วิตามินซี เป็นหนึ่งในวิตามินที่หลายคนรู้จักกันดีกับคุณสมบัติเด่นเกี่ยวกับเรื่องของผิวพรรณ แต่จริง ๆ แล้ว ยังมีส่วนสำคัญที่ช่วยให้สุขภาพดีขึ้นได้อีกด้วย ในบทความนี้ Vincent Clinic Aesthetic จะพาไปไขความลับเกี่ยวกับประโยชน์ของ Vitamin C ในแง่มุมอื่น ๆ ว่ามีอะไรบ้าง รับได้จากวิธีไหน ระหว่างกินวิตามินกับดริปวิตามินอันไหนดีกว่ากัน อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเนื้อหานี้ช
Key Takeaways
- วิตามินซี (Ascorbic Acid) คือ วิตามินชนิดละลายในน้ำได้ มีความสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกัน กระบวนการสร้างคอลลาเจน ความแข็งแรงของเซลล์ กระดูก และข้อต่อ
- ประโยชน์ของวิตามินซีมีหลายอย่าง เช่น ช่วยให้ผิวกระจ่างใส ลดคอเลสเตอรอล (LDL) แผลสมานตัวไวขึ้น ป้องกันเลือดออกตามไรฟัน และลดความเสี่ยงเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ
- แหล่งวิตามินซีธรรมชาติ สามารถรับได้จากการกินอาหารประเภทผักและผลไม้ เช่น พริกหวาน บรอกโคลี ฝรั่ง ส้ม มะขามป้อม และสตรอว์เบอร์รี
- ในปัจจุบันวิตามินซีมีหลายรูปแบบสามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสมและความต้องการของแต่ละคน เช่น แบบเม็ด แบบแคปซูล แบบเม็ดฟู่ แบบเยลลี่ และแบบน้ำ
- การดริปวิตามินซี (IV Drip) สามารถช่วยให้ร่างกายดึงวิตามินไปใช้ได้ทันทีแบบเต็มประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องผ่านระบบย่อยอาหารและการดูดซึมแบบวิตามินชนิดกิน ซึ่งร่างกายได้รับเพียงบางส่วน
วิตามินซี คืออะไร
วิตามินซี หรือชื่อทางวิทยาศาสตร์เรียกว่า Ascorbic Acid (กรดแอสคอร์บิก) คือ กลุ่มของวิตามินที่ละลายน้ำได้ มีส่วนสำคัญในการช่วยเรื่องของกระดูก ภูมิคุ้มกัน และเสริมความแข็งแรงให้กับเซลล์ในร่างกาย จึงช่วยให้ไม่ป่วยบ่อยและระยะเวลาในการพักฟื้นสั้นลง จึงทำให้ Vitamin C เป็นหนึ่งในวิตามินที่มีความสำคัญกับร่างกายเป็นอย่างมาก
วิตามินซีช่วยอะไรบ้าง
ประโยชน์ของวิตามินซีมีด้วยกันหลายอย่าง หากร่างกายได้รับอย่างเพียงพอและสม่ำเสมอ จะช่วยให้สุขภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน โดยประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับมีดังนี้
- เสริมภูมิคุ้มกัน ช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้น ไม่ป่วยบ่อย
- เซลล์แข็งแรง ด้วยการปกป้องเซลล์ในร่างกายจากอนุมูลอิสระ เพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมธาตุเหล็กให้ดีขึ้น
- กระตุ้นคอลลาเจน ช่วยบำรุงกระดูก ทำให้ข้อต่อและหลอดเลือดมีความแข็งแรง ยืดหยุ่นดี ทั้งยังทำให้ผิวแข็งแรง แลดูกระจ่างใส
- รู้สึกสดชื่น ช่วยกระตุ้นกระบวนการสร้างพลังงานในร่างกายทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า
- ลดคอเลสเตอรอล โดยเฉพาะไขมันเลว LDL ให้น้อยลง ลดโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจในระยะยาว
- แผลหายเร็ว ทำให้ร่างกายสามารถสมานแผลได้ดีขึ้น ลดอาการบาดเจ็บและอาการบวมช้ำให้น้อยลง
- ป้องกันเลือดออกตามไรฟัน ช่วยบำรุงเหงือกและฟันให้แข็งแรง ลดการเกิดปัญหาแผลร้อนใน
- ลดโอกาสเกิดโรคบางชนิด โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวกับระบบเลือด เช่น โรคหลอดเลือด โรคหัวใจ โรคโลหิตจาง
วิตามินซีมีกี่แบบ พบได้จากอะไรบ้าง?
วิตามินซีมีด้วยกันหลายรูปแบบ ซึ่งสามารถรับเข้าสู่ร่างกายได้หลายวิธี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละคนที่แตกต่างกัน โดยมีรายละเอียดของประเภทและแหล่งที่มา ดังนี้
วิตามินซีจากธรรมชาติ
วิตามินซีสามารถรับได้จากการกินในชีวิตประจำวัน โดยสามารถเลือกรับประทานผักต่าง ๆ ได้แก่ พริกหวาน บรอกโคลี ผักคะน้า ผักปวยเล้ง ใบมะรุม นอกจากนั้นยังมีผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น ส้ม มะขามป้อม สตรอว์เบอร์รี ฝรั่ง ลิ้นจี่ หากกินในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยให้ร่างกายได้รับวิตามินอย่างเพียงพอ
วิตามินซีแบบรับประทาน
วิตามินแบบนี้เป็นวิตามินซีแปรรูปนำมาดัดแปลงให้วิตามินซีอยู่ในรูปแบบทานง่ายมากขึ้น สะดวกสำหรับคนที่มีชีวิตเร่งด่วน ตารางงานแน่น ไม่มีเวลาว่าง หรือหาอาหารที่มีวิตามินซีกิน และวิตามินซีแบบรับประทานมีความเข้มข้นให้เลือกหลายแบบตามความต้องการ โดยมีหลากหลายแบบดังนี้
- วิตามินซีแบบเม็ดหรือแคปซูล เป็นวิตามินที่พกพาง่าย ช่วยให้วิตามินออกฤทธิ์อย่างช้า ๆ อยู่ได้นานขึ้น และลดอาการระคายเคืองกระเพาะอาหาร
- วิตามินซีเม็ดฟู่หรือผง เป็นวิตามินที่ใช้ละลายหรือชงกับน้ำเปล่า ทำให้ร่างกายดูดซึมได้เร็วขึ้น ช่วยให้คนที่มีปัญหาเรื่องการกลืนหรือไม่ชอบกลืนยาเม็ด สามารถกินวิตามินได้ง่ายขึ้น
- เยลลี่วิตามินซี เป็นชนิดที่มีรสชาติหวานเหมือนลูกอม เคี้ยวเพลิน พกพาสะดวก ได้รับความนิยมจากทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยที่ไม่ต้องกินน้ำตามเหมือนแบบเม็ด ควรเลี่ยงสูตรที่มีน้ำตาลเยอะ
- วิตามินซีแบบอม เป็นการทำให้วิตามินละลายออกมาอย่างช้า ๆ กินง่าย ไม่ต้องกลืนลงคอ แต่มีโอกาสที่จะทำให้ฟันผุ หรือเคลือบฟันถูกทำลายได้ง่าย
- น้ำวิตามินซี ดื่มง่าย สดชื่น แต่มีปริมาณวิตามินน้อย มีส่วนผสมของสารปรุงแต่งรสชาติเยอะ นอกจากนั้นวิตามินซียังไวต่อแสงอาจสลายไปก่อน อาจทำให้ร่างกายได้รับวิตามินซีไม่เพียงพอ
วิตามินซีแบบฉีด
วิตามินซีประเภทฉีด หรือการดริปวิตามินซีได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เพราะมีการผสมสารบำรุงและแร่ธาตุที่มีประโยชน์กับร่างกายเอาไว้ เมื่อมา ดริปวิตามิน หรือฉีดวิตามินซีจะเข้าสู่เส้นเลือดโดยตรงทำให้ร่างกายดึงไปใช้งานได้ทันทีอย่างเต็มประสิทธิภาพ
กินวิตามินซี กับดริปวิตามินซี อันไหนดีกว่ากัน
ระหว่างวิตามินซีแบบกินกับการดริปวิตามินซี มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนทั้งเรื่องของขั้นตอนการทำและส่วนผสม ซึ่งความพิเศษของ IV Drip Vitamin C จะเป็นการผสมเอาสารบำรุง แร่ธาตุ วิตามินต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ทำให้แข็งแรง สุขภาพดี ผิวพรรณกระจ่างใส ชะลอวัย ลดอาการเหนื่อยล้า โดยการให้วิตามินผ่านสายน้ำเกลือต่อตรงเข้าสู่เส้นเลือด ร่างกายจึงสามารถนำไปใช้ได้ทันทีอย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องผ่านระบบย่อยอาหารและดูดซึมซึ่งทำให้ร่างกายได้รับวิตามินเพียงบางส่วนเท่านั้น
ดริปวิตามินซี IV Drip ที่ Vincent Clinic ดียังไง
จุดเด่นของการดริปวิตามินซี หรือ IV Drip Vitamin C ที่ Vincent Clinic มีด้วยกันหลายประการ ทั้งเรื่องของสูตรวิตามิน คลินิก ผลิตภัณฑ์ และทีมแพทย์ โดยมีรายละเอียด ดังนี้
- คลินิกได้มาตรฐาน เปิดให้บริการอย่างถูกต้อง มีเลขใบอนุญาตแสดงไว้อย่างชัดเจน ทั้งยังผ่านการรับรองมาตรฐานระดับสากลจาก AACI ประเทศสหรัฐอเมริกา
- มีทีมแพทย์ดูแล ทั้งการให้คำปรึกษาและวางแผนการรักษาโดยทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ออกมาดีและปลอดภัย
- ดริปวิตามินหลายสูตร เป็นสูตรเฉพาะของวินเซนต์คลินิกที่คิดและพัฒนาโดยทีมแพทย์ มีให้เลือกหลากหลายสูตร เช่น ดูแลสุขภาพ บำรุงผิวพรรณ ลดอาการเหนื่อยล้า
ที่ Vincent Clinic ดริปวิตามินซีราคาเริ่มต้นที่ 1,999 บาท ขึ้นอยู่กับสูตรดริปที่เลือกใช้ จำนวนครั้งในการทำ แนะนำให้ทักเข้ามาปรึกษาและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับทาง Vincent Clinic เพื่อรับข้อมูลเฉพาะรายบุคคล
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ วิตามินซี (FAQ)
แม้ว่าประโยชน์ของวิตามินซีที่มีต่อร่างกายค่อนข้างมาก แต่ก็ยังมีข้อจำกัดหรือข้อควรรู้บางประการที่ทำให้หลายคนเกิดความสงสัย ในหัวข้อนี้จึงรวบรวมคำถามที่พบบ่อยและคำตอบที่จะช่วยให้เข้าใจมากขึ้น ดังนี้
Q: วิตามินซีควรกินคู่กับอะไร และห้ามกินกับอะไร
A: สิ่งที่ควรกินคู่กับวิตามินซี ได้แก่ วิตามินอี คอลลาเจน ผัก ผลไม้ รวมไปถึงอาหารประเภทโปรตีน จะช่วยให้วิตามินซีทำหน้าที่เสริมสร้างกระดูกและข้อต่อ ต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันเซลล์เสื่อมสภาพได้ดียิ่งขึ้น แต่สิ่งที่ไม่ควรกินคู่กับวิตามินซีคือ วิตามินบี12 ธาตุเหล็ก ยาละลายลิ่มเลือด ยาที่มีส่วนผสมของอะลูมิเนียม เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหรือนม
Q: วิตามินซี ควรกินตอนไหนดีที่สุด
A: ช่วงเวลาที่ดีสำหรับการกินวิตามินซีคือการกินพร้อมมื้ออาหารหรือหลังอาหารทันที สามารถกินได้ทั้งมื้อเช้าและมื้อเย็นตามที่สะดวก เพราะ Vitamin C มีฤทธิ์เป็นกรด หากกินตอนท้องว่างอาจทำให้เกิดการระคายเคืองกระเพาะอาหาร
Q: กินวิตามินซี 1000 mg ทุกวัน อันตรายไหม?
A: ในคนปกติการกินวิตามินซีวันละ 1,000 มิลลิกรัมทุกวัน จะไม่ทำให้เกิดอันตราย เพราะตามรายงานขององค์การอนามัยโลก (WHO) ร่างกายสามารถรับได้ไม่ควรเกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน เนื่องจากเป็นวิตามินในกลุ่มที่ละลายในน้ำได้ หากปริมาณเกินกว่าที่ร่างกายรับได้จะถูกขับออกตามระบบขับของเสีย
Q: หลังฉีดโบ ฟิลเลอร์ ร้อยไหม ศัลยกรรม กินวิตามินซีได้ไหม?
A: หลังทำ หัตถการ หรือศัลยกรรม สามารถรับประทานวิตามินซีได้ตามปกติ ซึ่งจะยิ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการซ่อมแซมและฟื้นฟูเซลล์ในร่างกายให้ทำงานได้ดีขึ้น ลดอาการบวม รอยแผลหายไวขึ้น แต่ควรกินในปริมาณที่พอเหมาะหรือปรึกษาแพทย์ก่อนกินวิตามิน
Q: หลังใช้หรือกินวิตามินซีแล้วสิวขึ้น เกิดจากอะไร
A: สำหรับการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีวิตามินซีผสมอยู่แล้ว สิว ขึ้น อาจเกิดจากส่วนผสมที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ทำให้เกิดการอุดตันหรือกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวทำให้เกิดการระคายเคืองจนสิวขึ้น ในกรณีของคนที่กินวิตามินซีแล้วสิวขึ้นอาจเกิดจากส่วนผสมหรือสาเหตุอื่นในร่างกายที่กระตุ้นทำให้เกิดสิว เพราะวิตามินซีออกฤทธิ์ช่วยต้านอนุมูลอิสระ จึงไม่ทำให้เกิดสิว
สรุป
วิตามินซีมีความสำคัญมากต่อร่างกาย ทั้งเรื่องของผิวพรรณกระจ่างใส ลดเลือนจุดด่างดำ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ สุขภาพแข็งแรงไม่ป่วยบ่อย ช่วยเรื่องกระดูกและข้อต่อ ซึ่งร่างกายสามารถรับได้จากหลายวิธี เช่น กินอาหาร อาหารเสริม ฉีดวิตามินผิว หรือดริปวิตามินซี ซึ่งแต่ละวิธีให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน หากใครที่ต้องการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงและฟื้นฟูผิวพรรณให้กลับมากระจ่างใสมีออร่า ไม่หมองคล้ำ แนะนำให้เข้ามาปรึกษากับทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์ของ Vincent Clinic Aesthetic เพื่อรับการประเมินปัญหา วิเคราะห์สภาพผิว และออกแบบการรักษาเฉพาะรายบุคคล

