Potenza คืออะไร ช่วยเรื่องอะไร เจ็บไหม เลือกทำที่ไหนดี ราคาเท่าไร

ทีมแพทย์ Vincent Clinic
แชร์ :
Potenza

Key Takeaways

  • Potenza คือเทคโนโลยี Microneedle RF ที่ใช้เข็มเคลือบทองขนาดเล็กร่วมกับพลังงานคลื่นวิทยุ เพื่อฟื้นฟูผิวจากภายใน ปรับผิวเรียบเนียน กระจ่างใส
  • เครื่อง Potenza มีให้เลือก 4 โหมดพลังงาน ได้แก่ Monopolar RF และ Bipolar RF พร้อมความถี่ 1 MHz และ 2 MHz จึงปรับให้เหมาะกับปัญหาและระดับความลึกของผิวได้ดี
  • พลังงานความร้อนจาก Potenza ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวเรียบเนียน เต่งตึง และรูขุมขนดูกระชับขึ้น
  • Potenza มีหัวทิปหลัก 4 รูปแบบ ได้แก่ Single Insulated Needles Tip, Insulated Needles Tip, Fusion Tip และ Tiger Tip โดยแต่ละหัวเหมาะกับปัญหาผิวแตกต่างกัน
  • บริเวณที่สามารถทำ Potenza มีหลายจุด เช่น ทั่วใบหน้า รอบดวงตา ใต้ตา ร่องแก้ม หน้าแก้ม กรอบหน้า เหนียง ลำคอ และหลังมือ

Potenza เป็นหนึ่งในกลุ่มนวัตกรรมยกกระชับผิวหน้า รักษาหลุมสิว ลดเลือนริ้วรอย ที่ได้รับความนิยมแพร่หลาย เนื่องจากเป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น กลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ เพิ่มความมั่นใจ ได้ผิวสวย สำหรับคนที่มีความสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม Vincent Clinic Aesthetic ได้รวบรวมรายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับโพเทนซ่าทั้งเรื่องของเทคโนโลยีที่ใช้ คุณสมบัติเด่น ปัญหาผิวที่สามารถแก้ไขได้ ตำแหน่งที่ทำได้ เหมาะกับใครบ้าง สามารถอ่านได้จากบทความนี้

Potenza คืออะไร

Potenza (โพเทนซ่า) คือ เครื่องยกกระชับผิวหน้า Microneedle RF ที่รวมเอาพลังงานคลื่นวิทยุ 2 รูปแบบ ได้แก่ Monopolar และ Bipolar เอาไว้ในเครื่องเดียว ทั้งยังมีเข็มเคลือบทองขนาดเล็กที่สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลและฟื้นฟูผิวได้อย่างล้ำลึก ผลิตโดยบริษัท Cynosure ประเทศสหรัฐอเมริกา 

จุดเด่นของ Potenza ดีไหม

จุดเด่นของ Potenza ที่ทำให้การดูแลผิวพรรณและใบหน้ามีประสิทธิภาพมาก สามารถแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น มาจากการแบ่งคลื่นพลังงานออกเป็น 4 โหมด ดังนี้

  • Monopolar Radio Frequency เป็นพลังงานวิทยุคลื่นความถี่แบบขั้วเดี่ยว ที่มีคุณสมบัติเด่นในเรื่องของการปล่อยพลังงานลงสู่ชั้นผิวได้ดี จึงมักถูกนำไปใช้เพื่อฟื้นฟูผิวเสื่อมสภาพ
  • Bipolar Radio Frequency เป็นพลังงานคลื่นความถี่แบบสองขั้ว ที่มีคุณสมบัติเด่นในเรื่องของการปล่อยพลังงานแบบเฉพาะจุดได้ดี จึงถูกนำมาใช้เพื่อยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย
  • คลื่นความถี่ 1 MHz เป็นคลื่นความถี่ต่ำที่เหมาะกับการนำไปใช้เพื่อฟื้นฟูผิว ลดเลือนริ้วรอยขนาดเล็ก ในบริเวณที่ผิวค่อนข้างบาง 
  • คลื่นความถี่ 2 MHz เป็นคลื่นความถี่สูงที่เหมาะกับการยกกระชับและลดเลือนริ้วรอยให้จางลง สามารถฟื้นฟูผิวที่เสื่อมสภาพได้ดี

Potenza ทำงานอย่างไร

สำหรับหลักการทำงานของโพเทนซ่าจะเป็นการใช้ Microneedling หรือเข็มเคลือบทองขนาดเล็กจำนวนมาก (ขึ้นอยู่กับหัวยิงที่ใช้) แทงผ่านชั้นผิวลงไปตามความลึกที่ต้องการ ได้แก่ ชั้นหนังกำพร้า ชั้นหนังแท้ และชั้นไขมัน หลังจากนั้นปล่อยพลังงานคลื่นวิทยุลงไปทำให้เกิดความร้อนกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังทำให้ต่อมไขมันฝ่อตัวช่วยลดความมันบนใบหน้า ลดการเกิดสิว ลดเลือนริ้วรอย ผิวยกกระชับ เรียบเนียน รูขุมขนเล็กลง หลุมสิวตื้นขึ้น

หัว Potenza มีกี่แบบ ต่างกันอย่างไร?

เนื่องจาก Potenza มีด้วยกันหลายหัวยิง สามารถเลือกใช้เพื่อแก้ปัญหาผิวได้อย่างครอบคลุม โดยมีด้วยกันทั้งหมด 4 หัวยิง ซึ่งมีรายละเอียดและคุณสมบัติเด่นต่างกัน ดังนี้

  • Single Insulated Needles Tip เป็นหัวยิงที่ 1 เข็ม ปรับระดับความลึกได้ตั้งแต่ 0.8 mm, 1.2 mm และ 1.5 mm ทำให้ต่อมไขมันฝ่อตัว ลดความมัน ลดการเกิดสิว ฆ่าเชื้อแบคทีเรียต้นเหตุของสิว
  • Insulated Needles Tip เป็นหัวยิงที่มี 16 เข็ม 25 เข็ม และ 40 เข็ม ลงลึกในชั้นผิวในระดับ 0.5 mm – 4.0 mm เป็นการปล่อยพลังงานลงสู่ผิวแบบจุดเดียว ช่วยลดเลือนริ้วรอยและรักษาหลุมสิว
  • Fusion Tip เป็นหัวยิงที่มีเทคโนโลยี Dual Air สามารถผลักตัวยาเข้าสู่ชั้นผิวได้อย่างสม่ำเสมอ ด้วยเข็มทองจำนวน 21 เข็ม สามารถลงลึกได้ตั้งแต่ 0.5 – 2.5 mm ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังช่วยฟื้นฟูผิวที่เสื่อมสภาพได้อย่างล้ำลึกอีกด้วย
  • Tiger Tip เป็นหัวยิงที่มีจำนวน 16 เข็ม, 25 เข็ม และ 49 เข็ม สามารถลงลึกในชั้นผิวได้ตั้งแต่ 0.5 – 4.0 mm มีฉนวนกั้นกลางเข็มแบ่งเป็น 2 ช่วง สามารถปล่อยพลังงานเพื่อกระตุ้นการฟื้นฟูผิวในชั้นหนังแท้และชั้นหนังกำพร้าพร้อมกันได้ เลือกปรับโหมดพลังงานได้ทั้งแบบ Monopolar RF และ Bipolar RF ได้ตามความเหมาะสม

Potenza ช่วยอะไรบ้าง?

เนื่องจาก Potenza เป็นนวัตกรรมดูแลผิวพรรณและใบหน้าที่ผสมผสานทั้ง พลังงานคลื่นวิทยุ ถึง 2 รูปแบบ และเทคโนโลยี Microneedling เอาไว้ในเครื่องเดียว จึงสามารถช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ดังนี้

  • ช่วยฟื้นฟูผิวที่เสื่อมสภาพให้กลับมาสุขภาพดี แข็งแรง
  • ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ชั้นผิวให้เพิ่มมากขึ้น
  • ช่วยแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยให้ยกกระชับขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด
  • ช่วยลดเลือนริ้วรอย ปรับผิวเรียบเนียน เต่งตึง รูขุมขนกระชับ 
  • ช่วยลดเลือนจุดด่างดำ ปรับผิวกระจ่างใส แลดูอ่อนเยาว์
  • ช่วยรักษาหลุมสิวให้ตื้นขึ้น เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจน
  • ช่วยลดความมัน ลดการเกิดสิวอักเสบหรือสิวอุดตัน
  • ช่วยผลักตัวยาหรือวิตามินเข้าสู่ชั้นผิวได้โดยตรง บำรุงผิวอย่างล้ำลึก

ทำ Potenza Laser ตำแหน่งไหนได้บ้าง?

สำหรับ Potenza Microneedling ที่มีหัวยิงหลายหัว สามารถปรับระดับความลึกได้หลายระดับ และมีพลังงานคลื่นวิทยุ 2 รูปแบบ จึงสามารถนำไปใช้กับบริเวณต่าง ๆ ในร่างกายได้หลายจุด ดังนี้

  • ทั่วใบหน้า เป็นการกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสตินทั่วใบหน้า ปรับผิวหน้าโดยรวมให้กระชับ เต่งตึง ลดเลือนริ้วรอย กระชับรูขุมขน ผิวเรียบเนียน ใบหน้าดูอ่อนเยาว์
  • หางตา เป็นการแก้ปัญหาหางตาตกให้ยกขึ้น ลดรอยตีนกาให้จางลง ผิวกระชับ เรียบเนียน
  • ใต้ตา กระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสติน ช่วยปรับให้ใต้ตากระจ่างใส แก้ปัญหาใต้ตาคล้ำ
  • ร่องแก้ม ช่วยให้ผิวเต่งตึง ผิวฟู เติมร่องแก้มลึกให้ตื้นขึ้น
  • หน้าแก้ม ปรับสีผิวกระจ่างใส ผิวเรียบเนียน ลดการเกิดสิว ลดไขมันบางส่วน
  • กรอบหน้าและเหนียง ลดไขมันส่วนเกินและแก้ปัญหาความหย่อนคล้อย ทำให้กรอบหน้าชัดขึ้น ใบหน้ามีมิติ
  • ลำคอ ช่วยลดเลือนริ้วรอย รอยพับที่คอ แก้ปัญหาคอเหี่ยว ทำให้ผิวเต่งตึงกระชับ
  • หลังมือ แก้ปัญหาความเหี่ยวย่น ฟื้นฟูผิวจากภายในทำให้หลังมือเต่งตึง ดูอ่อนเยาว์

ใครเหมาะ ไม่เหมาะกับการทำ Potenza บ้าง

แม้ว่าโพเทนซ่าจะเป็นหัตถการที่ช่วยแก้ปัญหาผิวและดูแลใบหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่ก็มีทั้งคนที่เหมาะและไม่เหมาะกับการทำหัตถการนี้ ตามรายละเอียดต่อไปนี้

ใครเหมาะกับ Potenza

  • คนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยไม่มาก ต้องการให้ผิวเฟิร์มแน่น กระชับ 
  • คนที่ผิวขาดคอลลาเจนและอีลาสติน ต้องการฟื้นฟูผิวจากการเสื่อมสภาพและเพิ่มความยืดหยุ่น
  • คนที่มีปัญหาริ้วรอย ผิวเหี่ยวย่น รูขุมขนกว้าง หน้าแก่กว่าวัย
  • คนที่มีปัญหาหลุมสิว ทำให้ผิวขรุขระไม่เรียบเนียน ลดรอยสิวให้จางลง
  • คนที่มีปัญหาจุดด่างดำ ความหมองคล้ำ ต้องการปรับสีผิวกระจ่างใส
  • คนที่มีปัญหาหน้ามัน เป็นสิวง่าย มักมีสิวอักเสบหรือสิวอุดตันบ่อย ๆ
  • คนที่ต้องการปรับรูปหน้า ลดไขมันแก้ม ลดเหนียง เก็บกรอบหน้าชัด

Potenza ไม่เหมาะกับใคร

  • คนที่มีการฝังอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือติดตั้งเครื่องกระตุ้นหัวใจในร่างกาย
  • คนที่เคยรักษาหรือทำหัตถการที่ต้องใช้ไหมทองคำร้อยเข้าไปในร่างกาย 
  • คนที่มีประวัติเคยเป็นคีลอยด์หรือแผลเป็นนูน
  • คนที่ผิวเกิดการระคายเคือง อักเสบ หรือมีบาดแผลในตำแหน่งที่จะทำหัตถการ
  • ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร

ทำ Potenza อันตรายไหม มีผลข้างเคียงหลังทำไหม

การทำ Potenza ไม่อันตราย สามารถทำได้เหมือนหัตถการดูแลผิวพรรณและรูปหน้าทั่วไป ทั้งนี้จะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้มีประสบการณ์และใช้เครื่องแท้ จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ออกมาดีและปลอดภัย โดยผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้หลังทำและพบได้เป็นปกติ ได้แก่ อาการผิวแดงซึ่งจะหายไปได้เองภายในระยะเวลาไม่นาน อาจเกิดสะเก็ดได้บ้างเล็กน้อยซึ่งจะหลุดไปเองตามการฟื้นฟูของร่างกาย

Potenza ต่างจากเครื่องอื่นอย่างไร?

Potenza เป็นหนึ่งในกลุ่มงานดูแลผิวพรรณและใบหน้า ซึ่งมีเทคโนโลยีและคลื่นพลังงานที่ไม่เหมือนกับเครื่องประเภทอื่น ทำให้ผลลัพธ์และปัญหาที่แก้ไขได้แตกต่างกันออกไป โดยมีรายละเอียดของความแตกต่างในแต่ละหัตถการ ดังนี้

 Potenza VS Morpheus8

ทั้ง Potenza และ Morpheus8 เป็น Fractional RF Microneedling ที่ใช้เข็มขนาดเล็กร่วมกับพลังงานคลื่นวิทยุ โดย Potenza มีคลื่นพลังงาน 2 แบบ ได้แก่ Monopolar RF และ Bipolar RF ที่ความถี่ 1 MHz และ 2 MHz สามารถปรับความลึกได้ตั้งแต่ประมาณ 0.5 mm – 4 mm พร้อมหัวทิปที่หลากหลาย เหมาะกับคนที่มีรูขุมขนกว้าง มีหลุมสิว มีรอยสิว ผิวไม่เรียบ มีริ้วรอย และผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง ส่วน Morpheus8 ใช้พลังงานคลื่นวิทยุแบบ Monopolar RF มีโหมดที่ส่งพลังงานได้หลายระดับความลึก หัวทิปหลากหลายสามารถปรับระดับความลึกได้ตั้งแต่ 0.5 mm – 8 mm ทำได้ทั้งใบหน้าและลำตัว จึงเหมาะกับหลุมสิวลึก ผิวหย่อนคล้อย เก็บกรอบหน้า และปรับโครงสร้างผิวบริเวณลำตัว โดยหลังทำโพเทนซ่าจะมีระยะเวลาฟื้นตัวของชั้นผิวอยู่ที่ประมาณ 2 – 5 วัน ในขณะที่ Morpheus8 อาจจะต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 3 – 7 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหัวทิป ความลึกของชั้นผิว ระดับความรุนแรงของปัญหา สภาพผิว และระดับพลังงานที่ใช้

Potenza VS Sylfirm X

สำหรับ Potenza และ Sylfirm X เป็นเทคโนโลยี Fractional RF Microneedling ที่ใช้เข็มขนาดเล็กร่วมกับพลังงานคลื่นวิทยุเพื่อกระตุ้นคอลลาเจนและฟื้นฟูผิว โดย Potenza มีโหมดพลังงานให้เลือกหลายโหมด ได้แก่ Monopolar RF, Bipolar RF, ความถี่ 1 MHz และ ความถี่ 2 MHz เหมาะกับการปรับโครงสร้างผิวให้เรียบเนียน กระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสติน ผิวใช้ระยะเวลาฟื้นฟูตัวเองประมาณ 2 – 5 วัน ในส่วนของ Sylfirm X มีโหมดพลังงาน 2 แบบ ได้แก่ Continuous Wave (CW) และ Pulsed Wave (PW) เหมาะกับคนที่ต้องการปรับผิวเรียบเนียน รูขุมขนกระชับ ลดเม็ดสีทำให้ผิวกระจ่างใส ลงลึกได้ถึงชั้นหนังแท้ ระยะเวลาในการฟื้นตัวของผิวจะอยู่ที่ประมาณ 3 – 5 วัน 

Potenza VS Microneedling ทั่วไป

แม้ว่า Potenza กับ Microneedling RF ทั่วไป จะใช้คลื่นวิทยุเหมือนกัน แต่โหมดพลังงานแตกต่างกัน และหัวทิปที่ใช้แตกต่างกัน โดยโพเทนซ่าจะมีคลื่นวิทยุ 2 รูปแบบ และมีหัวทิปพิเศษที่ช่วยผลักตัวยาลงสู่ชั้นผิวได้อย่างล้ำลึก เหมาะกับคนที่อยากได้รับการบำรุงไปพร้อมกับการฟื้นฟูผิวจากภายใน ในส่วนของเครื่อง Microneedling RF ทั่วไป จะมีคลื่นพลังงานชนิดเดียวและไม่มีหัวเข็มสำหรับผลักยาเข้าสู่ชั้นผิว สามารถลงลึกได้ถึงชั้นหนังแท้ เหมาะกับการดูแลผิวทั่วไป กระตุ้นคอลลาเจน ระยะเวลาฟื้นตัวของชั้นผิวอยู่ที่ประมาณ 3 – 5 วัน

เตรียมตัวก่อนทำและดูแลตัวเองหลังทำ Potenza อย่างไร

เพื่อให้การทำ Potenza ออกมาดี ปลอดภัย ไม่เกิดผลข้างเคียงตามมาในระยะยาว แนะนำให้เตรียมตัวให้พร้อมก่อนทำและดูแลตัวเองตามที่แพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด ดังนี้

วิธีเตรียมตัวก่อนทำ Potenza

  • หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดจัดก่อนรับบริการประมาณ 3 – 5 วัน
  • งดใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง เช่น AHA, BHA หรือ Retinol ก่อนทำประมาณ 3 – 5 วัน
  • งดสครับ ขัดผิว หรือทำทรีทเม้นท์ที่ทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง โดยเฉพาะในตำแหน่งที่จะต้องรับบริการ
  • หากมีผื่นแพ้ อาการบาดเจ็บ หรือมีแผลในตำแหน่งที่จะทำโพเทนซ่า ควรรักษาให้หายดีก่อนรับบริการ

วิธีดูแลหลังทำ Potenza

  • หลังทำอาจเกิดอาการผิวแดงได้บ้าง ซึ่งจะหายไปได้เองประมาณ 1 – 2 วัน ขึ้นอยู่กับระดับพลังงานที่ใช้และสภาพผิวของแต่ละคน
  • งดโดนน้ำอย่างน้อย 12 – 24 ชั่วโมง เพื่อให้รูเข็มปิดสนิทและล้างมือก่อนสัมผัสหน้าทุกครั้ง เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
  • งดแต่งหน้าประมาณ 1 – 2 วัน หรือจนกว่าสะเก็ดจะหลุดออกไปจนหมด
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ในช่วงแรก เพื่อให้ผิวฟื้นตัวเต็มที่
  • ทามอยเจอร์ไรเซอร์สูตรอ่อนโยน ไม่มีแอลกอฮอล์หรือน้ำหอมผสม เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้ผิว ลดการระคายเคือง
  • ทาครีมกันแดดเป็นประจำเพื่อเสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง 
  • หากเกิดอาการผิดปกติควรเข้าพบแพทย์ทันทีเพื่อรับการรักษาอย่างเหมาะสม

หลังทำ Potenza กี่วันเห็นผล อยู่ได้นานแค่ไหน

ผลลัพธ์หลังทำโพเทนซ่าโดยทั่วไปจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงระยะเวลาประมาณ 1 – 2 เดือนแรกหลังทำ และจะเห็นผลลัพธ์เต็มที่ประมาณ 3 – 6 เดือน ผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 6 – 12 เดือน แนะนำให้ทำซ้ำปีละ 1 ครั้งหรือตามที่แพทย์แนะนำ ทั้งนี้ระยะเวลาการคงอยู่ของผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุที่เพิ่มขึ้น และการดูแลตัวเองหลังทำ

Potenza ราคาเท่าไร? 

การทำ Potenza ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 20,000 – 70,000 บาท ขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตที่ใช้ ตำแหน่งที่ทำ จำนวนครั้งในการรักษา ความรุนแรงของปัญหา สภาพผิว ผลลัพธ์ที่ต้องการ ประสบการณ์ของแพทย์ และโปรโมชั่นของแต่ละคลินิก

เลือกทำ Potenza ที่ไหนดี?

เพื่อให้การทำโพเทนซ่าออกมาดี ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ และปลอดภัย ควรศึกษารายละเอียดต่าง ๆ ให้ครบถ้วน โดยสามารถพิจารณาได้จากหัวข้อต่อไปนี้

  • คลินิกน่าเชื่อถือ เปิดให้บริการอย่างถูกต้อง ได้มาตรฐานทางการแพทย์ 
  • แพทย์มีประสบการณ์ ผ่านการเฝึกวิธีใช้เครื่องอย่างถูกต้อง สามารถประเมินปัญหาได้อย่างแม่นยำ และวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม
  • เครื่อง Potenza แท้ มีใบ Certified รับรอง อยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมใช้งาน สามารถตรวจสอบได้
  • รีวิวคนไข้จริง การขอดูรีวิวจากผู้เข้ามาใช้บริการจริงจะช่วยให้เห็นภาพของผลลัพธ์ชัดเจนขึ้น ใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Potenza (FAQ)

เพื่อให้เข้าใจ Potenza มากขึ้น ในหัวข้อนี้จะพาไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับหัตถการนี้มากขึ้น ทั้งเรื่องของผลลัพธ์ หัตถการที่สามารถทำร่วมได้ รวมไปถึงผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังทำ โดยมีรายละเอียดต่าง ๆ ดังนี้

Q: ทำ Potenza เจ็บไหม
A: ระหว่างทำโพเทนซ่าอาจรู้สึกเจ็บได้บ้างขึ้นอยู่กับความไวต่อความรู้สึกของแต่ละคนที่ไม่เท่ากัน โดยก่อนทำจะมีการทายาชาเพื่อช่วยบล็อกความรู้สึกทำให้เจ็บน้อยลง ผ่อนคลายมากขึ้นในระหว่างทำ หากรู้สึกเจ็บสามารถแจ้งแพทย์เพื่อปรับระดับพลังงานให้ลดลงได้

Q: หลังทำ Potenza แต่งหน้าได้ไหม?
A: หลังทำโพเทนซ่าแนะนำให้งดแต่งหน้าประมาณ 1 – 2 วัน หรือจนกว่าสะเก็ดจะหลุด ลดโอกาสติดเชื้อให้น้อยลง ช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้เต็มที่มากขึ้น และลดการระคายเคืองจากการแต่งหน้าในช่วงที่ผิวยังอ่อนแอ

Q: Potenza ทำร่วมกับ Juvelook หรือ Exosome ได้ไหม?
A: สำหรับใครที่อยากทำ Potenza ร่วมกับ Juvelook หรือ Exosome สามารถทำได้ ด้วยคุณสมบัติในการฟื้นฟูผิวที่แตกต่างกันจึงสามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสม อย่างเช่น Juvelook ช่วยให้ผิวฉ่ำวาว อิ่มฟู ลดเลือนริ้วรอย ในส่วนของ Exosome จะช่วยในเรื่องของการสมานแผล ลดการอักเสบ รูขุมขนกระชับ โดยแพทย์จะเป็นผู้วางแผนการรักษาให้ครอบคลุมปัญหาของแต่ละคนมากที่สุด

Q: Potenza ทำร่วมกับ Ulthera หรือ Thermage ได้ไหม?
A: หากต้องการทำโพเทนซ่าร่วมกับหัตถการอื่น เช่น Ulthera ยกกระชับ ปรับหน้าเรียว หรือ Thermage ลดเหนียง เก็บกรอบหน้าชัด ลดแก้ม สามารถทำร่วมกันได้ โดยต้องมีการเว้นระยะห่างในการทำเพื่อให้ผิวได้ฟื้นฟูและไม่เกิดผลข้างเคียง ทั้งนี้แพทย์จะเป็นผู้ประเมินและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม

Q: Potenza ทำในคนผิวเข้มได้ไหม?
A: สำหรับคนที่ผิวเข้มสามารถทำ Potenza ได้ เนื่องจาก Microneedling มีขนาดเล็กทำให้พลังงานที่ปล่อยออกมาโฟกัสเฉพาะจุดที่ต้องการ นอกจากนั้นยังมีพลังงานให้เลือกใช้ 2 โหมด จึงสามารถปรับแต่งให้เหมาะกับตำแหน่งที่ทำและความลึกของชั้นผิวที่ต้องการแก้ปัญหาได้อย่างแม่นยำ ไม่ทำให้เม็ดสีเมลานินได้รับผลกระทบ

สรุป

Potenza เป็นเครื่องใช้ Microneedling RF ซึ่งเป็นเข็มเคลือบทองขนาดเล็กที่สามารถปล่อยพลังงานคลื่นวิทยุลงสู่ชั้นผิวในตำแหน่งที่ต้องการได้อย่างแม่นยำ กระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสตินให้เพิ่มขึ้น ปรับผิวเรียบเนียน เต่งตึง หลุมสิวตื้นขึ้น ผิวกระจ่างใส แลดูอ่อนเยาว์ สำหรับใครที่อยากดูแลผิวพรรณและใบหน้าอย่างล้ำลึก แนะนำให้เข้ามาปรึกษาทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์ของ Vincent Clinic Aesthetic เพื่อรับการประเมินปัญหา เลือกหัตถการที่เหมาะสม และออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล