ฟิลเลอร์ไหล คืออะไร เกิดจากอะไร? เช็กอาการและวิธีแก้ไขฟิลเลอร์ไหล

ทีมแพทย์ Vincent Clinic
แชร์ :
ฟิลเลอร์ไหลปัญหาที่หลายคนกลัว

Key Takeaways

  • ฟิลเลอร์ไหล คือภาวะที่ฟิลเลอร์เคลื่อนจากจุดที่ฉีดเดิมไปกองอยู่บริเวณอื่น ทำให้ผิวเป็นก้อน บวม ขรุขระ หรือรูปหน้าผิดสัดส่วน
  • สาเหตุหลักของฟิลเลอร์ไหล มักมาจากการใช้ฟิลเลอร์ปลอม การฉีดผิดชั้นผิว เลือกเนื้อฟิลเลอร์ไม่เหมาะกับตำแหน่ง และการดูแลตัวเองหลังฉีดไม่ถูกต้อง
  • จุดที่พบฟิลเลอร์ไหลได้บ่อย คือ ใต้ตา ปาก และคาง เพราะเป็นบริเวณที่มีการขยับบ่อยหรือเป็นจุดที่ต้องใช้การปั้นทรง
  • สัญญาณของฟิลเลอร์ไหลที่สังเกตได้ คือ คลำแล้วเป็นก้อน ผิวไม่เรียบ เนื้อฟิลเลอร์ขยับได้ หรือรูปหน้าดูเปลี่ยนไปอย่างผิดธรรมชาติ
  • ฟิลเลอร์เป็นก้อนกับฟิลเลอร์ไหลไม่เหมือนกัน โดยฟิลเลอร์เป็นก้อนจะยังอยู่จุดเดิม ส่วนฟิลเลอร์ไหลคือเคลื่อนตำแหน่งออกจากบริเวณที่ฉีด
  • หากเป็นฟิลเลอร์แท้กลุ่ม Hyaluronic Acid สามารถแก้ได้ด้วยการฉีดสลายฟิลเลอร์ แต่ถ้าเป็นสารแปลกปลอมหรือฟิลเลอร์ถาวรอาจต้องขูดออกหรือผ่าตัด
  • วิธีป้องกันฟิลเลอร์ไหลที่ดีที่สุด คือ ฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ ใช้ฟิลเลอร์แท้กลุ่ม HA ตรวจสอบตัวยาก่อนฉีด และดูแลตัวเองหลังฉีดตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด
  • หากสงสัยว่าฟิลเลอร์ไหล ควรรีบให้แพทย์ประเมิน ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้หรือนวดเอง เพราะอาจทำให้ปัญหารุนแรงขึ้น

ฟิลเลอร์ไหลเป็นปัญหาที่อาจเกิดขึ้นหลังการฉีด ซึ่งเป็นปัญหาที่หลายคนกลัวและอาจส่งผลให้ผลลัพธ์ที่ได้ไม่เป็นตามที่ ในบทความนี้ Vincent Clinic Aesthetic จะมาทำความเข้าใจถึงสาเหตุของฟิลเลอร์ไหล วิธีการป้องกัน และแนวทางการรักษาหากเกิดปัญหานี้ขึ้น

ฟิลเลอร์ไหล คืออะไร 

ฟิลเลอร์ไหล (Filler Migration) คือ การที่ ฟิลเลอร์ เกิดการเคลื่อนตัว ย้ายตำแหน่งจากจุดเดิมไปยังบริเวณอื่นๆ ซึ่งการเคลื่อนที่ของฟิลเลอร์มักจะเกิดขึ้นอย่างช้าๆ และเมื่อฟิลเลอร์ไหลไปรวมกันเป็นกระจุก ก็จะส่งผลทำให้เกิดลักษณะผิวบวมหนา เป็นก้อน ดูไม่เรียบเนียน ขรุขระ เป็นคลื่น หรือทำให้รูปหน้าและสัดส่วนของใบหน้าบิดเบี้ยวผิดรูปไปจากเดิมได้ ซึ่งปัญหานี้สามารถเกิดขึ้นได้ในหลายจุดทั่วใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณเนื้อเยื่ออ่อนที่มีการขยับเขยื้อนบ่อยๆ เช่น ใต้ตา ปาก และคาง

ฟิลเลอร์ไหล เกิดจากอะไร 

ปัญหาฟิลเลอร์ไหลหรือเคลื่อนที่ผิดรูปหลังการฉีด สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยหลักๆ ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับเทคนิคการฉีด ประเภทของสารเติมเต็มที่เลือกใช้ รวมถึงพฤติกรรมการดูแลตัวเองของคนไข้ โดยฟิลเลอร์ไหลเกิดจากสาเหตุดังนี้

1. การใช้ฟิลเลอร์ปลอม หรือสารเติมเต็มที่สลายไม่ได้

หลายเคสที่มีปัญหาฟิลเลอร์ไหลย้อยจนใบหน้าเสียทรง มักเกิดจากการฉีด ฟิลเลอร์ปลอม หรือสารเติมเต็มประเภทกึ่งถาวรและถาวร ซึ่งสารเหล่านี้ร่างกายไม่สามารถย่อยสลายเองได้ตามธรรมชาติ เมื่อเวลาผ่านไปจะเกิดพังผืดมาเกาะและไหลย้อยลงมาตามแรงโน้มถ่วง เช่น

  • Biosynthetic Polymers เป็นสารประเภทซิลิโคนเหลว พาราฟิน ที่ไม่สลายตัว ไม่ปลอดภัย และระบาดหนักในกลุ่มหมอกระเป๋า เมื่อฉีดไปนานๆ สารจะไหลรวมกันเป็นก้อน ก่อให้เกิดการติดเชื้อเรื้อรังและหน้าพังได้
  • Collagen โดยเฉพาะคอลลาเจนจากสัตว์ เพราะคอลลาเจนบางประเภทที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจกระตุ้นให้ร่างกายเกิดปฏิกิริยาต่อต้าน ทำให้เกิดอาการแพ้ บวมแดง และเคลื่อนตำแหน่งได้ง่าย
  • Transplanted Fat เป็นการเติมไขมัน แม้จะเป็นไขมันตัวเอง แต่หากเติมในปริมาณที่มากเกินไป เช่น 10-20 CC เซลล์ไขมันที่เหลือรอดอาจเกาะตัวกันไม่ดี และห้อยย้อยลงมาจนดูเหมือนฟิลเลอร์ไหลได้

2. เทคนิคและประสบการณ์ของแพทย์ที่ฉีด

การฉีดฟิลเลอร์จำเป็นต้องอาศัยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านกายวิภาคศาสตร์ของใบหน้าอย่างลึกซึ้ง หากฉีดกับแพทย์ที่ขาดประสบการณ์ อาจเกิดความผิดพลาด เช่น ฉีดฟิลเลอร์ผิดชั้นผิว ฉีดตื้นเกินไป หรือฉีดปริมาณที่มากเกินไปจนเนื้อเยื่อรอบๆ ไม่สามารถพยุงเนื้อเจลไว้ได้ ทำให้ หน้าล้นฟิลเลอร์ และเกิดการไหลเคลื่อนที่ในที่สุด

3. เลือกรุ่นและเนื้อฟิลเลอร์ไม่เหมาะสมกับบริเวณที่ฉีด

ฟิลเลอร์แท้แต่ละยี่ห้อจะถูกออกแบบมาให้มีความยืดหยุ่นและความแข็งที่แตกต่างกัน หากแพทย์เลือกรุ่นฟิลเลอร์ไม่เหมาะกับจุดที่ฉีด เช่น นำฟิลเลอร์เนื้อนิ่มไปฉีดในจุดที่ปั้นทรงสูง อย่างบริเวณคางหรือจมูก เมื่อกล้ามเนื้อใบหน้าขยับ ตัวเนื้อเจลที่นิ่มเกินไปก็อาจบานออกด้านข้างหรือไหลย้อยลงมาได้

4. พฤติกรรมการดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ที่ไม่ถูกต้อง

ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังการฉีดเป็นช่วงที่ฟิลเลอร์ยังไม่เซ็ตตัวและยังไม่กลืนไปกับชั้นผิวอย่างสมบูรณ์ หากจับ สัมผัส นวดคลึงใบหน้าแรงๆ การนอนคว่ำกดทับใบหน้า หรือการโดนความร้อนจัด เช่น การอบซาวน่า การทำเลเซอร์ยกกระชับ อาจส่งผลให้ฟิลเลอร์เคลื่อนที่ออกจากตำแหน่งเดิมได้

จะรู้ได้ไงว่าฟิลเลอร์ไหล? เช็กอย่างไร

ฟิลเลอร์ไหลสามารถสังเกตและเช็กด้วยตัวเองจากลักษณะดังนี้

  • สัมผัสแล้วผิวไม่เรียบเนียน เมื่อใช้นิ้วลูบหรือคลึงเบาๆ บริเวณที่เคยฉีดฟิลเลอร์ แล้วรู้สึกถึงก้อนนูนขรุขระ ผิวดูเป็นคลื่น ไม่เรียบเนียนกลืนไปกับผิวรอบๆ หรือรู้สึกว่าเป็นก้อน มีก้อนเนื้อแปลกปลอมโผล่ขึ้นมาอย่างชัดเจน
  • เนื้อฟิลเลอร์สามารถขยับหรือกลิ้งไปมาได้ หากลองกดหรือดันบริเวณที่เป็นก้อนเบาๆ แล้วรู้สึกว่าก้อนนั้นสามารถเลื่อนตำแหน่ง เปลี่ยนรูปทรง หรือกลิ้งไปมาใต้ชั้นผิวได้ แปลว่าฟิลเลอร์เกิดการเคลื่อนที่ และไม่เกาะอยู่กับเนื้อเยื่อในจุดเดิมแล้ว
  • รูปหน้าบิดเบี้ยว สัดส่วนเปลี่ยนไปอย่างผิดธรรมชาติ สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของใบหน้าเมื่อมองกระจก เช่น รูปทรงปากเปลี่ยนไป คางดูยาวห้อยย้อยลงมา หรือบริเวณใต้ตามีเนื้อบวมตุ่ยขึ้นมาเป็นลำ ซึ่งสัดส่วนเหล่านี้มักจะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปแบบทีละนิดหลังจากฉีดมาได้ระยะหนึ่ง

อาการฟิลเลอร์ไหลในแต่ละจุด สังเกตอย่างไร?

ปัญหาฟิลเลอร์ไหล สามารถเกิดขึ้นได้ในหลายบริเวณบนใบหน้า โดยเฉพาะจุดที่มีการขยับเขยื้อนของกล้ามเนื้อบ่อยๆ หรือเป็นจุดที่ต้องใช้ฟิลเลอร์เนื้อแข็งในการปั้นทรง ซึ่งอาการฟิลเลอร์ไหลในแต่ละจุดสังเกตได้ดังนี้

อาการของฟิลเลอร์ไหลลงตา

ผิวหนังบริเวณรอบดวงตาและใต้ตาเป็นส่วนที่บอบบาง หากแพทย์ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ในชั้นผิวตื้นเกินไปหรือใช้ปริมาณฟิลเลอร์มากเกินไปอาจทำให้ฟิลเลอร์ไหลย้อยใต้ตา หรือไหลลงมาบริเวณร่องแก้ม จะมีอาการที่สังเกตได้ชัดเจน ดังนี้

  • เกิดลักษณะบวมตุ่ยคล้ายเป็นถุงใต้ตาเทียม ใต้ตาดูหนา บวมเป็นลำ หรือมองเห็นเป็นเงาสีฟ้าๆ เขียวๆ (Tyndall Effect) ใต้ผิวหนังอย่างชัดเจน
  • เวลาแสดงสีหน้าหรือเวลายิ้ม จะเห็นก้อนฟิลเลอร์นูนขึ้นมาเป็นก้อนกลมชัดเจนผิดธรรมชาติ
  • ทำให้ใบหน้าโดยรวมดูหย่อนคล้อย เหนื่อยล้า และดูแก่กว่าวัยเนื่องจากเนื้อฟิลเลอร์เคลื่อนตำแหน่งลงมาด้านล่าง

อาการฟิลเลอร์ปากไหล

การ ฉีดฟิลเลอร์ปาก เป็นจุดที่กล้ามเนื้อมีการขยับตัวอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นตอนพูด เคี้ยว หรือยิ้ม หากเลือกใช้ฟิลเลอร์เนื้อนิ่มหรือละเอียดเกินไป หรือฉีดล้นเกินขอบปาก จะทำให้เกิด อาการฟิลเลอร์ปากไหล ดังนี้:

  • เกิดภาวะที่เรียกว่าปากเป็ด โดยเนื้อบริเวณเหนือริมฝีปากบน ดูหนา เจ่อ และยื่นออกมาด้านหน้ามากเกินไปจนดูคล้ายปากเป็ด
  • มองเห็นขอบปากไม่ชัดเจน และเมื่อขยับปากหรือพูด จะรู้สึกว่ามีเนื้อเจลฟิลเลอร์ปลิ้นขอบปากออกมาเป็นก้อนๆ
  • รูปทรงปากบิดเบี้ยว ไม่เป็นกระจับ และเนื้อสัมผัสของริมฝีปากดูหนาแน่นเป็นก้อนแข็งขรุขระเมื่อเม้มปาก

อาการฟิลเลอร์คางไหล

บริเวณคางเป็นจุดที่ต้องปั้นทรงแพทย์จึงมักเลือกใช้ฟิลเลอร์เนื้อแข็งในการปั้นทรงสำหรับ ฟิลเลอร์คาง แต่หากฉีดตื้นเกินไปในชั้นไขมันแทนที่จะฉีดชั้นใต้พังผืดติดกระดูก จะทำให้เกิดฟิลเลอร์คางไหลดังนี้

  • คางยื่นยาวและงอนงุ้มลงด้านล่างมากเกินไปจนกลายเป็นคางแม่มด รูปหน้าดูยาวผิดสัดส่วน
  • คางดูทู่ กว้าง และบานออกด้านข้างเมื่อเวลาผ่านไป ทรงที่เคยฉีดไว้ตอนแรกหายไป
  • เมื่อก้มหน้าหรือใช้นิ้วจับคลึง จะรู้สึกว่ามีเนื้อซิลิโคนเหลวหรือก้อนฟิลเลอร์ย้อยห้อยลงมาอยู่ใต้คาง คล้ายคนมีเหนียงเทียม และคางจะขยับตามแรงดึงของนิ้วได้ง่าย

ฟิลเลอร์ไหล กับ ฟิลเลอร์เป็นก้อน ต่างกันอย่างไร?

เมื่อคลำเจอก้อนนูนหลังการฉีดฟิลเลอร์ หลายคนมักสับสนว่านี่คืออาการฟิลเลอร์ไหล หรือแค่ฟิลเลอร์เป็นก้อนกันแน่? ซึ่ง 2 อาการนี้มีความแตกต่างกันดังนี้

  • ฟิลเลอร์เป็นก้อน คือการที่เนื้อฟิลเลอร์จับตัวเป็นก้อนแข็ง ขรุขระ หรือเป็นคลื่น แต่ยังคงอยู่บริเวณเดิมที่ฉีด ไม่ได้ย้ายตำแหน่งไปไหน สาเหตุมักเกิดจากแพทย์ฉีดฟิลเลอร์ในตำแหน่งที่ตื้นเกินไป เลือกฟิลเลอร์เนื้อแข็งไปฉีดในจุดที่ผิวบาง หรือเกิดจากการที่เนื้อเจลยังไม่กลืนไปกับผิวในช่วงแรก ซึ่งบางเคสแพทย์สามารถนวดสลายก้อนให้กลืนไปกับผิวได้
  • ฟิลเลอร์ไหล คือการที่ฟิลเลอร์เคลื่อนตัวย้ายตำแหน่งออกจากจุดเดิมที่แพทย์ฉีดไว้ ไปกองรวมกันในบริเวณอื่น เช่น ฉีดที่ริมฝีปากแต่เนื้อเจลปลิ้นขึ้นไปอยู่เหนือขอบปาก (ปากเป็ด) หรือฉีดร่องแก้มแต่ฟิลเลอร์ไหลย้อยลงมากระจุกอยู่ที่มุมปาก ซึ่งจะทำให้รูปหน้าผิดสัดส่วนอย่างเห็นได้ชัด และไม่สามารถนวดให้กลับไปที่เดิมได้ ต้องพึ่งการฉีดสลายหรือขูดออกเท่านั้น

ฟิลเลอร์ไหลแก้ปัญหาอย่างไรดี

ฟิลเลอร์ไหลแก้ปัญหาอย่างไรดี 

การแก้ไขปัญหาฟิลเลอร์ไหลย้อยมีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับประเภทฟิลเลอร์ที่ใช้ และความรุนแรงของปัญหาที่เกิดขึ้น ดังนี้ 

การฉีดสารเพื่อสลายฟิลเลอร์

การใช้ เอนไซม์ Hyaluronidase เข้าช่วยในการย่อยสลายฟิลเลอร์ออกจากร่างกายได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ทิ้งสารตกค้าง ช่วยปรับตำแหน่งฟิลเลอร์ให้กลับมาเป็นธรรมชาติได้ตามต้องการ อย่างไรก็ตาม เอนไซม์นี้ใช้ได้ผลเฉพาะกับฟิลเลอร์ประเภท Hyaluronic Acid เท่านั้น และไม่สามารถใช้กับฟิลเลอร์ประเภทอื่น ๆ ได้ เช่น ซิลิโคน 

การขูดฟิลเลอร์

กรณีที่ฟิลเลอร์ที่ไหลย้อยไม่ใช่ประเภท Hyaluronic Acid (เช่น ซิลิโคนหรือพาราฟิน) ซึ่งไม่สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติและไม่มีสารที่สามารถสลายฟิลเลอร์เหล่านี้ได้ ต้องใช้วิธีการ ขูดฟิลเลอร์ เพื่อเอาฟิลเลอร์ออกจากร่างกาย วิธีนี้อาจมีความซับซ้อนและต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อป้องกันความเสี่ยง

การผ่าตัดเอาฟิลเลอร์ออก

ในกรณีที่ฟิลเลอร์เป็นก้อนแข็งหรือมีพังผืดเกาะอยู่ เช่น ซิลิโคนเหลว หรือ ฟิลเลอร์ที่ฉีดมาเป็นระยะเวลานาน การ ผ่าตัด อาจเป็นวิธีที่จำเป็นในการแก้ไขปัญหาฟิลเลอร์ไหลย้อย การผ่าตัดจะต้องทำโดยแพทย์ศัลยกรรมเฉพาะทาง และต้องพิจารณาดูตำแหน่งที่ฉีดฟิลเลอร์และเสี่ยงจากการกระทบกับเส้นประสาทหรือเส้นเลือดสำคัญ

แต่การแก้ไขปัญหาฟิลเลอร์ไหลย้อยจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนเสมอ เพื่อประเมินสถานการณ์และเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมที่สุดตามประเภทของฟิลเลอร์และลักษณะปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะฟิลเลอร์ไหลย้อยอาจเกิดจากหลายสาเหตุและสามารถแก้ไขได้หลากหลายวิธี ขึ้นอยู่กับประเภทของฟิลเลอร์และความรุนแรงของปัญหาที่เกิดขึ้น หากพบปัญหาดังกล่าว ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาวิธีการรักษาที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุด

ฉีดฟิลเลอร์แท้ที่ไหน

วิธีป้องกันฟิลเลอร์ไหล ฟิลเลอร์ย้อย

ปัญหาฟิลเลอร์ไหลย้อยเป็นสิ่งที่เราสามารถป้องกันได้ตั้งแต่ก่อนเริ่มฉีด โดยมีวิธีการเตรียมตัวและพิจารณาง่ายๆ ดังนี้

  • ประเมินโครงสร้างใบหน้ากับแพทย์ที่มีประสบการณ์ แพทย์ที่มีความแม่นยำด้านกายวิภาคศาสตร์ (Anatomy) จะรู้ว่าควรวางเนื้อฟิลเลอร์ลงในชั้นผิวไหน (เช่น ต้องวางลึกถึงชั้นกระดูก หรือชั้นไขมัน) และรู้ข้อจำกัดว่าแต่ละจุดรับปริมาณฟิลเลอร์ได้สูงสุดกี่ CC การคำนวณที่พอดีและเทคนิคการฉีดที่ถูกต้อง จะช่วยล็อคเนื้อเจลให้อยู่กับที่ ไม่เกิดการล้นหรือไหลผิดรูป
  • ใช้สารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid ควรเลือกฉีดเฉพาะฟิลเลอร์แท้กลุ่ม HA เท่านั้น เพราะคุณสมบัติเด่นคือสามารถอุ้มน้ำและกลืนเข้ากับเนื้อเยื่อผิวของเราได้ดีเยี่ยม ทำให้เกาะตัวแน่น ไม่ไหลย้อยตามแรงโน้มถ่วงเหมือนพวกซิลิโคนเหลว ที่สำคัญคือหากไม่พอใจทรง สามารถฉีดเอนไซม์สลายออกได้ 100%
  • เช็กมาตรฐานของสถานพยาบาล คลินิกที่ให้บริการต้องมีใบอนุญาตประกอบสถานพยาบาลชัดเจน การเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานระดับโรงพยาบาลจะช่วยการันตีได้ว่า ตัวยาฟิลเลอร์ถูกสั่งซื้ออย่างถูกต้องและถูกจัดเก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสม ทำให้เนื้อเจลไม่เสื่อมสภาพ ซึ่งความสมบูรณ์ของตัวยาจะส่งผลโดยตรงต่อการคงรูปของฟิลเลอร์
  • ตรวจสอบฟิลเลอร์ก่อนฉีดทุกครั้ง เพื่อป้องกันการถูกหลอกฉีดฟิลเลอร์ปลอมที่เสี่ยงต่อการเน่าและไหลย้อย คนไข้ต้องสามารถสแกน QR Code ตรวจสอบกับบริษัทผู้นำเข้าได้ เช็กเลข Lot. บนกล่อง ซอง และไซริงค์ว่าตรงกัน รวมถึงต้องเห็นแพทย์แกะกล่องใหม่ต่อหน้า และคลินิกต้องอนุญาตให้นำกล่องกลับบ้านได้ 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ฟิลเลอร์ไหล (FAQ)

Q: ฉีดฟิลเลอร์แท้มีโอกาสไหลหรือเคลื่อนที่ได้ไหม?
A: เกิดขึ้นได้ แต่มีโอกาสน้อยมาก หากเป็นฟิลเลอร์แท้ (HA) แล้วเกิดการเคลื่อนที่ มักจะมีสาเหตุหลักมาจากเทคนิคการฉีด เช่น การฉีดผิดชั้นผิว การเลือกเนื้อฟิลเลอร์ที่มีความนิ่มเกินไปไม่เหมาะกับบริเวณที่ต้องการการตั้งทรง หรือการฉีดในปริมาณที่มากเกินไป (Overfilled) จนเนื้อเยื่อรับน้ำหนักไม่ไหว แต่ข้อดีคือหากเป็นฟิลเลอร์แท้ เมื่อเกิดปัญหาจะสามารถฉีดสลายแก้ไขได้ 100% 

Q: หลังฉีดฟิลเลอร์ถ้านวดหน้า บีบสิว หรือโดนความร้อนจัด จะทำให้ฟิลเลอร์ไหลจริงไหม?
A: มีส่วนจริง โดยเฉพาะในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังการฉีด ซึ่งเป็นช่วงที่เนื้อเจลฟิลเลอร์ยังเซ็ตตัวไม่เต็มที่และยังไม่กลืนไปกับชั้นผิว การลงน้ำหนักบนใบหน้าแรงๆ เช่น นวดหน้า บีบเค้นสิว นอนคว่ำกดทับ รวมถึงการสัมผัสความร้อนจัดอย่างการอบซาวน่า หรือเลเซอร์ร้อน อาจส่งผลให้ตัวยาที่เพิ่งฉีดเปลี่ยนรูปทรงหรือเคลื่อนตัวออกจากตำแหน่งเดิมได้ จึงควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้ในช่วงแรก

Q: หากฉีดสลายฟิลเลอร์ที่ไหลย้อยออกไปแล้ว จะสามารถฉีดเติมใหม่ได้ทันทีไหม?
A: ยังไม่แนะนำให้ฉีดเติมใหม่ในทันที หลังจากฉีดเอนไซม์สลายฟิลเลอร์ (Hyaluronidase) แพทย์จะแนะนำให้เว้นระยะเวลาอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เพื่อให้ตัวยาออกฤทธิ์สลายฟิลเลอร์เดิมจนหมดเกลี้ยง และรอให้อาการบวมช้ำของเนื้อเยื่อลดลงก่อน จากนั้นจึงค่อยกลับมาประเมินโครงสร้างใบหน้าที่แท้จริง เพื่อวางแผนและออกแบบการฉีดฟิลเลอร์ใหม่ได้อย่างแม่นยำที่สุด

Q: อาการฟิลเลอร์ไหล กับฟิลเลอร์เข้าเส้นเลือดแตกต่างกันอย่างไร?
A: สองอาการนี้มีความรุนแรงและลักษณะการเกิดที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยอาการฟิลเลอร์ไหลจะเกิดขึ้นอย่างช้าๆ หลังฉีดไปแล้วหลายเดือน ทำให้ใบหน้าเสียทรงหรือจับตัวเป็นก้อนแต่ไม่อันตรายถึงชีวิต ในขณะที่ภาวะฟิลเลอร์เข้าเส้นเลือดนั้นถือเป็นเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ที่เกิดจากสารฟิลเลอร์เข้าไปอุดตันหลอดเลือด ซึ่งอาการจะแสดงออกทันทีหลังฉีด โดยคนไข้จะมีอาการปวดรุนแรง ผิวซีดขาว เปลี่ยนเป็นสีคล้ำ และอาจทำให้เนื้อตายหรือตาบอดได้หากไม่ได้รับการฉีดสลายอย่างทันท่วงที

Q: ฟิลเลอร์ที่ไหลเป็นก้อนแล้ว สามารถยุบหรือสลายไปเองได้ไหม?
A: แม้ฟิลเลอร์แท้จะสลายเองได้ตามธรรมชาติ แต่หากไหลไปกองรวมเป็นก้อนใหญ่แล้วจะสลายช้ามากและมักยุบไม่หมด ทำให้หน้ายังคงเสียทรงอยู่แบบนั้น จึงไม่แนะนำให้ปล่อยทิ้งไว้รอให้ยุบเอง ควรพบแพทย์เพื่อฉีดสลายออก ซึ่งจะเห็นผลไวและแก้ปัญหาได้ตรงจุดกว่า

สรุป 

ฟิลเลอร์ไหลเป็นภาวะที่ฟิลเลอร์เคลื่อนจากจุดเดิมไปกองอยู่บริเวณอื่น จนทำให้ผิวเป็นก้อน ขรุขระ หรือรูปหน้าผิดสัดส่วน สาเหตุหลักมักเกิดจากการใช้ฟิลเลอร์ปลอม การฉีดผิดชั้นผิว เลือกเนื้อฟิลเลอร์ไม่เหมาะ ฉีดมากเกินไป หรือดูแลตัวเองหลังฉีดไม่ถูกต้อง เช่น นวดหน้า กดทับ หรือโดนความร้อนจัด จุดที่พบบ่อยคือใต้ตา ปาก และคาง หากเป็นฟิลเลอร์แท้กลุ่ม HA สามารถฉีดสลายได้ แต่ถ้าเป็นสารแปลกปลอมหรือฟิลเลอร์ถาวรอาจต้องขูดออกหรือผ่าตัด ดังนั้นวิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือเลือกฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ ใช้ฟิลเลอร์แท้ และประเมินใบหน้าอย่างละเอียดก่อนฉีดทุกครั้ง หากกังวลว่าฟิลเลอร์เริ่มไหลหรือผิดรูป สามารถเข้ามาให้ทีมแพทย์ที่ Vincent Clinic Aesthetic ประเมินและวางแผนแก้ไขได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย