โบท็อกอันตรายไหม มีผลข้างเคียงไหม ไม่อยากหน้าพังควรทำอย่างไร

ทีมแพทย์ Vincent Clinic
แชร์ :
โบท็อกอันตรายไหม มีผลข้างเคียงไหม ไม่อยากหน้าพังควรทำอย่างไร

Key Takeaways

  • ฉีดโบท็อกไม่อันตรายหากฉีดด้วยตัวยาที่เป็นของแท้ ผ่านการรับรองจาก อย. ไทย และฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์
  • ปัจจัยที่ทำให้การฉีดโบท็อกอันตรายมักมาจากการฉีดโดยหมอเถื่อน ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือโบปลอม 
  • ฉีดโบท็อกอันตรายหากเป็นคนที่มีประวัติแพ้โบทูลินัมท็อกซิน จะทำให้เกิดอาการรุนแรงหลายอย่าง เช่น บวมแดง อักเสบติดเชื้อ ผื่นคัน ลมพิษ 
  • ผลข้างเคียงอันตรายจากการฉีดโบท็อกโดยแพทย์ที่ไม่มีประสบการณ์ อาจทำให้เกิดอาการหน้าเบี้ยว ใบหน้าทั้งสองข้างไม่เท่ากัน หรือยิ้มแล้วปากเบี้ยว
  • ในบางกรณีการฉีดโบท็อกอันตรายอาจไม่ได้มีเพียงอาการเจ็บปวดหรือบาดแผลภายนอกเท่านั้น แต่รวมไปถึงอาการดื้อโบทูลินัมท็อกซิน ทำให้หลังฉีดแล้วไม่เห็นผล ไม่สามารถรักษาให้หายได้

โบท็อกอันตรายไหม เป็นอีกหนึ่งข้อสงสัยที่ยังคงมีคนถามเข้ามาอยู่ตลอดเวลา เพราะเห็นข้อมูลจากในข่าวเรื่องของผลข้างเคียงหลังทำอยู่บ่อย ๆ จึงทำให้หลายคนกังวล ไม่กล้าที่จะฉีดโบ ในบทความนี้ Vincent Clinic Aesthetic จะพาไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับโบท็อกให้มากขึ้นว่าอันตรายจริงไหม ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้หลังทำ ใครที่ไม่ควรฉีด ข้อควรรู้ก่อนเลือกฉีดโบอย่างไรให้ปลอดภัย ติดตามอ่านได้จากเนื้อหาต่อไปนี้

โบท็อกอันตรายไหม

โบท็อก หรือ โบทูลินัมท็อกซิน ไม่อันตราย หากใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นของแท้ ผ่านการรับรองความปลอดภัยจาก อย. มีการนำเข้าอย่างถูกต้องสามารถตรวจสอบได้ แต่จะอันตรายได้หากฉีดโบปลอม เพราะตัวยาอาจมีสิ่งปนเปื้อนทำให้ไม่บริสุทธิ์ จากการจัดเก็บ การผลิต สารที่ใช้ผสมในตัวยา และการขนส่งที่ไม่ได้มาตรฐาน หากฉีดเข้าสู่ร่างกายจะทำให้เกิดผลข้างเคียงร้ายแรงตามมาในระยะยาว

การฉีดโบท็อกมีผลข้างเคียงที่อันตรายไหม

หาก ฉีดโบท็อกแท้ ได้รับการรับรองมาตรฐานและความปลอดภัยจาก อย. รวมไปถึงอยู่ภายใต้การดูแลโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ จะไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงร้ายแรงตามมา โดยมีรายละเอียดของผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ตามปกติและผลข้างเคียงที่ไม่ปกติ ดังนี้

ผลข้างเคียงหลังฉีดโบท็อกที่ไม่อันตราย

  • อาจเกิดอาการปวดตึงได้บ้างเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฉีด เพราะตัวยากำลังเริ่มออกฤทธิ์
  • อาจเกิดอาการบวมแดงหรือรอยเขียวช้ำได้บ้างเล็กน้อยในบริเวณที่ฉีด ซึ่งพบได้เป็นปกติและจะหายไปได้เองในไม่กี่วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของคนไข้และเทคนิคการฉีดของแพทย์
  • ฉีดโบท็อกแล้วปวดหัวสามารถเกิดขึ้นได้เป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะคนที่ ฉีดโบหน้าผาก หรือขมับ ตัวยาอาจไปกระตุ้นทำให้เส้นประสาทหรือกล้ามเนื้อเกิดความตึงหรืออักเสบได้เล็กน้อย แต่จะหายไปได้เองประมาณ 1 – 3 วัน หากมีอาการปวดหัวรุนแรงเกิน 3 วันยังไม่หายหรือมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน แนะนำให้พบแพทย์ทันทีเพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม

ผลข้างเคียงหลังฉีดโบท็อกที่อันตราย

  • เกิดอาการบวมแดงรุนแรง มีการอักเสบติดเชื้อ อาจเกิดจากการใช้โบท็อกที่ไม่ได้มาตรฐานหรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการทำหัตถการไม่สะอาด
  • หน้าเบี้ยว ฉีดโบท็อกแล้วตาตก หน้าไม่เท่ากัน ยิ้มแล้วปากเบี้ยว อาจเกิดขึ้นจากการฉีดโบผิดตำแหน่ง เพราะแพทย์ไม่มีประสบการณ์มากเพียงพอ
  • หน้าแข็ง ขยับหน้าลำบากหรือขยับหน้าไม่ได้ ผลลัพธ์ดูไม่เป็นธรรมชาติ อาจเกิดขึ้นจากการใช้ปริมาณยาที่มากเกินไป
  • ผิวบริเวณที่ฉีดเกิดการยุบตัว มาจากการที่กล้ามเนื้อฝ่อตัวเพราะฤทธิ์ของโบทูลินัมท็อกซินชั่วคราว ซึ่งเป็นอาการที่พบได้ค่อนข้างน้อย

ฉีดโบท็อกแล้วอันตราย มีใครบ้าง?

ใครที่ไม่ควรฉีดโบท็อก

สำหรับคนที่ฉีดโบท็อกแล้วอันตรายหรืออาจเกิดผลข้างเคียงร้ายแรงหลังทำ แพทย์จะไม่แนะนำให้ฉีดโบเพื่อความปลอดภัยของคนไข้ โดยคนที่ไม่แนะนำให้ฉีดโบมีดังนี้

  • คนที่มีปัญหาเกี่ยวกับกล้ามเนื้อหรือเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง เพราะอาจส่งผลเสียทำให้อาการแย่ลงมากกว่าเดิม
  • สตรีที่กำลังตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร เพื่อป้องกันไม่ให้โบทูลินัมท็อกซินถ่ายทอดไปถึงบุตรและทำให้เกิดผลข้างเคียงร้ายแรงตามมา
  • คนที่มีประวัติแพ้โบท็อก ซึ่งจะทำให้เกิดผื่นคัน มีไข้ ร่างกายอ่อนเพลีย คลื่นไส้อาเจียน รวมไปถึงระบบหายใจติดขัดอย่างรุนแรง
  • คนที่มีปัญหาผิวหนังอักเสบ ติดเชื้อ หรือเป็นโรคผิวหนังบริเวณที่ฉีด ซึ่งแพทย์จะแนะนำให้รักษาจนหายดีก่อนเข้ามาทำหัตถการ

เลือกฉีดโบท็อกอย่างไรให้ปลอดภัย ไม่อันตราย

เลือกฉีดโบท็อกอย่างไรให้ปลอดภัย

เพื่อไม่ให้ฉีดโบท็อกแล้วอันตราย แนะนำให้ศึกษารายละเอียดให้ครบถ้วน ทั้งเรื่องของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ แพทย์ผู้ฉีด รวมไปถึงคลินิกที่ให้การดูแล โดยสามารถพิจารณาได้จากรายละเอียดต่าง ๆ ดังนี้

  • เลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือ เปิดให้บริการอย่างถูกต้อง มีเลขใบอนุญาตแสดงไว้อย่างชัดเจน ผ่านการรับรองมาตรฐานในระดับสากล
  • เลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์ ให้คำปรึกษาได้อย่างถูกต้อง เข้าใจเทคนิคการฉีด สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำ
  • เลือกโบท็อกแท้ โดยแพทย์จะต้องเตรียมยาและแกะกล่องใหม่ต่อหน้าเท่านั้น โดยวิธีการเช็กโบท็สามารถตรวจสอบได้เบื้องต้น ดังนี้ 
  • มีฉลากภาษาไทยและเลขใบรับรองจาก อย. ไทย
  • มีวันผลิต วันหมดอายุ และเลข Lot No. ระบุไว้ที่ข้างกล่องและต้องตรงกันกับที่ระบุไว้ข้างขวด
  • บรรจุภัณฑ์ต้องอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ไม่ชำรุด ฉีกขาด หรือเสียหาย
  • มี QR Code หรือหมายเลขติดต่อ เพื่อให้สามารถตรวจสอบรายละเอียดกับบริษัทผู้นำเข้าได้

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ โบท็อกอันตรายไหม (FAQ)

หากใครที่ยังสงสัยว่าฉีดโบท็อกอันตรายไหมในประเด็นอื่น ๆ เพิ่มเติม ในหัวข้อนี้จึงได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยและคำตอบที่จะช่วยไขข้อข้องใจ ทั้งยังใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจได้ดังนี้

Q: สัญญาณเตือนแบบไหนที่บอกว่าร่างกายกำลังเจออันตรายจากโบท็อกปลอม?
A: หากพลาด ฉีดโบท็อกปลอม อาจทำให้เกิดอันตรายตามมาได้ ซึ่งสามารถสังเกตได้จากอาการต่าง ๆ เหล่านี้ เช่น บริเวณที่ฉีดเกิดการบวมแดงรุนแรงหรืออักเสบติดเชื้อ ใบหน้าเริ่มผิดสัดส่วน หน้าเบี้ยว หนังตาตก ปากเบี้ยว รวมไปถึงเกิดอาการดื้อโบตามมาในระยะยาวซึ่งไม่สามารถรักษาให้หายได้

Q: อาการหนังตาตกหรือยิ้มเบี้ยวหลังฉีดโบท็อกอันตรายไหม?
A: หากฉีดโบทูลินัมท็อกซินที่เป็นของแท้แล้วเกิดอาการหนังตาตกหรือยิ้มแล้วปากเบี้ยว ไม่ใช่เรื่องอันตรายแต่อาจเกิดจากการที่แพทย์ไม่มีประสบการณ์ วางตำแหน่งตัวยาไม่แม่นยำ คำนวณปริมาณยาไม่เหมาะสม ซึ่งสามารถแก้ไขได้ด้วยการรอให้ตัวยาหมดฤทธิ์ไปเองหรือทำหัตถการที่ใช้ความร้อนเพื่อสลายโบท็อกให้เร็วขึ้น โดยต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ที่มีประสบการณ์เท่านั้น

Q: โบท็อกมีการสะสมเป็นสารตกค้างที่อันตรายต่อระบบประสาทในระยะยาวหรือไม่?
A: สำหรับโบท็อกแท้จะไม่เกิดการตกค้างในร่างกาย โดยตัวยาส่วนเกินจะถูกร่างกายขับออกไปตามระบบกำจัดของเสีย นอกจากนั้นตัวยาที่คงอยู่ในร่างกายจะออกฤทธิ์เพียงชั่วคราวซึ่งจะค่อย ๆ หายไปตามระยะเวลาการคงอยู่ของโบทูลินัมท็อกซินแต่ละยี่ห้อที่แตกต่างกัน

Q: อันตรายจากการฉีดโบท็อกบ่อยเกินไปจนเกิดอาการดื้อยา ส่งผลเสียอย่างไร?
A: ในกรณีของคนที่ฉีดโบถี่เกินไป มีโอกาสสูงที่จะทำให้เกิดการกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกายออกมากำจัดตัวยามากขึ้นกว่าปกติจน ดื้อโบ ส่งผลให้ครั้งต่อไปที่กลับมาฉีดโบทูลินัมท็อกซินอีกครั้งอาจได้ผลลัพธ์ที่น้อยลงหรือไม่เห็นผลเลย ดังนั้นจึงต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ที่มีประสบการณ์ เลือกฉีดในปริมาณที่เหมาะสม และไม่ฉีดถี่มากเกินไป

Q: อาการแพ้โบท็อกรุนแรงสังเกตได้อย่างไร และมีวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นไหม?
A: สำหรับอาการแพ้โบทูลินัมท็อกซินนั้นพบได้น้อยมาก หากเกิดขึ้นสามารถสังเกตได้จากอาการต่าง ๆ เช่น บวมแดงทั่วใบหน้า มีผื่นคันหรือลมพิษขึ้นทั้งตัว หายใจติดขัด เวียนหัว แน่นหน้าอก คลื่นไส้ อาเจียน รู้สึกอ่อนแรง บางรายอาจมีไข้ร่วมด้วย

สรุป

ฉีดโบท็อกไม่อันตรายหากศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบและพิจารณารายละเอียดต่าง ๆ อย่างครบถ้วน ทั้งเรื่องความน่าเชื่อถือของคลินิก แพทย์ต้องมีประสบการณ์ และตัวยาต้องเป็นของแท้ จะทำให้ผลลัพธ์ออกมาดี มีความปลอดภัย ไม่เกิดผลข้างเคียงร้ายแรงตามมาในระยะยาว สำหรับใครที่ต้องการดูแลผิวพรรณ ปรับรูปหน้า ลดเลือนริ้วรอย หรืออยากมีใบหน้าที่แลดูอ่อนเยาว์ แนะนำให้เข้ามาปรึกษาทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์ของ Vincent Clinic Aesthetic เพื่อรับการประเมินปัญหาและออกแบบการรักษาเฉพาะรายบุคคล