Volnewmer และ Ultraformer เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ได้รับความนิยม แต่ใช้หลักการทำงานและพลังงานแตกต่างกัน จึงเหมาะกับปัญหาผิวและผลลัพธ์ที่ต้องการไม่เหมือนกัน Vincent Clinic Aesthetic จะพาไปทำความรู้จักว่า Volnewmer และ Ultraformer ต่างกันอย่างไร ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานแค่ไหน เพื่อช่วยให้คุณเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะกับปัญหาผิวและความต้องการของตัวเองได้อย่างตรงจุด
Volnewmer และ Ultraformer MPT คืออะไร ทำงานอย่างไร?
Volnewmer และ Ultraformer MPT เป็นเทคโนโลยี เครื่องยกกระชับผิว ที่มีความแตกต่างกันทั้งในเรื่อง พลังงาน หลักการทำงาน และหัวที่ใช้ยิง ทำให้แต่ละเครื่องเหมาะกับปัญหาผิวและผลลัพธ์ที่ต้องการแตกต่างกัน ซึ่ง Ultraformer MPT นั้น เป็นรุ่นหนึ่งของ Ultraformer ที่พัฒนาต่อยอดจากรุ่นก่อน ทำให้แต่ละเครื่องมีจุดเด่นและเหมาะกับปัญหาผิวแตกต่างกัน โดยทั้งสองเทคโนโลยีมีรายละเอียดที่แตกต่างกันดังนี้
Volnewmer คืออะไร?
Volnewmer คือเครื่องยกกระชับที่ใช้พลังงาน Monopolar RF 6.78 MHz ส่งพลังงานความร้อนแบบกระจายเป็นบริเวณกว้าง และสม่ำเสมอลงสู่ผิวชั้นหนังแท้ส่วนบน และชั้นหนังแท้ส่วนล่าง ตัวเครื่องมีหัวทิป 4 แบบ ได้แก่ I Tip, F Tip, V Tip และ S Tip สำหรับรอบดวงตา ใบหน้า กรอบหน้า และลำตัว
นอกจากนี้ยังมีพร้อมระบบตรวจวัดความต้านทานผิวแบบเรียลไทม์ ระบบ Continuous Water-Cooling ช่วยปกป้องผิวชั้นบนและลดความร้อน รวมถึงระบบสั่นที่ช่วยลดความรู้สึกไม่สบายระหว่างทำ ปัจจุบัน Volnewmer มีเพียงรุ่นเดียว โดยปรับการรักษาผ่านหัวทิปและระดับพลังงานให้เหมาะกับแต่ละบริเวณ
อ่านบทความเพิ่มเติม: Volnewmer
Ultraformer คืออะไร?
Ultraformer คือเครื่องยกกระชับที่ใช้พลังงาน HIFU หรือ Micro & Macro Focused Ultrasound ส่งพลังงานเป็นจุดความร้อนตามระดับความลึก ตั้งแต่ชั้นหนังแท้ ชั้นไขมันใต้ผิว ไปจนถึงชั้น SMAS ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ยกกระชับ ลดความหย่อนคล้อย และปรับกรอบหน้า
Ultraformer มีหลายรุ่น เช่น Ultraformer III และ Ultraformer MPT ซึ่งแต่ละรุ่นมีหัวและรูปแบบการปล่อยพลังงานแตกต่างกัน โดย Ultraformer MPT เป็นรุ่นที่พัฒนาต่อยอด เพิ่ม MP Mode และหัว Booster เพื่อให้ส่งพลังงานได้รวดเร็วและเลือกดูแลผิวได้หลายระดับมากขึ้น
อ่านบทความเพิ่มเติม: Ultraformer
Volnewmer กับ Ultraformer ต่างกันอย่างไร?
Volnewmer และ Ultraformer ต่างกันทั้งพลังงาน วิธีส่งพลังงาน ชั้นผิวที่ทำงาน หัวยิง และระบบของเครื่อง โดย Volnewmer ใช้ Monopolar RF 6.78 MHz กระจายความร้อนในชั้นหนังแท้ เน้นกระตุ้นคอลลาเจน เพิ่มความแน่นและกระชับผิว แต่ไม่ได้โฟกัสพลังงานลงถึงชั้น SMAS มีหัวทิปสำหรับรอบดวงตา ใบหน้า และลำตัว พร้อมระบบทำความเย็นและระบบสั่นช่วยเพิ่มความสบายระหว่างทำ และมีรุ่นหลักเพียงรุ่นเดียว
ส่วน Ultraformer ใช้พลังงาน HIFU รวมพลังงานเป็นจุดตามระดับความลึก สามารถทำงานได้ตั้งแต่ชั้นหนังแท้ ชั้นไขมัน ไปจนถึงชั้น SMAS จึงเด่นด้านยกกระชับชั้นลึกและปรับกรอบหน้า มีหัวหลายระดับความลึกสำหรับใบหน้าและลำตัว และมีหลายรุ่น เช่น Ultraformer III และ Ultraformer MPT
| หัวข้อ | Volnewmer | Ultraformer |
| พลังงาน | Monopolar RF ความถี่ 6.78 MHz | MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound) |
| วิธีส่งพลังงาน | ส่งพลังงานความร้อนอย่างสม่ำเสมอผ่านหัวทิปเคลือบทองคำ ลงสู่ชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิว | โฟกัสคลื่นอัลตราซาวนด์เป็นจุดความร้อนขนาดเล็กที่อุณหภูมิประมาณ 60 – 75°C ลงสู่ชั้นผิวตามระดับความลึกที่กำหนด |
| ชั้นผิวที่ส่งพลังงานได้ | ชั้นหนังแท้ส่วนบน, ชั้นหนังแท้ส่วนล่าง | ส่งพลังงานได้หลายระดับความลึก ครอบคลุมชั้นหนังแท้ ชั้นไขมันใต้ผิว และชั้น SMAS |
| ช่วยอะไร | เพิ่มความแน่นและความยืดหยุ่นของผิว ลดริ้วรอยและความหย่อนคล้อย พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน | ยกกระชับเนื้อเยื่อ ปรับกรอบหน้า ลดความหย่อนคล้อย กระตุ้นคอลลาเจน และดูแลชั้นไขมันในบางตำแหน่ง |
| หัวยิงที่มี | 4 หัว ได้แก่ I Tip 0.25 ตร.ซม., F Tip 3 ตร.ซม., V Tip 4 ตร.ซม. และ S Tip 16 ตร.ซม. | มีหัวยิงหลายระดับ ตั้งแต่ 1.5 – 4.5 มม. สำหรับใบหน้า และ 6.0 – 13.0 มม. สำหรับชั้นไขมันและลำตัว โดยหัว 4.5 มม. สามารถลงลึกถึงชั้น SMAS ได้ |
Volnewmer vs Ultraformer เหมาะกับปัญหาแบบไหน?
Volnewmer และ Ultraformer มีพลังงานและหลักการทำงานที่แตกต่างกัน จึงเหมาะกับปัญหาผิวและบริเวณที่ต้องการดูแลไม่เหมือนกัน โดยควรเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวและระดับความหย่อนคล้อยของแต่ละคน ดังนี้
Volnewmer เหมาะกับใคร?
Volnewmer เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลปัญหา ผิวหย่อนคล้อย ผิวไม่กระชับ หรือกรอบหน้าไม่ชัด โดยความเหมาะสมจะขึ้นอยู่กับสภาพผิวและปัญหาของแต่ละคน ผู้ที่เหมาะกับ Volnewmer มีดังนี้
- ผู้ที่มีผิวเริ่มหย่อนคล้อย ไม่กระชับ เช่น แก้มตก มุมปากตก หรือใต้คางเริ่มหย่อน
- ผู้ที่มีริ้วรอยตื้น ๆ เช่น รอบดวงตา ร่องแก้ม หรือร่องน้ำหมาก
- ผู้ที่มีแก้มหรือเหนียง และต้องการให้ผิวบริเวณดังกล่าวดูกระชับขึ้น
- ผู้ที่มีกรอบหน้าไม่ชัด และต้องการปรับรูปหน้าให้ดูเรียวและได้สัดส่วนมากขึ้น
- ผู้ที่ต้องการกระตุ้นคอลลาเจน ให้ผิวดูเฟิร์ม แน่น เรียบเนียน และยืดหยุ่นขึ้น
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้ดูอ่อนเยาว์และใบหน้าดูสดใสมากขึ้น
- ผู้ที่ต้องการยกกระชับใบหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล และพักฟื้นน้อย
- ผู้ที่กังวลเรื่องความเจ็บระหว่างทำ และต้องการหัตถการที่ให้ความสบายผิวมากขึ้น
Ultraformer เหมาะกับใคร?
Ultraformer เหมาะกับผู้ที่ต้องการ ยกกระชับผิว และปรับกรอบหน้า โดยสามารถเลือกความลึกและบริเวณที่ทำให้เหมาะกับปัญหาผิวของแต่ละคน ซึ่งผู้ที่เหมาะกับ Ultraformer มีดังนี้
- ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อย เช่น แก้มห้อย หนังตาตก หางคิ้วตก หรือผิวบริเวณลำคอเริ่มหย่อน
- ผู้ที่มีกรอบหน้าไม่ชัด มีเหนียง หรือคางสองชั้น และต้องการให้ใบหน้าดูกระชับได้รูปมากขึ้น
- ผู้ที่มีริ้วรอยตื้น ๆ เช่น บริเวณหน้าผาก รอบดวงตา หรือร่องแก้ม
- ผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวและกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวดูเฟิร์ม แน่น และยืดหยุ่นขึ้น
- ผู้ที่เริ่มมีสัญญาณการสูญเสียคอลลาเจนและต้องการดูแลความกระชับของผิวตั้งแต่ระยะแรก
- ผู้ที่ต้องการยกกระชับใบหน้าโดยไม่ผ่าตัด ไม่ใช้เข็ม และไม่ต้องพักฟื้นนาน
Volnewmer และ Ultraformer ทำบริเวณไหนได้บ้าง?
Volnewmer และ Ultraformer สามารถทำได้หลายบริเวณทั้งใบหน้าและลำตัว โดยแต่ละรุ่นมีหัวทิปที่ออกแบบมาแตกต่างกัน และใช้กับความลึกหรือบริเวณที่ต้องการดูแลต่างกัน จึงสามารถเลือกหัวทิปให้เหมาะกับปัญหาผิวและตำแหน่งที่ทำของแต่ละคนได้ ซึ่งบริเวณที่สามารถทำได้มีดังนี้
บริเวณที่นิยมทำ Volnewmer
Volnewmer สามารถทำได้หลายบริเวณทั้งใบหน้าและลำตัว โดยแพทย์จะเลือกใช้หัวทิปให้เหมาะกับแต่ละตำแหน่งและปัญหาผิว บริเวณที่นิยมทำ Volnewmer มีดังนี้
- รอบดวงตา
- หน้าผากและบริเวณคิ้ว
- แก้มและร่องแก้ม
- กรอบหน้าและใต้คาง
- ทั่วใบหน้า
- ลำคอ
- ลำตัว
บริเวณที่นิยมทำ Ultraformer
Ultraformer สามารถทำได้หลายบริเวณทั้งใบหน้าและลำตัว โดยเลือกใช้หัวทิปที่มีความลึกต่างกันให้เหมาะกับแต่ละจุด บริเวณที่นิยมทำ Ultraformer มีดังนี้
- รอบดวงตาและใต้ตา
- หน้าผาก
- แก้มและร่องแก้ม
- ขมับ
- กรอบหน้าและแนวกราม
- เหนียงและใต้คาง
- ลำคอ
- ต้นแขน
- ต้นขา
- หน้าท้องและเอว
- สะโพก
Volnewmer vs Ultraformer เจ็บไหม ต้องพักฟื้นหรือไม่?
Volnewmer จะให้ความรู้สึกสบายผิวระหว่างทำมากกว่า Ultraformer เพราะมีระบบทำความเย็นต่อเนื่อง ช่วยลดความร้อนบริเวณผิวขณะปล่อยพลังงาน และมีระบบสั่น ที่ช่วยรบกวนการรับความรู้สึกเจ็บ ทำให้รู้สึกสบายขึ้นระหว่างทำ ส่วน Ultraformer อาจรู้สึกจี๊ด ตึง หรือสะเทือนลึกใต้ผิวมากกว่า เนื่องจากใช้พลังงาน HIFU ส่งลงสู่ชั้นผิวที่ลึกกว่า
ทั้งสองเทคโนโลยีพักฟื้นไม่นาน หลังทำสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ แต่อาจมีอาการแดง บวม หรือตึงผิวเล็กน้อยชั่วคราว
Volnewmer vs Ultraformer กี่วันเห็นผล อยู่ได้นานแค่ไหน?
Volnewmer และ Ultraformer จะเริ่มเห็นผลหลังทำในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยี สภาพผิว การดูแลตัวเองของแต่ละคน และกระบวนการสร้างคอลลาเจนของร่างกาย ดังนี้
Volnewmer กี่วันเห็นผล อยู่ได้นานแค่ไหน?
Volnewmer สามารถรู้สึกถึงความกระชับได้หลังทำ และจะค่อย ๆ เห็นผลชัดขึ้นประมาณ 2 – 4 สัปดาห์ ตามการปรับโครงสร้างคอลลาเจน ผลลัพธ์อาจอยู่ได้ประมาณ 4 – 6 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลของแต่ละคน
หลังทำ Ultraformer กี่วันเห็นผล อยู่ได้นานแค่ไหน?
Ultraformer MPT มักเริ่มเห็นผลประมาณ 4 สัปดาห์ และเห็นผลชัดขึ้นประมาณ 12 สัปดาห์ เมื่อคอลลาเจนสร้างและปรับโครงสร้างมากขึ้น โดยผลลัพธ์สามารถอยู่ได้ประมาณ 6 – 12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ และแผนการรักษา
Volnewmer และ Ultraformer จะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน Volnewmer จะช่วยเรื่องผิวแน่น กระชับ และกระตุ้นคอลลาเจน ส่วน Ultraformer จะช่วยยกกระชับผิวในชั้นลึกและช่วยปรับกรอบหน้า ทำให้ช่วงเวลาที่เริ่มเห็นผลและผลลัพธ์ที่ได้หลังทำแตกต่างกัน
Volnewmer vs Ultraformer ใช้กี่ Shot ถึงเห็นผล?
ทำ Volnewmer และ Ultraformer ให้เห็นผล จะไม่มีจำนวนช็อตที่ตายตัว เพราะการทำหัตถการเหล่านี้จะขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ ปัญหาผิว และระดับความหย่อนคล้อยของแต่ละบุคคล ซึ่งทำ Volnewmer และ Ultraformer แต่ละบริเวณเพื่อให้เห็นผลนั้น แพทย์อาจประเมินใช้จำนวนช็อตตามบริเวณต่าง ๆ ดังนี้
- Volnewmer จำนวนช็อตจะแตกต่างตามขนาดพื้นที่และหัวทิปที่ใช้ โดยบริเวณ ใบหน้าอาจใช้ประมาณ 300 – 600 ช็อต ส่วน ลำคอประมาณ 200 ช็อต สำหรับบริเวณ ลำตัว เช่น หน้าท้อง ต้นแขน หรือต้นขา อาจใช้ประมาณ 400 – 900 ช็อตต่อบริเวณ หรือมากกว่านั้นหากพื้นที่กว้าง
- Ultraformer จำนวนช็อตขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ ระดับความลึก หัวที่ใช้ยิงพลังงาน และจำนวนชั้นผิวที่ต้องการยิง เช่น บริเวณใบหน้าและกรอบหน้าอาจใช้ประมาณ 200 – 400 ช็อต ลำคออาจใช้ประมาณ 100 – 300 ช็อต ขณะที่ ลำตัว เช่น หน้าท้อง ต้นแขน หรือต้นขา อาจใช้ประมาณ 400 – 800 ช็อตต่อบริเวณ หรือมากกว่านั้นหากพื้นที่กว้าง
Volnewmer และ Ultraformer ทำร่วมกันได้ไหม
Volnewmer และ Ultraformer MPT สามารถทำร่วมกันได้ เนื่องจากใช้พลังงานและทำงานในชั้นผิวต่างกัน โดย Volnewmer เน้นกระจายความร้อนในชั้นหนังแท้เพื่อกระชับและกระตุ้นคอลลาเจน ส่วน Ultraformer MPT สามารถส่งพลังงานแบบโฟกัสลงลึกถึงชั้นไขมันและ SMAS จึงช่วยเสริมกันทั้งด้านคุณภาพผิวและการยกกระชับโครงสร้างใบหน้า ทั้งนี้ควรให้แพทย์วางแผนลำดับและระยะห่างในการทำให้เหมาะกับแต่ละคน
ใครไม่เหมาะกับ Volnewmer หรือ Ultraformer
Volnewmer และ Ultraformer อาจไม่เหมาะกับทุกคน จึงควรประเมินสภาพผิวและสุขภาพก่อนเข้ารับการรักษา โดยผู้ที่ไม่เหมาะกับ Volnewmer หรือ Ultraformer มีดังนี้
- ผู้หญิงตั้งครรภ์ ควรหลีกเลี่ยงการทำ เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลความปลอดภัยเพียงพอในช่วงตั้งครรภ์
- ผู้ที่มีเครื่องกระตุ้นหัวใจหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกาย ควรแจ้งแพทย์และหลีกเลี่ยงการทำหากมีข้อห้ามจากอุปกรณ์
- ผู้ที่มีโลหะฝังใกล้บริเวณที่จะทำ ควรให้แพทย์ประเมินก่อน โดยเฉพาะการทำ Ultraformer
- ผู้ที่มีแผลเปิด ผิวอักเสบ หรือติดเชื้อบริเวณที่จะทำ ควรรักษาให้หายก่อนเข้ารับหัตถการ
- ผู้ที่เพิ่งฉีดฟิลเลอร์ ร้อยไหม หรือทำหัตถการบริเวณเดียวกัน ควรแจ้งแพทย์เพื่อประเมินตำแหน่งและระยะเวลาที่เหมาะสมก่อนทำ โดย Volnewmer ต้องระมัดระวังการใช้งานบริเวณที่มีฟิลเลอร์
- ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยรุนแรงหรือชั้นผิวบางมาก อาจไม่เหมาะกับ Volnewmer เพียงอย่างเดียว และควรให้แพทย์ประเมินว่าต้องใช้เทคโนโลยีอื่นร่วมด้วยหรือไม่
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือภาวะสุขภาพที่อาจมีผลต่อการทำหัตถการ ควรแจ้งประวัติสุขภาพ ยา และหัตถการที่เคยทำให้แพทย์ทราบก่อนทุกครั้ง
หลังทำ Volnewmer หรือ Ultraformer ดูแลตัวเองอย่างไร
หลังทำ Volnewmer หรือ Ultraformer ควรมีการดูแลผิวอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้ดี และเห็นผลลัพธ์ได้ชัดขึ้น โดยมีวิธีดูแลตัวเองหลังทำดังนี้
- หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด และควรทาครีมกันแดดเป็นประจำ เพื่อลดโอกาสผิวระคายเคืองหลังทำ
- เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ที่อ่อนโยน และดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อช่วยลดความแห้งหรือตึงของผิว
- หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคืองผิว เช่น แอลกอฮอล์ น้ำหอม กรดผลัดเซลล์ผิว หรือเรตินอล โดยเฉพาะช่วงที่ผิวยังแดงหรือไวต่อการระคายเคือง
- หลีกเลี่ยงความร้อนจัด เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ หรือการประคบร้อนในช่วงแรกหลังทำ Ultraformer โดยเฉพาะประมาณ 1 – 2 สัปดาห์แรก
- งดนวดหรือกดบริเวณที่ทำแรง ๆ หากยังมีอาการบวม ตึง หรือเจ็บเล็กน้อย ควรปล่อยให้ผิวฟื้นตัวตามธรรมชาติ
- สังเกตอาการหลังทำ รอยแดง บวม หรือตึงเล็กน้อยอาจเกิดขึ้นได้ชั่วคราว แต่หากมีอาการปวด บวม แดง หรือผิดปกติมากขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อประเมิน
- ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ เนื่องจากการดูแลหลังทำอาจแตกต่างกันตามระดับพลังงาน บริเวณที่ทำ และสภาพผิวของแต่ละคน
Volnewmer vs Ultraformer ราคาเท่าไร
Volnewmer และ Ultraformer ราคาจะแตกต่างกันตามจำนวนช็อต บริเวณที่ทำ และแพ็กเกจของแต่ละคลินิก Volnewmer ราคาเริ่มต้นประมาณ 10,000 – 40,000 บาทขึ้นไป ส่วน Ultraformer ราคาเริ่มต้นประมาณ 4,000 – 40,000 บาทขึ้นไป ราคาที่แตกต่างกันจะขึ้นอยู่กับจำนวนช็อต บริเวณที่ทำ และแผนการรักษาที่แพทย์ประเมินให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
Volnewmer ที่ Vincent Clinic ราคาเริ่มต้นที่ 15,999 บาท โดยราคาจะเพิ่มขึ้นตามจำนวนช็อตที่เลือกใช้ ดังนี้
- Volnewmer 200 Shots ราคา 15,999 บาท
- Volnewmer 400 Shots ราคา 27,999 บาท
- Volnewmer 600 Shots ราคา 35,999 บาท
- Volnewmer 800 Shots ราคา 39,999 บาท
ดูโปรโมชันเพิ่มเติมได้ที่: โปรโมชั่น Volnewmer
ส่วน Ultraformer MPT ราคาเริ่มต้นที่ 13,999 บาท โดยราคาจะเพิ่มขึ้นตามจำนวนช็อตที่เลือกใช้ ดังนี้
- Ultraformer MPT 200 Shots ราคา 13,999 บาท
- Ultraformer MPT 400 Shots ราคา 23,999 บาท
- Ultraformer MPT 600 Shots ราคา 29,999 บาท
- Ultraformer MPT 800 Shots ราคา 31,999 บาท
ดูโปรโมชันเพิ่มเติมได้ที่: โปรโมชั่น Ultraformer MPT
Volnewmer vs Ultraformer เลือกทำแบบไหนดี
ทำ Volnewmer หรือ Ultraformer ให้เห็นผลนั้นขึ้นอยู่กับปัญหาผิวและผลลัพธ์ที่ต้องการ Volnewmer เหมาะกับผู้ที่ต้องการให้ผิวแน่น กระชับ และกระตุ้นคอลลาเจน ส่วน Ultraformer MPT เหมาะกับผู้ที่ต้องการยกกระชับชั้นลึก เก็บกรอบหน้า และลดความหย่อนคล้อย
เลือกทำ Volnewmer หรือ Ultraformer ที่ไหนดี
ทำ Volnewmer หรือ Ultraformer ให้ปลอดภัยควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน ใช้เครื่องของแท้ และมีแพทย์เป็นผู้ประเมินก่อนทำ เพื่อให้เลือกเทคโนโลยีและวางแผนการรักษาได้เหมาะกับปัญหาของแต่ละคน โดยควรพิจารณาจากปัจจัยต่อไปนี้
คลินิกได้รับอนุญาตและมีมาตรฐาน
ควรเลือกคลินิกที่ได้รับอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลอย่างถูกต้อง มีสถานที่สะอาด เครื่องมือได้มาตรฐาน และมีระบบการให้บริการที่ชัดเจน เพื่อช่วยเพิ่มความมั่นใจด้านความปลอดภัยก่อนเข้ารับหัตถการ
ใช้เครื่องและหัวอุปกรณ์ของแท้ที่ตรวจสอบได้
ควรตรวจสอบว่าเครื่อง Volnewmer หรือ Ultraformer รวมถึงหัวทิปและหัวอุปกรณ์ที่ใช้เป็นของแท้และมีแหล่งที่มาชัดเจน เพราะอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานมีส่วนสำคัญต่อความแม่นยำในการส่งพลังงานและความปลอดภัยระหว่างทำ
แพทย์เป็นผู้ประเมินปัญหาและเลือกเครื่อง
แพทย์ควรเป็นผู้ประเมินสภาพผิว โครงสร้างใบหน้า ชั้นไขมัน และระดับความหย่อนคล้อยก่อนทำ เพื่อพิจารณาว่าเหมาะกับ Volnewmer Ultraformer หรือควรใช้ทั้งสองเทคโนโลยีร่วมกันตามปัญหาของแต่ละคน
ออกแบบตำแหน่ง พลังงาน และจำนวน Shot เฉพาะบุคคล
การรักษาไม่ควรใช้รูปแบบเดียวกันกับทุกคน แพทย์ควรวางตำแหน่งยิง เลือกหัว ระดับพลังงาน และจำนวนช็อตให้สัมพันธ์กับบริเวณที่ทำ ความหนาของเนื้อเยื่อ และระดับความหย่อนคล้อย เพื่อให้พลังงานเหมาะกับเป้าหมายที่ต้องการ
แจ้งโปรแกรม จำนวน Shot และราคาอย่างชัดเจน
ก่อนทำควรได้รับข้อมูลครบทั้งชื่อเครื่อง โปรแกรมที่เลือก บริเวณที่ทำ จำนวนช็อตที่ใช้ และค่าใช้จ่ายทั้งหมดอย่างชัดเจน เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบความคุ้มค่าและตัดสินใจได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายที่ไม่ทราบล่วงหน้า
มีรีวิวผลลัพธ์และระบบติดตามอาการหลังทำ
ควรมีรีวิวจากผู้ใช้บริการจริงที่สามารถตรวจสอบได้ เพื่อช่วยให้เห็นแนวทางผลลัพธ์ของแต่ละโปรแกรม และควรมีช่องทางติดตามอาการหลังทำ พร้อมให้คำแนะนำหากมีอาการบวม แดง ตึง หรือข้อสงสัยหลังเข้ารับบริการ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Volnewmer vs Ultraformer
Q: เคยทำเครื่องยกกระชับชนิดอื่นมาแล้ว เปลี่ยนมาทำ Volnewmer หรือ Ultraformer ได้ไหม?
A: สามารถทำได้ แต่ควรเว้นระยะให้เหมาะสมและให้แพทย์ประเมินก่อน เพราะเครื่องแต่ละชนิดใช้พลังงานและลงชั้นผิวต่างกัน
Q: สามารถสลับทำ Volnewmer และ Ultraformer ได้ไหม
A: สามารถสลับทำ Volnewmer และ Ultraformer ได้ เพราะทั้งสองเครื่องใช้พลังงานและเน้นชั้นผิวต่างกัน แต่ควรเว้นระยะให้เหมาะสมและให้แพทย์ประเมินก่อนทุกครั้ง เพื่อวางแผนลำดับการทำและเลือกพลังงานให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน
Q: เคยฉีดฟิลเลอร์หรือร้อยไหมสามารถทำ Volnewmer หรือ Ultraformer ได้ไหม?
A: สามารถทำ Volnewmer หรือ Ultraformer ได้ แต่ควรเว้นระยะให้เหมาะสมและให้แพทย์ประเมินก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อฟิลเลอร์หรือไหมที่ทำมาก่อน
Q: ก่อนทำ Volnewmer หรือ Ultraformer ต้องงดยาหรืออาหารเสริมหรือไม่?
A: ควรแจ้งแพทย์เกี่ยวกับยาและอาหารเสริมที่ใช้อยู่ก่อนทำ โดยเฉพาะยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด และไม่ควรหยุดยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์
Q: Volnewmer หรือ Ultraformer เหมาะกับคนอายุเท่าไร?
A: Volnewmer หรือ Ultraformer เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีผิวหย่อนคล้อยหรือกรอบหน้าไม่ชัด ตั้งแต่วัยประมาณ 25 – 30 ปีขึ้นไป ทั้งนี้ควรให้แพทย์ประเมินจากสภาพผิวและระดับความหย่อนคล้อยเป็นหลัก
Q: ultraformer mpt vs volnewmer ต่างกันไหม
A: Ultraformer MPT ใช้พลังงาน HIFU ส่งพลังงานเป็นจุดลงลึกได้ถึงชั้น SMAS จึงเด่นเรื่องยกกระชับและปรับกรอบหน้า ส่วน Volnewmer ใช้พลังงาน Monopolar RF 6.78 MHz กระจายความร้อนในชั้นหนังแท้ เน้นกระตุ้นคอลลาเจนและเพิ่มความแน่นกระชับของผิว
สรุป
Volnewmer และ Ultraformer MPT เป็นเครื่องยกกระชับที่ใช้พลังงานต่างกัน โดย Volnewmer เน้นกระชับผิวและกระตุ้นคอลลาเจน ส่วน Ultraformer เด่นด้านยกกระชับชั้นลึกและปรับกรอบหน้า
มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ไม่กระชับ ไม่มั่นใจ ที่ Vincent Clinic Aesthetic มีแพทย์คอยให้คำปรึกษาและประเมินสภาพผิว เพื่อช่วยเลือกว่าระหว่าง Volnewmer หรือ Ultraformer แบบไหนเหมาะกับปัญหาและความต้องการของแต่ละคนมากกว่า












