banner under eyes filler pcbanner under eyes filler mb

ฟิลเลอร์ใต้ตา คืออะไร แก้ปัญหาใต้ตาแบบไหน ใช้กี่ CC ราคา 2026

ฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่มีปัญหาใต้ตาลึก ใต้ตาโหล หรือรอยคล้ำจนทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้า แม้จะช่วยเติมเต็มร่องลึกและปรับให้ใต้ตาดูสดใสขึ้นได้ แต่ปัญหาใต้ตาแต่ละแบบมีสาเหตุต่างกัน จึงไม่ใช่ทุกคนที่จะเหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์ Vincent Clinic Aesthetic จะพาไปดูว่าฟิลเลอร์ใต้ตาช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง ต้องใช้กี่ CC ราคาเท่าไหร่ และมีอะไรที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจฉีด

ฟิลเลอร์ใต้ตาคืออะไร

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา คืออะไร?

ฟิลเลอร์ใต้ตา (Under Eye Filler) คือการฉีดฟิลเลอร์ ที่เป็นสารเติมเต็มประเภทไฮยาลูรอนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) เข้าไปในชั้นเนื้อเยื่อบริเวณใต้ตา เพื่อเพิ่มปริมาตรให้กับบริเวณที่ยุบตัวหรือมีร่องลึก โดยสาร HA มีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำและช่วยเติมเต็มเนื้อเยื่อชั้นผิว ทำให้ร่องน้ำตา ใต้ตาดูเรียบเนียนขึ้น ช่วยลดเงาคล้ำที่เกิดจากความลึกของร่องใต้ตา ทั้งนี้ แพทย์จะต้องประเมินโครงสร้างใบหน้า เลือกชนิดฟิลเลอร์ ตำแหน่งและปริมาณที่ฉีดให้เหมาะสมกับแต่ละคน เนื่องจากผิวบริเวณใต้ตามีความบอบบางและต้องอาศัยความระมัดระวังในการฉีด

ฟิลเลอรตาแก้ปัญหาอะไร

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ?

ฟิลเลอร์ใต้ตาช่วยเติมเต็มบริเวณใต้ตาที่มีร่องลึกหรือเนื้อเยื่อยุบตัว ทำให้ใต้ตาดูเรียบเนียนและใบหน้าดูสดใสขึ้น โดยฟิลเลอร์ใต้ตาสามารถช่วยแก้ปัญหาใต้ตาได้ดังนี้

  • ร่องน้ำตาลึก เติมร่องลึกที่เป็นแนวตั้งแต่หัวตาลงมาถึงบริเวณใต้ตาให้ดูตื้นขึ้น ลดความชัดของร่องน้ำตา
  • ใต้ตาโหล เบ้าตาลึก เติมบริเวณใต้ตาที่ดูตอบหรือยุบลงไป ให้ใต้ตาดูอิ่มขึ้น ลดปัญหาหน้าดูโทรมหรือเหนื่อยล้า
  • ใต้ตาคล้ำ หากความคล้ำเกิดจากเงาของร่องใต้ตาลึก การฉีดฟิลเลอร์อาจช่วยให้ใต้ตาดูสว่างขึ้นได้ แต่ไม่ได้ช่วยลดเม็ดสีที่ทำให้ผิวคล้ำโดยตรง
  • ริ้วรอยใต้ตา ช่วยให้รอยย่นเล็ก ๆ บริเวณใต้ตาดูตื้นขึ้นได้ แต่หากเป็นริ้วรอยที่เกิดจากการยิ้มหรือผิวหย่อนคล้อยมากต้องใช้วิธีอื่นในการรักษา
  • ถุงใต้ตา สำหรับคนที่มีถุงใต้ตาร่วมกับร่องลึกบริเวณใต้ถุงตา ฟิลเลอร์อาจช่วยพรางขอบถุงใต้ตาให้ดูนูนน้อยลงได้ แต่ไม่ได้ทำให้ถุงไขมันหายไป

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาช่วยแก้ใต้ตาดำได้จริงไหม?

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาสามารถช่วยแก้ปัญหาใต้ตาดำคล้ำได้ แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาใต้ตาคล้ำได้ทุกแบบ การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจะช่วยปรับให้ใต้ตากลับมาสว่าง ลดความหมองคล้ำได้ หากใต้ตาคล้ำจาก 2 สาเหตุนี้

  • ใต้ตาคล้ำจากเงาตกกระทบ เมื่อร่องน้ำตาหรือกระดูกเบ้าตาที่ทรุดตัวลึกลงไปจะทำให้เกิดเงาดำตกกระทบบริเวณใต้ตา หลังจากฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเข้าไปหนุนร่องลึกให้เต็มและตื้นขึ้น เงาดำบริเวณนั้นก็จะหายไป ทำให้ใต้ตาดูสว่างขึ้นทันที
  • ใต้ตาคล้ำจากผิวใต้ตาบาง หากผิวใต้ตาบางมากจนเผยให้เห็นโครงสร้างเส้นเลือด หรือกล้ามเนื้อสีเข้มด้านล่างอย่างชัดเจนก็จะทำให้ใต้ตาดูดำคล้ำ ซึ่งการเติมฟิลเลอร์ใต้ตาจะช่วยเพิ่มระยะห่างระหว่างผิวหนังชั้นบนกับเส้นเลือดด้านล่าง จึงให้รอยคล้ำจางลงได้

ส่วนคนที่มีปัญหาใต้ตาดำจากเม็ดสีผิวเข้ม กรรมพันธุ์ โรคภูมิแพ้ หรือพักผ่อนน้อย การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจะไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ เนื่องจากเนื้อฟิลเลอร์ไม่มีคุณสมบัติในการเปลี่ยนเม็ดสีผิว แต่ถ้ามีปัญหาเบ้าตาลึกร่วมกับภูมิแพ้ การฉีดฟิลเลอร์เพื่อปรับให้ผิวใต้ตาตื้นขึ้นสามารถช่วยให้ใต้ตาดูสดใสขึ้นได้บ้าง

พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและความงาม

เติมฟิลเลอร์ใต้ตาเหมาะกับใคร ไม่เหมาะกับใคร

ใต้ตาคล้ำ

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเหมาะกับคนที่มีปัญหาร่องลึกจากการยุบตัวของเนื้อเยื่อเป็นหลัก แต่หากใต้ตานูนจากไขมันหรือมีผิวหย่อนคล้อยมาก อาจต้องใช้วิธีรักษาอื่น โดยคนที่เหมาะและไม่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตามีดังนี้

ใครเหมาะกับการเติมฟิลเลอร์ใต้ตา

  • คนที่มีร่องใต้ตาลึกจากโครงสร้างใบหน้าหรืออายุที่เพิ่มขึ้น เนื้อเยื่อบริเวณใต้ตายุบตัว ทำให้เห็นร่องลึกชัดเจน
  • คนที่มีถุงใต้ตาไม่ใหญ่มากและมีร่องลึกอยู่ด้านล่าง อาจใช้ฟิลเลอร์เติมร่องเพื่อให้ขอบถุงใต้ตาดูเด่นน้อยลงได้ในบางกรณี
  • คนที่ต้องการเติมร่องใต้ตาโดยไม่ผ่าตัด และเข้าใจว่าผลลัพธ์ไม่ได้อยู่ถาวร รวมถึงอาจมีอาการบวมหรือช้ำหลังฉีด

ใครไม่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

  • คนที่มีถุงใต้ตานูนจากไขมันชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อมีหนังใต้ตาหย่อนคล้อยมาก อาจเหมาะกับการผ่าตัดถุงใต้ตามากกว่า
  • คนที่มีอาการบวมใต้ตาเป็นประจำ ฟิลเลอร์อาจทำให้บริเวณใต้ตาดูบวมหรือนูนมากขึ้น
  • คนที่มีใต้ตาคล้ำจากเม็ดสีหรือภูมิแพ้ หากไม่มีร่องลึกร่วมด้วย การเติมฟิลเลอร์อาจไม่ช่วยแก้สาเหตุของความคล้ำ
  • มีผื่น อักเสบ หรือติดเชื้อบริเวณใต้ตา ควรรักษาให้หายก่อนฉีดฟิลเลอร์ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและภาวะแทรกซ้อน
  • กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ควรเลื่อนการฉีดฟิลเลอร์ออกไปก่อน เนื่องจากยังมีข้อมูลด้านความปลอดภัยในกลุ่มนี้ไม่เพียงพอ

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา แก้ปัญหาใต้ตาได้อย่างไร?

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาให้ได้ผลลัพธ์ที่เรียบเนียน เป็นธรรมชาติ และปลอดภัย ไม่ใช่เพียงการฉีดถมไปที่ร่องลึก แต่ต้องมีความรู้และเข้าใจโครงสร้างบริเวณใต้ตา โดยมีขั้นตอนและวิธีการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาดังนี้

  • การประเมินโครงสร้างหน้าแก้ม ก่อนฉีดใต้ตาแพทย์จะวิเคราะห์กระดูกหน้าแก้มก่อนเสมอ หากหน้าแก้มทรุดและเส้นเอ็นหย่อนคล้อย จะต้องใช้ฟิลเลอร์เนื้อแข็งฉีดหนุนเพื่อสร้างฐานค้ำยันให้แข็งแรงก่อน จากนั้นจึงใช้ฟิลเลอร์เนื้อนิ่มเก็บรายละเอียดบริเวณร่องใต้ตา หากฉีดแค่ใต้ตาจะทำให้ฟิลเลอร์ไหลย้อยเป็นก้อนได้
  • ฉีดฟิลเลอร์ในชั้นผิวที่ถูกต้อง การแก้ร่องลึกใต้ตาต้องฉีดฟิลเลอร์ลงในชั้นลึกใต้กล้ามเนื้อ หรือระดับติดกระดูก เพื่อพยุงเส้นเอ็นที่อ่อนแรงให้ยกตัวขึ้น หากฉีดในชั้นตื้นเกินไปใน เช่น ชั้นผิวหนังจะทำให้เกิดก้อนนูนและมองเห็นเนื้อฟิลเลอร์สะท้อนแสงเป็นสีฟ้าอมม่วงหรือที่เรียกว่า Tyndall Effect ได้
  • ใช้เทคนิคเข็มทู่ บริเวณรอบดวงตามีเส้นเลือดสำคัญจำนวนมาก การใช้เข็มทู่ที่มีปลายโค้งมน ไม่แหลมคม เมื่อเข็มทู่สัมผัสเส้นเลือดจะไม่แทงทะลุ จะช่วยลดความเสี่ยงเส้นเลือดอุดตัน อาการบวมช้ำ และช่วยให้เจ็บน้อยลง

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา อันตรายไหม?

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตามีโอกาสเกิดผลข้างเคียงและภาวะแทรกซ้อนได้ เนื่องจากบริเวณใต้ตามีผิวค่อนข้างบางและอยู่ใกล้เส้นเลือดสำคัญ หากเลือกฟิลเลอร์ไม่เหมาะสม ฉีดผิดชั้น หรือใช้ปริมาณมากเกินไป อาจทำให้เกิดปัญหาหลังฉีดได้ โดยมีอาการที่ควรรู้ดังนี้

  • อาการบวม แดง และรอยช้ำ เป็นอาการที่พบได้หลังฉีด โดยเฉพาะในช่วงแรก ซึ่งส่วนใหญ่มักค่อย ๆ ดีขึ้นภายในไม่กี่วันถึงหลายสัปดาห์
  • ฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นก้อน (Contour Irregularity) อาจเกิดจากการฉีดฟิลเลอร์ตื้นเกินไป ใช้เนื้อเจลไม่เหมาะกับบริเวณใต้ตา หรือเติมฟิลเลอร์มากเกินไป ทำให้เห็นเป็นก้อนนูนหรือผิวใต้ตาไม่เรียบ
  • ใต้ตาเป็นสีฟ้า เทา หรืออมเขียว (Tyndall Effect) เป็นภาวะที่อาจพบเมื่อฟิลเลอร์อยู่ตื้นใต้ผิวบริเวณที่ค่อนข้างบาง ทำให้ใต้ตาเห็นเป็นสีฟ้า เทา หรือเขียวคล้ำจากการกระเจิงของแสง ซึ่งมักไม่จางลงเหมือนรอยช้ำทั่วไป ทั้งนี้ สีที่เปลี่ยนไปอาจเกิดจากอาการบวมค้างได้เช่นกัน จึงต้องให้แพทย์ตรวจหาสาเหตุ
  • ใต้ตาบวมเรื้อรัง (Persistent Edema) อาจเกิดจากการอุ้มน้ำของฟิลเลอร์ การเติมปริมาณมากเกินไป หรือการคั่งของของเหลวบริเวณใต้ตา ทำให้ใต้ตาดูบวมหรือนูนอยู่นานกว่าปกติ
  • การอักเสบหรือติดเชื้อ (Inflammation and Infection) อาจมีอาการบวมแดง ร้อน เจ็บ หรือมีก้อนอักเสบเกิดขึ้นบริเวณที่ฉีด บางกรณีอาจมีหนองร่วมด้วย
  • หลอดเลือดอุดตัน (Vascular Occlusion) เป็นภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่พบได้น้อย หากฟิลเลอร์เข้าไปอุดตันในเส้นเลือดหรือหลอดเลือดจนขัดขวางการไหลเวียนของเลือด อาจทำให้ผิวซีดขาวหรือเปลี่ยนเป็นสีคล้ำผิดปกติ เนื้อเยื่อขาดเลือดจนเกิดผิวหนังตาย และในบางกรณีอาจส่งผลต่อการมองเห็นจนถึงขั้นตาบอด

หากมีอาการปวดรุนแรงผิดปกติ ผิวซีดขาวเป็นหย่อม ๆ ผิวเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำหรือมีลายคล้ายตาข่าย รวมถึงมีอาการตามัวหรือมองเห็นผิดปกติระหว่างหรือหลังฉีด ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที ไม่ควรรอดูอาการ

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ใช้กี่ CC?

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาโดยทั่วไปอาจใช้ประมาณ 1 – 2 CC สำหรับทั้งสองข้าง แต่บางคนที่มีร่องใต้ตาลึกมากอาจต้องใช้ปริมาณมากกว่านี้ ขึ้นอยู่กับลักษณะปัญหาและโครงสร้างใต้ตาของแต่ละคน ซึ่งสามารถแบ่งปริมาณที่ใช้เป็นตัวอย่างได้ดังนี้

  • ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา 1 CC สำหรับคนที่มีร่องใต้ตาไม่ลึกมาก แพทย์อาจแบ่งฉีดข้างละ 0.5 CC เพื่อเติมร่องใต้ตาให้ดูตื้นขึ้น
  • ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา 2 CC เหมาะสำหรับคนที่มีร่องใต้ตาลึกมากขึ้น โดยแบ่งฉีดข้างละประมาณ 1 CC หรือปรับปริมาณให้เหมาะกับปัญหาของแต่ละข้าง
  • ฟิลเลอร์ใต้ตามากกว่า 2 CC สำหรับคนที่มีใต้ตาลึกหรือโบ๋มาก โดยเฉพาะเมื่อกระดูกบริเวณใต้ตายุบตัวตามวัย ทำให้เนื้อเยื่อขาดการรองรับและเกิดร่องลึก แพทย์อาจพิจารณาฉีดฟิลเลอร์ในชั้นลึกเหนือกระดูก เพื่อเสริมฐานรองรับเนื้อเยื่อและเติมส่วนที่ยุบตัวให้ร่องใต้ตาดูตื้นขึ้น

เลือกฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อไหนดี? 

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาให้เรียบเนียนเป็นธรรมชาติต้องเลือกใช้เนื้อฟิลเลอร์ให้ตรงกับปัญหา เพราะบริเวณใต้ตามีผิวค่อนข้างบาง หากใช้ฟิลเลอร์ที่แน่นเกินไปหรืออุ้มน้ำมาก อาจทำให้ใต้ตาดูนูนหรือบวมได้ง่าย

โดย ยี่ห้อฟิลเลอร์ ในปัจจุบันมีหลายแบรนด์ ซึ่งแพทย์ผู้มีประสบการณ์จะประเมินและเลือกรุ่นที่เหมาะสมตามระดับชั้นผิว โดยการเลือกยี่ห้อฟิลเลอร์ใต้ตาแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลักคือ ฟิลเลอร์ใต้ตาสำหรับชั้นลึก และฟิลเลอร์ใต้ตาสำหรับชั้นตื้น โดยที่ Vincent Clinic มีฟิลเลอร์ให้เลือก 4 ยี่ห้อ ได้แก่

  • Restylane ฟิลเลอร์จากสวีเดน มีทั้งรุ่น Lyft ที่เนื้อเจลค่อนข้างแน่นและคงรูปได้ดีสำหรับฉีดใต้ตาชั้นลึก และรุ่น Defyne ที่มีความยืดหยุ่น สามารถเลือกรุ่นตามลักษณะร่องลึกและตำแหน่งที่ต้องการเติม
  • Juvederm ฟิลเลอร์จากสหรัฐอเมริกา มีหลายรุ่นที่มีความแน่นและความยืดหยุ่นแตกต่างกัน เช่น Voluma ที่เน้นเพิ่มวอลลุ่มในบริเวณที่ยุบตัว และ Volite ที่จะช่วยเก็บริ้วรอยใต้ตาตื้นๆ ซึ่งแต่ละรุ่นมีวัตถุประสงค์การใช้งานต่างกัน
  • Neuramis ฟิลเลอร์จากเกาหลีใต้ รุ่น Deep มีเนื้อเจลหนืดปานกลาง ใช้เติมเต็มร่องลึกใต้ตา ส่วนรุ่น Volume มีเนื้อเจลแน่นกว่าจะเหมาะกับการเติมโครงหน้ามากกว่า
  • Biohyalux ฟิลเลอร์จากจีน มีรุ่น Fine Line ที่เน้นการเติมริ้วรอยร่องตื้น และรุ่นอื่นที่ใช้เติมร่องลึกหรือเพิ่มปริมาตรตามปัญหาที่ต้องการแก้ไข

เติมฟิลเลอร์ใต้ตาต่างจากวิธีแก้ปัญหาใต้ตาแบบอื่นอย่างไร

การแก้ไขปัญหาใต้ตามีหลายวิธี ซึ่งแต่ละวิธีมีจุดเด่นและข้อจำกัดที่แตกต่างกันไป โดยสามารถเปรียบเทียบฟิลเลอร์ใต้ตากับวิธีอื่นๆ ได้ดังนี้

ฟิลเลอร์ใต้ตา VS ฉีดไขมันใต้ตา

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นการใช้สารไฮยาลูรอนิกแอซิดที่สังเคราะห์ขึ้นมาให้ใกล้เคียงกับผิวธรรมชาติ สามารถสลายเองได้ 100% เห็นผลทันทีหลังทำ และหากไม่พอใจสามารถฉีดสลายได้ ส่วนการฉีดไขมันใต้ตาต้องมีการดูดไขมันจากส่วนอื่นในร่างกายมาสกัดและฉีดกลับเข้าไป ซึ่งมีขั้นตอนที่ยุ่งยากกว่า ต้องรอให้ไขมันที่ฉีดเข้าไป “ติด” หรือรอดชีวิตในบริเวณที่ฉีดก่อนจึงจะเห็นผลลัพธ์ที่คงที่ และหากไขมันติดไม่สม่ำเสมออาจทำให้ใต้ตาดูเป็นก้อนคลื่นที่แก้ไขได้ยากกว่าฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์ใต้ตา VS สารกระตุ้นคอลลาเจน

ฟิลเลอร์ใต้ตาเน้นการเติมเต็มวอลลุ่มในส่วนที่ขาดหายไปทันที  เช่น เบ้าตาที่โหลลึกหรือกระดูกที่ยุบตัว ในขณะที่สารกระตุ้นคอลลาเจนจะเน้นการฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายในโดยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเองตามธรรมชาติ ผลลัพธ์จะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นใน 1 – 3 เดือน ซึ่งจะช่วยเรื่องความยืดหยุ่น ความแน่นของผิว และริ้วรอยเล็กๆ ได้ดี แต่ไม่สามารถทดแทนการเติมเต็มร่องลึกได้ชัดเจนเท่าฟิลเลอร์ในทันที หากต้องการเห็นผลลัพธ์ใต้ตาที่ดี และช่วยกระตุ้นคอลลาเจนด้วยสามารถฉีดทั้ง 2 ตัวควบคู่กันได้

ฟิลเลอร์ใต้ตา VS การทาครีมบำรุง

การทาครีมบำรุงรอบดวงตาเป็นการดูแลผิวในระดับชั้นกำพร้า ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและชะลอการเกิดริ้วรอยจางๆ ได้ในระยะยาว แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาโครงสร้างใต้ตาที่ยุบตัวหรือไขมันฝ่อตัวลงได้ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ใต้ตาดูโหลลึกและมีเงาดำ ดังนั้นการทาครีมจึงเป็นการดูแลผิวชั้นนอกควบคู่ไปกับการฉีดฟิลเลอร์เพื่อผลลัพธ์ที่ดี

ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

ก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา แพทย์จะต้องประเมินโครงสร้างใบหน้าและลักษณะปัญหาใต้ตาก่อน เพื่อวางแผนเลือกฟิลเลอร์ ปริมาณที่ใช้ และตำแหน่งฉีดให้เหมาะกับแต่ละคน โดยทั่วไปมีขั้นตอนดังนี้

  1. ประเมินปัญหาใต้ตา แพทย์ตรวจความลึกของร่องน้ำตา ลักษณะถุงใต้ตา ความหย่อนคล้อยของผิว และประวัติการฉีดฟิลเลอร์ที่ผ่านมา เพื่อพิจารณาว่าเหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์หรือไม่
  2. เลือกรุ่นฟิลเลอร์และวางแผนการฉีด พิจารณาความแน่น ความยืดหยุ่น และการอุ้มน้ำของเนื้อเจล พร้อมกำหนดปริมาณและตำแหน่งที่ต้องการเติมให้เหมาะกับโครงสร้างใต้ตาทั้งสองข้าง
  3. เตรียมผิวและตรวจสอบฟิลเลอร์ ทำความสะอาดบริเวณใต้ตา ใช้ยาชาตามความเหมาะสม พร้อมตรวจสอบกล่องฟิลเลอร์ เลขล็อต และวันหมดอายุก่อนฉีด
  4. ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา แพทย์เลือกเทคนิคและชั้นเนื้อเยื่อที่เหมาะสม โดยค่อย ๆ เติมฟิลเลอร์ในปริมาณที่จำเป็น เพื่อให้ร่องใต้ตาดูตื้นขึ้นโดยไม่เติมมากเกินไป
  5. ตรวจผลลัพธ์หลังฉีด แพทย์ตรวจลักษณะใต้ตาหลังเติมฟิลเลอร์ ประเมินอาการผิดปกติ และแนะนำการดูแลตัวเอง รวมถึงนัดติดตามผลตามความเหมาะสม

การเตรียมตัวและวิธีดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

ก่อนและหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาควรดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม เพื่อลดโอกาสเกิดอาการบวมช้ำและการระคายเคืองบริเวณที่ฉีด โดยมีคำแนะนำดังนี้

วิธีเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

  • แจ้งแพทย์เกี่ยวกับโรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา ยาที่รับประทานเป็นประจำ และประวัติการฉีดฟิลเลอร์ที่ผ่านมา
  • หากรับประทานยาแอสไพริน ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs หรืออาหารเสริมที่อาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกง่าย ควรปรึกษาแพทย์ก่อนฉีด ไม่ควรหยุดยาเอง
  • งดดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนฉีด เพื่อลดโอกาสเกิดรอยช้ำ
  • หลีกเลี่ยงการสครับผิว ผลัดเซลล์ผิว หรือทำทรีตเมนต์ที่อาจทำให้ผิวบริเวณใต้ตาระคายเคืองในช่วงก่อนฉีด

วิธีดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา 

  • หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือขยี้บริเวณใต้ตาในช่วงแรกหลังฉีด เพื่อไม่ให้รบกวนบริเวณที่เพิ่งเติมฟิลเลอร์
  • หากมีอาการบวมหรือรอยช้ำ สามารถประคบเย็นเบา ๆ โดยห่อเจลเย็นด้วยผ้าสะอาด และไม่กดทับบริเวณที่ฉีด
  • งดออกกำลังกายหนักประมาณ 24 – 48 ชั่วโมง เพื่อลดโอกาสเกิดอาการบวมและรอยช้ำเพิ่มขึ้น
  • หลีกเลี่ยงความร้อนจัด เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ และการแช่น้ำร้อน ในช่วง 24–48 ชั่วโมงแรก
  • ล้างหน้าได้ตามปกติอย่างเบามือ หลีกเลี่ยงการขัดถูและแต่งหน้าทับรอยเข็มทันที โดยปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์
  • งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วง 24 ชั่วโมงแรก และกลับไปพบแพทย์ตามนัดเพื่อติดตามผลหลังฉีด

 

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตากี่วันเห็นผล อยู่ได้นานแค่ไหน

หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาสามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ทันที โดยร่องลึกจะดูตื้นขึ้นและใต้ตาดูเต็มขึ้น แต่ในช่วงแรกอาจมีอาการบวมหรือรอยช้ำร่วมด้วย ซึ่งอาการบวมมักค่อยๆ ลดลงภายใน 3 – 7 วัน และจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนขึ้นหลังฉีดประมาณ 2 สัปดาห์ และผลลัพธ์หลังฉีดอยู่ได้นานประมาณ 6 – 24 เดือน โดยจะขึ้นอยู่กับยี่ห้อ รุ่นฟิลเลอร์ ตำแหน่งที่ฉีด และการตอบสนองของร่างกายแต่ละคน จากนั้นฟิลเลอร์ใต้ตาจะค่อยๆ สลายไปตามธรรมชาติ ทำให้ผลลัพธ์ลดลงเมื่อเวลาผ่านไป

รีวิวฟิลเลอร์ใต้ตา 

ฟิลเลอร์ใต้ตาแก้ใต้ตาคล้ำอย่างไรรีวิวฟิลเลอร์ใต้ตารีวิวเติมเต็มฟิลเลอร์ใต้ตาฟิลเลอร์ใต้ตารีวิว
รีวิวฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาราคาเท่าไร

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาโดยทั่วไปมีราคาประมาณ 9,000 – 25,000 บาทต่อ 1 CC ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ รุ่นฟิลเลอร์ และคลินิกที่ให้บริการ โดยแต่ละคนอาจใช้ปริมาณฟิลเลอร์ไม่เท่ากันตามความลึกของร่องใต้ตาและปัญหาที่ต้องการแก้ไข
สำหรับที่ Vincent Clinic มีโปรโมชั่นฟิลเลอร์ราคาเริ่มต้น 2,999 บาทต่อ 1 CC โดยราคาฉีดใต้ตาจริงขึ้นอยู่กับรุ่นฟิลเลอร์ที่เหมาะสมและปริมาณที่แพทย์ประเมินให้แต่ละคน แนะนำให้ทักมาสอบถามเพิ่มเติม

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่ไหนดี? 

หากกำลังตัดสินใจว่าจะฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่ไหนดี ไม่ควรพิจารณาแค่เรื่องราคาเพียงอย่างเดียว เพราะบริเวณใต้ตามีผิวค่อนข้างบางและอยู่ใกล้เส้นเลือดสำคัญ การเลือกคลินิกและแพทย์จึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ โดยมีเกณฑ์พิจารณาดังนี้

  • คลินิกมีใบอนุญาตถูกต้อง เปิดให้บริการอย่างถูกกฎหมาย มีเลขที่ใบอนุญาตสถานพยาบาลแสดงชัดเจน และห้องฉีดฟิลเลอร์สะอาด ได้มาตรฐาน
  • แพทย์มีประสบการณ์ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เข้าใจโครงสร้างบริเวณรอบดวงตา สามารถเลือกตำแหน่ง ชั้นเนื้อเยื่อ และเทคนิคการฉีดให้เหมาะกับปัญหาของแต่ละคน
  • ใช้ฟิลเลอร์แท้ที่ตรวจสอบได้ เลือกผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนกับ อย. อย่างถูกต้อง สามารถตรวจสอบกล่อง เลขล็อต และแหล่งที่มาของฟิลเลอร์ก่อนฉีด
  • มีการประเมินปัญหาใต้ตาก่อนฉีด แพทย์ควรตรวจว่าใต้ตาลึกจากสาเหตุใด มีถุงใต้ตาหรือผิวหย่อนคล้อยร่วมด้วยหรือไม่ เพื่อเลือกรุ่นฟิลเลอร์และปริมาณที่เหมาะสม ไม่จำเป็นต้องฉีดฟิลเลอร์ให้ทุกคน
  • มีรีวิวฟิลเลอร์ใต้ตาจากเคสจริง ควรดูภาพก่อนและหลังฉีดที่มีมุมกล้องใกล้เคียงกัน รวมถึงเคสที่มีปัญหาใต้ตาคล้ายกับตัวเอง เพื่อประกอบการตัดสินใจ
  • มีการติดตามผลและดูแลเมื่อเกิดปัญหา คลินิกควรมีช่องทางติดต่อหลังฉีด มีแพทย์ให้คำปรึกษา และมีแนวทางรับมือหรือส่งต่ออย่างเร่งด่วนหากเกิดภาวะแทรกซ้อน

สำหรับที่ Vincent Clinic ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ ซึ่งจะประเมินปัญหาและโครงสร้างบริเวณใต้ตาก่อนเลือกชนิดและปริมาณฟิลเลอร์ที่เหมาะสม พร้อมเปิดกล่องฟิลเลอร์ให้ตรวจสอบก่อนฉีด และมีทีมติดตามผลหลังทำ

สรุป

ฟิลเลอร์ใต้ตาช่วยเติมร่องลึก เบ้าตาโหล และพรางเงาคล้ำจากโครงสร้างกระดูกที่ยุบตัวทำให้ตาใต้ดูลึกได้ โดยต้องเลือกรุ่น ปริมาณ และชั้นผิวให้เหมาะกับแต่ละคน หลังฉีดสามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ทันที แต่จะมีอาการบวมเล็กน้อยและจะค่อย ๆ เข้าที่ประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ ก่อนฉีดควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีแพทย์ประเมินโครงสร้างใต้ตา ใช้ฟิลเลอร์แท้ตรวจสอบได้ และมีการติดตามผลหลังทำ โดย Vincent Clinic Aesthetic จะวางแผนการฉีดให้เหมาะกับปัญหาของแต่ละคน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ฟิลเลอร์ใต้ตา (FAQ)

พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและความงาม