสบอย่างรุนแรง จนทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นถูกทำลายมากเกินไป และเกิดปัญหาผิวไม่เรียบเนียน มีจุดด่างดำ และรอยหมองคล้ำ โดยปัจจัยที่ทำให้เกิดรอยสิวมีด้วยกันหลายอย่าง ดังนี้
- รักษาสิวไม่ถูกวิธี โดยเฉพาะคนที่แกะ เกา หรือบีบสิวด้วยตัวเอง มักจะทำให้เกิดการอักเสบที่รุนแรง ผิวจึงถูกทำร้ายมากขึ้น
- เกิดการอักเสบเป็นเวลานาน ในกรณีของคนที่เกิดการอักเสบรุนแรงและปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานาน เนื้อเยื่อจะถูกทำลายและกระตุ้นให้เม็ดสีเข้มมากขึ้น หากไม่รีบรักษาอาจทำให้เกิดหลุมสิวตามมา
- ถูกกระตุ้นจากแสงแดด สำหรับคนที่สิวขึ้นก้นแล้วไปอาบแดดหรือใส่บิกินี่เล่นน้ำทะเล มีโอกาสสูงที่จะถูกแสงแดดกระตุ้นทำให้เม็ดสีเข้มมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นสิว
- ขาดการดูแลผิว ในช่วงที่ก้นเป็นสิวหากไม่มีการใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวควบคู่กับการรักษาสิวอย่างเหมาะสม จะทำให้ผิวอ่อนแอ ไม่สามารถฟื้นฟูและซ่อมแซมตัวเองได้เต็มที่จนทิ้งรอยสิวเอาไว้
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่: วิธีรักษารอยสิว
วิธีป้องกันสิวที่ก้นไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ
เพื่อป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นสิวที่ก้นซ้ำอีก ควรดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอเพื่อลดปัจจัยที่จะทำให้เกิดสิว ทั้งเรื่องของความสะอาดร่างกาย เสื้อผ้าที่สวมใส่ หรือการใช้ชีวิตประจำวัน โดยสามารถป้องกันได้ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้
- ทำความสะอาดร่างกายอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะหลังออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมที่มีเหงื่อออกเยอะ ๆ เพื่อลดความอับชื้นและขจัดสิ่งสกปรกออกจากผิว
- ใช้ผลิตภัณฑ์ซักผ้าสูตรอ่อนโยน เพื่อลดสารเคมีตกค้างในเสื้อผ้า ซึ่งต้องสัมผัสกับผิวโดยตรงอาจทำให้เกิดอาการแพ้หรืออาการระคายเคืองได้ง่าย
- สวมใส่เสื้อผ้าที่ไม่รัดแน่นเกินไป โดยเลือกเนื้อผ้าที่มีความยืดหยุ่น ระบายอากาศได้ดี ไม่หนาเกินไป ช่วยลดการสะสมของเหงื่อ ลดความอับชื้น และลดการเสียดสีกับผิวหนังให้น้อยลง
- ห้ามบีบสิวก้น แนะนำให้รักษากับแพทย์ผิวหนังหรือใช้ยารักษาสิวตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ไม่บีบหรือแกะสิวด้วยตัวเอง เพราะจะทำให้เกิดการอักเสบและติดเชื้อได้มากขึ้น
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสิวที่ก้น
สำหรับคนเป็นสิวที่ก้นอาจมีความกังวลหรือไม่เข้าใจในหลาย ๆ ประเด็น ทั้งเรื่องของการดูแล พฤติกรรมที่อาจทำให้เกิดปัญหา หรือตัวยาที่ใช้ในการรักษา หัวข้อนี้จึงรวบรวมส่วนหนึ่งของคำถามที่พบบ่อยมาไว้ให้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ดังนี้
Q: นั่งนานทำให้เป็นสิวที่ก้นได้ไหม?
A: การนั่งนาน ๆ เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดสิวที่ก้นได้ เพราะผิวหนังและรูขุมขนที่ถูกกดทับเป็นเวลานาน ผิวหนังเกิดการเสียดสีบ่อย ๆ ร่วมกับความอับชื้น จะกระตุ้นทำให้เกิดการอักเสบได้ง่าย
Q: สิวอักเสบที่ก้นบีบได้ไหม?
A: สิวขึ้นก้นสามารถบีบได้ แต่ไม่แนะนำให้ทำด้วยตัวเอง เพราะแรงบีบจะทำให้ผิวถูกทำร้ายมากขึ้น เชื้อโรคที่มืออาจเข้าสู่แผลสิวได้ด้วย ส่งผลทำให้เกิดการอักเสบที่รุนแรง ลุกลามจนทำให้เกิดปัญหาผิวอื่น ๆ ตามมา เช่น รอยสิว หลุมสิว แนะนำให้รักษากับแพทย์ผิวหนังหรือผู้เชี่ยวชาญ
Q: สิวที่ก้นใช้ยาทาสิวหน้าได้ไหม?
A: ยาทาสิวที่หน้าสามารถใช้รักษาสิวที่ก้นได้เหมือนกัน เพราะตัวยาสามารถเข้าไปละลายหัวสิวและฆ่าเชื้อสิวได้ โดยตัวยาที่นิยมใช้มีด้วยกันหลายชนิด ได้แก่ Benzoyl Peroxide ที่ออกฤทธิ์ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย หรือ Salicylic Acid (BHA) ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่า ลดการอุดตัน
Q: สิวที่ก้นหายเองได้ไหม?
A: ปัญหาสิวขึ้นก้นสามารถปล่อยให้หายเองได้ แต่อาจจะหายช้า เกิดรอยสิวหรือหลุมสิวตามมาได้ หากดูแลไม่ถูกวิธี หรือมีสิ่งกระตุ้นจากการใช้ชีวิตประจำวัน แนะนำให้รักษาด้วยวิธีที่เหมาะสม จะช่วยให้สิวหายเร็วและไม่ทำให้เกิดปัญหาผิวตามมา
Q: เป็นตุ่มคล้ายสิวที่รูทวารเกิดจากอะไร?
A: โดยทั่วไปสิวที่ก้นกับที่บริเวณรูทวารมีปัจจัยที่ทำให้เกิดสิวเหมือนกัน ได้แก่ การเสียดสี การอุดตันของรูขุมขน และการอับชื้น แต่สิวที่บริเวณรูทวารอาจหมายถึงสัญญาณเตือนของริดสีดวงภายนอกหรือฝีได้อีกด้วย แนะนำให้เข้าพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด
สรุป
สิวที่ก้นสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน โดยเฉพาะคนที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น ชอบใส่เสื้อผ้ารัดรูปบ่อย ดูแลความสะอาดของผิวไม่เพียงพอ มักปล่อยให้เกิดการอับชื้น โดยเฉพาะหลังออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมที่เกิดเหงื่อเยอะ ๆ แต่ไม่อาบน้ำทันที ทำให้เกิดการหมักหมมของเชื้อแบคทีเรียจนกระตุ้นให้เกิดสิวตามมา สำหรับใครที่มีปัญหาสิว ต้องการรักษาสิวอย่างถูกวิธี แนะนำให้เข้ามาปรึกษาทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์ของ Vincent Clinic Aesthetic เพื่อรับการประเมิน เลือกวิธีการรักษา และออกแบบการรักษาเฉพาะรายบุคคล












