โบท็อกกรามกี่วันเห็นผล? อยู่ได้นานไหม ทำไมเห็นผลช้า หรือไม่เห็นผล

ทีมแพทย์ Vincent Clinic
แชร์ :
โบท็อกกรามกี่วันเห็นผล

Key Takeaways 

  • โบท็อกกรามช่วยลดขนาดกล้ามเนื้อกราม เหมาะกับคนที่หน้าใหญ่จากกล้ามเนื้อกราม ไม่ได้ช่วยลดไขมันหรือปรับโครงกระดูกโดยตรง
  • หลังฉีดโบท็อกกรามมา 1 อาทิตย์ ผลลัพธ์อาจยังไม่ชัดเจน แต่จะเริ่มรู้สึกว่ากล้ามเนื้อกรามนิ่มลงได้บ้าง
  • โบท็อกกรามมักเริ่มเห็นผลในช่วง 1 – 2 สัปดาห์ กรามเริ่มยุบชัดขึ้นประมาณ 1 เดือน และเห็นผลเต็มที่ในช่วง 2 – 3 เดือน
  • ระยะเวลาเห็นผลของแต่ละคนไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับขนาดกล้ามเนื้อกราม ปริมาณยูนิต คุณภาพตัวยา เทคนิคการฉีด และพฤติกรรมการใช้กราม
  • โดยทั่วไปการฉีดโบท็อกกรามมักใช้ประมาณ 25 – 50 ยูนิตต่อข้าง หรือรวม 50 – 100 ยูนิต ขึ้นอยู่กับแพทย์ประเมิน
  • ผลลัพธ์หลังฉีดโบท็อกกรามมักอยู่ได้นานประมาณ 4 – 6 เดือน หลังตัวยาหมดฤทธิ์ กล้ามเนื้อกรามจะค่อย ๆ กลับมาทำงานใกล้เคียงเดิม
  • หากฉีดโบท็อกกรามแล้วไม่เห็นผล อาจเกิดจากยังไม่ถึงช่วงเห็นผล หน้าใหญ่ไม่ได้เกิดจากกล้ามเนื้อ ใช้ยูนิตไม่เหมาะสม ฉีดไม่ตรงตำแหน่ง ใช้ตัวยาไม่ได้มาตรฐาน หรือเกิดภาวะดื้อโบท็อก
  • หลังฉีดควรหลีกเลี่ยงการนวด กด คลึงบริเวณกราม นอนราบ ออกกำลังกายหนัก ความร้อนสูง แอลกอฮอล์ และอาหารแข็งหรือเหนียวในช่วงแรก
  • ควรเลือกฉีดโบท็อกกรามกับคลินิกที่ได้มาตรฐาน ใช้โบท็อกแท้ ตรวจสอบได้ และดูแลโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพื่อให้เห็นผลชัดและปลอดภัย
  • หากมีอาการผิดปกติหลังฉีด เช่น ตึงมาก ปวดมาก อ้าปากลำบาก เคี้ยวลำบาก หรือหน้าเบี้ยว ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

โบท็อกกรามเป็นหัตถการที่ช่วยลดขนาดกล้ามเนื้อกราม ช่วยปรับรูปหน้าให้ดูเรียวและได้สัดส่วนมากขึ้น แต่หลายคนอาจสงสัยว่าหลังฉีดโบท็อกกรามกี่วันเห็นผล  ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน และควรดูแลตัวเองหลังฉีดอย่างไร Vincent Clinic Aesthetic จะพาไปไขข้อสงสัย พร้อมแนะนำการดูแลหลังฉีดโบท็อกกรามเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสม 

โบท็อกกรามกี่วันเห็นผล?

หลังฉีดโบท็อกกรามจะเริ่มเห็นผลภายใน 1 – 2 สัปดาห์ แต่ยังไม่ได้เห็นชัดเจนมากนัก หลายคนที่ ฉีดโบท็อกกราม มา 1 อาทิตย์จึงรู้สึกว่ายังไม่เห็นผลชัดเจนมากนัก แต่จะเริ่มรู้สึกว่ากล้ามเนื้อกรามคลายตัวและนิ่มลง จากนั้นหลังฉีดประมาณ 1 ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดขึ้น เมื่อกัดฟันจะรู้สึกว่ากรามเด้งน้อยลง กรามเริ่มยุบอย่างเห็นได้ชัดและเห็นผลเต็มที่ภายใน 2 – 3 เดือน 

ทำไมในแต่ละคนฉีดโบท็อกกรามเห็นผลไม่เท่ากัน?

การฉีดโบท็อกกรามในแต่ละคนอาจเห็นผลเร็วช้าไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับขนาดกล้ามเนื้อกราม สาเหตุของหน้าใหญ่ ปริมาณยูนิตที่ใช้ คุณภาพตัวยา และพฤติกรรมการใช้กรามในชีวิตประจำวัน โดยปัจจัยหลักมีดังนี้ 

  • ขนาดกล้ามเนื้อกรามเดิม คนที่มีกล้ามเนื้อกรามใหญ่ อาจใช้เวลานานกว่าจะเห็นผลชัด หรืออาจต้องใช้ปริมาณยูนิตที่เหมาะสมมากขึ้น
  • สาเหตุของหน้าใหญ่ หากหน้าใหญ่จากกล้ามเนื้อกรามจะเห็นผลชัด แต่ถ้าเกิดจากไขมันหรือโครงสร้างกระดูก โบท็อกกรามอาจช่วยได้น้อย
  • พฤติกรรมการใช้กราม เช่น เคี้ยวของแข็ง เคี้ยวหมากฝรั่ง หรือนอนกัดฟัน อาจทำให้กล้ามเนื้อกลับมาทำงานเร็ว และผลลัพธ์อยู่ได้สั้นลง
  • ปริมาณยูนิตที่ใช้ หากใช้ปริมาณน้อยเกินไป หรือไม่เหมาะกับขนาดกล้ามเนื้อ อาจทำให้กรามยุบไม่ชัด
  • คุณภาพและยี่ห้อโบท็อก หากใช้ตัวยาที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือผสมเจือจางมากเกินไป อาจทำให้ผลลัพธ์ไม่ชัดเจน
  • ภาวะดื้อโบท็อก การฉีดถี่เกินไป ใช้ปริมาณมากเกินจำเป็น หรือใช้โบท็อกปลอม อาจทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน ส่งผลให้ฉีดแล้วเห็นผลน้อยลงหรือไม่เห็นผล

ต้องฉีดโบท็อกกรามกี่ยูนิตถึงจะเห็นผล?

การฉีดโบท็อกกรามมักใช้ประมาณ 25 – 50 ยูนิตต่อข้าง หรือรวมประมาณ 50 – 100 ยูนิตสำหรับการฉีดกรามสองข้าง โดยปริมาณจะขึ้นอยู่กับขนาดกรามและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อกราม หากมีกล้ามเนื้อกรามขนาดใหญ่หรือกัดฟันแล้วกรามเด้งชัด อาจต้องใช้จำนวนยูนิตมากขึ้น ซึ่งแพทย์จะเป็นคนประเมินให้ก่อนฉีด

หลังโบท็อกกรามเห็นผลแล้วอยู่ได้นานกี่เดือน?

หลังฉีดโบลดกราม ผลลัพธ์โดยทั่วไปจะอยู่ได้นานประมาณ 4 – 6 เดือน หรือบางเคสอาจอยู่ได้ประมาณ 5 – 6 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อโบท็อก ปริมาณยูนิตที่ใช้ ขนาดกล้ามเนื้อกราม เทคนิคการฉีด และการดูแลตัวเองหลังฉีด เมื่อโบท็อกเริ่มหมดฤทธิ์ ตัวยาจะค่อย ๆ ถูกกำจัดตามกระบวนการของร่างกาย และกล้ามเนื้อกรามจะค่อย ๆ กลับมาทำงานใกล้เคียงเดิมได้ 

ฉีดโบท็อกกรามแล้วไม่เห็นผล เกิดจากอะไร?

ทำไมฉีดโบท็อกกรามแล้วหน้ายังไม่เรียว ไม่เห็นผลนั้น อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งระยะเวลาหลังฉีด เทคนิคการฉีด หรือปัจจัยเฉพาะของแต่ละบุคคล โดยสาเหตุที่ทำให้ฉีดโบท็อกกรามแล้วไม่เห็นผล มีดังนี้ 

  • ยังไม่ถึงช่วงที่เห็นผลชัด หากเพิ่งฉีดโบท็อกกรามมา 1 อาทิตย์ ผลลัพธ์อาจยังไม่ชัด เพราะตัวยาจะเริ่มออกฤทธิ์ในช่วง 1 – 2 สัปดาห์ และกรามจะค่อย ๆ ยุบชัดขึ้นประมาณ 1 – 2 เดือน
  • หน้าใหญ่ไม่ได้เกิดจากกล้ามเนื้อกราม หากเกิดจากไขมันสะสมหรือโครงสร้างกระดูก โบท็อกกรามอาจช่วยได้น้อย เพราะตัวยาออกฤทธิ์เฉพาะกับกล้ามเนื้อ ไม่ได้ลดไขมันหรือปรับกระดูกโดยตรง
  • ใช้ปริมาณยูนิตไม่เหมาะสม หากใช้ยูนิตน้อยเกินไป หรือไม่เหมาะกับขนาดกล้ามเนื้อกราม อาจทำให้กรามไม่ยุบหรือเห็นผลไม่ชัด
  • แพทย์ฉีดไม่ตรงตำแหน่ง หากฉีดผิดจุด ตื้นหรือลึกเกินไป ตัวยาอาจไม่เข้าสู่กล้ามเนื้อกรามโดยตรง ทำให้ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามต้องการ
  • ใช้โบท็อกไม่ได้มาตรฐาน เช่น โบท็อกปลอม โบท็อกหิ้ว หรือเก็บรักษาไม่ถูกต้อง อาจทำให้ตัวยาออกฤทธิ์ได้ไม่เต็มที่
  • โบท็อกถูกเจือจางเกินไป หากผสมน้ำเกลือมากเกินไป ความเข้มข้นของตัวยาจะลดลง ส่งผลให้เห็นผลน้อยหรือแทบไม่เห็นผล
  • เกิดภาวะดื้อโบท็อก การฉีดถี่เกินไป ใช้ของปลอม หรือใช้ตัวยาที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจทำให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานจน ดื้อโบ ส่งผลให้ฉีดแล้วเห็นผลน้อยลงหรือไม่เห็นผลเลย

ดูแลหลังฉีดโบท็อกลดกรามอย่างไรให้เห็นผล

หลังฉีดโบท็อกกรามควรดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี เพื่อช่วยให้ตัวยาออกฤทธิ์ได้ดี ลดโอกาสยากระจายผิดตำแหน่ง และช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น โดยข้อควรปฏิบัติและข้อห้ามหลังฉีด มีดังนี้

  • ขยับกล้ามเนื้อกรามเบา ๆ หลังฉีด เช่น เคี้ยวหมากฝรั่งเบา ๆ ประมาณ 30 นาทีหลังฉีด เพื่อช่วยให้ตัวยาเข้ากล้ามเนื้อกรามได้ดีขึ้น แต่ไม่ควรเคี้ยวนานหรือเคี้ยวแรงเกินไป
  • งดนอนราบ 3 – 4 ชั่วโมงแรก เพื่อลดโอกาสที่ตัวยาจะกระจายไปยังบริเวณที่ไม่ต้องการ
  • หลีกเลี่ยงการนวด กด คลึงบริเวณกราม ในช่วง 24 ชั่วโมงแรก เพราะอาจทำให้ตัวยาเคลื่อนตำแหน่งและส่งผลต่อผลลัพธ์
  • งดออกกำลังกายหนัก 24 ชั่วโมงแรก เพราะการไหลเวียนเลือดที่เพิ่มขึ้นอาจกระทบต่อการออกฤทธิ์ของตัวยา
  • หลีกเลี่ยงความร้อนสูง เช่น อบซาวน่า อบไอน้ำ เลเซอร์หน้า หรือทำทรีตเมนต์ที่ใช้ความร้อน ในช่วง 1 – 2 สัปดาห์แรก
  • งดแอลกอฮอล์และอาหารหมักดองในช่วงแรก เพราะอาจกระตุ้นอาการบวม ช้ำ หรือทำให้ร่างกายฟื้นตัวช้าลง
  • หลีกเลี่ยงอาหารแข็งหรือเหนียวมาก เช่น หมูแดดเดียว เนื้อเหนียว ปลาหมึกแห้ง หมากฝรั่งนาน ๆ เพราะทำให้กล้ามเนื้อกรามทำงานหนัก และอาจทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้สั้นลง
  • ไม่ควรจับหน้าแรง ๆ หรือทำหัตถการอื่นทันที เช่น นวดหน้า กัวซา เลเซอร์ หรือเครื่องยกกระชับ ควรเว้นระยะตามคำแนะนำของแพทย์
  • กลับไปติดตามผลตามนัด เพื่อให้แพทย์ประเมินว่ากล้ามเนื้อกรามยุบลงเหมาะสมหรือไม่ และวางแผนการฉีดซ้ำอย่างปลอดภัย

อ่านเกี่ยวกับวิธีดูแลเพิ่มเติมได้ที่: วิธีดูแลหลังฉีดโบท็อก

ฉีดโบท็อกกรามที่ไหนดีให้เห็นผลและปลอดภัย?

การเลือกคลินิกฉีดโบท็อกลดกรามควรพิจารณาหลายด้าน ไม่ควรเลือกจากราคาถูกเพียงอย่างเดียว เพราะผลลัพธ์และความปลอดภัยขึ้นอยู่กับคุณภาพตัวยา เทคนิคการฉีด และความชำนาญของแพทย์ โดยควรเลือกจากปัจจัยดังนี้

  • ฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ แพทย์ควรประเมินขนาดกล้ามเนื้อกรามก่อนฉีด และวางแผนปริมาณยูนิตให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
  • ใช้โบท็อกแท้ ตรวจสอบได้ ควรเป็นตัวยาที่ผ่าน อย. มีเลขทะเบียนชัดเจน สามารถตรวจสอบกล่อง ขวด เลข Lot และวันหมดอายุได้
  • ประเมินปัญหาก่อนฉีดอย่างละเอียด เพราะบางคนหน้าใหญ่จากไขมันหรือโครงสร้างกระดูก ไม่ใช่กล้ามเนื้อกราม การฉีดโบท็อกอาจเห็นผลได้น้อย
  • มีมาตรฐานความสะอาดและความปลอดภัย คลินิกควรสะอาด ใช้อุปกรณ์ปลอดเชื้อ และมีขั้นตอนการเตรียมยาที่ถูกต้อง
  • ไม่โฆษณาราคาถูกผิดปกติ ราคาที่ถูกมากเกินไปอาจเสี่ยงต่อการใช้โบท็อกปลอม โบท็อกหิ้ว หรือการเจือจางตัวยามากเกินไป
  • มีรีวิวจริงและผลลัพธ์ชัดเจน ควรดูรีวิวจากเคสจริง โดยเฉพาะเคสที่มีปัญหากล้ามเนื้อกรามใกล้เคียงกับตัวเอง
  • มีการติดตามผลหลังฉีด คลินิกที่ดีควรมีการนัดติดตามผล ให้คำแนะนำหลังฉีด และดูแลหากเกิดอาการผิดปกติ
  • ให้ข้อมูลตรงไปตรงมา แพทย์ควรอธิบายระยะเวลาเห็นผล ข้อจำกัด ผลข้างเคียง และการดูแลตัวเองหลังฉีดอย่างชัดเจน ไม่รับประกันผลเกินจริง

สามารถอ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่: ฉีดโบท็อกที่ไหนดี

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ โบท็อกกรามกี่วันเห็นผล (FAQ)

Q: โบกรามกี่วันเห็นผลชัดที่สุด?
A: โบกรามเริ่มเห็นผลประมาณ 1 – 2 สัปดาห์หลังฉีด โดยกล้ามเนื้อกรามจะนิ่มลง และมักเห็นผลชัดที่สุดประมาณ 2 – 3 เดือน เมื่อกรามยุบลงและกรอบหน้าดูเรียวขึ้น 

Q: ฉีดโบท็อกกรามมา 1 อาทิตย์ ยังไม่เห็นผลผิดปกติไหม?
A: ยังไม่ถือว่าผิดปกติ เพราะหลังฉีดโบท็อกกราม 1 อาทิตย์ ผลลัพธ์อาจยังไม่ชัดเจน ตัวยามักเริ่มออกฤทธิ์ในช่วง 1 – 2 สัปดาห์ และจะเห็นกรามยุบชัดขึ้นประมาณ 1 – 3 เดือนหลังฉีด 

Q: โบท็อกกราม 50 ยูเห็นผลไหม
A: โบท็อกกราม 50 ยูนิตสามารถเห็นผลได้ในบางเคส โดยเฉพาะคนที่กล้ามเนื้อกรามไม่ใหญ่มาก แต่หากมีกล้ามเนื้อกรามใหญ่ กัดฟันแล้วกรามเด้งชัด อาจต้องใช้ยูนิตมากขึ้นตามแพทย์ประเมิน เพื่อให้กรามยุบและเห็นผลชัดเจนขึ้น 

Q: ฉีดโบท็อกกรามกี่ครั้งถึงหน้าเล็ก?
A: การฉีดโบท็อกกราม 1 ครั้งก็สามารถช่วยให้กรามดูเล็กลงและหน้าเรียวขึ้นได้ หากหน้าใหญ่เกิดจากกล้ามเนื้อกราม แต่ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดขึ้นในช่วง 1 – 3 เดือน และควรฉีดซ้ำตามแพทย์ประเมินประมาณทุก 4 – 6 เดือน เพื่อคงผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานขึ้น 

Q: ฉีดโบลดกรามแล้วอยากให้เห็นผลเร็ว เคี้ยวหมากฝรั่งช่วยไหม
A: หลังฉีดโบลดกรามอาจเคี้ยวหมากฝรั่งเบา ๆ ในช่วงแรกสั้น ๆ ตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อช่วยให้ตัวยาเข้ากล้ามเนื้อได้ดีขึ้น แต่ไม่ควรเคี้ยวนานหรือเคี้ยวบ่อย เพราะอาจทำให้กล้ามเนื้อกรามทำงานหนักและผลลัพธ์อยู่ได้สั้นลง 

Q: Botox กรามกี่วันเริ่มตึง ตึงมากปกติไหม
A: หลังฉีด Botox กราม อาจเริ่มรู้สึกตึง หน่วง หรือเมื่อยบริเวณกรามได้ในช่วง 3 – 7 วันแรก และกล้ามเนื้อจะค่อย ๆ นิ่มลงชัดขึ้นใน 1 – 2 สัปดาห์ อาการตึงเล็กน้อยถือว่าพบได้ แต่ถ้าตึงมาก ปวดมาก อ้าปากลำบาก เคี้ยวลำบาก หรือมีอาการผิดปกติร่วมด้วย ควรรีบปรึกษาแพทย์ที่ฉีดทันที 

Q: เผลอไปกินชาบูหลังฉีดโบกรามจะเห็นผลไหม
A: หากเผลอกินชาบูหลังฉีดโบกรามเพียงครั้งเดียว โดยไม่ได้กินของแข็ง เหนียว หรือเคี้ยวนานมากเกินไป มักไม่กระทบผลลัพธ์โดยตรง แต่ควรหลีกเลี่ยงอาหารร้อนจัด การเคี้ยวหนัก และการดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงแรกหลังฉีด เพื่อให้ตัวยาออกฤทธิ์ได้เต็มที่และลดโอกาสบวมช้ำ 

สรุป

โบท็อกกรามช่วยลดขนาดกล้ามเนื้อกราม ทำให้กรอบหน้าดูเรียวขึ้น โดยมักเริ่มเห็นผลใน 1 – 2 สัปดาห์ กรามยุบชัดขึ้นประมาณ 1 เดือน และเห็นผลเต็มที่ใน 2 – 3 เดือน ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 4 – 6 เดือน ขึ้นอยู่กับขนาดกล้ามเนื้อ ปริมาณยูนิต คุณภาพตัวยา และการดูแลหลังฉีด หากต้องการฉีดโบท็อก สามารถเข้ามาปรึกษาได้ที่ Vincent Clinic Aesthetic เราใช้โบท็อกซ์ที่ได้มาตรฐาน ตรวจสอบได้ พร้อมดูแลโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ คอยให้คำแนะนำตั้งแต่การประเมินก่อนฉีด ระหว่างทำหัตถการ ไปจนถึงการดูแลหลังฉีด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมและปลอดภัย