Oligio vs Thermage ต่างกันอย่างไร เลือกทำอันไหนดี ราคาเท่าไหร่

ทีมแพทย์ Vincent Clinic
แชร์ :
Oligio vs Thermage ต่างกันอย่างไร

Key Takeaways

  • Oligio vs Thermage เป็นเครื่องยกกระชับผิวและปรับรูปหน้า ใช้พลังงานคลื่นวิทยุ กระตุ้นคอลลาเจน ลดความหย่อนคล้อย และลดไขมันสะสมใต้ผิว โดยไม่ต้องผ่าตัด
  • Oligio X ปล่อยพลังงานลงสู่ชั้นผิวได้ลึกประมาณ 3.0 – 4.5 มม. ส่วน Thermage FLX สามารถส่งพลังงานลึกประมาณ 4.3 มม. ถึงชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิว
  • ทั้ง Oligio X และ Thermage FLX มีหัวยิง 3 แบบ ได้แก่ สำหรับใบหน้า รอบดวงตา และลำตัว จึงสามารถดูแลได้หลายบริเวณ 
  • Oligio เหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง ส่วน Thermage เหมาะกับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยระดับปานกลางขึ้นไป ต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจนและคงอยู่ได้นาน
  • ผลลัพธ์หลังทำ Thermage สามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 1 – 2 ปี สำหรับ Oligio ผลลัพธ์ที่ได้หลังทำจะสามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 6 – 12 เดือน

Oligio vs Thermage สองนวัตกรรมยกกระชับผิวที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เพราะช่วยแก้ปัญหาผิวเหี่ยวย่น ไม่เต่งตึง ช่วยฟื้นฟูผิวจากภายในให้กลับมาแข็งแรง โดยที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ ในบทความนี้ Vincent Clinic Aesthetic จะพาไปทำความเข้าใจว่าทั้งสองเครื่องนี้เหมาะกับใครบ้าง เลือกทำตัวไหนดีกว่ากัน แตกต่างกันอย่างไร มีข้อดีและข้อเสียอะไรบ้างที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจทำ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากเนื้อหาต่อไปนี้

Oligio กับ Thermage คืออะไร?

Thermage กับ Oligio ต่างก็เป็นเครื่องยกกระชับผิวที่สามารถปล่อยพลังงานลงลึกได้ถึงชั้นไขมัน ทำให้ผิวเต่งตึง ผิวยกกระชับ และสัดส่วนของใบหน้าที่เกิดจากไขมันสะสมมากเกินไปได้อย่างเห็นผล โดยมีรายละเอียดดังนี้

Oligio คืออะไร?

Oligio คือ เครื่องยกกระชับผิวที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุแบบ Monopolar RF สามารถปล่อยพลังงานได้ลึกถึงชั้นไขมัน กระตุ้นคอลลาเจน เก็บเหนียง ลดแก้ม ผิวเต่งตึงกระชับมากขึ้น ผลิตโดยบริษัท WONTECH ประเทศเกาหลีใต้ มีทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่

  • Oligio Standard เป็นรุ่นดั้งเดิมที่ใช้เทคโนโลยี Single Mode ปล่อยพลังงานลงชั้นผิวในระดับความลึกเดียว โดยมี Cooling System 5 จุด ช่วยบรรเทาความเจ็บให้ลดลง 
  • Oligio X เป็นรุ่นใหม่ที่พัฒนามาจากรุ่นดั้งเดิม ใช้เทคโนโลยี GXG แบบ Dual Mode ที่ปล่อยพลังงานลงสู่ชั้นผิวแบบสลับความลึกได้ ครอบคลุมทั้งเรื่องของการยกกระชับผิวและสลายไขมัน มีระบบ Auto Mode ที่ช่วยให้การรักษาเร็วขึ้นกว่าประมาณ 50% โดยมี Intensive Cooling System ที่ให้ความเย็นมากกว่าเดิมถึง 2.25 เท่า จึงรู้สึกผ่อนคลายได้มากกว่า

Thermage คืออะไร?

Thermage คือ เครื่องยกกระชับผิวและสลายไขมันที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุแบบ Monopolar RF ที่สามารถลงลึกได้ถึงชั้นหนังแท้และชั้นไขมัน ผลิตโดยบริษัท Solta Medical ประเทศสหรัฐอเมริกา มีด้วยกันทั้งหมด 4 รุ่น ดังนี้

  • ThermaCool TC (ปี 2002) รุ่นแรกของเทอร์มาจที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูงแบบ Monopolar RF 
  • Thermage TC (ปี 2003) เป็นรุ่นที่พัฒนามาจากรุ่นแรก ปรับความเสถียรในการปล่อยพลังงานให้ดีขึ้น ควบคุมความแม่นยำ ลดผลข้างเคียงหลังทำให้น้อยลง
  • Thermage CPT (ปี 2009) มีการพัฒนาและเพิ่มเติมฟังก์ชัน Comfort Pulse Technology (CPT) ซึ่งเป็นระบบสั่นที่ช่วยลดความเจ็บให้น้อยลงและกระจายพลังงานได้อย่างสม่ำเสมอมากขึ้น
  • Thermage FLX (ปี 2018) รุ่นล่าสุดที่ใช้เทคโนโลยี AccuREP สามารถตั้งค่าพลังงานที่ใช้ได้แบบเรียลไทม์ ปล่อยพลังงานลงสู่ชั้นผิวได้รวดเร็ว แม่นยำ มีประสิทธิภาพมากขึ้น 25% ระยะเวลาในการรักษาสั้นลง และเจ็บน้อยกว่าเดิม

Oligio กับ Thermage ต่างกันไหม

แม้ว่า Oligio vs Thermage จะใช้พลังงานคลื่นวิทยุเหมือนกัน แต่มีความแตกต่างกันในหลายเรื่อง ทั้งความลึกของชั้นผิวที่รักษาได้ เทคโนโลยีที่ใช้ ปัญหาที่เหมาะสม และผลลัพธ์ที่ได้ โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • Oligio เครื่องยกกระชับผิวที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุแบบ Monopolar RF ปล่อยพลังงานลงลึกได้ประมาณ 3 mm ทำให้เกิดความร้อนประมาณ 40 – 60 องศาเซลเซียส กระตุ้นคอลลาเจน ลดไขมันสะสม ลดความหย่อนคล้อยของผิว ผลลัพธ์คงอยู่ได้นานประมาณ 6 – 12 เดือน
  • Thermage เครื่องยกกระชับและสลายไขมันที่ใช้คลื่นวิทยุแบบ Monopolar RF ปล่อยลงสู่ชั้นผิวได้ลึกประมาณ 4.3 mm เกิดเป็นความร้อนประมาณ 45 – 70 องศาเซลเซียส จึงสามารถยกกระชับ ปรับหน้าเรียว เก็บเหนียง ลดแก้ม ผลลัพธ์คงอยู่ได้ประมาณ 1 – 2 ปี

Oligio X vs Thermage FLX ต่างกันอย่างไร?

สำหรับ Oligio X vs Thermage FLX เป็น เครื่องยกกระชับผิวหน้า ที่ถูกพัฒนาต่อยอดมาจากของเดิม ซึ่งมีความแตกต่างกันในหลาย ๆ ด้าน ดังนี้

  • Oligio X ใช้พลังงานคลื่นวิทยุแบบ Monopolar RF ผสานเข้ากับเทคโนโลยี GXG แบบ Dual Mode ที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ลดไขมันใต้ผิว เก็บเหนียง ลดแก้ม ผิวเรียบเนียนกระชับ กรอบหน้าชัด สามารถทำได้ทั่วใบหน้า รอบดวงตา และลำตัว เลือกระดับความลึกได้ตั้งแต่ 3.0 – 4.5 mm เลือกหัวยิงได้ 3 แบบ ได้แก่ Oligio Face Tip, Oligio Eye Tip และ Oligio Body Tip ผลลัพธ์คงอยู่ได้นานประมาณ 8 – 12 เดือน
  • Thermage FLX ใช้พลังงานคลื่นวิทยุแบบ Monopolar RF และมีเทคโนโลยี AccuREP ที่ช่วยสแกนผิวและปรับพลังงานแบบเรียลไทม์ มีระบบสั่นเพื่อช่วยลดความเจ็บให้น้อยลง สามารถลงลึกได้ประมาณ 4.3 mm สลายไขมันตามส่วนต่าง ๆ ได้ดี กระชับผิวให้เรียบเนียน ลดเหนียง เก็บกรอบหน้าชัด ปรับหน้าเรียวได้สัดส่วน กระตุ้นคอลลาเจน ลดเลือนริ้วรอย สามารถทำได้ทั้งใบหน้าและตามร่างกาย เพราะมีหัวยิงทั้งหมด 3 แบบ ได้แก่ Eye Tip, Face Tip และ Body Tip ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 1 – 2 ปี

Oligio กับ Thermage เหมาะกับใคร?

เนื่องจาก Oligio vs Thermage แตกต่างกันในหลายด้านทั้งเรื่องของเทคโนโลยีที่ใช้ ระดับความลึกของชั้นผิวที่ส่งพลังงานลงไปถึง จึงทำให้มีความเหมาะสมกับปัญหาและความต้องการของแต่ละคน ดังนี้ 

ใครเหมาะกับ Oligio

  • คนที่มีปัญหา ผิวหย่อนคล้อย ไม่มาก ต้องการยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด
  • คนที่มีไขมันสะสมใต้ผิวเยอะ ทำให้สัดส่วนของใบหน้าดูใหญ่ ไม่สมส่วน
  • คนที่ต้องการลดแก้ม ลดเหนียง และเก็บกรอบหน้า
  • คนที่มีผิวเหี่ยว ไม่เต่งตึง ผิวขาดคอลลาเจน
  • คนที่อยากปรับให้ผิวเรียบเนียน เต่งตึง ผิวแน่นเฟิร์ม ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์
  • คนที่มีเวลาน้อยไม่อยากพักฟื้น ต้องการกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

ใครเหมาะกับ Thermage

  • คนที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยระดับกลางขึ้นไป 
  • คนที่ต้องการยกกระชับผิว ปรับรูปหน้าเรียวสวยได้สัดส่วน โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น
  • คนที่มีปัญหาผิวหน้าและผิวคอ เหี่ยวย่น ไม่เรียบเนียน 
  • คนที่มีสัดส่วนใบหน้าใหญ่จากไขมันสะสม 
  • คนที่อยากลดเหนียง ลดขนาดแก้มให้เล็กลง และต้องการเก็บกรอบหน้าให้ชัดขึ้น
  • คนที่ต้องการกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวแน่น เฟิร์ม กระชับ
  • คนที่ต้องการให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้นาน ไม่ต้องทำซ้ำบ่อย ๆ 

Oligio กับ Thermage มีข้อดีและข้อเสียอะไรบ้าง

ก่อนทำ Oligio กับ Thermage ควรศึกษารายละเอียดต่าง ๆ ให้ครบถ้วน โดยเฉพาะข้อดีและข้อเสีย จะช่วยให้เข้าใจว่าหัตถการตัวไหนที่ตอบโจทย์ปัญหาได้อย่างครอบคลุม เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ ดังนี้

ข้อดีและข้อเสียของ Oligio

ข้อดี

  • ได้ผลลัพธ์ผิวกระชับโดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น กลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ
  • ไม่เจ็บมากเนื่องจากมีระบบทำความเย็นช่วยบรรเทาความรู้สึกเจ็บให้น้อยลง
  • กระตุ้นคอลลาเจนใต้ชั้นผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • สามารถทำได้หลายจุดไม่ว่าจะเป็น ทั่วใบหน้า รอบดวงตา และลำตัว

ข้อเสีย

  • ผลลัพธ์ไม่ถาวร คงอยู่ได้นานประมาณ 6 – 12 เดือน
  • ต้องทำซ้ำเรื่อย ๆ เพื่อคงผลลัพธ์ให้คงอยู่ได้ยาวนานมากขึ้น
  • อาจเกิดอาการผิวแดงในตำแหน่งที่ทำ โดยเฉพาะคนที่มีผิวบาง แต่จะหายไปได้เองประมาณ 1 ชั่วโมงหลังทำ

ข้อดีและข้อเสียของ Thermage

ข้อดี

  • ยกกระชับผิว ลดเหนียง เก็บกรอบหน้า และลดแก้ม โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น
  • สามารถกระตุ้นคอลลาเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะพลังงานมีความเข้มข้นสูงและเสถียร
  • ปรับรูปหน้าเรียวสวยได้สัดส่วน ผิวเรียบเนียน กระชับ เต่งตึง 
  • ลดสัดส่วนของใบหน้าที่ใหญ่จากไขมันสะสมเยอะให้เล็กลง
  • มีระบบสแกนผิวเพื่อช่วยปรับพลังงานให้เหมาะสมกับสภาพผิวแบบเรียลไทม์ 
  • มีระบบสั่นและทำความเย็นที่ช่วยลดความเจ็บให้น้อยลง ผ่อนคลายระหว่างทำมากขึ้น
  • ผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 1 – 2 ปี ไม่ต้องทำซ้ำบ่อย ๆ

ข้อเสีย

  • อาจรู้สึกเจ็บได้มากกว่า Oligio เพราะค่าพลังงานสูงกว่า แต่มีระบบทำความเย็นและระบบสั่นที่ช่วยลดความเจ็บให้น้อยลง จึงให้ผลลัพธ์ที่ออกมาดี
  • ราคาสูงกว่าแต่ให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน คงอยู่ได้นาน และคุ้มค่า
  • หลังทำอาจมีอาการปวดตึง ปวดหน่วง หรือเสียวแปลบใต้ผิว ซึ่งพบได้ปกติและจะหายไปได้เองในระยะเวลาไม่นาน

Oligio กับ Thermage อันไหนดีกว่ากัน?

ระหว่าง Oligio vs Thermage สามารถเลือกใช้ได้ตามความรุนแรงของปัญหา ความต้องการ และงบประมาณของแต่ละคนที่แตกต่างกัน สามารถเข้าพบแพทย์เพื่อรับคำปรึกษาและประเมินเฉพาะรายบุคคล เพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการเลือกหัตถการที่เหมาะสมและแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดมากที่สุด

Oligio vs Thermage ราคาเท่าไร ต่างกันไหม

สำหรับ Thermage vs Oligio ราคาโดยทั่วไปจะแตกต่างกัน ได้แก่ Oligio ราคาอยู่ที่ประมาณ 15,000 – 40,000 บาท ในส่วนของ Thermage ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 30,000 – 100,000 บาท ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ทำ ระดับความรุนแรงของปัญหา สภาพผิว จำนวนช็อตที่ใช้ ประสบการณ์ของแพทย์ และโปรโมชั่นของแต่ละคลินิกที่แตกต่างกันออกไป

ที่ Vincent Clinic ให้บริการ Thermage FLX ราคาอยู่ที่ประมาณ 29,999 – 99,999 บาท แนะนำให้เข้ามาปรึกษาทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์เพื่อรับการประเมินปัญหาและวิเคราะห์ใบหน้า ใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนการรักษาเฉพาะรายบุคคล

สามารถดูราคาเพิ่มเติมได้ที่: โปรโมชั่น Thermage FLX

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Oligio vs Thermage (FAQ)

เนื่องจาก Oligio vs Thermage ต่างก็เป็นเครื่องยกกระชับผิวและช่วยสลายไขมันใต้ผิวได้ จึงอาจทำให้หลายคนเกิดความสับสนหรือยังไม่เข้าใจในหลายประเด็น หัวข้อนี้จึงได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยมาไว้ให้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ดังนี้

Q: เครื่องไหนเจ็บกว่ากันระหว่าง Oligio กับ Thermage?
A: หากพูดถึงความเจ็บระหว่าง Thermage vs Oligio หลายคนคงบอกว่าเทอร์มาจเจ็บกว่าแต่เป็นความเจ็บที่ทนได้ เนื่องจากมีค่าพลังงานที่สูง สามารถปล่อยพลังงานลงสู่ผิวได้ลึกถึงชั้นไขมัน แต่ในปัจจุบันมีการพัฒนาระบบสั่นและความเย็นที่ช่วยลดความเจ็บ นอกจากนั้นก่อนทำเทอร์มาจจะมีการทายาชาเพื่อบรรเทาความเจ็บ ทำให้รู้สึกผ่อนคลายได้มากขึ้นในระหว่างทำ 

Q: หลังทำ Oligio และ Thermage กี่วันเห็นผล?
A: หลังทำ Oligio จะเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ประมาณ 10 – 20% และผลลัพธ์จะมองเห็นได้ชัดเจนได้อีกประมาณ 3 – 6 เดือนหลังทำ ในส่วนของ Thermage สามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงหลังทำได้ประมาณ 30% และจะเห็นผลเต็มที่ในอีกประมาณ 2 – 3 เดือน

Q: ผลลัพธ์ของ Oligio กับ Thermage อยู่ได้นานเท่ากันไหม?
A: ผลลัพธ์หลังทำ Thermage และ Oligio จะอยู่ได้นานไม่เท่ากัน เนื่องจากความเข้มข้นของพลังงานและความลึกของชั้นผิวที่ส่งพลังงานลงไปต่างกัน โดยผลลัพธ์ของ Thermage จะสามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 1 – 2 ปี และ Oligio ผลลัพธ์คงอยู่ได้นานประมาณ 6 – 12 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุที่เพิ่มขึ้น และการดูแลตัวเองหลังทำของแต่ละคนที่ต่างกัน

Q: สามารถทำ Oligio ร่วมกับ Thermage ได้ไหม?
A: โดยส่วนใหญ่มักจะไม่แนะนำให้ทำ Oligio กับ Thermage ร่วมกัน เพราะเป็นประเภทพลังงานคลื่นวิทยุซึ่งทำให้เกิดความร้อนใต้ชั้นผิวในตำแหน่งเดียวกัน อาจทำให้เกิดปัญหาผิวไหม้หรือผลข้างเคียงร้ายแรงตามมาได้ 

Q: เคยทำ Oligio แล้วเปลี่ยนไปทำ Thermage ได้หรือไม่?
A: สำหรับใครที่เคยทำ Oligio มาก่อนแล้ว และอยากเปลี่ยนมาทำ Thermage สามารถทำได้ แต่จะต้องเว้นระยะห่างประมาณ 6 – 12 เดือน หรือตามที่แพทย์แนะนำ เพื่อให้ผิวฟื้นฟูเต็มที่ก่อนทำหัตถการที่ใช้ความร้อนอีกครั้ง นอกจากนั้นยังเป็นการทำให้ได้เห็นผลลัพธ์เต็มที่เพื่อใช้ในการวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนมากที่สุด

สรุป

Oligio vs Thermage เป็นหัตถการเพื่อยกกระชับผิวและสลายไขมันที่สะสมใต้ผิวให้ลดลง ด้วยการใช้พลังงานจากคลื่นวิทยุปล่อยลงสู่ชั้นผิวเพื่อกระตุ้นคอลลาเจนและสลายไขมัน ทำให้ผิวกระชับ เรียบเนียน รูขุมขนเล็กลง ลดเลือนริ้วรอย ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์ โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ สำหรับใครที่อยากดูแลผิวพรรณ ปรับหน้าเรียว แก้ปัญหาความหย่อนคล้อย แนะนำให้เข้ามาปรึกษากับทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์ของ Vincent Clinic Aesthetic เพื่อรับการประเมินปัญหา วิเคราะห์ใบหน้า และออกแบบการรักษาเฉพาะรายบุคคล