ฟิลเลอร์ Hyafilia คืออะไร ดีไหม มีกี่รุ่น และฉีดบริเวณไหนได้บ้าง? Vincent Clinic Aesthetic จะพาคุณไปรู้จัก Hyafilia ให้มากขึ้นทั้งในเรื่องคุณสมบัติ รุ่นต่าง ๆ และตำแหน่งที่เหมาะกับการฉีด เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจให้คุณเลือกยี่ห้อในการฉีดฟิลเลอร์ได้ดียิ่งขึ้น
Key Takeaways
- Hyafilia เป็นฟิลเลอร์จากเกาหลีใต้ในกลุ่ม Hyaluronic Acid (HA) แบบ Biphasic ใช้เติมเต็มร่องลึก ลดริ้วรอย และปรับรูปหน้าให้ดูสมดุลมากขึ้น
- จุดเด่นของ Hyafilia คือเนื้อฟิลเลอร์คงตัว ปั้นทรงง่าย เรียบเนียน ดูเป็นธรรมชาติ และช่วยอุ้มน้ำให้ผิวดูอิ่มฟูขึ้น
- Hyafilia ผลิตด้วย ART Technology ผ่านกระบวนการผลิตกว่า 14 ขั้นตอน และมีการพัฒนาเพื่อลดปริมาณ BDDE เพื่อช่วยเสริมด้านความปลอดภัย
- ฟิลเลอร์ Hyafilia มี 4 รุ่นหลัก ได้แก่ S, M, V และ D ซึ่งแต่ละรุ่นมีความต่างกันที่ความแน่นของเนื้อฟิลเลอร์และชั้นผิวที่เหมาะกับการฉีด
- รุ่น S เหมาะกับงานผิวและริ้วรอยตื้น, รุ่น M เหมาะกับงานเติมเต็มระดับกลาง, รุ่น V เหมาะกับงานปั้นทรงและโครงหน้า, ส่วนรุ่น D เน้นเพิ่มความชุ่มชื้นและฟื้นฟูผิว
- Hyafilia สามารถฉีดได้หลายบริเวณ เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม ขมับ หน้าผาก คาง กรอบหน้า และแก้มส้ม โดยเลือกใช้รุ่นให้เหมาะกับตำแหน่งจะช่วยให้ผลลัพธ์ดียิ่งขึ้น
- ผลลัพธ์ของ Hyafilia อยู่ได้ประมาณ 4–18 เดือน ขึ้นอยู่กับรุ่นที่ใช้ บริเวณที่ฉีด และการดูแลหลังทำ
- ราคาฟิลเลอร์ Hyafilia โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 6,900–10,000 บาทต่อ 1 cc และควรตรวจสอบของแท้ก่อนฉีดทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย
ฟิลเลอร์ Hyafilia คืออะไร?
Hyafilia คือ ฟิลเลอร์เกาหลีใต้ ในกลุ่ม Hyaluronic Acid แบบ Biphasic ใช้สำหรับเติมเต็มร่องลึก ลดริ้วรอย และช่วยปรับรูปหน้าให้ดูสมดุลมากขึ้น ผลิตโดยบริษัท CHA Bio Group ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทด้านการแพทย์และเทคโนโลยีชีวภาพจากเกาหลีใต้ที่มีความน่าเชื่อถือ และผ่านการรับรองมาตรฐานจาก อย.เกาหลี, CE ยุโรป และ อย.ไทย โดยในประเทศไทยนำเข้าโดยบริษัท Vitapharm Asia
จุดเด่นของฟิลเลอร์ Hyafilia ดีไหม มีอะไรบ้าง?
Hyafilia เป็นฟิลเลอร์ประเภท Biphasic ซึ่งมีเนื้อค่อนข้างแน่นและคงตัวดี ผลิตด้วยเทคโนโลยี ART Technology (Advance Reticulated Technology) ที่ช่วยจัดโครงสร้างของ ฟิลเลอร์ ให้มีความคงตัวมากขึ้น อีกทั้งยังผ่านกระบวนการผลิตกว่า 14 ขั้นตอน เพื่อให้ได้เนื้อฟิลเลอร์ที่มีความบริสุทธิ์สูงและคุณภาพสม่ำเสมอ
และในกระบวนการผลิตยังมีการลดปริมาณ BDDE ซึ่งเป็นสารที่ใช้เชื่อมโครงสร้างของ HA เพื่อลดสารตกค้าง ช่วยเสริมด้านความปลอดภัย และอาจลดโอกาสเกิดอาการบวม แสบ หรือระคายเคืองหลังฉีดได้ จึงทำให้ฟิลเลอร์ Hyafilia มีข้อดีดังนี้
- ฟิลเลอร์คงตัวดี เนื้อฟิลเลอร์ ปั้นทรงง่าย
- เกาะตัวได้ดี แต่ยังมีความยืดหยุ่น ทำให้ผลลัพธ์ดูเรียบเนียน
- มีความบริสุทธิ์สูง จึงช่วยเพิ่มความมั่นใจในด้านคุณภาพ
- ช่วยลดโอกาสบวม แสบ หรือระคายเคืองหลังฉีด
- อุ้มน้ำได้ดี ทำให้ผิวดูอิ่มฟูและเรียบเนียนขึ้น
- อยู่ทรงดี ไม่ไหล และไม่เป็นก้อนง่าย
- ให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ เหมาะทั้งงานเติมเต็มและการปรับรูปหน้า
ฟิลเลอร์ Hyafilia มีกี่รุ่น? ต่างกันไหม
Hyafilia มีทั้งหมด 4 รุ่นหลัก โดยแต่ละรุ่นแตกต่างกันทั้งความแน่นของเนื้อฟิลเลอร์และชั้นผิวที่เหมาะกับการฉีด ดังนี้
- Hyafilia S (Soft) เนื้อนิ่ม ละเอียด โมเลกุลเล็ก กระจายตัวดี เหมาะกับการฉีดผิวชั้นตื้น
- Hyafilia M (Mold) เนื้อปานกลาง ยืดหยุ่นและคงรูปดี เหมาะกับผิวชั้นกลาง ใช้เติมวอลลุ่มแบบพอดีและดูเป็นธรรมชาติ
- Hyafilia V (Volume) เนื้อแน่น คงตัวสูง เหมาะกับการปั้นทรงหรือเสริมโครงสร้าง ฉีดในผิวชั้นลึก
- Hyafilia D (Dorothy Dewy) เนื้อบาง เบา กระจายตัวดี เน้นงานผิว ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ลดริ้วรอยตื้น และทำให้ผิวเรียบเนียน เหมาะกับผิวชั้นตื้น
ฉีด Hyafilia Filler บริเวณไหนได้บ้าง
Hyafilia Filler สามารถฉีดได้หลายบริเวณของใบหน้า โดยแต่ละรุ่นเหมาะกับตำแหน่งที่ต่างกัน ดังนี้
- Hyafilia S (Hyafilia Soft) เหมาะสำหรับฉีดนำมา ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ร่องน้ำตา ร่องน้ำหมาก ริ้วรอยตื้น ๆ รอบปาก หางตา และริมฝีปากในบางเคส
- Hyafilia M (Hyafilia Mold) เหมาะสำหรับฉีดบริเวณขมับ หน้าผาก ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก คางในบางเคส ยกมุมปาก และปรับทรงปาก
- Hyafilia V (Hyafilia Volume) เหมาะสำหรับฉีดบริเวณคาง กรอบหน้า แนวกราม แก้มส้ม แก้มตอบ ขมับในบางเคส และหน้าผาก
- Hyafilia D (Dorothy Dewy) เหมาะกับงานผิว ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ฉีดในบริเวณที่มี ริ้วรอย ตื้น ๆ และทำให้ผิวเรียบเนียน
ผลลัพธ์ฟิลเลอร์ Hyafilia อยู่ได้นานแค่ไหน
ผลลัพธ์ของฟิลเลอร์ Hyafilia สามารถอยู่ได้นานแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น บริเวณที่ฉีด การดูแลหลังทำ รวมถึงคุณสมบัติของเนื้อฟิลเลอร์ในแต่ละรุ่นทำให้ฟิลเลอร์ Hyafilia มีระยะเวลาการคงอยู่ต่างกัน ดังนี้
- Hyafilia S (Soft) อยู่ได้ประมาณ 6 – 9 เดือน
- Hyafilia M (Mold) อยู่ได้ประมาณ 9 – 12 เดือน
- Hyafilia V (Volume) อยู่ได้ประมาณ 12 – 18 เดือน
- Hyafilia D (Dorothy Dewy) อยู่ได้ประมาณ 4 – 6 เดือน
ฟิลเลอร์ Hyafilia ราคาเท่าไร
ฟิลเลอร์ Hyafilia ราคาประมาณ 6,900 – 10,000 บาท/cc ทั้งนี้ราคาจะขึ้นอยู่กับรุ่นของฟิลเลอร์ ปริมาณที่ใช้ เทคนิคของแพทย์ และ โปรโมชั่นของแต่ละคลินิกในช่วงเวลานั้น
สามารถอ่านบทความเพิ่มเติมได้ : ฟิลเลอร์ราคา
Hyafilia vs Neuramis ต่างกันอย่างไร?
Hyafilia เป็นฟิลเลอร์แบบ Biphasic เนื้อเจลจะมีความคงตัวและแน่นกว่า ช่วยให้ปั้นทรงได้ง่าย อยู่ทรงดี เหมาะกับงานเติมเต็มและการปรับโครงสร้างใบหน้า เช่น คาง ขมับ หรือกรอบหน้า
Neuramis เป็นฟิลเลอร์แบบ Monophasic เนื้อเจลจะเรียบเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน กระจายตัวได้ดี จึงเกลี่ยง่ายและกลืนกับผิว เหมาะกับงานผิว ริ้วรอย หรือบริเวณที่ต้องการความละมุน เช่น ใต้ตา หรือปาก
วิธีเช็กฟิลเลอร์ Hyafilia ของแท้
ก่อนฉีดฟิลเลอร์ Hyafilia ควรตรวจสอบให้มั่นใจว่าเป็นของแท้และนำเข้าอย่างถูกต้อง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากฟิลเลอร์ปลอมและเพิ่มความปลอดภัยในการทำหัตถการ โดยสามารถเช็กเบื้องต้นได้จากจุดสำคัญต่าง ๆ ดังนี้
- ตรวจสอบชื่อแบรนด์ ชื่อรุ่น และชื่อผู้ผลิต CHAMEDITECH บนกล่องให้ชัดเจน
- สังเกตสีของกล่องแต่ละรุ่นให้ตรงกับรุ่นที่ใช้ เช่น Soft โทนฟ้า, Mold โทนส้ม, Volume โทนม่วง
- เช็กเลข LOT วันผลิต และวันหมดอายุให้ครบ โดยเลข LOT ต้องตรงกันบนกล่อง ซองบรรจุภายใน และหลอดฟิลเลอร์
- ตรวจดูฉลากภาษาไทยและเลข อย. ไทย ต้องระบุไว้อย่างชัดเจน
- เช็กว่ามี QR Code, สติกเกอร์กันปลอม หรือระบบตรวจสอบย้อนกลับของสินค้า
- สังเกตสภาพกล่อง ซีล และซองบรรจุ ต้องสมบูรณ์ ไม่มีรอยแกะ ฉีก หรือเปิดซ้ำ
- ขอให้แพทย์แกะกล่องต่อหน้าก่อนฉีด เพื่อให้สามารถตรวจสอบสินค้าได้ด้วยตัวเอง
- สามารถถ่ายรูปกล่อง เลข LOT และวันหมดอายุเก็บไว้เป็นหลักฐาน
- ตรวจสอบชื่อผู้นำเข้าในไทย และนำข้อมูลไปเช็กต่อกับ อย. ไทย หรือบริษัทผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการ เช่น Vitapharm Asia
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ฟิลเลอร์ Hyafilia (FAQ)
Q: หลังฉีดฟิลเลอร์ Hyafilia ควรดูแลตัวเองอย่างไรให้อยู่ได้นาน?
A: หลังฉีดฟิลเลอร์ Hyafilia ควรหลีกเลี่ยงการกด นวด หรือจับบริเวณที่ฉีดในช่วงแรก งดความร้อน เช่น ซาวน่า เลเซอร์ และแสงแดดจัด รวมถึงหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และการออกกำลังกายหนักประมาณ 24 – 48 ชั่วโมง ควรดื่มน้ำให้เพียงพอและดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยให้ฟิลเลอร์คงตัวได้ดีและอยู่ได้นานขึ้น
Q: ฉีดฟิลเลอร์ Hyafilia จะมีอาการบวมกี่วัน กี่วันถึงจะเข้าที่?
A: หลังฉีดฟิลเลอร์ Hyafilia อาจมีอาการบวมเล็กน้อยประมาณ 1 – 3 วันแรก และจะค่อย ๆ ยุบลง โดยส่วนใหญ่จะเริ่มเข้าที่และดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นในช่วง 7 – 14 วัน ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลและบริเวณที่ฉีด
Q: ฟิลเลอร์ Hyafilia มียาชาไหม ตอนฉีดเจ็บหรือเปล่า?
A: ฟิลเลอร์ Hyafilia มีทั้งรุ่นที่มียาชา และรุ่นที่ไม่มียาชา โดยรุ่นที่มียาชาจะช่วยลดความรู้สึกเจ็บขณะฉีดได้ ทำให้รู้สึกสบายขึ้น ส่วนความเจ็บจะอยู่ในระดับเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลและบริเวณที่ฉีด
Q: ฉีดฟิลเลอร์ Hyafilia แล้วจะเป็นก้อนแข็งไหม?
A: ฟิลเลอร์ Hyafilia มีเนื้อที่เรียบและยืดหยุ่น จึงช่วยลดโอกาสการเป็นก้อนได้ หากฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์และเลือกใช้รุ่นให้เหมาะกับตำแหน่ง แต่ในช่วงแรกอาจมีความตึงหรือคลำเจอเล็กน้อย ซึ่งมักจะค่อย ๆ เข้าที่และนุ่มลงเมื่อฟิลเลอร์เซ็ตตัว
Q: ฟิลเลอร์ Hyafilia อันตรายไหม สลายหมด 100% หรือเปล่า?
A: ฟิลเลอร์ Hyafilia เป็นฟิลเลอร์ประเภท Hyaluronic Acid ซึ่งสามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ หากเป็นของแท้และฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์จะมีความปลอดภัยค่อนข้างสูง และโดยทั่วไปสามารถสลายได้เกือบทั้งหมดตามระยะเวลา ขึ้นอยู่กับร่างกายและการดูแลของแต่ละคน
สรุป
Hyafilia เป็นฟิลเลอร์จากเกาหลีใต้ในกลุ่ม Hyaluronic Acid (HA) แบบ Biphasic ใช้สำหรับเติมเต็มร่องลึก ลดริ้วรอย และปรับรูปหน้าให้ดูสมดุล จุดเด่นคือเนื้อฟิลเลอร์คงตัว ปั้นทรงง่าย เรียบเนียน และให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ โดยผลิตด้วย ART Technology ผ่านกระบวนการผลิตกว่า 14 ขั้นตอน และมีการพัฒนาเพื่อลดปริมาณ BDDE เพื่อช่วยลดโอกาสเกิดอาการบวม อยากฉีดฟิลเลอร์แต่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกแบบไหนดี ปรึกษาได้ที่ Vincent Clinic Aesthetic

