
ฟิลเลอร์ปาก ปรับทรงปาก ราคาเท่าไหร่? ข้อห้ามหลังฉีดกี่วันเข้าที่
ฟิลเลอร์ปาก (Lip Filler) เป็นหนึ่งในวิธีการปรับเปลี่ยนทรงปาก เปลี่ยนมิติของใบหน้าให้ดูมีเสน่ห์ขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ช่วยแก้ปัญหาของปาก ใครที่กำลังสนใจอยากจะฉีดปาก Vincent Clinic Aesthetic แนะนำให้อ่านบทความนี้ ที่ได้รวมเรื่องกี่ยวกับฟิลเลอร์ปาก เพื่อให้ตัดสินใจว่าควรฉีดยี่ห้อไหน ดูแลอย่างไร
ฟิลเลอร์ปาก คืออะไร?
ฟิลเลอร์ปาก คือ การ ฉีดฟิลเลอร์ ที่เป็นสารเติมเต็มไฮยาลูรอนิก แอซิด (Hyaluronic Acid) ที่สามารถสลายไปได้เองไม่เกิดการตกค้างในร่างกาย เข้าไปที่บริเวณริมฝีปากเพื่อปรับให้ริมฝีปากอวบอิ่ม อิ่มฟู เต่งตึง แก้ปัญหาริมฝีปากตกร่อง ปากแห้ง ปากไม่เป็นทรงได้
ฉีดฟิลเลอร์ปาก เหมาะกับใครบ้าง?
ฟิลเลอร์ปากไม่ใช่เพียงแค่ฉีดเพื่อจัดทรงริมฝีปากให้เป็นตามที่ต้องการ แต่ยังสามารถช่วยแก้ปัญหาปากได้หลาย ๆ อย่าง โดยคนที่เหมาะกับการฉีดปากมีดังนี้
- คนที่ต้องการปรับแก้รูปทรงปากให้ดูดีขึ้นรับกับใบหน้า
- คนที่ริมฝีปากแห้งแตก ขาดความชุ่มชื้น หมองคล้ำ มีร่องปากลึก หน้าโทรม ดูแก่กว่าวัย
- คนที่ริมฝีปากบาง อยากให้ปากอวบอิ่ม มีเสน่ห์มากขึ้น
- คนที่ทาลิปสติกแล้วตกร่อง ทาแล้วไม่สวย ปากลาย
- คนที่ปากคว่ำดูไม่สดใส เหมือนโกรธหรือหน้าเหวี่ยงตลอดเวลา ต้องการปรับยกมุมปากขึ้นเมื่อเวลาอยู่เฉย ๆ ก็ยังดูเหมือนยิ้มตลอดเวลา น่าเข้าหามากขึ้น
ทรงปากยอดนิยมสำหรับฉีดฟิลเลอร์ปาก
การฉีดฟิลเลอร์ปากสามารถฉีดได้หลายทรง โดยบางทรงอาจจะเน้นไปที่วอลลุ่มความหนาของริมฝีปาก ปากทรงเน้นกระจับปาก แต่ละทรงปากก็จะแตกต่างกันออกไป โดยทรงฉีดฟิลเลอร์ปากที่นิยมมีดังนี้
- ฉีดปากทรง Cherry Lips ทรงนี้เป็นทรงที่คล้ายกับลูกเชอร์รี่ ช่วงกลางปากล่างจะอิ่มฟู มีร่องกึ่งกลางปากล่างเล็กน้อยเหมือนลูกเชอร์รี่สองลูกประกอบกัน ริมฝีปากบนจะมีติ่งกึ่งกลางปากเล็กน้อยเพื่อรับกับปากล่าง และมุมปากยกขึ้นเล็กน้อย ซึ่ง ทรงปาก Cherry Lips เหมาะกับคนที่อยากได้ทรงปากที่น่ารัก แต่ยังมีความเซ็กซี่อยู่
- ฉีดปากกระจับ ทรงปากยอดฮิตที่ได้รับความนิยมมาก เป็นการฉีดเสริมให้ริมฝีปากบนมีรอยหยักตรงกลางมีติ่งนูนออกมาเล็กน้อยลักษณะคล้ายตัว M ในส่วนของริมฝีปากล่างจะฉีดให้เนื้อปากหนากว่าส่วนบนเล็กน้อย ทรงปากกระจับ เหมาะคนที่อยากให้ปากมีความโค้งมนช่วยให้หน้าดูละมุนหวานขึ้น
- ฉีดปากทรงเกาหลี ทรงปากนี้จะมีความคล้ายกับปากกระจับ มุมปากยกขึ้นเพียงเล็กน้อย มีความละมุนสวย ริมฝีปากอวบอิ่ม ช่วยให้ใบหน้าโดยรวมดูน่ารัก ปากฉ่ำวาว น่าจุ๊บ ทรงปากเกาหลี เป็นทรงปากที่รับกับใบหน้าของคนไทยหรือคนเอเชีย
- ฉีดปากสายฝอ รูปปากทรงนี้จะเน้นไปที่ความคมชัดของขอบปาก เนื้อปากมีความอวบอิ่ม วอลลุ่มหนาทั้งริมฝีปากบนและล่าง ช่วยให้ปากดูเจ่อ เพิ่มความเซ็กซี่ น่าเย้ายวน มีเสน่ห์มากขึ้น เนื้อปากแน่นอิ่มฟูเต่งตึงมาก ฉีดฟิลเลอร์ปากสายฝอ เหมาะกับคนที่ชอบปากแบบอวบอิ่มมาก แต่งหน้าโทนสายฝอบ่อย ๆ
- ฉีดปากทรงมาสด้า เป็นทรงปากที่มีลักษณะคล้ายกับปากกระจับ โดยจะฉีดเติมบริเวณกลางปากเยอะกว่าการฉีดปากกระจับ จึงทำให้ทรงปากดูใหญ่ขึ้น เรียวยาวขึ้นได้มากกว่า ไม่เน้นความเป็นธรรมชาติ ปากมาสด้า เหมาะกับคนที่อยากได้ทรงปากตามเทรนด์ หรือเน้นให้รู้เลยว่าฉีดปากมา
- ฉีดปากทรงปากแมว เป็นทรงปากยอดนิยมในปีนี้ โดยทรงนี้จะมีขอบปากบนชัด ช่วงกลางปากบนเชิดขึ้นเล็กน้อย ส่วนมุมปากก็จะยกขึ้นเล็กน้อยคล้ายกับปากแมว เหมาะกับคนที่อยากได้ปากน่ารัก ดูหวานสวย
- ฉีดปากทรงปากวัว เป็นอีกทรงปากที่กำลังมาแรงในปีนี้ ทรงนี้จะเน้นที่ความอวบอิ่มของริมฝีปากล่างที่จะอวบอิ่ม ดูหนากว่าปากบน โดยจะเน้นช่วงกลางของปากล่าง และจะยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เหมาะกับคนที่ชอบทรงปากสายฝอ แต่ไม่อยากสายฝอจนเกินไป ยังมีความน่ารักรวมอยู่ด้วย
สามารถอ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ : ทรงปากยอดนิยม
ฉีดฟิลเลอร์ปาก ยี่ห้อไหนดี?
ยี่ห้อที่เหมาะกับการนำมาฉีดฟิลเลอร์ปากมีด้วยกันหลายยี่ห้อ ซึ่งแตกต่างกันออกไปในรุ่นคุณสมบัติ สำหรับบริเวณริมฝีปากควรต้องเลือกโมเลกุลของสารเติมเต็มที่ไม่ใหญ่จนเกินไป โดยยี่ห้อและรุ่นที่นิยมนำมาฉีดปากมีดังนี้
- Restylane Kysse รุ่นนี้ถูกพัฒนาออกมาเพื่อฉีดริมฝีปากโดยเฉพาะเนื้อเจลจึงมีความละเอียดแต่คงตัวได้ เติมความอวบอิ่ม เพิ่มความชุ่มชื้น ปรับสีปากให้กระจ่างใสอมชมพูมากขึ้น ปรับขอบปากชัดเจน ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานประมาณ 1 ปี
- Restylane Vital Light เนื้อเจลมีความละเอียด เติมความชุ่มชื้น แก้ปัญหาปากแห้ง ไม่ทำให้วอลลุ่มปากหนามากเกินไป ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้ประมาณ 6 – 12 เดือน
- Restylane Volyme สารเติมเต็มรุ่นนี้มีเนื้อเจลที่นิ่มระดับปานกลาง มีความยืดหยุ่นสูง สามารถอุ้มน้ำได้ดี เป็นธรรมชาติ สามารถใช้ฉีดมุมปากได้ ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้ 18 เดือน
- Restylane Refyne เนื้อเจลนิ่ม ยืดหยุ่นดี ช่วยเติมเต็มปากให้อวบอิ่ม เป็นธรรมชาติ ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน
- Juvederm Ultra Plus XC เนื้อเจลมีความฟูมาก เนื้อนิ่ม เหมาะกับเติมเต็มริมฝีปากให้มีความอวบอิ่มแบบสายฝอ สามารถคงอยู่ได้ประมาณ 12 เดือน
- Juvederm Voluma สารเติมเต็มที่มีเนื้อค่อนข้างแข็ง มีความแน่น อิ่มฟูระดับปานกลาง ช่วยให้ปากอวบอิ่ม คงผลลัพธ์ได้นานประมาณ 18 เดือน
- Juvederm Volift เนื้อเจลมีความนิ่ม เนื้อละเอียด มีความยืดหยุ่นสูง ฉีดแล้วไม่เป็นก้อน ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ คงผลลัพธ์ได้นาน 12 เดือน
- Juvederm Volite รุ่นนี้มีเนื้อละเอียด เหมาะกับการเพิ่มความชุ่มชื้นให้ริมฝีปาก เติมความอวบอิ่มได้เล็กน้อย คงอยู่ได้นานประมาณ 8 – 12 เดือน
- Neuramis Deep เนื้อเจลมีความแข็งปานกลาง ช่วยเพิ่มวอลลุ่มริมฝีปากให้ดูอวบอิ่มและเป็นทรงมากขึ้น ผลลัพธ์มักอยู่ได้ประมาณ 6 – 8 เดือน
- Biohyalux Lips เป็นรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับริมฝีปากโดยเฉพาะ ช่วยเติมเต็มริมฝีปากให้อวบอิ่ม เพิ่มความชุ่มชื้น และสามารถใช้ยกมุมปาก ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้ประมาณ 6 – 9 เดือน
- e.p.t.q S100 เนื้อมีความนิ่ม เกลี่ยง่าย ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ริมฝีปาก ลดปัญหาร่องริมฝีปาก และให้ริมฝีปากดูอิ่มฟูขึ้น ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้ประมาณ 6 เดือน
- e.p.t.q S300 เนื้อมีความแน่นปานกลาง และมีความยืดหยุ่นดี สามารถการปรับทรงปาก เพิ่มความอวบอิ่ม ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้ประมาณ 9 เดือน
ฉีดฟิลเลอร์ปาก อันตรายไหม มีผลข้างเคียงไหม
การฉีดฟิลเลอร์ปากสามารถทำได้อย่างค่อนข้างปลอดภัย หากฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ ใช้ฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐาน โดยผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยหลังฉีด ได้แก่ อาการบวม แดง ช้ำ เจ็บตึง ระคายเคือง หรือรู้สึกปากแห้งเล็กน้อย ซึ่งมักค่อย ๆ ดีขึ้นได้ภายในไม่กี่วัน แต่ถ้าริมฝีปากเปลี่ยนสีซีดมาก หรือมีเลือดหนองไหลออกมาเป็นอาการผิดปกติ แนะนำให้รีบพบแพทย์ เพราะอาจเกิดฟิลเลอร์อุดตันเส้นเลือดได้
ฉีดฟิลเลอร์ปาก ใช้กี่ cc
การฉีดฟิลเลอร์ปาก 1 cc ก็เพียงพอสำหรับการปรับทรงปากให้ดูอวบอิ่ม สวยขึ้น และเป็นธรรมชาติ แต่ในถ้ามีปากบางต้องการเพิ่มวอลลุ่มมากขึ้น ปรับทรงหลายจุด หรือยกมุมปากร่วมด้วย อาจต้องฉีดฟิลเลอร์ปาก 2 cc แต่ก่อนฉีดแพทย์จะเป็นผู้ประเมินปริมาณที่เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดี และตรงตามความต้องการของแต่ละคน
ฉีดฟิลเลอร์ปาก กี่วันเข้าที่ อยู่ได้นานแค่ไหน?
หลังจากฉีดฟิลเลอร์ปากในช่วงแรกอาจมีอาการบวม ตึง หรือช้ำเล็กน้อย โดยทั่วไปอาการบวมมักค่อย ๆ ดีขึ้น และเข้าที่ชัดเจนประมาณ 7 – 14 วัน ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้ประมาณ 6 – 12 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อฟิลเลอร์ รุ่นที่ใช้ และการดูแลตัวเองหลังฉีด
รีวิวฟิลเลอร์ปาก
ดูแลตัวเองอย่างไรหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก
หลังเติมฟิลเลอร์ปาก แนะนำให้ดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัดตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อช่วยคงผลลัพธ์ให้คงอยู่ได้นานขึ้น รูปปากไม่เสียทรง ไม่เกิดผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ตามมา โดยมีข้อแนะนำดังนี้
- ประคบเย็นเพื่อลดอาการบวม หากมีอาการบวมเล็กน้อยหลังฉีด สามารถใช้เจลประคบเย็นหรือผ้าห่อน้ำแข็งประคบบริเวณริมฝีปากในช่วง 48 ชั่วโมงแรก เพื่อช่วยลดอาการบวมและทำให้ยุบเร็วขึ้น
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ การดื่มน้ำมาก ๆ ช่วยให้ฟิลเลอร์ดูอิ่มฟูมากขึ้น เนื่องจากฟิลเลอร์มีคุณสมบัติในการดูดซับน้ำ ทำให้ริมฝีปากดูชุ่มชื้นและช่วยยืดระยะเวลาการคงตัวของฟิลเลอร์
- งดทาลิปสติกหรือเครื่องสำอางบริเวณปาก หลังฉีดฟิลเลอร์ควรงดการทาลิปสติกอย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการระคายเคืองและลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อบริเวณรูเข็ม
- งดการออกกำลังกายหนักในช่วงแรก การออกกำลังกายที่ใช้แรงมากหรือมีแรงกระแทก อาจทำให้เลือดไหลเวียนมากขึ้นจนเกิดอาการบวมแดงได้ง่าย ควรงดการออกกำลังกายอย่างน้อย 24 – 48 ชั่วโมงแรกหลังฉีด
- งดอาหารรสจัดหรืออาหารเค็มจัด อาหารที่มีรสเผ็ดหรือเค็มมากเกินไปอาจทำให้เกิดอาการบวมมากขึ้น จึงควรงดอาหารรสจัดประมาณ 2 – 3 วันแรกหลังฉีดฟิลเลอร์
- แปรงฟันอย่างระมัดระวัง ควรใช้แปรงสีฟันขนนุ่มและแปรงฟันอย่างเบามือ หลีกเลี่ยงการกดแปรงบริเวณริมฝีปาก และไม่ควรอ้าปากกว้างเกินไป เพื่อลดแรงกดต่อบริเวณที่ฉีด
- หลีกเลี่ยงการจับ กด นวด หรือถูบริเวณริมฝีปาก หลังฉีดฟิลเลอร์ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสริมฝีปากบ่อย ๆ โดยเฉพาะการกด นวด ถู หรือเม้มปากแรง ๆ เพราะอาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนตำแหน่งและทำให้ทรงปากผิดรูปได้ ควรระวังพฤติกรรมที่ทำให้เกิดแรงกดบริเวณปากในช่วงประมาณ 1 – 2 สัปดาห์แรก
- งดใช้หลอดดูดเครื่องดื่ม การดูดเครื่องดื่มผ่านหลอดทำให้กล้ามเนื้อริมฝีปากทำงานมากและเกิดแรงกดบริเวณปาก ซึ่งอาจทำให้ทรงปากเปลี่ยนหรือฟิลเลอร์เคลื่อนได้ ควรงดใช้หลอดประมาณ 1 – 2 สัปดาห์
- ไม่อ้าปากกว้างหรือทำปากจู๋ การอ้าปากกว้างหรือทำปากจู๋บ่อย ๆ อาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนตำแหน่งได้ ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมลักษณะนี้ในช่วงประมาณ 1 – 2 สัปดาห์หลังฉีด
- งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์สามารถกระตุ้นให้เกิดการอักเสบและทำให้ริมฝีปากบวมมากขึ้นได้ จึงควรงดดื่มอย่างน้อยประมาณ 1 สัปดาห์หลังฉีดฟิลเลอร์ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของอาการบวมและช่วยให้แผลฟื้นตัวได้ดีขึ้น
- หลีกเลี่ยงอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีความร้อนสูง อาหารร้อน เครื่องดื่มร้อน รวมถึงกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายได้รับความร้อน เช่น ซาวน่า หรือสปาไอน้ำ อาจทำให้ฟิลเลอร์สลายเร็วขึ้น ควรหลีกเลี่ยงความร้อนประมาณ 1 – 2 สัปดาห์หลังฉีด
- หลีกเลี่ยงการดึงหรือลอกหนังริมฝีปาก หากริมฝีปากมีอาการแห้งหรือลอก ไม่ควรดึงหรือแกะผิวหนังออก เพราะอาจทำให้ผิวริมฝีปากระคายเคืองและสูญเสียความชุ่มชื้นได้ ควรปล่อยให้ผิวผลัดตามธรรมชาติ
ฉีดฟิลเลอร์ปาก ราคาเท่าไหร่?
ราคาของการฉีดฟิลเลอร์ปากจะแตกต่างออกไป โดยขึ้นอยู่กับยี่ห้อ รุ่นฟิลเลอร์ที่เลือกฉีดปากรวมไปถึงปริมาณ ประสบการณ์ของแพทย์ และโปรโมชั่นในตอนนั้น ซึ่งฟิลเลอร์ปาก 1 cc ราคาประมาณ 10,000 – 25,000 บาท ส่วนราคาฉีดปากของ Vincent Clinic มีดังนี้
- Restylane Kysse ราคา 13,999 บาท/cc
- Restylane Vital Light ราคา 9,999 บาท/cc
- Restylane Volyme ราคา 13,999 บาท/cc
- Restylane Refyne ราคา 13,999 บาท/cc
- Juvederm Ultra Plus XC ราคา 6,999 บาท/cc
- Juvederm Voluma ราคา 12,999 บาท/cc
- Juvederm Volift ราคา 11,999 บาท/cc
- Neuramis Deep ราคา 3,999 บาท/cc
- Biohyalux Lips ราคา 4,999 บาท/cc
ฉีดฟิลเลอร์ปาก ที่ไหนดี?
เติมฟิลเลอร์ปาก เป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมสูง จึงทำให้มีหลายที่รับฉีดปากแต่บริเวณนี้เป็นส่วนที่มีความบอบบาง หากไม่เลือกสถานที่ฉีดให้ดีอาจทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ตามมา โดยสามารถเลือกจากหัวข้อต่อไปนี้
- คลินิก ต้องเลือกจากคลินิกที่มีความน่าเชื่อถือ มีใบอนุญาตเปิดให้บริการอย่างถูกต้อง สามารถตรวจสอบได้ ห้องทำหัตถการเป็นสัดส่วนได้มาตรฐาน สะอาด
- แพทย์ ต้องเป็นแพทย์ที่มีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน จึงจะสามารถเข้าไปโครงสร้างใบหน้า ชั้นผิว และออกแบบทรงปากให้รับกับใบหน้าพร้อมทั้งตอบโจทย์ความต้องการของคนไข้แต่ละคนที่แตกต่างกันออกไปได้มากที่สุด
- ฟิลเลอร์แท้ ต้องฉีดด้วยผลิตภัณฑ์สารเติมเต็มที่เป็นของแท้เท่านั้น แกะกล่องใหม่ต่อหน้า สามารถตรวจสอบรายละเอียดได้ทุกอย่าง มีเอกสารระบุชัดเจน
- รีวิวจากคนไข้จริง สามารถเลือกดูรีวิวผลลัพธ์จากคนไข้จริงเพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนก่อนตัดสินใจทำ
สรุป
การฉีดฟิลเลอร์ปากเป็นหัตถการที่ช่วยแก้ปัญหาริมฝีปากได้อย่างครอบคลุม ทั้งการปรับทรงปากกระจับ และการช่วยฟื้นฟูริมฝีปากในเรื่องของความชุ่มชื้น เติมเต็มร่องลึกให้ปากดูอวบอิ่ม และอมชมพูขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยเห็นผลลัพธ์ทันทีหลังทำและไม่ต้องพักฟื้นนาน สำหรับผู้ที่สนใจอยากฉีดฟิลเลอร์ปาก หรือต้องการประเมินปัญหาใบหน้าอย่างละเอียด สามารถทักเข้ามาสอบถาม และประเมินรูปหน้ากับแพทย์ผู้มีประสบการณ์ที่ Vincent Clinic Aesthetic เพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้อง ปลอดภัย และออกแบบผลลัพธ์เฉพาะบุคคลให้ริมฝีปากออกมาสวยรับกับใบหน้ามากที่สุด
ฉีดฟิลเลอร์ปาก เจ็บไหม?
ก่อนฉีดฟิลเลอร์ปาก คลินิกจะมีการแปะยาชาให้ก่อนเสมอ และในฟิลเลอร์หลายๆ รุ่น จะมียาชาผสมอยู่ด้วยในตัว ทำให้ระหว่างทำจะรู้สึกเจ็บน้อยมาก หรือรู้สึกแค่ตึงๆ บริเวณริมฝีปากเท่านั้น
ฉีดฟิลเลอร์ปาก บวมกี่วัน
หลังฉีดฟิลเลอร์ปากอาจมีอาการบวม ตึง หรือช้ำเล็กน้อยในช่วงแรก ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ โดยทั่วไปอาการบวมจะค่อยๆ ดีขึ้น และทรงปากจะยุบเข้าที่อย่างชัดเจนภายในระยะเวลาประมาณ 7 – 14 วัน
หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก นอนตะแคงได้ไหม?
ในช่วง 1 – 2 วันแรก แนะนำให้นอนหงาย และหนุนหมอนให้สูงกว่าระดับหน้าอก เพื่อลดอาการบวม สามารถนอนตะแคงได้ แต่ห้ามนอนคว่ำหน้าจนหมอนกดทับริมฝีปากเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ฟิลเลอร์ที่ยังไม่เซ็ตตัวเสียทรงได้
หลังฉีดฟิลเลอร์ปากเป็นก้อน หรือเป็นตุ่มใส เกิดจากอะไร?
ช่วง 1 – 2 สัปดาห์แรกหลังฉีดอาจคลำเจอ ฟิลเลอร์เป็นก้อน ได้ ถือเป็นเรื่องปกติและจะค่อย ๆ กลืนเนียนไปกับผิวเอง แต่หากรู้สึกว่าเป็นตุ่มใส ๆ บริเวณจุดที่ฉีด อาจเกิดจากการแพ้ฟิลเลอร์ได้แนะนำให้กลับมาพบแพทย์เพื่อประเมินอาการ
ฉีดฟิลเลอร์ปาก กินอาหารทะเล หรือของหมักดองได้ไหม?
ควรงดอาหารทะเลดิบ ส้มตำ ปลาร้า และของหมักดอง อย่างน้อย 1 – 2 สัปดาห์หลังฉีด เนื่องจากอาหารเหล่านี้อาจมีสิ่งเจือปนที่กระตุ้นให้เกิดการอักเสบ แผลหายช้า และทำให้ริมฝีปากบวมช้ำนานกว่าปกติ
ฉีดฟิลเลอร์ปากมาแล้ว จูบได้ไหม?
สามารถสัมผัสริมฝีปากเบาๆ ได้ แต่ควรงดการจูบแบบดูดดื่ม หรือการใช้แรงกดที่ริมฝีปากในช่วง 1 – 2 สัปดาห์แรก เพราะจะทำให้ฟิลเลอร์ปากที่ยังไม่เซ็ตตัวดีเคลื่อนที่ หรือเสียทรงได้
เคยฉีดมาแล้วไม่ชอบ สลายฟิลเลอร์ปากได้ไหม ราคาเท่าไหร่?
หากฉีดฟิลเลอร์ปากด้วยฟิลเลอร์แท้ สามารถ ฉีดสลายฟิลเลอร์ ออกได้ 100% ด้วยเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) โดยหลังฉีดสลายจะเห็นผลยุบลงใน 1 – 3 วัน








