แบนเนอร์ โบท็อก Botox PC
แบนเนอร์ โบท็อก Botox มือถือ

โบท็อก (Botulinum toxin) คืออะไร อันตรายไหม ฉีดตำแหน่งไหนได้บ้าง?

โบท็อก (Botulinum toxin) ทางออกของปัญหาริ้วรอยบนใบหน้า ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เพราะไม่ใช่เพียงเรื่องของริ้วรอยเท่านั้น ยังสามารถช่วยจัดการปัญหาอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น ช่วยลดเหงื่อ ลดน่อง ลดกราม ลิฟกรอบหน้า เป็นต้น ผิวหน้าเรียบเนียน เต่งตึง ทำให้หน้าดูเด็กลง ซึ่งในท้องตลาดก็มีผลิตภัณฑ์ออกมากันหลากหลายยี่ห้อ ทำให้เลือกไม่ถูกว่าควรฉีดยี่ห้อไหนดี แต่ละยี่ห้อแตกต่างกันอย่างไร สามารถติตดามอ่านในบทความนี้ได้เลย

อยากอ่านอะไร จิ้มที่หัวข้อได้เลย!
โปรแกรม โบท็อก (botox) ลดริ้วรอย

Botox (Botulinum toxin) คืออะไร?

โบท็อก คือ สาร Botulinum toxin type A ที่สกัด และทำให้บริสุทธิ์จากแบคทีเรีย Clostridium botulinum มีฤทธิ์ยับยั้งการส่งสัญญาณจากเส้นประสาทไปยังกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดคลายตัวลงชั่วคราว จึงนิยมนำมาใช้เพื่อลดริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า ปรับรูปหน้า เช่น ลดกราม หรือลดกล้ามเนื้อบางจุด รวมถึงใช้ลดเหงื่อหรือบรรเทาอาการบางอย่างทางการแพทย์

โปรแกรม ฉีดโบท็อก

โบท็อก (Botulinum toxin) มีกระบวนการทำงานอย่างไร?

เมื่อฉีด Botulinum toxin เข้าสู่ร่างกายในตำแหน่งของกล้ามเนื้อ จะค่อย  ๆ ออกฤทธิ์และสลายไปได้เองตามระยะเวลาของแต่ละยี่ห้อที่ไม่เท่ากัน โดยเมื่อฉีดเข้าสู่ร่างกายจะมีการแยกออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่

  • ตัวยาส่วนที่ถูกดูดซึมเข้าสู่เซลล์ประสาท ในส่วนนี้หากมีความเข้มข้นมากแค่ไหนการออกฤทธิ์ก็จะคงอยู่ได้นานมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งจะเป็นการออกฤทธิ์ระงับการทำงานของระบบประสาทส่งผลให้กล้ามเนื้อที่ฉีดโบเข้าไปเป็นอัมพาตหรือทำงานน้อยลงชั่วคราว
  • ตัวยาส่วนที่ไม่ถูกดูดซึม ในส่วนนี้เมื่อฉีดเข้าสู่ร่างกายไปแล้วจะหลุดออกจากตัวยาส่วนแรกและไหลไปตามกระแสเลือดและถูกร่างกายขับออกไปได้เอง โดยไม่ต้องส่งผลกระทบกับเซลล์อื่น ๆ ในร่างกาย
พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและความงาม

โบท็อก (Botulinum toxin) ช่วยเรื่องอะไร?

ฉีดโบท็อก (Botulinum toxin) สามารถช่วยได้หลายเรื่องและฉีดได้หลายตำแหน่ง โดยส่วนใหญ่จะเน้นไปที่การช่วยลดริ้วรอยและการปรับรูปหน้าให้ดูเรียวสวยขึ้น ลดเลือนริ้วรอย โดยหลังฉีดโบไปแล้วประมาณ 3 – 7 วัน กล้ามเนื้อจะเริ่มถูกระงับการทำงานให้น้อยลง ผิวบริเวณที่ฉีดจึงเริ่มเห็นความเรียบเนียนขึ้น ริ้วรอย ตีนกา เส้นรอยพับต่าง ๆ เริ่มลดลง ช่วยให้ใบหน้าดูเด็กลงตามไปด้วย ปรับรูปหน้า หลังฉีดจะเริ่มกล้ามเนื้อจะถูกระงับการทำงานทำให้มีขนาดที่เล็กลงเพราะไม่ได้ขยับ จึงจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ของกรามที่เล็กลงและใบหน้าที่เรียวขึ้นภายใน 1 – 2 เดือน โดยแพทย์จะฉีดเก็บบริเวณกรอบหน้าซึ่งได้มีการออกแบบการรักษาให้เหมาะกับใบหน้าของแต่ละคนมากที่สุด ฟื้นฟูผิว การฉีดโบสามารถช่วยให้รูขุมขนหดเล็กลง และยังช่วยลดขนาดต่อมไขมันได้อีกด้วย ผิวจึงเรียบเนียนมากขึ้น

ฉีดโบท็อกซ์ อันตรายไหม?

โบท็อก หรือ Botulinum toxin ไม่อันตราย หากใช้โบท็อกที่เลือกใช้เป็นของแท้ ฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ รู้จุดกล้ามเนื้อที่เหมาะสำหรับฉีดโบ รวมถึงคลินิกที่ทำมีความน่าเชื่อถือได้มาตรฐาน จึงมั่นใจเรื่องของผลลัพธ์ที่ออกมาดี เป็นธรรมชาติ และมีความปลอดภัย ก่อนทำจึงต้องศึกษารายละเอียดให้ครบถ้วน

โบท็อกปลอม อันตรายไหม?

โบท็อกปลอม หรือ โบหิ้ว มักจะมากับหมอกระเป๋า รวมไปถึงโบที่มีราคาถูกมากเกินไป ซึ่งอาจเป็นตัวยาที่ไม่ได้มาตรฐาน มีการปนเปื้อน หรือการเก็บรักษาไม่ถูกต้อง เพราะไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามาอย่างถูกกฎหมาย จึงทำให้ตัวยาเสื่อมประสิทธิภาพอาจทำให้ฉีดแล้วไม่เห็นผล หรือฉีดแล้วหนังตาตก ปากเบี้ยว ใบหน้าผิดรูป รวมไปถึงทำให้เกิดอาการดื้อโบตามมาในอนาคตได้เช่นกัน

ฉีดโบท็อก ตำแหน่งไหนได้บ้าง
5 จุดฉีด โบท็อก สุดฮิต

โบท็อก (Botulinum toxin) ฉีดตำแหน่งไหนได้บ้าง? แต่ละจุดฉีดกี่ยูนิต?

ฉีดโบท็อกสามารถฉีดได้หลายตำแหน่ง โดยเฉพาะในส่วนที่ต้องการลดให้กล้ามเนื้อเล็กลงหรือต้องการให้ริ้วรอยบริเวณนั้นจางลง ซึ่งปริมาณยูนิตที่ใช้ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฉีดและระดับปัญหา โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินเพื่อออกแบบการรักษาให้เหมาะกับแต่ละคน โดยมีจุดที่นิยมฉีดโบดังนี้

โบท็อกริ้วรอย

โบท็อกริ้วรอย ใช้ลดริ้วรอยจากการแสดงสีหน้าหลายตำแหน่ง เช่น หน้าผาก ระหว่างคิ้ว และหางตา ช่วยให้ใบหน้าดูเรียบเนียนขึ้นเมื่อแสดงสีหน้า และยังคงความเป็นธรรมชาติ โดยใช้ Botulinum toxin ประมาณ 30 – 50 ยูนิต จะขึ้นอยู่กับจำนวนจุด และความลึกของริ้วรอย

โบท็อกหน้าผาก

โบท็อกหน้าผาก อีกหนึ่งจุดที่ได้รับความนิยมฉีดกันมาก โดยริ้วรอยบริเวณนี้เกิดการแสดงสีหน้าและอารมณ์บ่อย ๆ ริ้วรอยจึงเริ่มลึกขึ้น เมื่อฉีดโบแล้วจะช่วยให้กล้ามเนื้อทำงานน้อยลง ริ้วรอยจึงหายไป ผิวหน้าผากเรียบมากขึ้น โดยใช้ Botulinum toxin ประมาณ 15 – 20 ยูนิต

โบท็อกระหว่างคิ้ว

โบท็อกระหว่างคิ้ว จะช่วยลดรอยขมวดคิ้วหรือรอยย่นแนวตั้งที่ทำให้ใบหน้าดูเคร่งเครียดหรือดุเกินไป เมื่อกล้ามเนื้อคลายตัวลง สีหน้าจะดูนุ่มนวลขึ้น โดยใช้ Botulinum toxin ประมาณ 10 – 15 ยูนิต

โบท็อกตีนกา

โบท็อกตีนกา ช่วยลดริ้วรอยหางตาที่เกิดจากการยิ้มและการแสดงอารมณ์ ทำให้รอยยิ้มดูละมุนและสดใสขึ้นโดยไม่ทำให้สีหน้าดูตึงเกินไป โดยใช้ Botulinum toxin ประมาณ 10 – 25 ยูนิต สำหรับ 2 ข้าง

โบท็อกกราม

โบท็อกกราม ฉีดเพื่อลดขนาดกล้ามเนื้อกราม เหมาะกับผู้ที่มีกล้ามเนื้อกรามเด่นหรือกัดฟันบ่อย ช่วยให้รูปหน้าดูเรียวและสมดุลมากขึ้น โดยใช้ Botulinum toxin ประมาณ 25 – 50 ยูนิตต่อข้าง

โบท็อกลิฟกรอบหน้า

โบท็อกลิฟกรอบหน้า จะฉีดทั่วแนวกรอบหน้าเป็นจุด ๆ เพื่อลดแรงดึงของกล้ามเนื้อบางส่วน ทำให้ใบหน้าดูยกกระชับ และเรียวมากขึ้นโดยใช้ Botulinum toxin ประมาณ 30 – 50 ยูนิต

โบท็อกยกมุมปาก

โบท็อกยกมุมปาก เหมาะกับผู้ที่มีมุมปากตกจากแรงดึงของกล้ามเนื้อ ช่วยปรับสมดุลให้มุมปากดูยกขึ้นเล็กน้อยและใบหน้าดูเป็นมิตรมากขึ้น โดยใช้ Botulinum toxin ประมาณ 10 – 15 ยูนิต 

โบท็อกคาง

โบท็อกคาง ช่วยลดลักษณะคางเป็นคลื่น หรือคางบุ๋มจากการเกร็งกล้ามเนื้อ หรือเวลาว่ายิมหัวเราะได้ เมื่อฉีดทำให้ผิวบริเวณคางดูเรียบและได้รูปมากขึ้น โดยใช้ Botulinum toxin ประมาณ 10 – 20 ยูนิต 

โบท็อกปีกจมูก

โบท็อกปีกจมูก จะช่วยลดการบานของปีกจมูกเวลายิ้ม โดยปรับแรงดึงของกล้ามเนื้อให้สมดุล ทำให้จมูกดูได้รูปมากขึ้นขณะพูดหรือยิ้ม โดยใช้ Botulinum toxin ประมาณ 20 – 25 ยูนิต 

โบท็อกรูขุมขน

โบท็อกรูขุมขน จะฉีดเข้าไปในผิวชั้นตื้นทั่วใบหน้า เพื่อลดการทำงานของต่อมไขมัน ทำให้ผิวดูเรียบเนียนและมันลดลง เหมาะกับผู้ที่มีผิวมันหรือรูขุมขนกว้าง โดยใช้ Botulinum toxin ประมาณ 25 – 30 ยูนิต

โบท็อกลดเหงื่อ

โบท็อกลดเหงื่อ จะใช้ยับยั้งการทำงานของต่อมเหงื่อในผู้ที่มีเหงื่อออกมากผิดปกติ เช่น รักแร้ ฝ่ามือ หรือฝ่าเท้า ช่วยลดความอับชื้นและกลิ่น โดยใช้ Botulinum toxin ประมาณ 50 – 100 ยูนิต 

โบท็อกน่อง

โบท็อกน่อง ฉีดเพื่อลดขนาดกล้ามเนื้อน่องที่เด่นชัด ช่วยให้ช่วงขาดูเรียวและสมส่วนมากขึ้น เหมาะกับผู้ที่มีกล้ามเนื้อค่อนข้างใหญ่ โดยใช้ Botulinum toxin ประมาณ 200 – 300 ยูนิตต่อข้าง

โบท็อกรักแร้

โบท็อกรักแร้ นิยมใช้เพื่อลดเหงื่อและกลิ่นตัวในบริเวณรักแร้ ช่วยเพิ่มความมั่นใจในชีวิตประจำวัน ซึ่งจะออกฤทธิ์ยับยั้งต่อมเหงื่อชั่วคราว โดยใช้ Botulinum toxin ประมาณ 50 – 100 ยูนิตต่อข้าง

โบท็อกฝ่าเท้า

โบท็อกฝ่าเท้า ช่วยลดเหงื่อบริเวณฝ่าเท้าที่มากผิดปกติ ซึ่งนอกจากจะลดเหงื่อ ยังช่วยลดกลิ่นเท้าให้น้อยลงด้วย โดยใช้ Botulinum toxin ประมาณ 50 – 100 ยูนิต 

โบท็อกฝ่ามือ

โบท็อกฝ่ามือ จะช่วยลดเหงื่อที่ฝ่ามือที่อาจรบกวนการทำงาน หรือการใช้ชีวิตประจำวัน ช่วยให้ผิวฝ่ามือแห้ง ลดความชื้นที่มือขึ้นในระดับที่เหมาะสม โดยใช้ Botulinum toxin ประมาณ 50 – 100 ยูนิตต่อข้าง

โบท็อกออฟฟิศซินโดรม

โบท็อกออฟฟิศซินโดรม จะฉีดในบริเวณคอ บ่า และไหล่ เพื่อคลายกล้ามเนื้อที่ตึงจากการนั่งทำงานเป็นเวลานาน ช่วยลดความตึงและอาการปวดเมื่อย โดยใช้ Botulinum toxin ประมาณ 100 – 300 ยูนิต

โบท็อกไมเกรน

โบท็อกไมเกรน ใช้บรรเทาอาการปวดศีรษะไมเกรนเรื้อรัง โดยฉีดไปที่ระหว่างคิ้ว หน้าผาก ท้ายทอย ต้นคอ บ่า เพื่อลดความไวของเส้นประสาท โดยใช้ Botulinum toxin ประมาณ 100 ยูนิต

โบท็อกซ์ แต่ละยี่ห้อต่างกันอย่างไร

ฉีด Botulinum toxin ยี่ห้อไหนดี? แต่ละยี่ห้อแตกต่างกันอย่างไร?

Botulinum toxin แต่ละยี่ห้อนั้นมีความแตกต่างกันออกไปในเรื่องของเทคโนโลยีการผลิต คุณสมบัติ และการกระจายตัว จึงต้องให้แพทย์เป็นผู้ประเมินเลือกใช้ให้เหมาะสมกับปัญหาของแต่ละคนมากที่สุด

  • Allergan เป็นผลิตภัณฑ์ที่มาจากประเทศอเมริกา ผ่านการรับรองคุณภาพและมาตรฐานจาก อย. อเมริกา และ อย. ไทย ตัวยามีความบริสุทธิ์มากถึง 99.5 เปอร์เซ็นต์ ทำให้โอกาสการดื้อโบน้อยลง ออกฤทธิ์ได้อย่างแม่นยำ เหมาะกับคนที่ต้องการฉีดรักษาริ้วรอย ลดกราม ปรับหน้าเรียว 
  • Aestox เป็นผลิตภัณฑ์ที่มาจากประเทศเกาหลี ได้รับการรับรองจากทั้ง อย. ไทย และ อย.เกาหลี มีคุณสมบัติในการออกฤทธิ์ที่เร็วและเห็นผลไว มีความบริสุทธิ์ของตัวยาถึง 99.5 เปอร์เซ็นต์ จึงช่วยลดโอกาสการดื้อโบให้น้อยลง
  • Xeomin เป็นผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามาจากประเทศเยอรมัน ผลิตด้วยเทคโนโลยี XTRACT Technology ช่วยกำจัดโปรตีนที่ไม่จำเป็นออกไปทำให้ตัวยามีความบริสุทธิ์สูง ไม่มีสิ่งเจือปน ทำให้ไม่เกิดการต่อต้านในร่างกายโอกาสดื้อโบต่ำ มีขนาดของโมเลกุลที่เล็กจึงกระจายตัวได้อย่างแม่นยำ มีความปลอดภัยสูง 
  • Dysport นำเข้ามาจากประเทศอังกฤษ มีความบริสุทธิ์ถึง 99 เปอร์เซ็นต์ มีความโดดเด่นในเรื่องของการกระจายตัวที่กว้าง ทำให้ตัวยาไม่กระจุกตัว เหมาะกับการฉีดลดเหงื่อ ลดกราม ยกกระชับผิว เห็นผลเร็ว เป็นธรรมชาติ 
ดูแลตัวเองอย่างไรหลัง ฉีดโบท็อก

ดูแลตัวเองอย่างไรหลังฉีดโบท็อกซ์

เมื่อฉีดโบท็อก (Botulinum toxin) ไปแล้วควรดูแลตัวเองควบคู่ไปด้วย เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและคงอยู่ได้นาน ไม่เกิดปัญหาตามมา

  • หลังฉีดโบควรขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดทันที 1 – 2 ครั้ง เพื่อให้ตัวยากระจายตัวและดูดซึมได้ดีขึ้น
  • ไม่ควรนอนราบหรือก้มหน้าในช่วง 4 ชั่วโมงแรกหลังฉีด
  • 24 ชั่วโมงแรกหลังทำ งดออกกำลังกายหนัก ๆ หรือกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกเยอะ
  • หลีกเลี่ยงการโดนความร้อนในช่วง 48 ชั่วโมงแรกหลังฉีด
  • งดนวด กด หรือสัมผัส บริเวณที่ฉีดโบ เพื่อป้องกันตัวยากระจายไปในจุดอื่นที่ไม่ต้องการ
  • งดทานอาหารรสจัด อาหารมักดอง รวมถึงงดแอลกอฮอล์ ในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังฉีด
  • งดทำเลเซอร์หรือหัตถการที่ต้องใช้ความร้อน อย่างน้อย 2 สัปดาห์ หลังฉีด
ล็อคผิวหน้าด้วย โบท็อก

ฉีดโบท็อก (Botulinum toxin) กี่วันเห็นผล?

หลังจากที่ฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซินจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ความตึงของผิวในช่วง 3 – 4 วันแรกหลังทำ และจะเห็นผลเต็มที่ใน 1 – 2 สัปดาห์ ผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้ประมาณ 4 – 6 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและความเร็วในการฟื้นตัวของกล้ามแต่ละคนที่ไม่เท่ากัน

ฉีดโบท็อกซ์ โปรไซส์ M
ฉีดโบท็อกซ์ โปรไซส์ s
ฉีดโบท็อกซ์ โปรไซส์ L
ฉีดโบท็อกซ์ โปรไซส์ XL

รีวิว โบท็อก (Botulinum toxin)

ฉีดโบท็อก แล้วผลลัพธ์เป็นอย่างไรบ้าง สามารถดูได้จากรีวิวคนไข้จริงของ Vincent Clinic ที่ได้รวบรวมส่วนหนึ่งมาไว้ให้ดูในบทความนี้แล้ว

สำหรับการฉีด Botulinum toxin ราคาจะขึ้นอยู่กับยี่ห้อ ตำแหน่งที่ฉีด ปริมาณยูนิตที่ใช้ จึงทำให้ราคาโบท็อกไม่เท่ากัน แต่ปกติแล้วโบท็อกราคาประมาณ 999 – 20,000 บาท แต่อาจราคาถูกหรือแพงกว่านี้ได้ ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นของแต่ละคลินิกในตอนนั้น

สามารถดูราคาโบท็อกเพิ่มเติมได้ที่ : โปรโมชั่นโบท็อก

โบท็อก ราคาเท่าไหร่?

ล็อคหน้าสวยด้วย โปรโมชั่น โบท็อก

สรุป

โบท็อก คืออีกหนึ่งทางเลือกในการลดเลือนริ้วรอย รอยยับ รอยพับ บนใบหน้าได้อย่างเห็นผล นอกจากนั้นยังสามารถช่วยลดกราม ลิฟกรอบหน้า รวมถึงลดเหงื่อ ลดน่อง ได้อีกด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องอยู่ภายใต้การดูแลโดยแพทย์มากประสบการณ์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน หากใครที่อยากฉีดโบแต่ยังกังวลไม่แน่ใจว่าจะเลือกยี่ห้อไหน ตำแหน่งไหนต้องฉีดเท่าไหร่ แนะนำให้เข้ามาปรึกษากับทีมแพทย์ประสบการณ์สูงและเชี่ยวชาญเทคนิคการฉีดโบของ Vincent Clinic ได้เลย เพราะไม่ใช่เพียงแพทย์มากฝีมือเท่านั้น แต่ที่วินเซนต์คลินิกยังใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นของแท้ สามารถตรวจสอบได้ทุกรายการ เพื่อให้ทุกครั้งที่เข้ามาใช้บริการมั่นใจได้ว่าจะได้รับผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัยกลับไปเสมอ

พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและความงาม
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ โบท็อกซ์ (Botox)
ฉีดโบท็อกเจ็บไหม?

โดยปกติ การฉีดโบท็อกจะมีความเจ็บเล็กน้อยเหมือนถูกเข็มจิ้ม และบางคลินิกจะใช้ยาชาหรือประคบเย็นเพื่อลดความเจ็บ

ผลของโบท็อกจะค่อย ๆ ลดลงเมื่อเวลาผ่านไป หากต้องการรักษาผลลัพธ์ ต้องฉีดซ้ำทุก 3-6 เดือน

เมื่อหยุดฉีด ริ้วรอยหรือกล้ามเนื้อจะกลับมาเหมือนเดิม ไม่มีผลเสียถาวร แต่อาจรู้สึกว่าริ้วรอยเด่นขึ้นเนื่องจากเคยชินกับผิวที่เรียบเนียน

โบท็อกช่วยลดขนาดกล้ามเนื้อ เช่น กรามหรือกล้ามเนื้อน่อง โดยการทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวและหดเล็กลง จึงช่วยให้ใบหน้าดูเรียวเล็กลง

โบท็อกและฟิลเลอร์สามารถใช้ร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาผิวหน้าได้ครบถ้วน เช่น ลดริ้วรอยด้วยโบท็อก และเติมเต็มร่องลึกด้วยฟิลเลอร์

โบท็อกได้รับการรับรองในการรักษาไมเกรนเรื้อรัง โดยช่วยลดอาการปวดไมเกรนและความถี่ของการปวดไมเกรน

สามารถฉีดได้หากสุขภาพโดยรวมไม่มีข้อจำกัด และไม่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบกล้ามเนื้อหรือประสาท

โบท็อกได้รับการรับรองในการรักษาไมเกรนเรื้อรัง โดยช่วยลดอาการปวดไมเกรนและความถี่ของการปวดไมเกรน

หากฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีความเข้าใจในโครงสร้างกล้ามเนื้อบนใบหน้า และเลือกตำแหน่งการฉีดที่เหมาะสม การใช้ปริมาณโบท็อกที่เหมาะสมในแต่ละจุดเป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากใช้ในปริมาณที่มากเกินไปหรือฉีดในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม เช่น ฉีดลึกเกินไปในกล้ามเนื้อหรือในบริเวณที่ไม่จำเป็น อาจทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นทำงานผิดปกติ ส่งผลให้ใบหน้าดูแข็งและไม่เป็นธรรมชาติได้

โดยทั่วไปการฉีดโบท็อกเหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และเริ่มมีปัญหาริ้วรอย หรือมีความต้องการปรับรูปหน้าด้วยเหตุผลด้านความงาม

หากฉีดผิดตำแหน่ง อาจทำให้เกิดปัญหา เช่น หนังตาตก ใบหน้าไม่สมมาตร หรือการขยับของกล้ามเนื้อผิดปกติ ซึ่งอาจใช้เวลาหลายเดือนกว่าที่อาการจะกลับมาเป็นปกติ

โบท็อกสามารถเคลื่อนที่ได้ในช่วงแรกหากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม เช่น การนอนราบหรือกดนวดบริเวณที่ฉีดในช่วง 4-6 ชั่วโมงแรก

ไม่มีผลกระทบโดยตรง แต่ควรหลีกเลี่ยงการโดนความร้อนจัด เช่น ซาวน่า หรือออกกำลังกายหนักในช่วง 24 ชั่วโมงแรกหลังฉีด

โบทูลินั่ม ท็อกซิน คือชื่อของสารออกฤทธิ์ที่ใช้ฉีดเพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อ ส่วน โบท็อก เป็นชื่อทางการค้าของ Allergan ที่มีสารโบทูลินั่ม ท็อกซินเป็นส่วนประกอบ แต่เหตุผลที่คนส่วนใหญ่นิยมเรียกว่า “โบท็อก” เป็นเพราะแบรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายจนชื่อแบรนด์กลายเป็นคำเรียกแทน Botulinum toxin

Scroll to Top