Dysport เป็นโบท็อกจากประเทศอังกฤษที่มักถูกนำมาใช้ในการลดริ้วรอย แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า Dysport มีจุดเด่นอย่างไร แตกต่างจากยี่ห้ออื่นตรงไหน และมีราคาประมาณเท่าไร Vincent Clinic Aesthetic จะพาไปทำความรู้จัก Dysport เพื่อเป็นข้อมูลที่ช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ในการเลือกโบท็อกก่อนทำหัตถการกันค่ะ
Key Takeaways
- Dysport คือโบทูลินัมท็อกซินชนิด A จากประเทศอังกฤษ ผลิตโดยบริษัท Ipsen และนำเข้าในไทยโดย กัลเดอร์มา (ประเทศไทย) ได้รับการรับรองจาก US FDA และ อย. ไทย
- จุดเด่นของ Dysport คือ การกระจายตัวของตัวยาที่ดีและสม่ำเสมอ เหมาะกับการลดริ้วรอยและยกกระชับในบริเวณกว้าง เช่น หน้าผาก ลิฟต์กรอบหน้า ลดกราม ลดกล้ามเนื้อมัดใหญ่ และลดเหงื่อ
- Dysport ใช้หน่วยวัดเฉพาะ Speywood Units (S.U.) ซึ่งไม่สามารถเทียบตรงกับโบท็อกซ์ยี่ห้ออื่นได้โดยตรง
- หลังฉีด Dysport จะเริ่มเห็นผลภายใน 3–5 วัน เห็นผลชัดใน 1–2 สัปดาห์ และอยู่ได้นานประมาณ 4–6 เดือน
- เมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่น Dysport เหมาะกับงานที่ต้องการ พื้นที่หวังผลกว้าง ขณะที่บางยี่ห้อจะเหมาะกับงานที่ต้องการความแม่นยำเฉพาะจุด
- ราคาของ Dysport อยู่ที่ประมาณ 15,000–30,000 บาทต่อขวด ขึ้นอยู่กับขนาดยูนิตและการประเมินของแพทย์
- ก่อนฉีด Dysport ควรตรวจสอบ โบท็อกซ์แท้ จากบรรจุภัณฑ์ เลข Lot. และแหล่งนำเข้าอย่างถูกต้อง เพื่อความปลอดภัย
Dysport คืออะไร
Dysport (ดิสพอร์ต) คือ โบท็อก จากประเทศอังกฤษที่ผลิตโดยบริษัท IPSEN Biopharmaceuticals, Inc. ถูกนำเข้าและจัดจำหน่ายในประเทศไทยอย่างถูกต้องโดยบริษัท กัลเดอร์มา (ประเทศไทย) และยังได้รับการรับรองจาก US FDA รวมถึงขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของไทย ด้านบรรจุภัณฑ์ Dysport จะอยู่ในรูปแบบขวด โดยมีขนาดความเข้มข้นให้เลือกหลายระดับ ได้แก่ 300 Units และ 500 Units เพื่อให้สามารถเลือกใช้ได้เหมาะสมกับบริเวณที่ต้องการฉีด
Dysport Botox ดีไหม มีจุดเด่นอะไร
Dysport Botox เป็นโบทูลินัมท็อกซินชนิด A ที่ผลิตและพัฒนาโดยบริษัท Ipsen จากประเทศอังกฤษ มีจุดเด่นสำคัญคือดิสพอร์ตมีค่าความบริสุทธิ์ของตัวยาสูงถึง 99.5% และมีโครงสร้างโมเลกุลเล็กขนาดประมาณ 300 – 900 kDa ซึ่งช่วยให้ตัวยากระจายตัวได้ดีและสม่ำเสมอ ด้วยคุณสมบัติด้านการกระจายตัวที่ดี Dysport จึงเหมาะกับการฉีดในบริเวณที่ต้องการผลลัพธ์ในพื้นที่กว้าง เช่น ริ้วรอยหน้าผาก หางตา ลดกราม ลดกล้ามเนื้อน่อง และลดเหงื่อบริเวณรักแร้
นอกจากนี้ โบท็อกซ์อังกฤษ Dysport ยังใช้หน่วยวัดเฉพาะที่เรียกว่า Speywood Units จะแตกต่างจากโบท็อกซ์ยี่ห้ออื่นที่ใช้ International Units Dysport ปริมาณ 100 S.U. จะเทียบเท่ากับ 40 Units Dysport ปริมาณ 300 S.U. จะเท่ากับ 120 Units และปริมาณ 500 S.U. จะเท่ากับ 200 Units ของโบท็อกซ์ยี่ห้ออื่น
โบท็อกซ์ Dysport มีการทำงานอย่างไร
โบท็อกซ์ Dysport ออกฤทธิ์โดยตัวยาจะเข้าไปยับยั้งการทำงานของเส้นประสาทที่ควบคุมการหดตัวของกล้ามเนื้อ หลังฉีดตัวยาจะทำงานผ่านโมเลกุล 2 ส่วนหลัก คือ Heavy chain ที่ทำหน้าที่จับกับเซลล์ประสาทและนำตัวยาเข้าสู่เซลล์ และ Light chain ที่เข้าไปยับยั้งการทำงานของโปรตีนในกลุ่ม SNARE ส่งผลให้การหลั่งสารสื่อประสาท Acetylcholine ที่ปลายประสาทลดลง
เมื่อกล้ามเนื้อได้รับสัญญาณลดลง กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดจะคลายตัว และทำงานน้อยลง ส่งผลให้ริ้วรอยดูจางลง กล้ามเนื้อมีขนาดเล็กลง และช่วยให้ผิวบริเวณนั้นดูยกกระชับมากขึ้น
ฉีด Dysport Botox กี่วันเห็นผล อยู่ได้นานกี่เดือน
หลังฉีด Dysport Botox จะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ภายในประมาณ 3 – 5 วัน และเห็นผลชัดเจนเต็มที่ในช่วง 1 – 2 สัปดาห์ ว่ากล้ามเนื้อดูเล็กลง ริ้วรอยเมื่อแสดงสีหน้าเริ่มหายไป โดย Dysport สามารถอยู่ได้ประมาณ 4 – 6 เดือน แต่ทั้งนี้ระยะเวลาการคงอยู่ของฤทธิ์ยา อาจขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฉีด และการดูแลหลังฉีดร่วมด้วย
โบท็อกซ์ Dysport ต่างจากยี่ห้ออื่นอย่างไร
โบท็อกซ์ Dysport มีคุณสมบัติและจุดเด่นที่แตกต่างจากโบท็อกซ์ยี่ห้ออื่น ทั้งในด้านโครงสร้างโมเลกุล การกระจายตัวของตัวยา และระบบหน่วยวัดที่ใช้ดังนี้
Dysport vs Allergan
Dysport จากอังกฤษโดดเด่นเรื่องการกระจายตัวที่กว้าง เหมาะกับการฉีดในบริเวณพื้นที่ใหญ่ เช่น ลดกราม ลดเหงื่อ หรือการยกกระชับผิวหน้าแบบ Dermolift ให้ผลลัพธ์ที่ดูละมุนและเป็นธรรมชาติ
ส่วน Botox Allergan จากสหรัฐอเมริกามีความบริสุทธิ์สูงและการกระจายตัวแคบ จึงควบคุมตำแหน่งการฉีดได้แม่นยำ เหมาะกับการเก็บริ้วรอยเฉพาะจุด
Dysport vs Xeomin
Dysport จากอังกฤษเด่นเรื่องการกระจายตัวที่กว้าง เหมาะกับการฉีดในบริเวณพื้นที่ใหญ่ เช่น การยกกระชับผิวหน้า ลดกล้ามเนื้อมัดใหญ่ หรือการลดเหงื่อ
ในขณะที่ Xeomin จากเยอรมนีโดดเด่นด้านความบริสุทธิ์ของตัวยา ด้วยการตัดโปรตีนที่ไม่จำเป็นออก ช่วยลดความเสี่ยงในการดื้อยา เหมาะกับผู้ที่ฉีดโบท็อกซ์ต่อเนื่องมานานหรือเริ่มตอบสนองต่อโบท็อกซ์ยี่ห้อเดิมได้น้อยลง
Dysport Botox ราคาเท่าไร
Dysport Botox มีราคาประมาณ 15,000 – 30,000 บาท โดยราคาจะขึ้นอยู่กับ ขนาดยูนิตที่ใช้ ตำแหน่งที่ฉีด และโปรโมชั่นของแต่ละคลินิกในตอนนั้น ปกติแล้ว Dysport จะจำหน่ายในรูปแบบเหมาขวด ซึ่งมีราคาโบท็อกซ์ Dysport ดังนี้
- Dysport 300 units (S.U.) ราคาประมาณ 15,000 – 18,000 บาท
- Dysport 500 units(S.U.) ราคาประมาณ 20,000 – 30,000 บาท
สามารถดูราคาเพิ่มเติมได้ที่ : โปรโมชั่นโบท็อก
วิธีเช็กโบท็อกซ์ Dysport แท้
ฉีดโบท็อกซ์ Dysport ให้ปลอดภัย ควรเลือกฉีดกับคลินิกที่ได้มาตรฐาน และควรฉีดโบท็อกซ์แท้ที่ผ่านการรับรอง โดยก่อนฉีดทุกครั้งควรตรวจสอบให้ดีว่าเป็นโบท็อก Dysport แท้ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ดังนี้
- กล่องยาเปิดจากด้านหน้าเท่านั้น ไม่สามารถเปิดจากด้านอื่น
- มีเลขทะเบียน อย. และเอกสารกำกับภาษาไทย ระบุชัดเจนบนกล่อง
- เลข Lot. ต้องตรงกัน 2 จุด คือที่ข้างกล่องและบนขวดยา
- ระบุขนาดชัดเจน เช่น 300 Units (S.U.) หรือ 500 Units (S.U.) ตามรุ่น
- ลักษณะตัวยาเป็นผงหรือผลึกแห้งเคลือบก้นขวด ไม่มีน้ำยาอยู่ภายใน แพทย์ต้องผสมน้ำเกลือก่อนใช้งาน
- สามารถตรวจสอบเลข Lot. ได้โดยตรง กับบริษัท กัลเดอร์มา (ประเทศไทย) จำกัด โทร. 02-023-1800
สามารถอ่านเพิ่มได้ที่ : วิธีเช็กโบท็อก
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Dysport (FAQ)
Q: โบท็อกซ์ Dysport ฉีดจุดไหนได้บ้าง
A: โบท็อกซ์ Dysport นิยมใช้ฉีดในบริเวณกว้าง เช่น หน้าผาก หางตา ระหว่างคิ้ว เพื่อช่วยลดริ้วรอย รวมถึงการ ลิฟต์กรอบหน้า นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับการ ลดกล้ามเนื้อ ในตำแหน่งต่าง ๆ เช่น โบท็อกกราม น่อง ต้นแขน และการ ลดเหงื่อบริเวณรักแร้
Q: Dysport 500 units มีไหม ราคาเท่าไร
A: Dysport 500 Units มี แต่ปริมาณยูนิตที่แท้จริงจะได้ 200 ยูนิต เนื่องจากมีการนับยูนิตที่แตกต่างจากยี่ห้ออื่น โดย Dysport 500 Units ราคาประมาณ 20,000 – 30,000 บาทต่อขวด ราคาอาจจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับแต่ละคลินิก
Q: โบ Dysport เหมาะกับการฉีดโบลดเหงื่อไหม
A: Dysport มีคุณสมบัติการกระจายตัวที่ดี จึงช่วยลดการทำงานของต่อมเหงื่อได้ในบริเวณกว้าง นิยมใช้ ฉีดโบท็อกลดเหงื่อ ในบริเวณรักแร้ ฝ่ามือ หรือฝ่าเท้า
Q: Dysport vs Nabota ควรเลือกฉีดยี่ห้อไหนดี
A: Dysport เด่นเรื่องการกระจายตัวที่กว้าง เหมาะกับการลิฟต์หน้า ลดกล้ามเนื้อมัดใหญ่ และการฉีดในบริเวณพื้นที่กว้าง ให้ผลลัพธ์ดูละมุนเป็นธรรมชาติ ขณะที่ Nabota เด่นด้านความบริสุทธิ์ของตัวยาและการออกฤทธิ์ที่ค่อนข้างไว เหมาะทั้งการลดริ้วรอยและปรับรูปหน้าในหลายตำแหน่ง
Q: หลังฉีดโบท็อกซ์ Dysport มีผลข้างเคียงไหม
A: โบท็อกซ์ Dysport มีความปลอดภัยเมื่อฉีดโดยแพทย์ ผลข้างเคียงที่อาจพบได้มักเป็นอาการชั่วคราว เช่น รอยเข็ม บวม แดง หรือรู้สึกตึงเล็กน้อย ซึ่งจะค่อย ๆ หายไปเองภายในไม่กี่วัน
สรุป
Dysport คือโบท็อกซ์อังกฤษที่ผลิตโดยบริษัท Ipsen ได้รับการรับรองจาก US FDA และ อย. ไทย จุดเด่นของ Dysport คือการกระจายตัวของตัวยาที่ดี ทำให้เหมาะกับการลดริ้วรอยและยกกระชับในบริเวณกว้าง เช่น หน้าผาก การลิฟต์กรอบหน้า รวมถึงการลดกล้ามเนื้อมัดใหญ่และลดเหงื่อ หากยังไม่แน่ใจว่าโบท็อกซ์ยี่ห้อไหนเหมาะ หรือกลัวเจอโบท็อกที่ไม่ได้มาตรฐาน สามารถเข้ารับคำปรึกษาได้ที่ Vincent Clinic Aesthetic โดยจะมีแพทย์ที่มีประสบการณ์คอยให้คำแนะนำค่ะ

